![]() |
ช่วยผมด้วย !!! ก่นจะหมดกำลังใจ |
เนื้อความ : | ช่วยผมทีนะครับ ตอนนี้ผมมีปัญหาที่หนักอกหนักใจมากๆเลยทีเดียว จนผมไม่รู้จะหันไปหาทางออกทางไหนดี ผมมีปัญหาครอบครัวที่แก้ไม่ตกมาเป็นเวลานานแล้ว และผมก็ไม่เคยแสดงออกให้ใครทราบเลย ถึงแม้ในใจที่แท้จริงผมสามารถที่จะเผชิญ กับปัญหานี้ได้ก็ตาม แต่ผมก็คงยังอายในสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จนไม่อยากจะหันหน้าไปปรึกษา ใคร หรือแม้แต่จะระบายออกมาให้ใครฟังผมยังไม่กล้าเลย เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อประมาณต้นปี 2540 แม่ของผม รู้มาว่าพ่อได้แอบไปปันใจให้กับหญิงอื่น เป็นเหตุที่ ทำให้แม่ลำบากใจมาก ร้องไห้ทุกวัน ผมก็ได้แต่ห้ามแม่ และบอกให้พยายามทำใจ แต่พ่อผมยังทำเรื่องให้บานปลายออกไป คือ ท่านหลงผู้หญิงคนนั้นเสียจนไม่เอาการเอางานเหมือน แต่ก่อน ทำให้งานต้องเสีย ประกอบกับ ภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ทำให้สภาพบ้านของผมตอนนี้ แทบจะล้มละลายเลยก็ว่าได้ เงินที่สะสมไว้จำนวนมาก พ่อได้นำไปใช้เพื่อความสุขส่วนตัวและนำเรอ ผู้หญิงคนนั้นมากขึ้น จนเงินก็ร่อยหรอลงทุกวัน ผมพยายามที่จะบอกให้แม่หย่าขาดจากเขา เพราะผมก็ไม่อยากจะรับสภาพเช่นนี้ อีกต่อไป แต่ผมลืมข้อเท็จจริงที่ว่า พ่อผมทำงานเพียงคนเดียว แม่ไม่ได้ทำงาน และท่านก็อายุพอสมควรแล้วคงไม่สามารถจะออกไปทำงานสู้กับคนอื่นได้แน่ๆ หากแม่กับพ่อหย่ากัน แม่คงจะต้องลำบากแน่ ผมสงสารแม่มาก แม่ชำใจทุกวันเรื่อยมา จนเป็นเวลาปีกว่าแล้ว แม่ทำใจได้มาก แต่พ่อกลับมาคอยซ้ำเติมแม่อยู่เสมอ มองเห็นแม่ไม่ใช่เมียอีกต่อไป แม่ก็พูดปนร้องไห้ตลอดมา ผมเองฟังแล้วบางครั้งเครียดมาก ไม่รู้จะทำยังไงดี คิดไม่ออก ก็คอยแต่พรำาบอกให้แม่อดทนไว้ก่อนรอให้เรียนจบ แล้วผมจะดูแลแม่เอง เพราะถ้าจะให้ผมทำตอนนี้ ผมคงทำไม่ได้ ผมไม่ใช่คนที่เข้มแข็งพอ ที่จะมา แบกรับเรื่องอะไรที่มันหนักขนาดนี้ บางทีผมก็ยังเคยน้อยใจ แอบร้องไห้คนเดียวก็มี ไม่รู้จะทำอย่างไร เวลาที่แม่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรผมก็ต้องคอยคิดมากไปด้วย.... จนเหตุการณ์ในวันนี้ก็เกิดขึ้นอีก แม่พยายามพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับพ่อและผู้หญิงคนนั้น ผมยอมรับว่าวันนี้เครียดจากการเรียนมาก ทำให้หงุดหงิดไปบ้าง เลยพูดไม่ดีออกไป คือ ไปหา ว่าแม่ชอบพูดถึง บ่นถึงอยู่ได้ ทำให้แม่เสียใจและร้องไห้ กลับกลายมาเป็นหาว่า ผมไม่เคยเห็นแม่อยู่ในสายตา กลับไปเข้าข้างพ่อ..... ผมเลยมีปากเสียงกับแม่เล็กน้อย แต่แม่เสียใจมากและโกรธผมไป