การดื่มนมเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
เนื้อความ : ได้อ่านหนังสือของนายแพทย์บรรจบ บอกว่าการที่เราหันมาดื่มนมวัวกันนั้น ผิด นมวัวเหมาะกับวัว ไม่เหมาะกับคน แคลเซียมที่หวังจะได้จากนมก็แสนจะน้อยนิด เมื่อเทียบกับผัก ผลไม้ กุ้งแห้ง ปลาร้า และอาหาร ไทยๆ อีกทั้งอัตราส่วนแคลเซียมกับโปตัสเซียม ในนมวัวก็ไม่เหมาะที่คนจะบริโภค ใครดื่มบ่อยๆ โดยหวังพึ่งแคลเซียมในนมวัวอย่างเดียว จะพาลกระดูกผุเอาง่ายๆ ผมตั้งข้อสังเกตุตรงนี้ว่าหากข้อเขียนของหมอ บรรจบเป็นจริง การที่สังคมหันมารณรงค์ให้คน ดื่มนมก็ผิดทั้งเพ ถ้ามองแง่ร้ายนี่เป็นแผนของนายทุน ค้านมหรือเปล่า และรัฐบาลหลงผิดรู้ไม่เท่าทันเล่ห์กล ผมขอความเห็นจากผู้รู้ทั้งหลายด้วยครับ
sunny - [5 มิ.ย. 2541 11:55:01]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : เราก็ไม่ได้กินนมอย่างเดียวเมื่อไร การได้สารอาหาร ประเด็นอยู่ที่ ความครบถ้วนและเพียงพอครับ
sombat-t@medlib2.kku.ac.th - [5 มิ.ย. 2541 12:27:25]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : ผมดูรายการ ชีวจิต ของคุณดำรง ทำให้ผมเลิกดื่มนมเลยครับ แต่ส่วนหนึ่งนมแพงขึ้นด้วยครับ แต่ผมยังกินนมเปรี้ยวอยู่ครับท่าจะยังมีประโยชน์ดีอยู่
noname - [5 มิ.ย. 2541 12:27:53]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : ไม่อยากเชื่อเลย เรียนโภชนาการมา อาจารย์บอกว่า แคลเซี่ยมที่ได้จากนมสัตว์ ร่างกายคนเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้มากกว่าแคลเซี่ยมที่ได้จากพืชผัก อย่างนี้แสดงว่า อาจารย์เรา สอนผิดเหรอเนี่ย เชื่อใครดี ''
('') - [5 มิ.ย. 2541 12:38:43]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : อ้าว....เหรอ??? แล้วที่คนญี่ปุ่นที่แต่ก่อนคนไทยเรียกว่าไอ้ยุ่น ตอนนี้ตัวโตกว่าคนไทยแล้วน่ะ ไม่ใช่เพราะเขาดื่มนมเหรอจ๊ะ
Po - [5 มิ.ย. 2541 13:00:53]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : เคยอ่านเจอมาเหมือนกันว่ากินนมจากสัตว์แล้วไม่ดี เดี๋ยวนี้เลยเปลี่ยนมากินนมถั่วเหลืองแทนค่ะ
งอแง - [5 มิ.ย. 2541 13:21:45]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : แง้ๆๆ ใครบอกอ๊ะ Panda ตอน ป.ตรี ก็เรียนมาทาง Food Science (วิทยาศาสตร์การอาหาร ไม่ใช่โภชนาการนะคะ แต่ก็พอทอดไข่เป็น) ตอนนี้เรียนโท Dairy Science เอก Dairy Manufacturing อยู่ที่ South Dakota State University - USA Dairy Science ด้าน Manufacturing เนี๊ยะเรียนเกี่ยวกับนมและผลิตภัณฑ์นมค่ะ ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมหน่อยหล่ะกันนะคะ เออ.. อาจจะออกวิชาการซักหน่อย ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจส่งจดหมายมาถามเพิ่มเติมได้นะคะ paula@mail.com
