![]() |
:~~ ช่วยผมด้วย ผมเป็นโรค virus B หรือ ไวรัสลงตับ ติดจากแฟนเก่าครับ ใครพอจะมีความรู้ช่วยผมด้วยเถอะครับ |
เนื้อความ : | อยากทราบว่ามีคนเป็นกันเยอะมั้ย ติดจากอะไร ยังไง รักษาจะหายมั้ย อันตรายมั้ย แล้วผมได้ยินมาว่าจะอายุสั้นลงจริงเหรอครับ ถ้าผมแต่งงานมีภรรยามีลูก เข้าจะติดผมมั้ย ผมกลุ้มใจจริงๆนะครับ ใครพอจะมีความรู้ช่วยผมด้วยเถอะครับ |
จากคุณ : | น้ำตา - [7 ก.ค. 2541 18:50:55] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | รีบไปหาหมอซะถ้าไม่รีบอาจถึงตายได้ |
โดยคุณ : | น้องหิ่งห้อย ![]() |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | ผมไม่แน่ใจว่าA หรือ B นะครับที่เกิดจากน้ำลาย ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน นะครับ รีบไปตรวจซะ เพราะอาจจเป็นได้ ทั้ง A และ B |
โดยคุณ : | ไม่แน่ใจ - [7 ก.ค. 2541 19:46:16] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | ไวรัสบี ติดต่อได้ทาง ชาย/หญิง กับทางเลือด ส่วนทางน้ำลายนั้น ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน แต่เข้าใจว่าน่าจะติดได้ ติดแล้วไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีเชื้อในร่างกายเสมอไป บางคนติดแล้วร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานได้ก็ มีภูมิขึ้นมา ต่อไปก็ไม่ติดไวรัสบีอีก ในบางคนที่ติดแล้ว ไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานได้ ก็จะกลายเป็นพาหะไปครับ ในจุดนี้คงต้องตรวจก่อนว่า ถ้าติดจากแฟนจริงหน่ะ เป็น แบบไหน ต้องไปตรวจเลือดดูครับ |
โดยคุณ : | นายมา ![]() |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | พี่รหัสเราก้อเป็น แต่ไม่มีอาการอ่ะ ตรวจพบถึงเจอ ลองไปคุยกะคุณหมอดูจิ เห็นบอกว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งตับมากกว่าชาวบ้านนี่นา |
โดยคุณ : | มานีจัง - [7 ก.ค. 2541 23:02:46] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | เท่าที่ทราบ โรคนี้หลังจากที่ติด (การติดต่อเหมือนโรคเอดส์ คือ ทางเลือด และ เพศสัมพันธ์ ) แล้ว มีโอกาสหายได้เองประมาณ 80% ที่เหลือ อาจติดเชื้อ แต่ไม่อาการของตับอักเสบ มีส่วนน้อย ที่เป็นตับอักเสบ เป็นครั้งคราว มีบางพวก ที่มีไวรัสในเลือดประเภทที่ติดต่อได้ จึงจะสามารถติดต่อ ไปยังคนอื่น การรักษา มีการฉีด interferon ซึ่งมีราคาแพง ฉีดสัปดาห์ละ สามครั้ง ติดต่อกัน เป็นเวลา หลายเดือน ผลที่ได้ก็ยังไม่ค่อยแน่นอน สรุปคือไม่คุ้มที่จะฉีด |
โดยคุณ : | puinoon@thaimail.com (PuiNoon) ![]() |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | เออ...ผมจะพยายามตอบเท่าที่ได้นะครับ...ถ้าใครตอบได้ละเอียดกว่านี้ก็เพิ่มได้นะครับ...:) 1..ไม่แน่ใจว่าเป็นกันเยอะหรือไม่...สถิติจำไม่ได้....แต่คนที่เป็นน่าจะมีน้อย... 2...ก็เหมือนที่นายมาตอบครับ....ทางเพศสัมพันธ์ ทางเลือด แล้วก็จากแม่ไปลูกครับ... คล้ายๆโรคเอดส์นะครับ... 3..ถ้ามีอากาสแสดงของโรคขึ้นมา...รักษาได้ครับ..แต่ส่วนนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ..:) คือว่ารักษาได้....แต่บางส่วนจะเหลืออยู่ซึ่งจะส่งผลต่อไปได้อีก.... ข้อนี้ถ้าตอบไม่เคลียร์ก็รอคนอื่นนะครับ...ผมไม่ได้เอาหนังสือมาเปิด..จำได้ไม่หมดครับ..:) 4...อันตรายครับ ถ้ามีอาการของโรคแบบเต็มขั้นสามารถเสียชีวิตได้ครับ... และก็แบบที่คุณมานีจังบอกครับ...จะมีโอกาสเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนทั่วไป200เท่าครับ แต่ไม่ต้องกังวลครับ...ถ้าทราบว่ามีเชื้อแต่แรกๆสามารถให้การดูแลป้องกันได้ครับ..:) 5...อายุคงไม่สั้นลงถ้าคุณดูแลสุขภาพดี ก็มีชีวิตตามปกติครับ 6..อย่างที่บอกครับ...ติดทางเพศสัมพันธ์...ภรรยามีโอกาสติดได้ครับ.. ถ้าภรรยาท้องก็มีโอกาสส่งต่อให้ลูกได้ครับ...แต่ป้องกันได้โดยฉีดวัคซีนให้ภรรยาก่อนแต่งได้ครับ ...... ก็แค่นี้ครับ....ไม่ต้องกังวลครับ...ไม่เลวร้ายขนาดแก้ไขหรือป้องกันไม่ได้หรอกครับ.....:) |
โดยคุณ : | Death ![]() |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | เคยเรียนมาจากอาจารย์ที่สอนเรื่องโรคติดต่อที่มหิดลนะคะ (ดัดจริตขอไปเรียน อิๆ) แต่จำตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ค่ะ ถ้าผิดก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ แต่ประมาณว่า คนไทยที่ติดไวรัสบี มีประมาณ 10-20% ในจำนวนนี้ 80% จะสามารถสร้างภูมิต้านทานโรคได้ และหายขาด ที่เหลือ 20% จะเป็นเรื้อรัง มีทั้งแบบติดต่อและไม่ติดต่อ แล้วแต่ชนิดของ Antigen ผู้ที่ไม่หายก็จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้มากกว่าคนปกติ ส่วนใหญ่จะมีอาการ และเกิดมะเร็งภายใน 15 ปี แต่ประมาณ 2% ของผู้ที่ไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานจะไม่เป็นอะไรเลยหลังจาก 15 ปีแล้วก็ตาม เพียงแต่เป็นภาหะ ในจำนวนนี้เป็นชายมากกว่าหญิง ประมาณ 3:2 เคยมีบางรายเหมือนกันที่เป็นแล้วนานๆ อยู่ๆก็สมารถสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาได้ ผู้หญิงที่เป็นภาหะไวรัสบีเมื่อมีลูก ลูกจะมีโอกาสติดได้สูง แต่ก็พอจะมีทางแก้โดยการให้วัคซีนตั้งแต่เกิด (อ. บอกว่างี๊จริงๆนะคะ ฟังแล้วก็งงๆ) ทางที่ดีคือให้ภรรยาฉีดยาก่อนแต่งงานค่ะ ขอให้คุณไปหาหมอ ฟักผ่อนมากๆ อย่าทานอาหารที่มีไขมันมาก และอย่าเครียดมากค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ตับต้องทำงานหนัก และทำให้เป็นมะเร็งได้เร็วขึ้น |
โดยคุณ : | แพนด้า - [วันอาสาฬหบูชา 06:40:12] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | ขอเสริมเรื่องการฉีดวัคซีนหน่อยครับ การฉีดวัคซีนนั้น ปัจจุบันเราทำกัแพร่หลายมาก เด็กทุกคนที่เกิดมาจะได้รับกานฉีดวัคซีน ตับอักเสป B และมีการนัดฉีดต่อตามระยะ สำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 10 ขวบและต้องการที่จะฉีดวัคซีนนี้ เราแนะนำว่า ให้ตรวจเลือดดูก่อนว่ามีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วหรือเปล่า หากมีภูมิอยู่แล้ว จะฉืดไปก็ไม่ได้ประโยชน์ ปัจจุบันวัคซีนป้องกัน ไวรัสตับอักเสป A ก็มีแล้ว ไม่แนะนำให้ฉีดในเด็กเล็กครับ ให้ใช้ในคนที่อายุมากกว่า 10 ขวบขึ้นไป |
โดยคุณ : | หมอแก่ - [วันอาสาฬหบูชา 08:44:14] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | ผมเป็นพวก B surface เข้าใจว่าเป็นพวกเดียวกับคุณ เจอเชื้อนี้มานาน ราวสิบปีแล้วครับ เพราะจะบริจาคเลือดทุกปี แต่อยู่มา ก็กลายเป็นพวกเลือดเสีย แย่จังครับ อยากให้ร่างกายสร้างภูมิเร็วๆจัง จะได้ไปบริจาคอวัยวะด้วย แต่ไม่เคยมีอาการติดเชื้อนะครับ โชคดีที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มกาแฟ ชาดื่มบ้างบางครั้ง ไม่เที่ยวกลางคืน ออกกำลังกายบ้างตามสมควร ไปเช็คเลือดทุกปี สองปี ยังเจออยู่ ก็ต้องพยายามกันต่อไป คงมีภูมิคุ้มกันสักวันน่า |
