Show Me Your LOVE

 

Vol 3

***************************

โทโมฮิสะวางกระเป๋าเป้บนเก้าอี้ยาวในห้องโถงของบริษัท เอนหลังพิงพนักอย่างสบายอารมณ์ ทำให้คาซึยะที่เดินตามข้างหลังต้องหยุดชะงัก เมื่อเจ้านายหน้าสวยไม่ยอมขึ้นไปในห้องซ้อมที่อยู่ชั้นบน แต่กลับมองไปรอบๆ ห้อง เท่านั้นยังไม่พอ ยังวาดแขนออกกว้างทาบกับขอบพนักเก้าอี้ซะอีก

.....คาซึยะอดคิดไม่ได้ว่าช่างเหมือนคุณชายผู้มั่นใจในตัวเองเหลือเกิน...


คาซึยะเอานิ้วเกี่ยวหูเป้ให้บ่ารับน้ำหนักทั้งหมดของมัน ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงกระเป๋ากางเกง หน้าบึ้งนั้นมองโทโมะอย่างไม่พอใจ แต่เมื่ออีกฝ่ายยังกระดิกขาสบายใจอยู่ที่เดิมเขาก็ได้แต่ถอนหายใจ
“ทำไมมานั่งอยู่ที่นี่ล่ะครับ ไม่ไปห้องซ้อมเหรอ?” คาซึยะอดถามไม่ได้
“ยัง...เดี๋ยวก่อน ...นายขึ้นไปซ้อมเต้นปะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก” ร่างบางนั่งเอ้อระเหย มองโน่นมองนี่ราวกับจะหาใครสักคน
“งั้น...ผมไปก่อนล่ะ” คาซึยะก้มหัวให้นิดหนึ่งแล้วก็สะบัดหน้าไปทางลิฟต์ ไม่สนล่ะว่าเจ้านายจะมานั่งทำไม แต่พอคล้อยหลังไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงของโทโมะร้องออกมา
“พี่ยู้...........”

เมื่อคาซึยะหันไปมองนั้น เขาก็ได้เห็นร่างบางของโทโมะกำลังผวาเข้าหาชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องโถง และที่คาซึยะจำไม่ผิด ผู้ชายคนนั้นก็คือ นากามารุ ยูอิจิ นั่นเอง

.....อ้อ.....ที่แท้ก็หวังจะพบกับหนุ่มคนนี้นี่เอง โทโมะถึงยังรีรออยู่ที่นี่...

คาซึยะกรอกตาขึ้นข้างบน แล้วส่ายหน้าอย่างระอาใจ โทโมะยังไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจที่จะคว้ายูอิจิมาเป็นคนรักให้ได้ แต่ตามสายตาของคาซึยะนั้น เขาไม่เห็นว่ายูอิจิจะเป็นฝ่ายตอบสนองการกระทำของโทโมะแต่อย่างใด เพราะชายหนุ่มคนนั้นได้แต่ส่งยิ้มมาให้ แม้ว่าโทโมะจะเกาะแขนเขาแจ เขาก็ยังยืนเฉย ร่างสูง หลังตรงนั้นทำให้คนมองต้องหันมามองซ้ำ ยูอิจิในชุดสูทสุภาพงดงาม กำลังก้มมองเด็กหนุ่มในชุดเสื้อผ้าวัยรุ่นราคาแพงออเซาะ ฉอเลาะอยู่ข้างกาย
คาซึยะเดินหันหลังกลับไปที่ลิฟต์เหมือนเดิม ปล่อยคุณโทโมะไว้กับยูอิจิก็แล้วกัน ดีซะอีกเขาจะได้มีเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง นึกในใจว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่เจ้านายเหนือหัวไม่ให้เขาไปเป็นนักร้องด้วย แค่เป็นแดนเซอร์นี่ก็ยังพอมีเวลาห่างกันบ้าง

ในขณะเดียวกัน โทโมฮิสะเป็นปลื้มสุดๆ เพราะตั้งแต่เข้ามาเป็นนักร้องฝึกหัดในบริษัทนี้ วันนี้เป็นวันแรกที่เขามีโอกาสได้พบกับยูอิจิหรือพี่ยูที่เขาหลงใหลได้ปลื้ม พี่ยูจำเขาได้ แต่ก็ไม่เห็นทำท่าดีใจที่ได้เจอเขาเลยสักนิด แม้ว่าจะไม่ได้พบกันหลายปี แต่ชายหนุ่มคนนี้ก็ทำเหมือนกับว่า ไม่ตื่นเต้นที่ได้พบเขาเหมือนที่เขากำลังเป็นอยู่ขณะนี้
“พี่ยู...มาทำงานทุกวันหรือเปล่า?” โทโมะถาม ดวงตากลมโตส่งประกายอ่อนเชื่อมมาให้ยูอิจิเต็มๆ
“ทุกวันซิ พี่ก็เป็นพนักงานคนหนึ่งเหมือนกันนี่นะ กินเงินเดือนคุณพ่อก็ต้องทำงานให้คุ้มหน่อย”
“แต่พี่ยูเป็นผู้บริหารนี่เนาะ เท่จังเลย โทโมะอยากเป็นอย่างพี่ยูมั่ง”
“ถ้ายังเป็นนักร้องอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้เป็นหรอก คุณพ่อของโทโมะไม่ว่าอะไรเลยหรือครับ ยอมให้มาเป็นนักร้องได้ไง?” ยูอิจิเป็นฝ่ายถามบ้าง โทโมะก็เลยบอกว่า
“จะเป็นซะอย่าง พ่อไม่กล้าขัดผมหรอก ยิ่งเป็นบริษัทของพี่ยูด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ไฟเขียวคร้าบ..แต่ก็ต้องมีคนคอยติดตามนะ เพราะกลัวพวกเรียกค่าไถ่น่ะครับ” พูดเสร็จเจ้าตัวก็หัวเราะคิกคัก เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องโจ๊กตลอดเวลา
ยูอิจิหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะทราบดีว่า พ่อของโทโมะนั้นมีศัตรูด้านการค้าและเขตปกครองอยู่มาก และโทโมะเองก็เคยถูกขู่ว่าจะถูกลักพาตัวเมื่อหกเจ็ดปีที่แล้ว แต่เมื่อวางกำลังเข้มแข็ง เรื่องโทโมะถูกขู่นั้นก็เงียบไป เพราะฉะนั้นจึงไม่รู้ว่าฝ่ายตรงกันข้ามแหยงไปเองหรือว่าเป็นแค่คำขู่เท่านั้น และขณะนี้โทโมะก็ได้มาอยู่ใต้ร่มเงาของ ซิกแนล โปรดักชั่น ของเขาด้วย คราวนี้ยิ่งต้องเพิ่มบอดี้การ์ดให้มากขึ้นกว่าเดิม

