|
(Wat Ratchaorot) |
![]() พระวิหารที่ไม่มีช่อฟ้าใบระกา
|
|
ว่าราชโอรสาราม และมีชื่อเดิมว่าวัดจอมทองนั้น น่าจะอยู่ที่ศิลปกรรมและวัตถุสถาน แบบจีน ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้สร้างขึ้น เนื่องจาก ครั้งที่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงกำกับการกรมท่าได้ทำการค้ากับประเทศจีนจนมั่งคั่ง ถึงกับสมเด็จพระบรม ขนกนารถ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตรัสเรียกพระองค์ว่า "เจ้าสัว" วัดเล็ก ๆ ของราษฎร ครั้นล่วงเข้าสมัยรัชกาลที่ 2 ในปี พ.ศ. 2363 โปรดเกล้าฯ ให้จัดทัพออกไปสกัดทัพพม่าในพื้นที่ตั้งแต่เมืองกาญจนบุรีลงไปทางปักษ์ใต้ โดยเฉพาะทางผ่านสำคัญที่สุดคือทางด่านพระเจดีย์สามองค์ โปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงเป็นแม่ทัพ เสด็จฯ คุมพลไปตั้ง ขัดตาทัพ ณ ตำบลปากแพรก เมืองกาญจนบุรี เรียกคลองสนามไชย) ก็เสด็จหยุดทัพประทับแรมหน้าวัดจอมทอง และทรงกระทำ พิธีเบิกโขลนทวาร หมายถึง ประตูป่าที่ทำตามตำราพราหมณ์ คือ ทำเป็นประตู สะด้วยใบไม้ ให้ทหารที่ไปทัพลอดเข้าไป มีพราหมณ์หนึ่งคู่นั่งบนร้านสูงสองข้าง ประตู คอยประพรมน้ำเทพมนต์ เพื่อเป็นชัยมงคลแก่กองทัพที่ยกไป โดย เจ้าอาวาสวัดจอมทองคงจะถวายคำพยากรณ์ซึ่งเป็นเหตุให้พระเจ้าลูกยาเธอทรง เลื่อมใส สร้างใหม่ทั้งวัด โดยประทับคุมงานและตรวจตราการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง เสร็จแล้วทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า- นภาลัย โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดราชโอรส" หมายถึงว่าเป็นวัดที่ พระราชโอรสทรงสถาปนา
![]() พระวิหารและพระอุโบสถ ประกอบด้วยหลังคาแบบอื่น คือไม่มีช่อฟ้าใบระกาและกระเบื้องเคลือบประกอบเป็นลวดลายแบบจีนเช่นกัน
ใช้ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ แต่สามารถประยุกต์ศิลปกรรมจีนและไทยให้กลมกลืน งดงามอย่างหาที่ติมิได้ เช่น หลังคาโบสถ์ใช้กระเบื้องเคลือบน้ำยาสีเขียว รอบ ๆ โบสถ์เป็นสวน ปลูกต้นไม้ประดับและต้นไม้ผล กุฎพระเป็นแบบใหม่ คือแทนที่จะ เป็นเครื่องไม้ กลับก่อเป็นตึก ใช้อิฐฉาบปูนทั้งหมด พระเจดีย์ยุอมุมไม้สิบสองที่เรียงรายรอบวิหารพระพุทธไสยาสน์ หรือพระพุทธรูป ที่ประดิษฐานภายในพระวิหารหรือพระอุโบสภก็ล้วนเป็นพุทธศิลป์แบบสยามแท้ ทั้งสิ้น พระบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ทรงสร้างและปฎิสังขรณ์พระอารามไว้เป็น จำนวนมาก แต่วัดที่นับว่าฝีมือประณีต มีแบบอย่างศิลปกรรมที่แปลกและงดงาม เป็นพิเศษคงจะไม่มีวัดไหนเสมอเหมือนวัดราชโอรสารามแห่งนี้ ที่ตั้งแต่เริ่มแรก ลงมือสร้างจนเสร็จสมบูรณ์รวมเวลาได้ 14 ปีพอดี |
![]() กุฎพระเป็นแบบใหม่ คือแทนที่จะเป็นเครื่องไม้ กลับก่อเป็นตึก ใช้อิฐฉาบปูนทั้งหมด
![]() กุฎพระเก่ายังรักษารศิลปกรรมเป็นเป็นเครื่องไม้
![]() "ถะ" หรือ สถูปเจดีย์แบบจีน 5 ชั้น 4 องค์ เรียงรายอยู่ด้านนอกกำแพงแก้วของพระอุโบสถ
![]() เก๋งจีนคู่ริมคลองสนามไชย ซึ่งมีรูปแบบเก๋งจีนวัดอรุณราชวราราม ![]()
|
|
|
: Tourism Authority of Thailand Tourist Service Center : Hotel & Bungalows in Bangkok : The Chao Phraya River : Major tourist of RATTANAKOSIN : ทัศนีย์ ยาวะประภาษ, Wat Ratcha-Orot, Kinnaree, March 1997, P. 56-64. |