Show Me Your LOVE

 

Vol 7

***************************

จุนโนะสุเกะรู้สึกแปลกๆ ในยามนี้ เขากินอะไรไม่ค่อยลงเลย แม้ว่าจะมีคนคอยคีบเนื้อย่างให้ซึ่งนั่นก็คือ นากามารุ ยูอิจินั่นเอง แต่กระนั้นเขาก็ไม่อาจฝืนใจกินได้ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างฝืดคอ กลืนไม่ลง.... เพราะการเห็นภาพของจินที่คอยเอาใจสาวน้อยที่ชื่อนานะหรือเปล่า เขาก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
“ไม่เห็นค่อยทานอะไรเลย จุนโนะ ไม่หิวหรือไง?” ยูอิจิถามเมื่อเห็นจุนโนะเขี่ยเนื้อไปมา ไม่คีบเข้าปากเสียที แต่ร่างบางกลับปฏิเสธ
“เปล่าครับ...”
“ทานซิ จะได้มีเนื้อมีหนังหน่อย รู้มั้ยตัวผอมแห้งจะแย่แล้วนะ”
“ครับ” จุนโนะพยักหน้างึกๆ พลางคีบเนื้อย่างเข้าปากอย่างเสียไม่ได้ เขาเหลือบมองจินที่นั่งอยู่ข้างหญิงสาวญาติของยูอิจิ เห็นจินกำลังรินน้ำให้ผู้หญิงคนนั้น แถมยังยื่นหน้าไปพูดคุยกันไม่หยุดอีกต่างหาก จุนโนะเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ และการกระทำนั้นก็อยู่ในสายตาของยูอิจิเข้าพอดี ชายหนุ่มเอนหน้ากระซิบว่า
“สงสัยเพื่อนของจุนโนะคงจะชอบนานะละมั้ง”
“อ๊ะ?” จุนโนะเลิกคิ้ว แล้วเหลียวขวับไปมองจินกับนานะอีกครั้ง
จริงด้วยซิ เขาไม่เคยเห็นจินแสดงความสนใจผู้หญิงคนไหนเลยนี่นะ แต่วันนี้จินดูยิ้มแย้มมากเป็นพิเศษ มากเสียจนไม่ได้หันมามองจุนโนะเลย...
“ถ้าเขาชอบกันจริงๆ จุนโนะจะว่าอะไรมั้ย?” ยูอิจิกระซิบถาม และคำถามนั้นก็ทำให้จุนโนะถึงกับนิ่งอึ้ง ใบหน้าเผือดสีลง
“ผมจะว่าอะไรได้ล่ะครับ”
“อ้าว...ก็เห็นสนิทกันมาก”
“เอ่อ........” จุนโนะพูดไม่ออก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาจะทำอะไรได้ดีไปกว่าเห็นดีเห็นงามตามจินด้วย ถ้าจินจะชอบใคร เขาหรือจะมีสิทธิมาห้าม

เสียงคนข้างกายหัวเราะหึๆ ทำให้จุนโนะถอนสายตามาจากจิน เขาหลุบสายตามองอาหารเบื้องหน้า ความไม่อยากอาหารเพิ่มมากขึ้น จนแทบจะวางตะเกียบลงกับที่วางเล็กๆ ข้างจาน