สิ่งหนึ่งที่โทโมะไม่มีวันรู้ก็คือ เขาเกือบจะไม่ผ่านออดิชั่นของบริษัทอยู่แล้ว เพราะพอยูอิจิเห็นรายชื่อของเด็กที่มาออดิชั่นแล้วก็ถึงกับส่ายหัวเพราะกลัวปัญหายุ่งยากจะตามมา กำลังจะขีดชื่อโทโมะออกอยู่แล้วเชียว แต่พ่อของเขาห้ามเอาไว้ เพราะเห็นว่าเป็นลูกชายของเพื่อน
“แต่พ่อครับ....ผมว่าเราจะเดือดร้อนเอานา..” ยูอิจิแย้งขึ้น แต่คนเป็นพ่อผู้เป็นกรรมการบริหารบริษัทโบกมือขึ้นลง
“ช่างเหอะน่า...ใครขัดใจหนูโทโมะได้บ้างล่ะ”
“ผมว่าพ่อของเขาก็คงไม่เห็นด้วย ทางที่ดีเราไปบอกพ่อของเขาเอามั้ยครับ?” ยูอิจิออกความเห็น แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้สองวัน ทางยามาชิตะก็ส่งข่าวมาบอกว่า
ขอให้รับโทโมะเข้าสังกัดด้วยเพราะลูกชายตัวดีขู่จะหนีออกจากบ้านถ้าไม่ให้เขาเป็นนักร้องของบริษัทนี้ พ่อจึงต้องจำยอมทำตามลูกชายแต่ก็ขอให้คาซึยะมาเข้าสังกัดเป็นเพื่อนด้วย

...............................

ยูอิจิชายตามองมือเหนียวหนึบที่เกาะเกี่ยวท่อนแขนของเขาไม่ยอมปล่อย ดวงตาคู่สวยของโทโมะมีแววรื่นรมย์อยู่เป็นนิจ ริมฝีปากอิ่มเต็มขยับขึ้นลงส่งเสียงออดอ้อนให้เขาฟัง แต่ยูอิจิเพียงแค่รับฟังและพยักหน้าตามเท่านั้นเอง ...
โทโมะกำลังเล่าเรื่องการฝึกซ้อมให้ชายหนุ่มฟังยังไม่ทันจบ ยูอิจิก็ร้องอ๊ะออกมาเมื่อสายตาไปปะทะกับร่างโปร่งบางของหนุ่มน้อยสองคน ที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องโถงของบริษัท และกำลังจะวิ่งผ่านที่ที่เขาและโทโมะยืนอยู่
“จุนโนะสุเกะ!!” ยูอิจิหยุดร่างสองร่างที่กำลังวิ่งนั้นไว้ด้วยเสียงเรียก
จุนโนะหยุดกึก เลยทำให้จินหยุดตามด้วย พวกเขาหันไปมองตัวต้นเสียง เห็นยูอิจิกำลังเดินมาหา โดยมีโทโมะเดินตามมาติดๆ
ชายหนุ่มหยุดตรงหน้าจุนโนะแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“อรุณสวัสดิ์จุนโนะ...เอ้อ...อะกานิชิคุงด้วย...” ยูอิจิยิ้มให้ทั้งคู่ แต่จงใจยิ้มให้จุนโนะเป็นพิเศษ และนั่นก็ทำให้จินต้องเหล่มอง ทำไมยูอิจิถึงได้เห็นความสำคัญของหนุ่มน้อยที่เป็นแค่เด็กฝึกหัดธรรมดาด้วยนะ ถึงกับต้องลงทุนพรวดพราดมาทักทาย แต่ที่ทำให้จินต้องกังขาก็คือ ยูอิจิเรียกเพื่อนของเขาว่าจุนโนะเฉยๆ ซึ่งจินใช้เรียกเป็นชื่อเล่น แต่ยูอิจิกลับเรียกได้อย่างสนิทสนม ส่วนตัวเขาเองถูกเรียกด้วยคำที่สุดแสนจะธรรมดา ...

..........ยิ่งอยู่ไป จินก็นึกสงสัยว่ายูอิจิจะมาติดใจเพื่อนตัวน้อยของเขาเสียละมัง.....