=======
ไม่ได้ดูรายการที่คุณบอกมานะคะ แต่คาดว่าจะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบน้ำนมวัวกับนมมารดา แน่นอนค่ะ นมมารดาย่อมเหมาะกับเด็กทารกที่สุด จุดเด่นก็คือมีสารที่เรียกว่า immunogloburin - lactoferin ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิต้านทานในเด็กที่วัวจะไม่มีค่ะ แต่... คุณจะหานมคนดื่มได้ที่ไหน คงจะมีแต่เด็กๆเท่านั้นที่มีโอกาสได้ดื่มนะคะ (อิๆ)
มาเปรียบเทียบนมวัวกับนมคน ข้อแตกต่างก็คือ
1. ด้าน Calcium ในนมวัวจะมีส่วนที่เป็นเถ้า (เรียกว่า mineral หรือเกลือแร่นั่นเอง) สูงกว่าในนมคน คือในนมคนจะมีอยู่ 0.21% แต่นมวัวมี 0.71% ทำให้ปริมาณ แร่ธาติ Phosphate ในนมวัวสูงไปด้วยค่ะ เมื่อมี Phosphate สูงก็จะเกิดการรวมตัวของ Phosphate กับ Calcium เป็น Calcium Phosphate ซึ่งเป็น Calcium ในรูปที่ร่างกายเอามาใช้ไม่ได้ แต่ Calcium ในนมส่วนใหญ่ก็เป็นแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมมาใช้ได้นะคะ และนมก็เป็นอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงมากด้วย เพราะฉะนั้นทานนม(วัว)แล้วช่วยให้ร่างการได้รับแคลเซี่ยมมากขึ้นจริงๆค่ะ เดี๋ยวนี้นมสดก็มีการเติมวิตตามิน D เข้าไปด้วย ซึ่งช่วยในการดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นค่ะ ไม่เถียงนะคะว่าแคลเซียมจากแหล่งอื่นๆก็มีอีกมาก เช่นพวกปลากรอบ แนะนำให้ทานนะค่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป เพราะร่างกายจะสูญเสียแคลเซียมมากจากการมีบุตรและการให้นม ทำให้กระดูกผุนะคะ (เพราะฉะนั้นก็ทานเถอะ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เป็นแหล่งของแคลเซียมนะ)
2. ชนิดของโปรตีนเวย์ (Whey Protein) คิดว่าหลายคนคงไม่ทราบว่าเวย์ (Whey) คืออะไร มันก็คือส่วนของนมที่เหลืออยู่หลังจากตกตะกอน casein หรือโปรตีนหลักในนมออกไปแล้วนะคะเรียกง่ายๆก็เป็นส่วนที่เหลืออยู่หลังจากการทำเนยแข็ง (เนยแข็งก็คือก้อนโปรตีนนั่นเอง) โดยในนมคนจะมีปริมาณ alfa-lactalbumin มากกว่า beta-lactogloburin ต่างจากในนมวัวแค่นั้นเอง ที่สำคัญในจุดนี้คือ มี Immune globulins สูง ซึ่งช่วยในการสร้างภูมิต้านทานในเด็กดังที่ได้กล่าวข้างต้นค่ะ อย่างไรก็ตาม ในอาหารนมสูตรสำหรับเด็ก จะมีการปรับปริมาณขององค์ประกอบหล่านี้ วิธีการคงไม่พูดถึงนะคะ แต่ผลที่ออกมาก็จะเป็นเหมือนนมมารดาค่ะ แต่ถ้าคุณสำหรับคุณ(ไม่ใช่เด็กทารก) ก็ไม่ต้องกลัวในส่วนนี้นะคะ (พวกนี้จะมีส่วนสำคัญในการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมด้านเนื้อสัมผัสของผลิตภัฑณ์ซะมากกว่าคุณค่าทางอาหารค่ะ)