อาหารค่ำมื้อนั้นผ่านไปเมื่อเวลาล่วงเลยจนเกือบดึก ยูอิจิยืนกรานจะไปส่งจุนโนะที่ห้องพัก และนั่นก็ทำให้คาซึยะขอตามไปด้วย โทโมะเบิกตากว้างเมื่อคาซึยะบอกความต้องการเช่นนั้น
“จะไปทำไมกัน แล้วไม่กลับบ้านนายหรือไง?” โทโมะถาม
“ผมจะไปส่งจุนโนะด้วย ในเมื่อจินเขาไม่ไปส่งเอง” คาซึยะบอก
“จินก็จะไปด้วยนี่นะ” โทโมะบุ้ยหน้าไปทางจิน เขาเห็นจินเหลียวหาจุนโนะอยู่เหมือนกัน
“ชริ เพิ่งจะนึกขึ้นได้หรือไงว่าจุนโนะก็อยู่ตรงนี้ด้วยน่ะ” เสียงห้าวบอกออกมา และเดินตามยูอิจิและจุนโนะไป ทำให้โทโมะผวาตาม แถมยังร้องออกมา
“เฮ้ย...คาซึยะนายต้องไปส่งฉันที่คอนโดนะ จะไปไหนง่ะ นายเป็นบอดี้การ์ดของฉันนะเว้ย!!”
เสียงดังนั้นทำให้คาซึยะเหลียวมามอง
“ทีงี้ล่ะเห็นผมมีประโยชน์ ทีเมื่อก่อนไม่เห็นอยากให้ไปส่งเลยนิ...ผมยังไม่ไปกับคุณหรอก ไปส่งจุนโนะดีกว่า” ว่าแล้วคนพูดก็รีบเดินจ้ำอ้าวตามพวกจุนโนะไป และนั่นก็ทำให้โทโมะพลอยวิ่งตามไปด้วย
“จะไปกันหมดเนี่ยเลยเหรอ?” ยูอิจิเกาหัวแกรกๆ มองคนที่ขอตามมาด้วยทั้งหมด และพวกหนุ่มน้อยทั้งหลายก็พากันทำท่าไม่รู้ไม่ชี้

ยูอิจิจำต้องขับรถพาจุนโนะกลับห้องพักโดยมีจิน คาซึยะและโทโมะพ่วงไปด้วย คราวนี้โทโมะรีบวิ่งชิงนั่งหน้าเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ทั้งๆ ที่ใจจริงของยูอิจินั้นอยากให้จุนโนะนั่งคู่ไปมากกว่า และความจริงอีกอย่างก็คือเขาอยากให้จินไปกับนานะมากกว่าที่จะให้จินมานั่งตัวติดกับจุนโนะเช่นนี้ แต่จินก็ขอทำหน้าที่เพื่อนที่แสนดีของจุนโนะต่อไป หลังจากที่ได้ยินยูอิจิอาสาพาเพื่อนตัวน้อยของเขากลับบ้าน
ยูอิจิมองห้องพักหลังเล็กของจุนโนะแล้วก็ส่ายหน้า ความจริงน่าจะเรียกว่าห้องแถวมากกว่า อยู่ติดทางรถไฟ เวลามีขบวนรถไฟวิ่งผ่าน บ้านทั้งแถบก็แทบจะสั่นหวั่นไหว
“อยู่ไปได้ไงนะ?” ชายหนุ่มสบถคนเดียวเมื่อพวกหนุ่มๆ ลงมาจากรถแล้ว ความคิดหนึ่งแว่บเข้ามาในใจ
“น่าจะชวนจุนโนะไปอยู่ด้วยจัง” เขายิ้มคนเดียวขณะขับรถจากมา ตามองกระจกมองหลัง เห็นจินโอบบ่าจุนโนะแล้วเดินไปทางบ้านพัก โดยมีคาซึยะและโทโมะเดินตามไปด้วย เขาย่นจมูกใส่กระจก พลางนึกสงสัยว่า
....จินมาห้องพักของจุนโนะบ่อยแค่ไหนกัน ตั้งแต่จับแยกกันอยู่ก็ปาเข้าไปสองสามอาทิตย์แล้ว ...นี่เขาเพิ่งรู้นะว่า แท้จริงจินก็แอบกลับมาหาจุนโนะอยู่ดี

............เห็นทีต้องทำอะไรสักอย่างอีกแล้วล่ะ......