เมื่อคิดดังนั้นแล้ว จินก็ทำหน้าบึ้ง ..และยิ่งหันไปเห็นจุนโนะยิ้มให้ลูกชายเจ้าของบริษัทจนตาหยีด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งไม่สบายใจ
“ยังไม่ทันสายหรอก จะรีบไปไหนกัน?” เสียงยูอิจิยังดังแว่วเข้ามา ทำให้จินฝืนยิ้มให้ แต่จุนโนะกลับเป็นคนตอบคำถามประโยคนั้นเสียเอง
“วันนี้เซนเซให้ไปเร็วๆ ครับ...วันนี้พวกเราช้าไปหน่อย จินน่ะซิครับมัวเสียเวลาหาถุงเท้าคู่ใหม่” จุนโนะจิ้มแขนจินแล้วยิ้มให้ยูอิจิ
“ก็นายเอาไปซักแล้วไม่เก็บเข้าที่นี่นา” จินเถียง
“มันก็อยู่ที่เดิมนั่นแหล่ะ จินหาไม่ดีเองน้า...”
“ก็นายน่ะ.........”
“เอาล่ะ เอาล่ะ มัวแต่เถียงกัน จุนโนะไปสายกันพอดี... จุนโนะกับอะกานิชินี่เข้ากันได้ดีเลยนะ น่าอิจฉาจัง” ยูอิจิพูดแล้วทอดสายตาอ่อนโยนมาให้
เขาคงลืมไปละมังว่า ข้างกายของเขานั้นยังมีโทโมฮิสะยืนมองคนโน้นทีคนนี้ที ด้วยหัวคิ้วที่ขมวดมุ่น
“พี่ยูรู้จักจุนโนะกับจินด้วยเหรอ?” โทโมะถามขึ้นมา เสียงทุ้มนั้นทำให้ยูอิจิหันมามอง พบกับดวงตาไม่ไว้ใจของโทโมะมองมาอยู่ก่อนแล้ว
“รู้จักซิ พี่พบกับจุนโนะก่อนจะมาออดิชั่นซะอีก ...แล้วก็พี่เป็นคนคัดเลือกจุนโนะและคนอื่นๆ เองด้วยนะ” ยูอิจิบอกยิ้มๆ และนั่นก็ทำให้หนุ่มน้อยทั้งหมดอ้าปากหวอ
“คุณยูอิจิเองหรือฮะที่เป็นคนพิจารณาเลือกพวกเราจนผ่าน” อะกานิชิถามขึ้นมา
“ถูกแล้วล่ะ...ดูจากหน่วยก้านของพวกเธอแล้ว น่าจะเอาดีทางนี้ได้...”
“อ้อ......” เสียงจินครางแล้วหันไปมองจุนโนะ ซึ่งก็ยืนทำตาโตอยู่ข้างๆ เขารีบคว้าข้อมือจุนโนะขึ้นมา
“ไปกันเหอะ เดี๋ยวจะสาย โทโมะจะไปด้วยกันมั้ย?” จินหันมาชวนเพื่อน
โทโมะแหงนมองหน้ายูอิจิอย่างเสียดายที่ต้องรีบไป แต่เห็นแววตาที่ยูอิจิมองจุนโนะสุเกะเพื่อนวัยเด็กของจินแล้ว เขาก็ต้องใจกระตุกวูบ ก็ประกายตาอ่อนเชื่อมนั้นน่ะ เป็นสายตาที่เขาไม่เคยเห็นจากยูอิจิมาก่อนเลย

......นี่พี่ยูของเขาคิดอย่างไรกับเด็กหน้าสวยคนนี้นะ....

โทโมะกัดริมฝีปากจนเจ็บ หน้าที่เคยยิ้มนั้นก็หุบสนิท ทางที่ดีควรจะไปให้พ้นจากตรงนี้ และคนที่เขาคิดว่าน่าจะไปให้ห่างๆ ยูอิจิด้วยกันก็คือจุนโนะนั่นเอง
ร่างบางจึงคว้าข้อมือจุนโนะไว้อีกข้างด้วยเช่นกัน
“ไปซะอย่างเร็วเลย!!” โทโมะเป็นฝ่ายฉุดจุนโนะเดินลิ่วๆ ไปทางลิฟต์ โดยมีจินเดินขนาบมาอีกข้างด้วยความรู้สึกคนละอย่างกัน

...โทโมะไม่อยากให้จุนโนะอยู่ใกล้พี่ยูอีกต่อไปแล้ว เขาไม่ไว้ใจ...
...ส่วนจินก็ไม่ไว้ใจสายตาและคำพูดของคุณยูอิจิ...จุนโนะของเขายังเด็กอยู่นะ...และจุนโนะก็เป็นเพื่อนรักของเขาด้วย จะมาฉกเอาไปง่ายๆ ได้ไงกัน...ลูกเจ้าของบริษัทก็ลูกเจ้าบริษัทเหอะวะ ...ยอมไม่ได้เด็ดขาด

.................

จินเดินมาส่งจุนโนะที่ชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นของพวกแดนเซอร์ ยอมเสียเวลาของตัวเองนิดหน่อยเพื่อเพื่อน แต่โทโมะขอตัวขึ้นไปชั้น11 ของตัวเองก่อน จินมองมือที่จับจุนโนะไว้แล้วก็ปล่อย
“ซ้อมเสร็จแล้วต้องคอยนะ คอยที่ชั้นนี้นี่แหล่ะ จะมารับ” จินสั่งความ
“เอ๋...ทำไมง่ะ ทุกทีให้ไปรอที่ข้างล่างไม่ใช่เหรอ?” จุนโนะเอียงคอถาม ขยับเป้ข้างหลังไปพลาง
“เออน่า..ให้รอตรงนี้ก็รอซิ”
“ทำไมเหรอ?”
“เออน่า...” จินเสียงชักห้วนเพราะเขาเองก็ให้เหตุผลกับจุนโนะไม่ได้เหมือนกัน
“ทำไมต้องดุเค้าด้วยอ่ะ?”
“เอ้อ......เหรอ...ขอโทษละกันจุนจัง.......เอ้อ......ระหว่างที่ฉันไม่อยู่อย่าให้ใครมาชวนไปไหนเด็ดขาด เข้าใจมั้ย? คนที่จะไปไหนกับนายได้ก็มีฉันคนเดียวเท่านั้น กับคนอื่นน่ะอย่าไว้ใจ ยิ่งผู้ใหญ่ยิ่งแล้วใหญ่ เชื่อใจไม่ได้ นายไม่ใช่เด็กเล็กๆ อย่างแต่ก่อนแล้วนะ จะเป็นหนุ่มอยู่แล้ว...อย่าไว้ใจใคร อย่าลืม.......” จินสั่งเสียยืดยาว แต่จุนโนะได้แต่ยืนมองเขาตาแป๋ว แต่ก็ยังอุตส่าห์พยักหน้างึกๆ รับทราบ

เมื่อจินคล้อยหลังไปแล้ว จุนโนะถึงได้พึมพำออกมาว่า
“เป็นอะไรกันไปหมดน้า......พิลึกคนจริงๆ”