3. ชนิดของกรดไขมัน ในนมคนจะมี short chain fatty acid น้อยมาก เกือบจะไม่มีค่ะ แต่ในนมวัวจะมีบ้าง ก็ไม่สูง นมคนจะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงกว่าในนมวัวมาก การมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในนมได้ง่าย อาจทำให้เกิดการ ออกซิไดส์ ที่น่ากลัวคือเกิด radical ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้ค่ะ (ไม่ต้องกลัวนะ โอกาสมันน้อยมาก เพียงแต่อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง) ดังนั้นนมคนจึงน่าจะ อตร.กว่าในจุดนี้ แต่ไม่หรอกค่ะ เพราะวิธีการให้นมเด็กก็คือให้จากอกแม่เลย (อบอุ่นจัง) ดังนั้นไม่มีเวลาพอที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง (อันไม่พึงประสงค์) ในนมหรอกค่ะ สำหรับการมีกรดไขมันอิ่มตัวมากก็ทำให้ไขมันแข็ง เป็นผลต่อเนื้อสัมผัสของนมค่ะ ทำให้รู้สึกข้นกว่านะ
4. ปริมาณไขมัน ในนมคนมีไขมัน 3.75% และนมวัวมีไขมัน 4.14% โดยเฉลี่ยค่ะ (ค่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงฤดูของปี) ไขมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียคือมันทำให้อ้วน (รู้ๆกันอยู่) แต่ในขั้นตอนการผลิตนม จะต้องเอาไขมันในนมออกให้ได้มาตรฐานนะคะ ปกติแล้วนมที่ผลิตกันมากที่สุดในอเมริกาจะมีไขมัน 2% เท่านั้น โดยส่วนตัว เคยฝึกงานที่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือไทยเดนมาร์ค นั่นเอง เขาจะทำ นมพาสเจอไรสโดยนมจืดจะมีไขมัน 3.8-4.0 นมหวาน 3.4-3.6 นมช็อกโกแลต 2.3-2.5 นมสตอร์เบอรี่ 3.4-3.6 ค่ะ ถ้ากลัวอ้วนก็ควรจะทานนมเปรี้ยวที่มีไขมันต่ำนะคะ อ้อเกือบลืม ข้อดีของไขมันก็คือ อร่อย (อิๆ) จะให้ความข้น มัน ของนมค่ะ ถ้าทานนมพร่องไขมันเปรียบเทียบกับนมทั่วไปจะรู้สึกได้เลย
====
ในประเทศไทยมีเกษตรกรโคนมอยู่มากมายนะคะ ดังนั้นการดื่มนมก็เป็นการช่วยส่งเสริมเกษตรกรของเราอีกอย่างนึง นมมีคุณค่าต่อร่างกายมากค่ะ เท่าที่เรียนมายังไม่มีอาจารย์คนไหนเลยที่สอนว่านมไม่ดี (ด้าน food sci นะ ด้าน dairy คงไม่มีใครมาพูดแน่นอน) แพนด้าเป็นเด็กดี เชื่ออาจารย์ค่ะ
ถ้าใครยังสงสัยเรื่องไหนอีก ลองถามมานะคะ ถ้าอธิบายได้จะอธิบาย ถ้าไม่ได้ เดี๋ยวไปถามอาจารย์ให้ เรื่องโยเกริตร์ หรือ นมถั่วเหลืองก็ได้ กำลังทำวิจัยอยู่พอดี
วันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง? :)