**********************************

“คราวนี้ก็รู้จักบ้านนายแล้วล่ะ” คาซึยะเปรยขึ้นมาขณะที่ก้าวตามสองหนุ่มเข้าไปในห้อง มีโทโมะยืนลังเลที่จะเข้าไปในห้อง คาซึยะส่งสายตาคมจัดมาทางคุณหนูแล้วก็เลิกคิ้ว
“จะเข้ามาหรือเปล่าครับ...แต่อยู่ข้างนอกก็ดีนะ ห้องยิ่งแคบอยู่ข้าง”
“ฉันจะเข้า...” โทโมะทำปากยื่นใส่คาซึยะและเดินกระแทกไหล่ของบอดี้การ์ดเข้าไปภายในห้อง
“นากามารุซังก็รู้จักห้องของจุนโนะแล้วด้วยเหมือนกัน” เสียงคาซึยะยังดังมาให้ได้ยิน
จุนโนะเหลียวมามอง คาซึยะยักไหล่แล้วแบมือออกทั้งสองข้าง
“เชื่อได้เลยว่า คราวนี้เช้าถึงเย็นถึงแน่ๆ”
“นากามารุซังน่ะเหรอ?” จุนโนะถาม
“ใช่”
จุนโนะอึ้ง.....เขาไม่ทันนึกในข้อนี้เลยจริงๆ ยูอิจิตามมาส่งถึงบ้านแบบนี้ โอกาสจะตามมาวอแวเขาย่อมมีมากขึ้น
พอเหลือบมองจินก็เห็นจินยืนหน้าเครียดอยู่กลางห้อง เมื่อสบตากับจุนโนะเข้า จินก็ยักไหล่แล้วชี้ไปที่โต๊ะกินข้าว
“จุนโนะกินอะไรรองท้องก่อนนอนดีมั้ย?” เขาถาม
“กินเนื้อย่างมาแล้วนี่นา”
“กินนิดเดียวเอง” จินว่า และคำพูดนั้นทำให้จุนโนะยิ้ม...นึกในใจว่า

<<< รู้จักสังเกตเหมือนกันหรือ >>>

“ฉันอิ่มแล้วล่ะ จินไม่ต้องห่วงหรอก” ว่าแล้วก็นั่งแหมะที่เตียง จุนโนะคว้าเจ้ามิมิมาชูตรงหน้าคาซึยะ
“นี่..มิมิ...เพื่อนซี้ฉันเองล่ะ”
“หวา....ตัวอะไรฟะ...ด๊ามดำ”
“หมี”
“หมีสกปรก...ยี้...” คาซึยะย่นจมูกใส่มิมิของจุนโนะ
ร่างบางรีบวางมิมิลงบนเตียง แล้วบอกว่า จินเป็นคนซื้อให้
“อ้อ.....มิน่าล่ะ” คาซึยะพยักหน้างึกๆ แล้วก็มองไปรอบๆ ห้อง ...ห้องนี้เรียบ เล็ก แต่สะอาด เล็กกว่าห้องของเขาอีกล่ะมัง เครื่องเรือนมีไม่กี่ชิ้น นี่น่ะหรือที่ที่จุนโนะเคยอยู่กับจิน อือ...จินได้ไปอยู่ห้องใหม่ที่ดีกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า แบบนี้จินอยากจะมาค้างที่นี่อีกเหรอ?...
มองไปมองมาก็สะดุดกับร่างบางของโทโมะที่ยืนพิงหน้าต่างมองออกไปด้านนอก สักพักโทโมะก็หันมาส่ายหน้า
“บรรยากาศไม่ดีเลยนะจุนโนะ สภาพแวดล้อมมันชวนให้หดหู่จริงๆ ฉันว่านายย้ายที่อยู่ดีกว่า ดูเด่ะ พอรถไฟมาบ้านก็สั่นเชียว”
“แต่ที่นี่ถูกดีนี่ฮะ” จุนโนะว่า
“เออ...ก็ใช่...แต่ว่า ย้ายเหอะ เอาใกล้ๆ ที่คอนโดของฉันกับจินดีมั้ย?”
“โทโมะก็พูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายเลยนะ” จินเสริมขึ้นพลางเทน้ำร้อนลงในชามโจ๊กสำเร็จรูป เพื่อทำให้จุนโนะทาน
“จุนโนะกินโจ๊กก่อนนอนหน่อยนะ” จินพูดโดยไม่หันหน้ามาทางจุนโนะ เขาคนโจ๊กในชามโฟมจนมันแตกตัวพร้อมกินได้แล้ว
“ไม่หิวง่ะ” จุนโนะส่ายหน้า แต่ก็อุตส่าห์ลากขามานั่งที่โต๊ะกินข้าว
“ไม่หิวก็ต้องกิน”
“แต่ว่า.....”
“นะ..?” จินเลิกคิ้วแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน และนั่นก็ทำให้จุนโนะสบายใจขึ้น
“สงสัยเราจะเป็นส่วนเกิน” เสียงคาซึยะเปรยขึ้นมาจากฟากหนึ่งของห้อง ทำให้จินและจุนโนะหัวเราะออกมา
“ค้างด้วยกันมั้ย?” จุนโนะชวนคาซึยะและโทโมะ
“โอย....ไม่หรอก นอนไปได้ไงสี่คน ฉันจะกลับบ้านล่ะ เอาไว้วันหลังจะมาค้างด้วยตอนนายอยู่คนเดียวละกัน ...งั้น...ฉันไปก่อนล่ะ คุณโทโมะกลับคอนโดฯ เหอะ ผมจะไปส่ง” คาซึยะหันมาบอกนายจ้างของพ่อ และโบกไม้โบกมือ ร่ำลาให้เจ้าของห้อง แต่ก็ต้องยกมือห้ามเมื่อเห็นจุนโนะลุกขึ้นยืน
“ไม่ต้องลุกหรอก เดี๋ยวไปเองได้”
“ฉันจะไปส่งที่หน้าถนนเอง” จินอาสา ตบบ่าจุนโนะให้นั่งกินโจ๊กต่อ