*******************************

“หวัดดีคาซึยะ...” จุนโนะร้องทักทายคาซึยะที่ยืนกอดอกอยู่หน้าประตูเข้า ใบหน้าคมกริบนั้นมันเยิ้มไปด้วยเหงื่อ นี่แสดงว่าคาซึยะได้ซ้อมเต้นไปหลายรอบแล้ว เวลานั้นเพื่อนๆ ยังมากันไม่ครบ รวมทั้งครูฝึกด้วย
“เพื่อนนายคนนั้นน่ะ......” คาซึยะทำปากยื่นไปทางที่จินจากไปสักครู่ จุนโนะก็เลยบอกว่า
“อะกานิชิ จิน...”
“อือ...นั่นน่ะ ... ดูเหมือนจะแคร์นายมากเลยนะ...สั่งเสียซะจะเป็นพ่อเลย”
“อ๋อ...จินเขาเป็นงั้นเองแหล่ะ แต่ช่วงนี้แปลกๆ น้า... กลัวใครจะมาหลอกฉันแน่ๆ เลย เออนี่...คาซึยะ ...ยามาชิตะคุงของนายน่ะ เขา...เอ้อ...เป็นใครเหรอ? ทำไมถึงดูเหมือนลูกยากุซ่าเลยล่ะ” จุนโนะถามขึ้นมา ขณะที่ทั้งสองเดินมาที่ล็อกเกอร์ของห้อง คาซึยะอดสะดุ้งไม่ได้ คำว่า ลูกยากุซ่านั้น ดูไม่ค่อยต่างจากความเป็นจริงสักเท่าไร ผิดกันแต่ว่า พ่อของโทโมะนั้นมีอาชีพที่สุจริตมากกว่ายากุซ่ากลุ่มอื่นนั่นเอง
“ครือๆ นั้นล่ะ ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับเขาจะดีกว่า เจ้ายศ เจ้าอย่าง คบไปคบมาเสียอารมณ์ชะมัด”
“เอ๋...นายพูดแบบนี้กับคนเป็นเจ้านายได้ไงง่ะ คาซึยะ” จุนโนะอดแย้งไม่ได้ แต่อีกฝ่ายกลับทำปากเบ้ ยื่นหน้ามากระซิบค่อยๆ ว่า
“อย่าพูดไปล่ะ ฉันเป็นลูกของหัวหน้าผู้ติดตามของพ่อคุณโทโมะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเป็นคนรับใช้ไปด้วยนี่นะ คอยดูนะ สักวันหนึ่งฉันจะหลุดพ้นจากการอยู่ในสภาพลูกไล่ของเขาให้ได้” คาซึยะพูดอย่างมุ่งมั่น หน้าตาบอกความเอาจริงจนจุนโนะต้องพลอยพยักหน้าตามไปด้วย แต่ก็อดถามไม่ได้ว่า
“นายไม่ชอบเขาเหรอ?”
คาซึยะสะดุ้ง รีบปิดปากจุนโนะทันที
“เฮ้ย!! อย่าพูดแบบนั้น ฉันไม่มีสิทธิ์ไม่ชอบเขา แต่ก็ไม่ถึงกับจะชอบมากมาย ถ้ามาบังคับกันมากๆ จะซัดให้สักวัน”
“อื้อ.....” จุนโนะสลัดปากหลุดมาจากอุ้งมือของคาซึยะมาจนได้
“กล้าเหรอ?” เขาถาม
และนั่นก็ทำให้คาซึยะเงียบกริบต่อคำถามนั้น
“ไปซ้อมกันเหอะ จุนโนะ..” ร่างเล็กฉุดแขนจุนโนะเดินลิ่วๆ ไปกลางฟลอร์ พอดีกับที่ครูฝึกมาพอดี ทั้งคู่จึงยุติกันพูดคุยไปโดยปริยาย...

**********************

วันนั้นทั้งวัน โทโมฮิสะไม่เป็นอันเรียนร้องเพลง เขาเอาแต่ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ได้เห็นเมื่อเช้านี้
...ยูอิจิกับสายตาเอื้ออาทรต่อหนุ่มน้อยที่ยังไม่ค่อยจะโตเต็มที่คนนั้น ....จุนโนะสุเกะ... ถึงหน้าตาจะดูใสซื่อ บริสุทธิ์ แต่ก็ไม่น่าไว้ใจ ยูอิจิอาจจะชอบคนลักษณะนี้ก็ได้ ...
ไม่เอาหรอก...เขายอมไม่ได้...อุตส่าห์เล็งพี่ยูมาตั้งหลายปี ดั้นด้นมาเป็นนักร้องของบริษัทนี้เพื่ออะไรกันล่ะ?
ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายมาดเท่คนนี้ ...เขาจะปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างจุนโนะหน้าหวานมาครอบครองหัวใจยูอิจิได้ไง...

ดวงตากลมโตของโทโมะจับนิ่งอยู่ที่ร่างสูงของจิน หนุ่มน้อยที่เขาเริ่มสนิทสนมด้วย เป็นเพื่อนคนแรกในบริษัทที่เขาไม่เคยแสดงอาการถือตัว ความจริงเขาก็ไม่ใช่พวกเจ้ายศเจ้าอย่างกับพวกเพื่อนๆ ไม่ใช่คนถือตัวอะไรนัก เขาถึงสนิทกับจินและเพื่อนคนอื่นได้อย่างง่ายดาย
จินเป็นเพื่อนรักของจุนโนะ เป็นรุ่นพี่ที่ชักชวนมาอยู่โตเกียวด้วยกัน บางทีจินอาจเป็นแฟนของจุนโนะก็ได้...แต่จินเองก็ไม่ได้บอกว่าชอบอะไรจุนโนะแบบนั้นนี่นา แต่ถ้าจุนโนะรักกับจิน จินรักกับจุนโนะมันก็จะดีกับตัวเขาเองด้วย ยูอิจิจะได้เลิกสนใจจุนโนะและเขาเองก็จะหมดกระดูกชิ้นโต
โทโมะส่ายหน้าไปมา จนจินที่หันมาเห็นเข้าถึงกับขมวดคิ้ว
“เป็นอะไรง่ะ โทโมะ? เห็นทำหน้านิ่วมานานแล้วนะ” จินถาม
โทโมะจึงหัวเราะแหะ แหะ ส่ายหน้าช้าๆ แต่เมื่อจินจะหันกลับไป เขาก็คว้าแขนจินหมับ และลากมาอีกทาง
“นี่...จิน...นายกับเพื่อนนายน่ะ จุนโนะคนนั้นน่ะ..”
“จุนโนะทำไมเหรอ?”
“ชอบกันเป๊า?” โทโมะถามเอาตรงๆ ทำให้จินทำหน้าเหรอหรา และยังหัวเราะใส่หน้าเขาอีกเมื่อหายเหวอแล้ว
“เฮ้ย...บ้าน่า..จุนโนะยังเด็กนะ”
“ก็ไม่เชิงเด็ก นายก็รู้นี่นาว่า จุนโนะน่ะกำลังจะเริ่มเป็นหนุ่มตามพวกเรามาติดๆ”
คำพูดนั้นของโทโมะตรงกับที่ใจจินคิด แต่เขาก็ฝืนส่ายหน้า แต่ก็อดแก้มแดง หูแดงไม่ได้ เพราะคำว่า แฟนที่โทโมะว่านั้น ทำให้เขาอดใจเต้นไม่ได้
“ฉันกับจุนโนะเป็นเพื่อนกันเท่านั้น”
“ว้า..า..า.....” โทโมะร้องคราง หน้ามู่ทู่จนจินอดสงสัยไม่ได้
“ว้าทำไมล่ะ โทโมะ?”
“ปะ..เปล่าหรอก..ไม่ได้เป็นแฟนก็แล้วไป...แต่อยู่ใกล้กันแบบนั้นน่ะ สักวันหนึ่งเหอะน่า......ฮึ่ม...” โทโมะถูมือไปมา ส่งสายตาล้อเลียนไปให้ จินจึงชูกำปั้นให้เขา และบอกว่าให้โทโมะรูดซิปปากได้แล้ว