แพนด้า - [5 มิ.ย. 2541 14:09:15]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : นมจากสัตว์อย่างเช่นนมวัว มีไขมัน โดยเฉพาะไขมันประเภทอิ่มตัว อยู่ค่อนข้างสูงนะครับ โอ เค เราอาจจะได้แร่ธาตุและสารอาหารอื่นๆ หลายอย่างจากนมวัว แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วอย่างหลายๆ ท่าน (ผู้ชายที่อายุเกินกว่า 22-25 ปี, ผู้หญิงที่อายุเกินกว่า 20 ปี) สารอาหารหลายอย่าง โดยเฉพาะพวกไขมัน โปรตีน ร่างกายจะนำไปใช้ไม่หมดนะครับ เพราะร่างกายหยุดเจริญเติบโต ก็จะถูกนำไปใช้เพียงแค่ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเท่านั้นเอง พอใช้ไม่หมด ก็มีโอกาสที่จะสะสม หรือตกค้างอยู่ภายในร่างกาย กลายเป็นส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการก็มี หรือแปรสภาพเป็นสารที่อาจเป็นโทษต่อร่างกายก็มี ไม่เหมือนกับเด็กๆ ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงช่วงวัยรุ่น ซึ่งควรสนับสนุนให้ดื่มนมเป็นประจำ เพราะว่าดื่มเข้าไปเท่าไหร่ ร่างกายก็สามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้หมดเลย จึงไม่ค่อยเหลือออกมาเป็นส่วนเกินของร่างกาย
โดยสรุปแล้ว ถ้าคุณๆ มีอายุเข้าข่ายผู้ใหญ่ สนับสนุนให้ดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ แทนนมวัวครับ อย่างพวกนมถั่วเหลืองแบบคุณงอแง หรือน้ำผลไม้สด ต่างๆ ก็มีคุณค่าไม่แพ้นมวัวหรอกครับ
Mr. หวัง (Mr. หวัง) - [5 มิ.ย. 2541 14:53:14]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : คุณแพนด้าขา รายการดังกล่าว เป็นเรื่องเกี่ยวกับ อาหารชีวจิตนะคะ ซึ่ง เค้าห้ามดื่มนม เพราะว่า เชื่อว่าร่างกายคนไม่มีน้ำย่อยย่อยนมนะคะ จะทำให้ท้องเสีย ประมาณนั้น แต่เท่าที่เคยรู้ ถ้าเรากินนมเป็นประจำ ร่างกายจะสามารถ สร้างน้ำย่อยที่ย่อยนมนี่ขึ้นมาได้ ไม่ใช่เหรอคะ จากที่ว่า ดื่มนมแล้วไม่ดีแบบนั้น ทำให้ ชีวจิต บอกให้หันมารับแคลเซียมจากพืชผักแทนค่ะ นอกจากไม่ให้ดื่มนมวัวแล้ว ก็ยังห้ามทานพวก แป้งขาว ข้าวขาว น้ำตาลทรายขาว และอะไรที่ขาว ๆ ที่ผ่านการขัดสีมาแล้ว พวกนั้นน่ะค่ะ เนื้อสัตว์ห้ามทาน ทานได้แต่ปลา และยังมีปลีกย่อยอีก ฟังแล้วงง ๆ ใครรู้จริง ๆ ช่วยมาบอกหน่อยเถอะนะคะ
'' ('') - [5 มิ.ย. 2541 17:16:44]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : คุณแพนด้าให้ข้อมูลจากการศึกษามาละเอียดทีเดียวครับ พอดีผมกำลังอ่านหนังสือของหมอบรรจบอยู่ ขออนุญาตสรุปมาบางตอนดังนี้ครับ