ผมไม่รู้แล้วว่าจะต้องทำยังไง ผมไม่เคยเข้าข้างพ่อเลยแม้แต่น้อย ทำไมทุกเรื่องมันจะต้องมา เกิดขึ้นกับชีวิตที่เคยอบอุ่น มีความสุข สุขสบายอย่างผมด้วย ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ถูกแล้ว!!!! ผมอยากหนีไปไกลๆ ให้พ้นจากปัญหานี้ บางทีถ้าพ้นโลกน ด้วยก็อาจจะดี ผมทนไม่ไหวแล้ว ช่วยผมด้วยเถอะครับ ผมต้องการใครก็ได้สักคนช่วยแก้ ปัญหา ให้ผมหน่อย ผมจะหมดแรงสู้แล้วครับ : ( ขอโทษด้วยนะครับที่อาจจะอ่านแล้ววกวน หรืองง เพราะผมไม่ได้เรียบเรียงก่อน ผมเขียนจากความรู้สึกตอนนี้ หวังว่าคงให้อภัย และโปรดให้คำแนะนำแก่ผมด้วยผมไม่รู้ จะหันหน้าไปทางไหนแล้ว.............................. |
จากคุณ : | MrB - [15 ก.ค. 2541 22:09:07] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | ใจเย็นนิดนะ ตอนนี้คุณเรียนอีกกี่ปีจะจบล่ะ เอ้อ.....อึ้งเหมือนกัน อยากคุยกันไหม ICQ 14585005 สะดวกกว่าน่ะ |
โดยคุณ : | DOT - [15 ก.ค. 2541 22:16:39] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องหนัก แต่ท่านต้องคิดให้ได้ก่อนว่า จงเป็นที่พึ่งทางใจของแม่ซึ่งกำลังมีปัญหาทางใจหนักหน่วง มิใช่ซ้ำเติมท่าน ทางที่ดีของท่านคือ ลูกต้องตั้งใจเรียนหนังสือให้มากกว่าเดิม คิดเสียว่าปํญหาเรื่องเงินนี้ จะช่วยได้ต่อเมื่อเราเรียนจบเท่านั้น หมั่นเก็บออมเงินที่พ่อจ่ายให้เท่าที่จะทำได้ หรือหากหนักหนานัก ก็หางานพิเศษทำเพื่อผ่อนคลายความเดือดร้อนทางการเงินของตัวท่าน และต้องควบคุมให้มีสมาธิอยู่กับการศึกษาเท่านั้น นั่นคือ หน้าที่ของผู้เป็นลูกที่ดี เมินปํญหาในบ้านไปเสียบ้าง ก่อนจะเป็นโรคประสาท คิดเสียว่า เรื่องเมียน้อยของพ่อเป็นปัญหาส่วนตัวของพ่อกับแม่ ที่ท่านซึ่งเป็นลูกควรมองห่างๆจะดีกว่า และคอยปลอบใจแม่ให้อดทนและค่อยๆมองหาทางแก้ไข ส่วนการที่พ่อผลาญเงินให้เมียบำเรอ ก็คงเพียงเตือนแม่ว่า พ่อใช้เงินซื้อสิ่งใดให้กับเมียบำเรอ แม่มีสิทธิ์จะฟ้องเรียกเงินสินสมรมได้ครึ่งหนึ่งทุกครั้งที่พ่อจ่ายไป พ่อก็มีอายุมากแล้ว อีกไม่นานนกอาวุโสก็กลับมาตายรังแน่ ถึงแม้นกจะบินจากไป ก็อย่านึกเสียดายความสุขในอดีตอีกเลย ควรปลอบใจแม่ให้มาก เก็บเงินทองให้มิดชิดที่สุด เพื่ออนาคตของท่านกับแม่ |
โดยคุณ : | arbel ![]() |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | คุณใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ... คุณเป็นลูกคนเดียวหรือคะ... ปัญหาแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใครหรอกค่ะ ตอนนี้ก็ปล่อยให้เรื่องมันดำเนินไปก่อน...