*********************

จินไปรับจุนโนะตามที่บอกในตอนเย็นของวันนั้น แต่คราวนี้เขาพบกับคาซึยะอยู่เป็นเพื่อนจุนโนะด้วยที่หน้าห้องซ้อม เมื่อเห็นจินเดินยิ้มมา คาซึยะจึงตบบ่าเพื่อนเบาๆ
“แน่ะ แฟนมารับแล้ว..ว..ว..”
“เอ๋??? ไม่ใช่นะ!” จุนโนะอุทานออกมาทันควัน ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้างและหลุบตาต่ำเพราะความอาย
ไม่รู้ว่าจินจะได้ยินประโยคนั้นของคาซึยะหรือเปล่า...แต่คงไม่หรอกน่า...เพราะจินทำหน้าปกตินี่นา
“หวัดดีคาซึยะ...” จินโบกมือทักทายหนุ่มน้อยที่รีบฉวยเป้ของตัวเองพาดบ่า คาซึยะบอกกับจินว่า
“ผมต้องรีบไปรับหน้าคุณโทโมะก่อน ดูแลจุนโนะด้วยล่ะ วันนี้สะดุดขาเพื่อน หกล้มหัวเข่าแตกด้วย พยาบาลเบื้องต้นให้แล้ว แต่สงสัยจะเดินกลับบ้านไม่ไหว ผมไปก่อนล่ะ บ๋ายบาย..”
ว่าแล้วคนพูดก็หันหลังให้ เดินไปสองสามก้าวก็โบกมือร่ำลา โดยที่ไม่ได้หันหน้ามา

จินไม่ได้สนใจคาซึยะอีก เขารีบคุกเข่าลงที่พื้นตรงหน้าจุนโนะที่กำลังนั่งวางขาออกมาข้างหน้า
“ไหน..เจ็บตรงไหนจุนจัง...” จินสัมผัสอ่อนโยนที่หัวเข่าทั้งสองข้างของจุนโนะ เขาไม่รู้ว่าข้างไหนของจุนโนะเจ็บ แต่ก็เห็นจุนโนะรีบชักเข่าข้างซ้ายหนี จึงได้รู้ว่าเป็นข้างนั้น
“อ๋อ...ข้างนี้เหรอ?...เพี้ยงหายเร็วๆ น้า...กลับห้องไปนี่ จะทำแผลให้ หรือว่าจะไปคลีนิคดีล่ะ?” จินถามหลังจากเป่าเพี้ยงบนขาของจุนโนะแล้ว คนเจ็บทำหน้าเหยเมื่อจินพูดถึงเรื่องทำแผล
“ไม่เอา...ให้จินทำให้ก็ได้ เลือดออกนิดหน่อย แต่มันเริ่มตึงๆ แล้วล่ะ”

จินพยุงจุนโนะขึ้น แล้วฉวยเป้มาสะพายให้ พอดีกับที่ครูฝึกออกมาจากห้องพอดี เขาบอกว่า ถ้าพรุ่งนี้จุนโนะยังเจ็บเข่าอยู่ก็ให้พักได้หนึ่งวัน
“สงสัยจะเจ็บ...ไปคลีนิคแถวนี้ก็ได้นะ แต่จุนโนะไม่ยอมไป บอกว่าจะรอเพื่อนท่าเดียว” คุณครูส่ายหน้า จินโค้งให้และขออาสาพาจุนโนะกลับบ้านเอง
“ขอบคุณครับเซนเซ ....ไปกันเหอะจุนจัง..”