1. โปรตีนในนมชื่อ เคซีน เป็นโปรตีนย่อยยาก ดูดซึมยาก ชาวเอเชียร้อยละแปดสิบแพ้โปรตีนจากนม กินแล้วท้องเสีย แถมโปรตีนเหล่านี้จะไปจับอุดตัน ตามท่อทางเดินต่างๆของร่างกาย ถ้าอยากรู้ว่าโปรตีน ในนมเหนียวหนับขนาดไหน เขาเล่ากันว่าแม่บ้านยุโรป แต่โบราณ ต้องการทำกาวในบ้านเธอจะใช้นมเคี่ยวให้ข้น จนเหนียวหนับ ใช้ทำกาวติดผนัง กาวติดรองเท้าบู้ท จึงพบกันว่าคนที่ดื่มนมมักมีความเสี่ยงต่อโรคนิ่วในถุง น้ำดี เป็นสิว เป็นซิสต์ตามใต้ผิวหนัง และลามไปจนถึง ต่อมเต้านม จนกลายเป็นมะเร็งเต้านมในที่สุด ปัจจุบันมีการรวบรวมพบว่า มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งลำไส้ใหญ่สัมพันธ์กับการ ดื่มนม และคนไทยก็กำลังเป็นมะเร็งเต้านมกับมะเร็ง ลำไส้ใหญ่กันมาก พร้อมกับอัตราการบริโภคนมที่เพิ่มขึ้น เท่าตัวในรอบยี่สิบปี
2 . เรื่องแคลเซียม ในนมวัวมี 118 มก.ต่อ 100 กรัม ถ้าเป็นนมผสมแคลเซียมแบบที่โหมโฆษณากันอยู่ มี 160 มก. ในขณะที่ถั่วเหลืองมี 245 ผักกระเฉดมี 387 มะขามฝักสดมี 429 งาดำคั่วมี 1452 กุ้งแห้งตัว เล็กมี 2305 ประเด็นนี้ชี้ชัดถึงกลลวงการโฆษณาครับ
3 . ปริมาณไขมันในนม ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูง ไขมันอิ่มตัวเป็น ตัวการอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง และหัวใจ ส่วน ไขมันตัวอื่นที่น่าจะมีประโยชน์กลับไม่มีประโยชน์เพราะ ทุกวันนี้ร่างกายได้รับไขมันจากทางอื่นจนอยู่ในสภาวะ ล้นเกินอยู่แล้ว
4 . การโหมให้คนหันมาดื่มนมเป็นผลผลิตจากการศึกษา แบบแยกส่วน ไม่ได้มองภาพรวมว่าในชีวิตประจำวัน ของเราก็ได้รับสารอาหารจากทางอื่นพอเพียงอยู่แล้ว ประการสำคัญ การดื่มนมเป็นอารยธรรมของตะวันตก และเราก็รับการศึกษามาจากตะวันตก ในขณะที่ อารยธรรมตะวันออกของเราเป็นอารยธรรมบริโภค พืชผัก
5 . ความคิดไม่สนับสนุนการดื่มนมมีอยู่ในแนวคิดสุขภาพ ของตะวันออกอันมีนามว่าแมคโครไบโอติกส์มานานแล้ว โดยมิชิโอ คูชิ (คนนี้ใครก็ไม่รู้) กล่าวไว้ว่า อาหารเนื้อ สัตว์และนมเนย เป็นอาหารธาตุหยางอย่างแรง มันส่ง ผลให้มนุษย์ระเบิดกำลังอันก้าวร้าวรุนแรงออกมา พลังหยางอันป่าเถื่อนนี้เองที่ทำให้อนารยธรรมในยุโรป เข้ารุกทำลายวัฒนธรรมกรีก โรมัน อันเป็นวัฒนธรรม หยิน ที่กินผัก ผลไม้ และธัญพืช ในอเมริกาวัฒนธรรม นมเนย ได้บุกพิชิตวัฒนธรรมข้าวฟ่างของอินเดียนแดง แมคโครไบโอติคส์กล่าวว่า เคซีนที่เป็นโปรตีนในนมเนย ดูดซึมยากมาก มันจะเกาะตัวเคลือบอยู่ในสภาพที่ย่อย ไม่ได้ตามผนังกระเพาะลำไส้ แล้วบูดเน่ากลายเป็นสาร พิษที่ทำให้ระบบย่อยอาหารรวมทั้งตับอ่อน น้ำดีเสื่อมลง เกิดเป็นมูกเมือกไปทั่ว ขอโทษครับยาวไปหน่อย
sunny - [5 มิ.ย. 2541 18:25:10]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : การย่อยนมไม่ได้ไม่ได้เกิดมาจาก เคซีนนะคะ และเคซีนก็ไม่ใช่โปรตีนที่ย่อยยากด้วย อาหารพวกโปรตีนจากเนื้อ หรืออื่นๆ จะย่อยยากกว่านะคะเพราะมี connective tissue ด้วย ...เออ ถ้าย่อยยาก ทารกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนะคงจะเก่งน่าดูเลยที่ใช้นมเป็นอาหารหลักช่วงที่เพิ่งเกิดนะคะ