หนุ่มน้อยสามคนเดินไปตามถนนแคบ คาซึยะชั่งใจว่าจะถามจินดีมั้ยเรื่องจินกับนานะ แต่ยังไม่ทันถามอะไร จินก็ถามขึ้นก่อนว่า
“นายเป็นห่วงจุนโนะดีนะ?”
คาซึยะพยักหน้า ล้วงกระเป๋ากางเกงพลางเตะก้อนกรวดกระเด็นหวือไปข้างหน้า
“เห็นนายไม่ค่อยสนใจเขาเท่าไร ในร้านอาหารนั่น จุนโนะเขากินอะไรไม่ค่อยลง ฉันว่าอาจเป็นเพราะเขาน่ะ.....เอ่อ.......ไม่ค่อยพอใจที่นายอี๋อ๋อกับคุณนานะมากเกินไป”
“ฉันง่ะนะ?” จินชี้ที่ตัวเอง
“งือ....ไม่รู้ตัวหรอกเหรอ?” โทโมะโพล่งออกมาบ้าง
“ฉันก็คุยไปตามมารยาท อีกอย่างเขาก็เป็นนักร้องในสังกัดเดียวกัน รู้จักกันไว้ก็ไม่เป็นไรนี่นะ”
“แต่ว่านายคุยกับเขาจนไม่สนใจจุนโนะเลย” คำกล่าวของโทโมะทำให้จินหยุดเดิน มองหน้าคนถามเอาตรงๆ
“เอ.....นายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าโทโมะ ..คาซึยะ... ฉันกับจุนโนะน่ะเป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วถ้าฉันจะชอบผู้หญิงสักคน ฉันผิดด้วยหรือไง?”
“หมายความว่านายชอบคุณนานะ?” คาซึยะย้อนถาม และนั่นก็ทำให้จินยักไหล่ ส่ายหน้าปฏิเสธ
“เปล่า...”
“ยังไงกันแน่ฟะ?” เสียงสบถออกมา แล้วคาซึยะก็เป็นฝ่ายเดินขึ้นหน้า พอจินเดินตาม เขาก็หันมาโบกมือ
“ไม่ต้องไปส่งแล้ว กลับไปหาจุนโนะเหอะ...ไป...คุณโทโมะกลับกันได้..” เขาพยักหน้าให้โทโมะ ดูเหมือนจะเป็นคำสั่งกรายๆ แต่คนเดินตามคงไม่ทันคิด จึงเดินตามคาซึยะไป
“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” จินร้องตาม เมื่อเพื่อนทั้งสองจากไปแล้วนั่นแหล่ะเขาถึงกับผ่อนลมหายใจออกมา

...เขายังไม่ได้ชอบผู้หญิงคนนั้นสักหน่อย แต่ก็อดสนใจไม่ได้ ก็รอยยิ้มนั้นน่ะ ยังลืมไม่ลงเลย........ยิ้มตาหยี แก้มแดง ปากแดง เป็นผู้หญิงที่สวย ทันสมัย ... เอ...หรือว่าเขาชอบเจ้าหล่อนกันแน่นะ....แล้ววัยหนุ่มอย่างเขาจะสนใจสาวน้อยที่งดงามบ้างไม่ได้หรือไง...ส่วนจุนโนะก็คือจุนโนะ เป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกัน ไม่ได้รักใคร่แบบนั้นซะหน่อย...นายโทโมะและคาซึยะบ้านั่นเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า และพยายามจะยัดเยียดจุนโนะให้เขาอีก...
“บอกแล้วไงล่ะว่าเป็นแค่เพื่อนซี้...” เขาตะโกนตามหลังไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าสองคนนั่นคงไม่ได้ยิน แต่นั่นก็คือความจริงที่เขาคิดอยู่ตลอดเวลา