จินประคองจุนโนะลงลิฟต์มาชั้นล่างแล้ว เมื่อผ่านห้องโถง จินก็ชะงักเมื่อเห็นนากามารุ ยูอิจิ เดินยิ้มร่ามาหา
“เอ...จุนโนะเป็นอะไรไปเอ่ย...”
“เจ็บขาฮะ” เด็กหนุ่มตอบ ทำให้ยูอิจิตาโต รีบก้มลงดูขาของจุนโนะอย่างไม่รีรอ และนั่นก็ทำให้จินเผลอกัดปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
“จุนจังไม่เป็นไรหรอกครับ นากามารุซัง ผมดูแลเพื่อนผมได้”
“งั้น...ฝากด้วยละกัน” ยูอิจิยิ้มให้จิน เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ และเสนอว่า
“จะไปส่งที่บ้านให้เอามั้ย?”
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ..” จินรีบปัดไมตรีโดยไม่ลังเล
“แต่จุนโนะขาเจ็บนะ จะเดินลำบาก”
แต่....จินก้าวมาข้างหน้า กางแขนกันร่างจุนโนะไว้
“ไม่เป็นไรใช่มั้ย จุนโนะ เดินไหวนี่ สบายมาก” จินเอี้ยวหน้าไปถามคนด้านหลัง ทำให้จุนโนะต้องบอกว่า เขากับจินไปกันเองได้ และนั่นก็ทำให้จินเห็นว่า สีหน้าของยูอิจินั้นเสียไปนิดหนึ่ง
ชายหนุ่มถอยหลังให้จินและจุนโนะ แต่กระนั้นก็ยังไม่วายพูดว่า
“ฝากจุนโนะหน่อยนะอะกานิชิคุง” พูดเสร็จแล้วก็เดินหันหลังฉับไปทันที ปล่อยให้จินมองตามแผ่นหลังอันตั้งตรงไปด้วยความกังขา
“ทำไมต้องฝากด้วย ..เอ...หมอนี่...ชักจะไงๆ กับนายซะแล้วซิ” จินพึมพำเบาๆ ฟังถ้อยคำที่ลูกชายเจ้าของบริษัทฝากฝังจุนโนะกับเขามาหลายหนแล้ว ....
“กลับบ้านเหอะ...อยากอาบน้ำ ทำแผลจะแย่แล้ว” เสียงจุนโนะงึมงำ ตีไหล่จินเป็นเชิงกระตุ้น ทำให้จินหันมาคว้าบ่าจุนโนะมาแนบกาย พากันประคองเดินออกไปจากบริษัท
แต่พอมาถึงครึ่งทาง จุนโนะก็นิ่วหน้า สูดปากเพราะความเจ็บ จินจึงหยุดเดิน แล้วก้มหลังให้ และบอกว่า
“ขี่คอดีกว่า จุนจังจะได้ไม่ระบม” จินชี้มาที่หลังของเขา เมื่อจุนโนะโน้มตัวมาขี่คอเขา จินก็เลยให้เกาะแน่นๆ
แทนที่จะพากลับบ้าน เขากลับพาจุนโนะไปทำแผลที่คลีนิก ออกค่าทำแผลให้เรียบร้อย จุนโนะเบ้หน้าเมื่อหมอสั่งให้กินยาแก้อักเสบก่อนนอนด้วย
จินเกือบหัวเราะออกมา ก็เรื่องกินยายากน่ะ จุนโนะเป็นที่เลื่องลือมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“ไม่เป็นไรน่า จะได้หายไวๆ ไง” จินปลอบ และย่อเข่าให้จุนโนะขึ้นขี่หลังต่อ
“ยาเม็ดเบ้อเริ่มเลย” เสียงโอดครวญจากด้านหลัง จินรู้สึกว่าจุนโนะวางศีรษะพิงกับต้นคอของเขา
“เอายามาก็ต้องกินนะ ห้ามทิ้งเด็ดขาดด้วย ฉันจะตีก้นให้ลายเชียว”
“ฮึ!” จุนโนะแอบทุบหลังไหล่จินเบาๆ แล้วก็ทำเสียงครืดคราดในลำคอ

ระหว่างทางจุนโนะก็นวดไหล่ให้จินไปพลาง แนบใบหน้าหวานกับไหล่เพื่อน
“หนักมั้ยจิน...”
“ไม่หรอก จุนโนะตัวเบาจะตาย ผอมแห้งออกอย่างนี้ สบายมาก”
“ไม่หนักแต่เหงื่อออกเต็มเลย” จุนโนะหัวเราะ และใช้นิ้วมือปาดเหงื่อที่ซึมตามต้นคอของจิน
“ถ้าจุนโนะโตกว่านี้ก็เอาขึ้นหลังไม่ไหวแน่ๆ”
“งั้นฉันจะไม่โตดีมั้ย จะตัวเท่านี้แหล่ะ จินจะได้เอาขึ้นหลังไหว” เสียงใสของจุนโนะออกแววร่าเริง ทำให้จินหัวเราะเบิกบาน ...เดินผ่านสองข้างทางอย่างสบายอารมณ์ จนท้ายสุดจินก็ฮัมเพลงเบาๆ
“อื้อ...เพราะจัง...เพลงอะไรง่ะ ไม่เคยได้ยินเลย” จุนโนะถาม ริมฝีปากแนบกับใบหูจิน
“แต่งเอง ...วันนี้แต่งได้ท่อนฮุค จุนจังชอบจริงๆ เหรอ?”
“ฮื่อ...เพราะดี...แต่งให้เต็มเพลงซิ”
“ก็ได้...ฉันจะแต่งให้จุนโนะนะ ชื่อเพลง...Love or Like”
“ดี...ดี...อยากฟังเร็วๆ จัง จินชอบเขียนบทกวีมาตั้งก๊ะเด็กนี่เนอะ”
“ใช่...นี่ฉันก็เอาสมุดที่ฉันแต่งไว้มาด้วย คงจะใช้ให้เป็นประโยชน์บ้างล่ะเนอะ” จินเดินเลี้ยวไปทางรถเข็นขายราเม็ง ได้กลิ่นหอมฟุ้งของน้ำซุปและเส้นราเม็งลวกมาแต่ไกล
“จินจะเป็นนักร้องหรือนักแต่งเพลงกันแน่นะ” จุนโนะอดถามไม่ได้ ถามพลางก็สูดเอากลิ้นราเม็งเข้าจมูกไปพลาง
“เป็นทั้งสองอย่างเลย อ้อไม่ใช่ซิ สามอย่าง ฉันจะเป็นนักเล่นกีตาร์ด้วย ...โอย...จุนโนะ.. ฉันหิวชะมัดเลย เราแวะกินราเม็งข้างทางดีกว่านะ กลิ่นแบบนี้มันไม่ไหวแล้ว...” จินร้องคราง จุนโนะเห็นดีด้วย เพราะหิวเหมือนกัน เขายื่นแขนข้ามหัวจินไปข้างหน้าและตะโกนเสียงดังว่า
“ม้าศึก ควบไปเล้ย...ไปบุกร้านราเม็ง เอามาให้ข้าหนึ่งชาม!!”
“ได้ครับเจ้าหญิง...”
จินหัวเราะก๊าก แล้วรีบเดินแกมวิ่งตัวปลิว ทั้งๆ ที่มีจุนโนะเกาะติดแผ่นหลังอยู่จนถึงร้านราเม็ง