การที่ทานนมแล้วท้องเสียเนื่องจากร่างการขาด Enzyme (เอนไซม์) ที่ชื่อว่า Lactase ค่ะ เป็น Enzyme ย่อยน้ำตาลแลคโตส (lactose ในนม ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ที่ประกอบด้วย กาแลคโตส และ กลูโคส ค่ะ โดยปกติคนเราจะเกิดมาพร้อมกับ Enzyme ชนิดนี้ เพราะช่วงทารกเราดื่มนมค่ะ แต่เมื่อไม่ได้ดื่มนมนานๆ ร่างกายก็จะหยุดผลิต Enzyme นี้ออกมา พอกลับมาดื่มนมใหม่ ก็จะไม่มีอะไรมาย่อย Lactose เป็น Galactose & Glucose ดังนั้นน้ำตาล lactose ก็จะผ่านเข้าไปสู่ลำไส้ใหญ่ และแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ของเราก็จะใช้ lactose ค่ะ เกิด fermentation ขึ้น ผลที่ได้ก็คือจะมีแก๊ส และเกิดความเป็นกรดขึ้นทำให้สำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำน้อยลง ก็ท้องเสียค่ะ แต่ถ้ากลับมาทานนมโดยค่อยๆทาน ร่างกายจะปรับตัว และสร้าง lactase ขึ้นมาใหม่ได้ค่ะ ทีนี้ก็จะดื่มนมได้โดยไม่ท้องเสียแล้ว
คนอินเดียทานนมเป็นวัฒนธรรมเดิมของเขาอยู่แล้วค่ะ นมส่วนใหญ่เป็นนมควายนะคะ (ควายพันธุ์เดียวกับบ้านเรานี่หล่ะ) พวกเขามีประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้เกี่ยวกับการบริโภคนมมายาวนานก่อนที่ชาวตะวันตกจะเข้าไปซะอีก ที่อินเดียมีพวกเนยแข็งและโยเกริตร์ที่เป็นอาหารพื้นเมืองหลายอย่างเลยค่ะ
อืม ขอให้ข้อมูลอย่างเดียวดีกว่า ทานอะไรก็ได้ที่ทานแล้วคุณรู้สึกจิตใจสบายนะคะ ออกกำลังกายด้วยจะได้ไม่เป็นโรคอ้วน ทานอาหารให้ครบทุกหมู่นะคะ เท่านี้หล่ะคะ
แพนด้า - [5 มิ.ย. 2541 19:01:34]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : อ๊ะ อีกอย่างเรื่องโปรตีน การให้ความร้อนกับโปรตีน จะทำให้โปรตีนเสียรูป เรียกว่า denature นะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นคือโปรตีนจะตกตะกอน เหมือนกับการทำโยเกิร์ตนั้นหล่ะคะ การเคี่ยวเป็นการทำให้ความเข้มข้นเพิ่มขึ้นโดยไล่น้ำออก แต่ไม่คิดว่ามันจะเหนียวขนาดนั้นนะคะ การที่มันเหนียวก็เป็นเพราะน้ำตาลซะมากกว่า เหมือนกับการเคี่ยวน้ำตาลปีปนี่หล่ะค่ะ มันเหนียวเพราะน้ำตาลนะ ไม่ใช่โปรตีน แต่ในร่างกายของเรามันคงไม่ทำให้นมเหนียวข้นขนาดนั้นหรอกค่ะ
แพนด้า - [5 มิ.ย. 2541 19:10:03]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : อ่านอีกทีก็อยากจะเติมอีกที แง้ๆ แคลเซียมในนมเป็นแคลเซียมที่ส่วนใหญ่ร่างกายจะเอาไปใช้ได้นะคะอย่าลืม :) อีกอย่าง ไขมันอะไรค่ะที่คุณบอกว่าน่าจะมีประโยชน์ แต่กลับไม่มีในนมวัว เออ.. อันนี้อยากทราบค่ะ :) เผื่ออีกหน่อยจะทำวิจัย นมที่มีไขมันที่เป็นประโยชน์ นะคะ น่าสน ขอบคุณมากค่ะ