แล้วเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้นเองนะคะ... คุณแม่คุณ ก็จะเริ่มทำใจได้... เคยคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวระหว่างพ่อ..แม่..ลูกบ้างมั๊ยคะ เคยถามคุณพ่อหรือเปล่าว่าทำไมถึงทำแบบนี้... ท่านมีเหตุผลอะไร... แล้วท่านจะให้ลูกกับเมียของท่าน อยู่อย่างไรต่อไป... เราต้องพยายามหาเหตุผลให้ทั้งสองฝ่าย... ดูที่แม่ของเราด้วย..มีข้อบกพร่องอะไร หรือเปล่า... เราเป็นคนกลางพยายามคิดให้เป็นกลางเข้าไว้ แล้วค่อยตัดสินว่าใครผิดใครถูก... เรื่องแบบนี้มันต้องใช้สมาธิมากกก เลยค่ะ... หาเหตุ..หาผล แล้วถ้าทำอะไรไม่ได้..ก็ค่อย ๆ ปล่อยให้เวลามันช่วยนะคะ...ทุกคนจะเริ่มยอมสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ แล้วจะรู้สึกว่าดีขึ้น.... ดิฉันก็เคยเจอปัญหาโลกแตกแบบนี้เหมือนกันค่ะ...แต่พอเวลาผ่านไป เราจะดีขึ้นเยอะ.... ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนนะคะคุณ...ท่องเอาไว้... อย่าปักใจกับสิ่งใด ในโลกมากนัก.... ช่วงนี้ถ้าทำอะไรไม่ได้ให้คุณแม่ทำใจก่อนนะคะ... พาท่านเข้าวัด..หาหนังสือธรรมให้ท่านอ่าน แล้วก็ลองคุยกับคุณพ่อดูนะคะ... ใจเย็นๆ นะคะ คุณ... ทุกเรื่องมันย่อมมีทางออก.. จะช่วยเป็นกำลังใจให้ค่ะ |
โดยคุณ : | A - [16 ก.ค. 2541 11:41:49] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | ทุกคนพูดไว้ดีแล้วครับ ตั้งใจต่อสู้ต่อไป อย่าเพิ่งท้อ ปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ครับ ผมจะคอยเอาใจช่วย... |
โดยคุณ : | หมองู ![]() |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | ปัญหาของคุณเป็นปัญหาเดียวกับคนอีกหลายคนครอบครัวอีกนับไม่ถ้วนในประเทศนี้ ต่างประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับคุณ กรณีนี้การตัดสินว่าใครผิดใครถูกเป็นเรื่องยาก ทุกคนที่แสดงพฤติกรรมต่างๆออกมาต่างก็มีสาเหตุ มีเหตุผลของตน คุณเองไม่อยู่ในฐานะที่จะตัดสินว่าการกระทำของคุณพ่อ "ผิด"เพราะคุณมองจากมุมของคุณแม่คุณ ยังไม่เคยไปยืนมองปัญหาจากมุมของคุณพ่อ.. ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ ให้กำลังใจกับคุณแม่คุณ แต่อย่าตั้งป้อมเป็นศัตรูกับคุณพ่อ พยายามทำความเข้าใจทั้งสองฝ่าย ...ฟังดูเหมือนยาก แต่หลายครอบครัวทำได้ จะกันเด็กๆออกจากปัญหาของผู้ใหญ่ ในเมื่อคุณอยู่ในสภาพต้องรับรู้ปัญหาของแม่ที่ขาดกำลังใจ คุณก็ต้องเป็นผู้ให้กำลังใจ ด้วยการรับฟัง รับรู้ปัญหา และพยายามช่วยหาทางออกถ้าเป็นไปได้ แต่อย่าไปแบกรับปัญหานั้นเสียเอง เพราะคุณยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ... ทำหน้าที่ของลูกให้ดี เตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับอนาคต เรียกร้องให้พ่อทำหน้าที่ของพ่อ...