*****************************

ตกดึกคืนนั้น จุนโนะนอนพลิกไปพลิกมาในความมืด เมื่อจินลุกขึ้นนั่งเปิดไฟหัวเตียง จุนโนะก็เผยอกายมองจินด้วยสายตาขอโทษที่ทำให้จินนอนไม่หลับ
“เจ็บแผลเหรอ?” จินถาม เลิกผ้าห่มขึ้น และจับขาจุนโนะมาพิจารณา
“ไม่...แต่มันตึง” จุนโนะปฏิเสธ แต่ความจริงนั้นน่ะ เจ็บระบมจนอยากจะร้องไห้จะแย่แล้ว
“อย่าโกหกหน่อยเลยน่า ดูหน้าก็รู้แล้ว...เอ..จะทำไงดี” จินหันไปคว้ายาแก้อักเสบมาให้จุนโนะและถามว่า จุนโนะลืมกินยาก่อนแน่หรือเปล่า
“อือ...ลืม...” ร่างบางตอบอายๆ คว้ายามาอมไว้ แต่น้ำหนึ่งแก้วที่เตรียมไว้คงจะไม่พอ จุนโนะสุเกะกินยายากมากๆ เขาปลิ้นยาเข้าออกแต่ไม่ยอมกลืนซะที จนจินต้องขู่ว่า จะเอาน้ำมาให้อีกแค่แก้วเดียวเท่านั้น จุนโนะต้องรีบกลืนยาให้หมด ไม่อย่างนั้นจะให้อมไว้อย่างนั้นทั้งคืน

.....เอื๊อก.....

จินได้ยินเสียงจุนโนะกลืนยาพร้อมกับน้ำลงคออย่างว่าง่าย แต่นั่นก็เป็นอึกสุดท้ายของแก้วนั้นพอดี
จุนโนะล้มตัวลงนอน แต่แล้วก็ผวาขึ้นมานั่งอีก เหลียวหาอะไรบางอย่างรอบตัว
“มิมิล่ะ?”
“ช่างมันก่อน” จินปราม แต่อีกฝ่ายส่ายหน้า มองหามิมิ
“มิมิ...มิมิ...”
“ฉันเอามันไปนอนกองข้างเตียงแล้ว” จินสารภาพ ทำให้จุนโนะหน้ามุ่ย
“เอามานี่เลยนะ เอามิมิเค้าคืนมาด้วย”
“จุนโนะ...ะ..ะ..เตียงก็แคบ ขาก็เจ็บ ยังจะกั้นที่ให้เจ้านั่นมานอนด้วยแบบนี้ พอดีตกเตียงจะว่าไง”
“แต่ว่า....มันนอนไม่หลับนี่นา” จุนโนะทำเสียงอ้อน จินเลยอ้าแขนออกกว้าง
“มานี่มะ...มานอนกอดฉันดีกว่า จะได้ไม่ดิ้นตกเตียงด้วย”
“แต่ว่า.....”
“นอนกันได้แล้ว จุนจัง...พรุ่งนี้ฉันต้องตื่นแต่เช้าไปบริษัทนะ” จินทำเสียงดุเมื่อจุนโนะยังอิดๆ เอื้อนๆ เสียงแบบนั้นน่ะทำให้ร่างบางต้องมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มแต่ก็ไม่วายชะโงกไปที่ข้างเตียงที่จินวางมิมิไว้ตรงนั้น

ร่างบอบบางซุกตัวอยู่ใต้โปงโดยมีจินนอนกอดไว้ เขาพยายามจะไม่ให้ถูกแผลของจุนโนะ จินก็เลยนอนตัวเกร็ง แต่เมื่อจุนโนะผ่อนลมหายใจสม่ำเสมอ เขาจึงหลับตาลงได้ ฤทธิ์ยาทำให้จุนโนะหลับอย่างสบาย แต่เขานี่ซิกลับตาค้างแข็งเพราะดึกมากแล้ว
เสียงคนข้างกายพลิกตัวนอนขยับมาใกล้เขาอีก จินวาดแขนออกดันหัวจุนโนะให้มาหนุนแขนเขา ปลายนิ้วมือสัมผัสไล้ไปมาที่ข้างแก้มอ่อนใสนั้นเบาๆ รู้สึกได้ถึงความเนียนนุ่มของผิวกาย รวมทั้งความหอมของสบู่อ่อนที่โชยมาเข้าจมูก ความบริสุทธิ์ผุดผ่องของเพื่อนตัวน้อยทำให้จินอมยิ้ม เมื่อนอนไม่หลับเข้าจริงๆ เขาก็คิดไปถึง ใครคนหนึ่งที่เริ่มเข้ามาพัวพันกับความสัมพันธ์ของเขากับจุนโนะ

คนคนนั้นก็คือ นากามารุ ยูอิจิ ...

...เขาต้องรู้ให้ได้ว่า ยูอิจิคิดอย่างไรกับเพื่อนของเขา...

...ไม่นะ จุนโนะยังเด็กนัก...ยังไม่ประสากับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เขาต้องปกป้องจุนโนะออกจากยูอิจิให้ได้...