แพนด้า - [5 มิ.ย. 2541 19:19:46]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : อ๊ะ เบิ้ลอีกทีนะคะ เพิ่งเห็นข้อความของคุณ ( " ) อืม.. ไม่รู้จักชีวจิต ค่ะ แต่ถ้าเป็นความเชื่ออย่างนึง งั๊นก็ ไม่ยุ่งด้วยแล้วดีกว่า บ๊ายบายค่ะ :) คุณพ่อสอนว่าอย่าไปคิดเปลี่ยนความเชื่อของคนอื่น อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ ทานอะไรก็ได้ที่ทำให้ใจเราสบายนะคะ ถ้าอยากได้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ แนะนำปลาทะเลค่ะเพราะ connective tissue ไม่มาก ย่อยง่าย (แต่ก็แพ้นมตามที่เรียนมานะคะ) แต่ปลาน้ำจืดจะมีพยาธิเยอะ อย่าทานคอหมูเพราะเป็นบริเวณที่ฉีดยา อาจจะมี antibiotic อยู่สูง ไก่ก็เป็นสัตว์ที่ได้รับยาสูงมาก อตร. เนื้อดีค่ะ ไม่ค่อยมียา แต่ย่อยยากมากโดยเฉพาะเนื้อที่ขายทั่วๆไปตามตลาดบ้านเราเพราะไม่ได้ผ่านขั้นตอนการ ageing ซะก่อน หอยก็ไม่ดีค่ะ มีพยาธิเยอะมาก กุ้งก็สูญเสียคุณค่าทางโปรตีนเร็วเหลือเกิน ต้องเป็นกุ้งแช่แข็งที่ทำทันทีหลังจากจับขึ้นมาค่ะ โปรตีนจากถั่วเหลืองไม่เหมือนโปรตีนจากเนื้อ แต่ถ้าทานเจก็ดีค่ะ จะได้ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนะ สาธุ อ้ออย่าเครียดมากด้วยนะคะ เดี๋ยวเป็นโรคหัวใจกับมะเร็งนะ ออกไปข้างนนอกก็ระวังแดด มะเร็งผิวหนังจะถามหา เดินๆริมถนนก็ระวังเชื้อโรคนะคะ คนไทยกว่า 90% ได้รับมีเชื้อ TB (วัณโรคปอด) จากอากาศแล้วทั้งนั้น แต่เพราะร่างกายแข็งแรง จึงไม่เกิดอาการขึ้น แต่ถ้าเอาแต่ขังตัวเองในห้อง เป็นอาการของคนวิตกจริตค่ะ
แพนด้า - [5 มิ.ย. 2541 19:48:57]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : ถ้าต้องระวังกันขนาดนั้น คงวุ่นอยู่กับการกินจนไม่ต้องทำอะไรแน่เลยครับ ผมเองไม่สนมากหรอก กินให้อิ่มไปมื้อๆก็พอแล้ว ที่ลำบากก็คงพวกคนมีเงินน่ะครับ อยากจะอายุ ยืนด้วยการกินก็ต้องยุ่งยากมากหน่อย
rising_sun - [5 มิ.ย. 2541 21:56:52]
ความคิดเห็นเพิ่มเติม : ความเชื่อของแต่ละคนก็หลากหลายกันไป คนที่นาน่ารู้จักอายุร้อยกว่าแล้ว ดื่มนมบ่อยๆ ทานอาหารปกติ ไม่ต้องกินยา มีแต่วิตามินเสริมเล็กน้อย ก็ยังแข็งแรงดี macrobiotics แท้ๆจะทำให้ร่างกายได้รับsodium เกินความจำเป็นอย่างมากค่ะ ทุกวิถีทางที่ได้รับความนิยมอยู่นี้พิจารณาดีๆก่อนนะคะ อ่านหนังสือหลายๆเล่มจากหลายๆสำนัก ฟังทุกคนที่พูด แล้วปรับปรุงให้เข้ากับเรามากที่สุด อ้อ ลางเนื้อชอบลางยา..........อย่าลืมสุภาษิตนี้ค่ะ
na na' - [6 มิ.ย. 2541 01:35:28]