จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๑ เพื่อฝัน อันยิ่งใหญ่...
จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๑ เพื่อฝัน อันยิ่งใหญ่...
12.JPG (13724 bytes)

    อาทิตย์ก่อน ผมได้รับจดหมาย จากสำนักงานสรรพากรดินแดง 
    แจ้งให้ไปรับภาษีเงินได้คืน รู้สึกยินดีไม่น้อย 
    ที่ได้รับคืนได้อย่างรวดเร็ว เพียงประมาณสองสัปดาห์เท่านั้น
    ซึ่งผิดกับปีที่แล้ว ที่ผมพึ่งจะได้รับคืนเมื่อเดือนก่อนนี้เอง 
    อดไม่ได้ที่ต้องกระแนะกระแหน 
    ผู้นำประเทศในยุคของอดีต นายก ชวน เชื่องช้า 
    การได้รับบริการที่ดีมีประสิทธิภาพ 
    จากหน่วยงานราชการยุคใหม่ 
    ผมจึงแอบชื่นชม นายก ทักษิณ อยู่ในใจ
    
    	


    สรรพากรดินแดง อยู่เยื้องกับตึกที่ผมอาศัยอยู่ 
    สามารถมองเห็นได้ในระยะสายตา 
    การเดินข้ามถนน ที่มีรถวิ่งขวักไขว่ 
    ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ความมีน้ำใจนี่ 
    มันช่างหาได้ยากเย็นเสียจริง สำหรับท้องถนนในกรุงเทพฯ 
    ความรีบเร่งเพราะเกรงจะไปทำงานสาย 
    ผมข้ามถนนในขณะที่ยังมีรถวิ่งอยู่ปะปราย 
    แม้จะเป็นทางม้าลาย คนขับรถก็มักจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นคน 
    ซึ่งกำลังจะข้าม ผิดกับมารยาทผู้ขับขี่ 
    ของคนในบางประเทศที่พัฒนาแล้ว 
    ผมเคยอ่านพบในนิตยสารฟอร์มูลา 
    หนังสือที่ผมมักได้รับฟรีจากลูกค้า
    
    …เสียงบีบแตรไล่ ผมรีบหันไปมองด้วยสายตาแข็งกระด้าง 
    ก่อนที่จะตะคอกเสียงด่า …ไอ้บ๊อบฟาโล่ ไม่มีน้ำใจ… 
    ในใจของผม… 
    	


    แม้จะได้ข้ามถนน ตามความต้องการแบบไม่สบอารมณ์นัก 
    แต่โทสะที่เกิดก็เหือดหายไปจากใจของผมอย่างรวดเร็ว 
    เมื่อได้รับภาษีคืนจากพนักงานสรรพากรเรียบร้อย 
    เงินไม่มากนัก ประมาณเก้าร้อยกว่าบาท แต่มันยิ่งใหญ่ที่สุด 
    มีเงินแล้ว ก็เหมือน …คนป่ามีปืน… วลีสั้น ๆ ที่ผมมักจะใช้เสมอ 
    ในยามที่มีเงินใช้เช่นนี้ 
    
    เย็นตาโฟชามใหญ่เสร็จผมเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ด้วยความหิว 
    พ่อค้าทักทายผมด้วยมิตรภาพที่ยากจะลืม …มาถึงนี่เลยนะครับ… 
    เขาเป็นลูกค้าของผมเอง ผมมักจะถูกทักแบบไม่ให้ตั้งตัว เช่นนี้บ่อย ๆ 
    จำไม่ได้หรอก เพราะลูกค้ามีเป็นพันเป็นหมื่นคน
    
    	


    ที่ท้ายทุ่งผมชอบออกไปวิ่งเล่น 
    ที่หลังผมสะพายกับดักหนูที่พ่อทำให้ 
    ตามหัวคันนามีรู และขุยหนูอยู่เป็นกลุ่มกอง 
    เราเรียกมันว่า หนูพุก… หรือหนูนา… 
    แม้ในดงกอหญ้าเล็ก ๆ ก็มี 
    ทางหนูใหม่ ๆ คือที่หมายตาของผม การดักหนู 
    ให้มีประสิทธิภาพและหวังผลได้ ไม่ง่ายอย่างที่คิด 
    ใช่ว่าจะตั้งกับดักตรงไหนก็ได้เลย 
    เช่นเดียวกับการหว่านแห ที่จะต้องคอยดูปลา 
    ซึ่งจะขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ สังเกตทิศทางการว่าย 
    ดูการหมุน และการถีบน้ำของหางปลาเป็นหลัก 
    ลักษณะฟองอากาศ ขนาดและเสียงที่เกิดขึ้น 
    หัวใจหลักคือ มันมุ่งหน้าไปทางไหน 
    นั่นคือตำแหน่ง ของการหว่านแห…
    
    	


    ผมวางกับดักหนูที่ปากรู และทางเดินใหม่ ๆ ที่พบ 
    ข้าวสารในย่ามถูกโรย เพื่อเป็นเยื่อล่อให้หนูเดินกินมาติดกับดัก 
    ผมมักจะแอบย่องมาดูกับดักเสมอ ๆ พ่อสอนว่า การทำอย่างนี้ 
    จะทำให้หนูไม่มากินเหยื่อล่อ แต่ด้วยความอยากรู้ของผม 
    กติกาสากลข้อนี้ ผมมักจะละเมิดเป็นประจำ 
    เช่นเดียวกับการวางเบ็ดด้วย ไม่ว่าจะเป็นชนิดปัก 
    หรือ แบบเบ็ดราว ผมมักจะไปเลาะถี่ จนปลาในบึง 
    เบื่อที่จะมาลองกินเบ็ด
    
