จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๒ ชีวิตต้องสู้...
จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๒ ชีวิตต้องสู้...


    ...พระอาทิตย์เริ่มอ่อนแสงลงแล้ว 
    บนยอดไม้นกกาเริ่มจับคอน ส่งเสียร้องกันเซ็งแซ่ 
    ใกล้ค่ำนี้เป็นอีกวาระหนึ่งกับงานเขียนเรื่องสั้นที่ผมคุ้นเคย 
    กลิ่นหอมของดอกปีบ ทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างหาใดเปรียบมิได้ 
    ที่หน้าหมู่บ้านมีขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง จักจั่น ส่งเสียงร้องระงม 
    กล่อมพฤกษ์ไพร ให้ตกอยู่ในห้วงแห่งภวังค์ 
    ต้นขี้หนอนสงบนิ่ง ส่วนเจ้าต้นสะเดาแกว่งใบ ไปมาเล็กน้อย...
    
    	


    ...ต้นสะเดาเป็นพืชที่ทนแล้ง ทนแมลงเป็นเลิศ 
    เป็นหนึ่งในรายการอาหารโปรดของผมเสียด้วย 
    ยอดสะเดาลวก จิ้มน้ำพริกปลาร้า 
    ปลาหมอนาย่างส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย 
    แม่ปิ้งปลาอยู่ที่ท้ายครัว ผมคงอิ่มพุงกางละค่ำนี้...
    	


    ...ที่ปลายฟ้าตะวันงามยิ่ง นภาสีทองปนแดงแสดแผดเผา 
    ประหนึ่งว่า ฟอนไฟกำลังไหม้สรวงสวรรค์ ให้ร้อนรน 
    ผมหยิบขลุ่ยบนหิ้งมากระแทกที่มุมปาก 
    ก่อนที่จะบังคับสายลมเบา ๆ ให้เสียงขลุ่ย แผ่วพลิ้ว 
    ลอยระลิ่ว ไปสู่ทิพย์วิมาน เพื่อดับความร้อนรนนั้น 
    เพลงเดือนเพ็ญที่ผมเป่า ไพเราะก้องกังวาน 
    สยบเสียงเรไรที่ส่งเสียงดังก่อนหน้านี้ เหล่าหรีดหริ่ง 
    กำลังเปิดโอกาสให้ผมได้บรรเลง 
    และตั้งใจฟังมนต์เสน่ห์ดนตรีสวรรค์ แห่งท้องทุ่งนา…
    
    ...ค่ำนี้ ฝนโปรยลงมาปะปราย แสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันกาด 
    คอยเป็นเพื่อนในราตรีที่เดียวดาย การบ้านเสร็จสรรพไปแล้วเมื่อครู่นี้ 
    คงเหลือแต่เพียงภาระหน้าที่ต่อบทกวีที่โปรดปราน...
    
    
    	


    ...ค่ำคืนในท้องถิ่นชนบท ไร้สีแสง สิ่งเร้าใจ 
    มีแต่เสียงนกฮูก เสียงจิ้งหรีด กบเขียดที่ปลายทุ่ง 
    ฝนเริ่มหยุดแล้ว แต่หัวใจผมยังไม่หยุดเต้น 
    อนาคตจะเป็นเช่นไร ผมจะเอาดีกับเขาได้หรือไม่...
    	


    ...เสียงนกกระจอก หยอกล้อกับคู่ของตนในยามเช้า 
    ผมตื่นขึ้นมาจากหลับไหล วันนี้คือวันใหม่ที่สดใส อีกวันหนึ่ง 
    บนยอดตาล ตากำลังสะพายกระบอกไม้ไผ่หลายลูก 
    ปีนป่ายพะองจนเกือบถึงยอด รสชาติของน้ำตาลสด 
    ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะไปยืนรออยู่ที่ใต้ต้นตาลเสมอ 
    เมื่อคราตากำลังจะลงสู่โคนต้น...
    	


    ...ใบหน้าแสนซื่อ ไร้เดียงสา 
    เช้านี้ผมได้ลิ้มรสชาติน้ำตาลสดจากต้นอีกแล้ว 
    ต้นตาลมีประโยชน์มากมาย ผมชอบพายเรืออีโปง 
    ที่ทำจากต้นตาล ต้นหนึ่งสามารถทำได้สองลำ
    โดยการผ่าซีก แล้วขุดเนื้อตรงกลางออกเป็นร่อง 
    ตามีฝีมือในการทำเรือขุดชนิดนี้ 
    ผมมักถ่อเรืออีโปงข้ามฝากไปรับแม่ 
    เวลากลับจากขายของที่ตลาด 
    เพราะนั่นหมายถึงขนมและผลไม้แปลก ๆ 
    ที่มักจะมีติดมาให้ผมกินเสมอ...
    	


    ...ยายของผมชอบปลูกผักสวนครัว 
    เราไม่เคยอด ร้านฟักแฟงของยายทำให้เรา 
    มีโอกาสกินต้มฟักใส่กระดูกหมูอ่อน บางทีก็มีขนมฟักด้วย
    ในแปลงผักของยาย มีพืชอยู่หลายชนิด 
    ทั้งแตงกวา มะเขือ มะระ ดอกแค บวบ กระเจี๊ยบมอญ 
    และอื่น ๆ ผมเห็นละลานตาไปหมด ผมชอบกินผัก 
    เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย สีเขียวทำให้สดชื่น 
    ผักทุกชนิดผมกินเป็น...
    	