คือดูแลเศรษฐกิจในครอบครัว สำหรับแม่ ผมได้แค่แนะนำให้ใจเย็นๆ ทำบ้าน บรรยากาศในบ้านให้เย็นน่าอยู่ต้องทำใจรับสภาพให้ได้ก่อนอันดับแรก การรับสภาพไม่ใช่การยอมแพ้แต่การพยายามเอาชนะนั้นมีแต่ทางแพ้แน่นอน......นกชราย่อมกลับมาตายรังอย่างเขาว่า แต่ต้องใช้เวลาและความเข้าอกเข้าใจอย่างมาก .............. คำว่าน้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ หมายความว่าอย่าพยายามไปฝีนกระแส พยายามไปต่อสู้ไปเปลี่ยนแปลงอะไร เมื่อสถานการณ์ไม่อำนวย เราจะเป็นฝ่ายพังทลายเปล่าๆ ทุกสิ่งย่อมเป็นอนิจจัง เปลี่ยนแปลงไปไม่คงที่ เหมือนครอบครัวที่เคยอบอุ่นของคุณก็ยังเปลี่ยนไป แล้ววันหนึ่งสภาพที่คุณเผชิญอยู่นี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน ถึงเวลานั้น คุณจะได้เรียนรู้อะไรขึ้นมาอีกมาก และจะซาบซึ้งคำว่า สรรพสิ่งเป็นอนิจจัง |
โดยคุณ : | หลวงตา - [16 ก.ค. 2541 14:21:09] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | คุณอย่าพยายามให้แม่คุณอยู่คนเดียวจะคิดมาก พยายามหาอะไรให้ทำ ถ้าอยู่ในกรุงเทพ พาแม่คุณไปเรียนเกี่ยวกับอาชีพซิครับ ที่เปิดสอนในฟรี เช่นทำขนมปัง หรือ ช่างเสริมสวย ถ้าอายุไม่มากพอที่จะสู้ไหว |
โดยคุณ : | เด็กข้างโรงบาล - [16 ก.ค. 2541 14:31:21] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | ข้อสำคัญเวลานี้ ควรจะต้องหางานพิเศษทำ เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวเราเอง ต้องพึ่งตัวเองให้มากที่สุด และคอยให้กำลังใจแม่ อย่าให้ท่านคิดมาก พยายามพาท่านไปฟังพระเทศน์ เข้าวัด ทำบุญ ตามกำลังที่เรามี และให้ท่านไปออกกำลังกายตอนเช้า ไม่ว่าจะเป็นการเดิน หรือว่าไปเข้าเป็นสมาชิกอะไรก็ได้ เพื่อให้เวลาหมดไปวันๆหนึ่ง โดยไม่ต้องคิดมาก เช่น ไปหัดทำขนม, ตัดเสื้อ. ทำผม (ที่สารพัดช่าง) พอเป็นแล้ว อีกหน่อย คุณแม่ก็สามารถนำความรู้นี้ ไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ทำขนมขาย รับตัดเสื้อผ้า เปิดร้านทำผม ส่วนตัวคุณเอง ถ้าหางานพิเศษได้ ก็จะมีรายได้อีกทางหนึ่ง น้าจะเป็นกำลังใจให้นะคะ ถ้ายังมีปัญหาอีก ก็เมล์มาคุยกันได้ ปล. ลูกสาวของน้า ก็เล่นคอมฯ ในพันธ์ทิพย์เหมือนกัน |
โดยคุณ : | คุณแม่ ลูก 4 - [16 ก.ค. 2541 15:23:35] |
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : | มาให้ที่อยู่จ๊ะ |
โดยคุณ : | คุณแม่ ลูก 4/fort@thaimail.com - [16 ก.ค. 2541 15:46:40] |
ชื่อ/email ของคุณ : รายละเอียด : |