จินขยับกายตะแคงข้าง หันหน้าไปทางจุนโนะ มืออีกข้างของเขา ไล้แผ่วเบาที่ดวงหน้าหวานซึ่งมิอาจเห็นได้ชัดนักในยามมืดเช่นนี้ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความเจริญเติบโตของเด็กชายที่เริ่มจะย่างเข้าสู่รุ่นหนุ่ม แขนขาเก้งก้างเริ่มตึงเขม็งเพราะต้องซ้อมเต้นทุกวัน และยังจะต้องออกกำลังยามเช้าอีก
...อีกหน่อยเด็กชายจุนโนะก็จะเปลี่ยนไป ...แล้วจิตใจล่ะ...จะไร้เดียงสาอยู่เช่นเดิมหรือไม่ จินไม่อาจคาดเดาได้....ทางที่ดีเขาต้องอยู่ดูแลจุนโนะให้ดีมากกว่าเดิมซะแล้ว

*****************

วันรุ่งขึ้น จินต้องให้จุนโนะอยู่โยงเฝ้าห้อง เพราะหัวเข่าระบม และเดินไม่ถนัดนัก จินจึงไปบริษัทแต่เพียงลำพัง พอโผล่เข้าไปในห้องซ้อมก็พบกับโทโมะยืนยิ้มแป้นอยู่แล้ว เขาเล่าเรื่องจุนโนะให้ฟัง และโทโมะก็บอกว่าคาซึยะเล่าให้ฟังแล้วเมื่อวานนี้เอง
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ซ้อมร้องเพลง ยูอิจิก็มาปรากฏกายขึ้นที่ประตู เขากวักมือเรียกจินออกมาพบด้านนอก ประโยคแรกที่ชายหนุ่มผู้สูงวัยกว่าถามจินก็คือ
“จุนโนะไม่มาหรือ?”
“ไม่มาครับ คุณถามทำไม?” เสียงจินติดจะห้วนและรำคาญ และนั่นก็ทำให้ยูอิจิรู้สึกได้ ชายหนุ่มจึงหัวเราะเจื่อนๆ ตบบ่าจินและบอกว่า
“ไม่มีอะไรหรอก ถามดูเฉยๆ เห็นนายมาคนเดียวก็เลยสงสัย จุนโนะคงจะเดินไม่ถนัดซินะ ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะอนุญาตไปทางห้องซ้อมแดนเซอร์ให้เขาพักจนกว่าขาจะหาย” ยูอิจิเอื้อเฟื้อ แน่ละเขามีสิทธิ์จะทำเช่นนั้นก็เขาเป็นผู้บริหารนี่นะ
จินเลือกที่จะเงียบเพราะขืนไปแสดงความไม่ไว้ใจยูอิจิมากเกินไป จุนโนะอาจจะไม่ได้รับความเอื้อเฟื้อนี้ก็ได้ เขาจึงปล่อยไปก่อน
ขณะที่ทั้งสองกำลังยืนคุยกันอยู่นั้น โทโมะก็โผล่พรวดเข้ามา เกาะแขนยูอิจิหมับ
“หวัดดีฮะพี่ยู...มาหาโทโมะเหรอ?” เสียงออดอ้อนของโทโมะทำให้ยูอิจิยิ้มรับ แต่ก็พยายามแกะมือที่เกาะแขนเขาออก
“มาถามเรื่องจุนโนะกับเพื่อนโทโมะน่ะ” ยูอิจิบอกตามตรง ทำให้โทโมะหน้าเสีย มือกำแน่นอยู่ข้างตัว
“อ๋อ..หรือฮะ..ชริ ..นึกว่ามาหาผมซะอีก...”
“โทโมะน่ะเจอบ่อยอยู่แล้วนี่นา”
“มันไม่เหมือนกันซะหน่อย พี่ยูน่ะ คิดยังไงกับเด็กที่ชื่อจุนโนะกันแน่ฮะ?” โทโมะถามออกมาตรงเป๊ะ จนจินอ้าปากหวอ ถามตรงกับใจที่เขาคิดพอดี กลั้นใจฟังว่ายูอิจิจะตอบว่าอะไร
โทโมะยืนกางขาแหงนมองหน้ายูอิจิ สายตาเอาเรื่องเต็มที่ แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งและก้มหน้าน้อยๆ
“ก็ไม่มีอะไรนี่...ความจริง.....” ชายหนุ่มมองหน้าโทโมะ วางมือบนบ่าบอบบางของเด็กหนุ่ม
“...ความจริง พี่เป็นห่วงจุนโนะเขาน่ะ เห็นเมื่อวานบาดเจ็บก็เลยถามดู โทโมะถามทำไม พี่จะห่วงเด็กในสังกัดไม่ได้หรือ?”
“เอ้อ.....แล้วทำไมพี่ยูอิจิไม่ถามผมบ้างง่ะ ทำไมไม่ถามว่าวันนี้ผมสบายดีมั้ย เต้นเป็นไงบ้าง กินข้าวอิ่มมาหรือยัง ทำไมพี่ยูถึงถามแต่เด็กนั่น แค่รู้จักกันไม่กี่ครั้ง ทำไมต้องแคร์ถึงขนาดนี้ด้วย” เสียงโทโมะเริ่มจะดัง จนจินต้องแอบสะกิด ยูอิจิได้แต่มองเด็กหนุ่มที่หน้าแดงเพราะเริ่มจะมีอารมณ์โกรธและน้อยใจ
โทโมะกัดปาก จ้องมองพี่ยูของเขาด้วยความน้อยใจ จนในที่สุดประโยคที่เขาไม่อยากได้ยินก็ออกมาจากปากของยูอิจิว่า
“พี่จะถามก็ต่อเมื่อคนคนนั้นเป็นคนที่พี่สนใจ...”
“พี่ยู้.....โอ๊ย...จะบ้าหรือไง...เด็กนั่นน่ะเรอะ???...โอ๊ย.....” โทโมะสะบัดหน้าพรืด ก้าวฉับๆ เข้าห้องซ้อมไปด้วยอาการไม่สบอารมณ์ จินมองหน้ายูอิจิด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง จากนั้นจึงขอตัว ตามเพื่อนเข้าไปในห้องด้วยอีกคน

.....คนที่สนใจ......
...คนที่ยูอิจิสนใจ...

จินใจไม่ดีเลย... ในที่สุดความจริงที่ทำให้ยูอิจิเข้ามาพัวพันกับจุนโนะ คอยถามไถ่และเอื้ออาทรก็เพราะ...สนใจในตัวจุนโนะนั่นเอง....

ที่กลางห้องนั้น จินเห็นโทโมะนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ร่างบางนั่งกอดอกไม่พูดไม่จา แต่จินแอบเห็นว่าร่างนั้นกัดริมฝีปากที่สั่นระริกของตัวเอง และขอบตาของโทโมะนั้นก็มีสีแดงระเรื่อราวกับว่าเจ้าตัวกำลังกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถ

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...