    ...นอกชานบ้าน ตามักจะสอนผมทำเครื่องมือจับปลา 
    ซึ่งมีทั้งแห ยอ ลอบ ลัน ตะข้องใส่ปลา และอื่น ๆ 
    แต่ที่ผมประทับใจมากที่สุด ก็คือไซ 
    ตาสานจากไม้ไผ่ผ่าเป็นซีกเล็กคล้ายตอก แต่หนากว่า 
    น้ำหนักเบาสบาย มองดูคล้ายลูกบอลลูนที่ลอยบนฟ้า 
    ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์...
    
    ...วันนี้ตาสานได้หนึ่งใบ แล้วให้ผมนำไปวางไว้
    ในแถบชายน้ำที่มีวัชพืชขึ้นอยู่หนาแน่น 
    ปลากระดี่นางตัวใหญ่หลายตัว ดิ้นกระแด่วอยู่ภายใน 
    ปลากระดี่ตัวสีขาวใหญ่ สวยงาม 
    ไม่เหมือนปลากระดี่หม้อที่มีลำตัวสีดำกว่ามาก 
    ปลากระดี่นางคืออาหารโปรด ผมอดจะอมยิ้มไม่ได้ 
    แกงขมปลากระดี่ใส่ยอดสะเดา อร่อยจนลืมโลกไปเลย...
    
    ...ป้าแถม ญาติผู้ใหญ่ที่ผมให้ความเคารพ 
    นับถือในความเข้มแข็ง ขยัน และสู้ชีวิต 
    ป้าเลี้ยงลูกหลายคนโดยลำพัง การหาปลา ขุดมันป่า เป็นงานที่มีสีสันยิ่ง 
    ป้าเผาถ่านหาเลี้ยงครอบครัว การขุดมันป่า 
    ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า …มันนก… 
    นำมาแกง รสชาติประกาศความมีชัยไปในทั้งสิบทิศ 
    จนต้องสะกิดป้า ขอข้าวเพิ่มอีกหนึ่งกระมัง…
    
    	


    ...ป้าแถมเปรียบประดุจครูฝึก ให้กับลูกชาวนาผู้อ่อนโลกเช่นผม 
    ถ้าเปรียบเป็นนก ผมคงจะบินสูงได้ไม่มากพอ หากขาดป้าคนนี้ 
    ผมเรียนรู้วิถีเผ่าถ่านแบบดั้งเดิม วิธีเลือกต้นมันนก 
    วิธีสุ่มปลาแบบชาญฉลาด เหล่านี้ไม่มีในตำราเล่มใดเขียนไว้ 
    แม้กระทั่งยกกระทรวงศึกษาธิการมาก็เถอะ ทักษะอันเยี่ยมยอด 
    สร้างความมั่นใจ ยามใดที่ผมไปลุยกับป้า หนองน้ำที่ชายทุ่ง 
    เหล่าบรรดาปลาน้อยใหญ่ จะต้องอกสั่นขวัญกระจาย
    มอบใจกายเข้ามาอยู่ในสุ่ม ก่อนจะลงตะข้องใบเขื่อง 
    ลงหม้อสองหูใบน้อย และเอวังที่ ท้องไส้อันแห้ง ๆ ของผม...
    
    ...อยู่บ้านนอก เพื่อน ๆ มักจะล้อผมว่า ไอ้แห้งเยอรมัน… 
    สมัยเด็กผมไม่รู้หรอกว่า เยอรมัน เป็นใคร แต่มันทำให้ผมรู้สึก 
    ฟ่อ ๆ ใจขึ้นมาทันที ผมต้องพ่ายแพ้แก่เกมส์โยนลูกดินที่เด็กในหมู่บ้าน 
    มักจะเล่นกันเสมอยามมาสุมหัวกันที่ชายทุ่ง 
    วันนี้ผมหมดตัว เดินสะพายย่ามเปล่ากลับบ้าน 
    โชคดีที่ไม่มีใครรับจำนำหนังสะติ๊กคู่ใจ 
    ระหว่างทาง ปากผมก็พร่ำบ่นไปด้วยว่า เดี๋ยวปั้นใหม่ก็ได้วะ…
    
    	


    ศาลาพักร้อน กลางสวนป่าที่กรมศิลปากร 
    สร้างไว้ให้พักผ่อนหย่อนใจ ผมชอบไปนั่งที่นี่ประจำ 
    เพื่อมองดูพระอาทิตย์ซึ่งกำลังจะตกดิน 
    สักวันหนึ่ง ผมจะเล่าเรื่องของผม ให้คนอื่นฟังกันบ้าง 
    ที่บ้านนอก อบอุ่น จริงใจ ใสซื่อ คือ มิตรภาพที่ดีงาม 
    และประเสริฐสุด ครอบครัวที่แสนอบอุ่น 
    วิถีชีวิตที่เรียบง่าย นี่คือ แดนสวรรค์… 
    เอ… กลิ่นอะไรมาแตะจมูกนะ… ปลาดุกย่าง ห้อม… หอม… 
    ผมต้องกลับแล้วล่ะ ขืนผมมัวเล่าต่อ ปลาดุกอุยตัวอ้วน 
    ที่พ่อวางเบ็ดได้ จะถูกพี่ชายผมแย่งกินหมดแน่ 
    ช้าจะเสียการ เมื่อถึงเวลาอาหาร ฉันต้องขอตัว…
    
    	
โดยคุณ : โก๋ขอรับ [วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2544 - 07:51:49 น.]

กลับหน้าหลักครับ back to memu