โดยคุณ : | aston27 ![]() |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | ผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี(HBsAg +ve) ติดต่อกันนานมากกว่าหกเดือนถือว่าเป็นพาหะเรื้อรังของไวรัสตับอักเสบบี คนไทยเรามีประเภทนี้อยู่ประมาณ 10 % ของประชากร แต่ถ้านับคนที่ติดเชื้อมาแล้ว (AntiHBc +ve) แต่ยังลูกผีลูกคน อยู่คือหายมีภูมิฯก็ไม่หาย เป็นพาหะมีเชื้อก็ไม่มี อีก 5-10% พวกนี้ต้องรอดูไปจนกว่าการต่อสู้ของร่างกายกับเชื้อไวรัสบี จะเสร็จสิ้นซึ่งบางคนไช้เวลาเป็นปี คนพวกนี้ให้วัคซีนก็ไม่ค่อยได้ผล คนที่ตรวจพบว่ามีเชื้อไวรัสบีจากการตรวจเลือดประจำปีหรือจากการบริจาคเลือดก็ตาม ควร 1. พบแพทย์เพื่อตรวจยืนยันอีกครั้งและครวจการทำงานของตับว่ามีตับอักเสบอยู่หรือไม่ อาจบอกได้ว่าเป็นชนิดเฉียบพลันหรือเรื้อรัง 2. ถ้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเป็นมาเกินหกเดีอนหรือยังก็ต้องตรวจเลือดดูเชื้อซ้ำตอน 3 และ 6 เดือน อีกสองครั้ง เพราะถ้าเพิ่งติดเชื้อมาใหม่ จะมีโอกาสหายขาดมีภูมิฯเองได้ถึง 90% 3. ถ้าตรวจเลือดพบมีตับอักเสบ (ดูการตรวจ SGOT, SGPT เกิน 38 ) ก็ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ห้ามกินเหล้า กินยาโดยไม่จำเป็น ห้ามนอนดึกออกกำลังหรือใช้แรงมาก ห้ามกินของมันจัดเพื่อว่าตับไม่ต้อง ทำงานผลิดน้ำดีมาย่อย ฯลฯ 4. คนที่เป็นพาหะเรื้อรังถ้าปล่อยให้มีตับอักเสบบ่อยๆ เป็นเวลานานๆจะทำให้เนื้อตับเสียไปทีละนิด จนสุดท้าย กลายเป็นตับแข็งโดยไม่ต้องกินเหล้า ต่อไปก็มีโอกาสเป็นมะเร็งของเนื้อตับมากกว่าคนปกติสามร้อยกว่าเท่า ดังนั้นจึงสมควรพบแพทย์เป็นระยะทุก 6-12 เดือน เพื่อดูความรุนแรงของเชื้อและดูการอักเสบของตับ 5. ตรวจเลือดดู AFP (Alpha Feto Protein) ทุกปี ซึ่งเป็นตัวที่ไวมากในการบอกว่ามีเค้าจะเป็นมะเร็งเนื้อ ตับแล้วยัง บอกได้ก่อนที่จะตรวจพบทางรังสี(Ultrasound, CT, MRI) เสียอีก 6. ทำ Ultrasound ดูเนื้อตับสักครั้งนึงก่อน ถ้าไม่ดีเช่นเริ่มมีไขมันไปเกาะที่ตับ มีการอักเสบ ก็ต้องทำซ้ำทุก 1-2 ปี ถ้าดูแลตัวเองได้ดีตับไม่มีอาการอักเสบบ่อยๆ โอกาสเป็นมะเร็งก็น้อยครับ โอกาสคนเป็นพาหะเรื้อรังที่จะหายเป็นปกติก็น้อยเช่นกัน ประมาณ 1% ต่อปี |
โดยคุณ : | ICD10 ![]() |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | น่าสงสารจังรีบไปหาหมอนะ..จะเป็นกำลังใจให้ |
โดยคุณ : | จุดๆ - [วันเข้าพรรษา 14:26:40] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | virus B น่ะติดกันได้ทาง สิ่งคัดหลั่งจากร่างกายเช่น น้ำลาย ,ของเหลวในช่องคลอดหรือนำอสุจิ คนที่เป็นโรคนี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับตับ ต้องดูแลตัวเองดีๆเพราะว่าตับน่ะเป็นทุกอย่างของร่างกาย ปล่อยGlucoseไปให้ร่างกายทำงาน เอา GlucosegdHไปเก็บสำรองตามที่ต่างๆ, เวลากินยา เมื่อยาออกฤทธิ์ต่อร่างกายแล้วยาจะไปถูกทำลายที่ตับเพราะไม่งั้นยาจะอยู่ในร่างกายนานเกิน เกิดพิษได้ ถ้าคุณดูแลตัวเองดีๆ ก้อหายห่วง ส่วนถ้าคุณแต่งงานลูกเมียคุณต้องติดคุณแน่นอน ควรให้คนใกล้ชิดของคณทุกคนฉีดวัคซีน ซะนะ .....และที่สำคัญอีกอย่าง เวลาคุณจะใช้ยาควรระวังมากๆเพราะตับของคุณอ่อนแอกว่าคนอื่น เช่นการกินยา PARACETAMOL คนอื่นเค้ากินกันทีละ 60 เม็ดถึงจะตาย คุณกินทีละ30เม็ดคุณก้อตายแล้ว ต้องระวังยาที่ไป metaboliteที่ตับ ยาที่มีผลต่อตับ (บอกหมอด้วยว่าคุรเป็น) อย่าดื่มเหล้าเด็ดขาด |
โดยคุณ : | อ้อ - [วันเข้าพรรษา 16:03:01] |
ชื่อ/email ของคุณ : รายละเอียด : |