    	


    ที่ทำงาน ผมมักจะทำสิ่งแปลก เปิ่น ๆ ตามประสาหนุ่มบ้านนอก 
    จนเพื่อนร่วมงาน บางทีก็เล่นแรง หาว่าผม …โง่เป็นควาย… 
    ผมแอบภูมิใจยิ่ง อย่างน้อย ผมก็คงจะเป็นควายอัจฉริยะ 
    และฉลาดที่สุดในโลก ที่สามารถจบการศึกษาด้านการบริหารรัฐกิจ 
    จากมหาวิทยาลัย ซึ่งคนที่มักจะว่าผม 
    อย่างเก่งก็แค่อนุปริญญาเท่านั้น 
    ถ้าผมเป็นควาย เขาก็คงจะโง่กว่าควายอย่างผมอีก… 
    สำหรับผมการเกิดเป็นควาย 
    คือชีวิตที่มีคุณค่าและเสียสละอย่างยิ่งยวด 
    ต่อสังคมโลกแห่งการเกษตรในยุคที่ผ่านมา 
    ถ้าไม่มีควายเราจะไถนาได้อย่างไร 
    ชนบทที่ห่างไกล ในอดีต ควายคือ วีระบุรุษ 
    ที่ไม่เคยบ่นอู้เมื่อเวลาหน้านามาถึง…
    
    	


    เกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก 
    ของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้มาช้านาน 
    การหลงลืมตนเองของหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา 
    สร้างความเสียหายให้แก่ระบบ ที่บรรพบุรุษไทยได้วางรากฐานไว้ 
    อุตสาหกรรมเข้ามาแทนที่ วิถีชีวิตคนบ้านนอกเปลี่ยนไปมาก 
    จากฟังเสียงไก่ในยามเช้า 
    มาเป็นเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงแทน 
    แหล่งน้ำธรรมชาติ ถูกนายทุนใช้ดินกลบเพื่อเป็นที่ของตน 
    สร้างความเดือดร้อน เพราะไปปิดเส้นทางไหลของน้ำ 
    ในฤดูน้ำหลาก น้ำท่วมในบางพื้นที่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน 
    ทำให้ข้าวกล้าของชาวบ้านเสียหาย
    
    แม้วันนี้ผมไม่อาจจะกลับไปมีชีวิต อันอิสระเสรีได้เหมือนในวัยเด็ก 
    แต่งานเขียนของผม ส่วนหนึ่งผมได้ถ่ายทอด บันทึกสิ่งที่มีค่ายิ่ง 
    จนไม่อาจประเมินราคาได้ มรดกทางภูมิปัญญาท้องถิ่น…
    
    	


    สุดสัปดาห์ ผมเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้าน 
    หมดโอกาสที่จะแสวงหาวันเวลา และสภาพแวดล้อมดั้งเดิม 
    ให้กลับคืนมาได้อีก ที่นา ถูกขาย ถูกยึด ไปหมดแล้ว 
    เหลือไว้เพียงชาวนาอาลัย ที่เฝ้ามองที่ดินของตน 
    ด้วยความขมขื่น ผมสุดแสนจะรันทดใจ...
    
    ตะวันใกล้ลับฟ้า นกน้อยไม่มีต้นไม้ ที่จะให้จับเพื่อหลับนอน 
    ผมรู้สึกอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว...
    	


    บนรถปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ ของบริษัท ส.วิริยะทรานสปอร์ต 
    ผมจะยิ่งใหญ่ เอาดีกับเขาได้หรือไม่ ไม่สำคัญ 
    ขอเพียงมีฝัน สักวันผมจะทดแทนบุญคุณ 
    ของแผ่นดินที่บ้านเกิด  
    ให้เวลาผมสักนิดเถอะ… แผ่นดินอันเป็นที่รัก...
    ผมไม่ใช่วัวลืมตีน ลืมถิ่นกำเนิดอย่างแน่นอน…
    
    	


    เพื่อฝันอันยิ่งใหญ่
    
    คำร้อง ทำนอง โก๋กานต์
    
    ...สิ่งที่แล้วอย่าไปคิดถึงมันเลยยอดรัก 
    ผ่านไปแล้วคิดทำไมช้ำใจเรา
    ยิ้มสู้ท้าทาย กล้าหาญเผชิญทุกสิ่ง 
    เพื่อฝันอันยิ่งใหญ่...
    
    ...สิ่งที่หวังสักวันฝันนั้นคงเป็นจริง 
    ดั่งใจปองผองเพื่อนคงสุขล้น
    พ้นทุกข์ลุกขึ้นสู้สมหวังดังตั้งใจ 
    ดั่งที่ใจเธอปรารถนา...
    
    ...ไปเถิดผองเรา หนทางยังรอเราอยู่ 
    ยิ้มสู้เพื่อให้ได้ดั่งหวัง
    โลกนี้ยังกว้างใหญ่ รอให้เธอวาดสีสันต์ 
    เพื่อวันที่รอมานานแสนนาน...
    
    ...และเราที่เฝ้าทำแต่สิ่งดี ดี...
    
    
    
    ...เพื่อฝันอันยิ่งใหญ่...
    พร้อมให้ทำการดาวน์โหลดได้แล้ว เพลง mp3 ขนาด 3.8 Mb
    http://www.oocities.org/citythai1/33.MP3
    	
โดยคุณ : โก๋ขอรับ [วันพุธที่ 28 มีนาคม 2544 - 18:18:50 น.]

กลับหน้าหลักครับ back to memu