เมื่อกลับไปถึงห้องพักนั้น จินก็พบว่าจุนโนะกำลังอาบน้ำอยู่ เขามองโจ๊กในชาม เห็นจุนโนะกินหมด ก็โล่งใจ ...เขาเป็นห่วงจุนโนะต่างหากล่ะ ....ก็แค่นั้น...ถ้าหากว่าเขาจะมีแฟน ก็อาจจะดีเพราะจุนโนะจะได้ไม่คิดอะไรกับเขามากมายแบบนี้

**************************

เสียงร้องเท้าสองคู่กระทบดังก้องถนนในยามดึกสงัด โทโมะเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง เขามองตามแผ่นหลังของคาซึยะอยู่ มองแล้วก็คิดว่า ทำไมเจ้าหมอนี่โตขึ้นแล้วดูเหมือนหนุ่มเต็มตัว ทั้งๆ ที่อายุก็เท่ากับเขา วันนี้เขาเห็นในสิ่งที่ตัวเองยังอดทึ่งในตัวของคาซึยะไม่ได้

...ก็ท่าเต้นแบ็คนั้นน่ะ แม้จะเป็นแบ็คแต่ก็มีท่าเต้นเร้าใจจนไม่อาจถอนสายตาไปไหนได้...

นี่ขนาดไม่ค่อยจะเต็มใจเป็นแดนเซอร์นะเนี่ย ยังวาดลวดลายขนาดนี้เลย...
“นี่คุณโทโมะ...” เสียงเรียกจากคนเดินข้างหน้าทำให้โทโมะสะดุ้ง จู่ๆ คาซึยะก็หันหน้ามามองเขา
“อะไร?”
“จินกับคุณนานะ...น่ะ คิดเหมือนกันหรือเปล่าว่า คุณยูอิจิเขาจัดฉากให้” คาซึยะถามออกมา ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่โทโมะคิดพอดี ร่างบางจึงร้องอือออกมา และนั่นก็ทำให้คาซึยะถอนหายใจ
“งั้นจินก็กำลังหลง”
“หลงเหรอ?”
“ช่าย...”
“หลงไปกับของสวยๆ งามเพียงชั่ววูบ”
“ไอ้วูบของนายน่ะ อย่าให้มันจริงจังก็แล้วกัน มันจะเสียงาน” โทโมะอดทำหน้าเมื่อยไม่ได้ขณะพูดประโยคนี้ออกมา พลางนึกไปถึงหน้าของจุนโนะ เขาเห็นอยู่หรอกนะ หน้าตาที่แสดงอาการอึดอัดออกมายามที่เห็นจินอี๋อ๋อกับนานะ
“แล้วจุนโนะล่ะ?” เสียงคาซึยะถามขึ้น
“นายก็เป็นแฟนกับเขาซะเลยซิ”
“เอ๋.....คุณโทโมะนี่ไงนะ ผมเป็นผู้ชายนะ”
“เป็นผู้ชายแล้วไง? ชอบกันไม่ได้ไง้?” โทโมะลอยหน้าลอยตาถาม แถมยังยึดชายเสื้อคาซึยะเอาไว้ให้หยุดเดิน

สองหนุ่มจ้องหน้ากันริมทางรถไฟ หยุดพูดคุยเมื่อมีขบวนรถไฟแล่นผ่าน พอหมดเสียงรบกวนจากเจ้าเครื่องจักรขบวนยาวนั่นแล้ว คาซึยะก็บอกว่า
“ผมกับจุนโนะน่ะเป็นเพื่อนกันจริงๆ แม้ว่าจุนโนะเขาจะน่ารัก ...แต่ขอโทษที เพื่อนอย่างผมน่ะคงไม่หลงรักคนที่เป็นเพื่อนที่แท้จริงหรอก”
“แล้วนายชอบหนุ่มแบบไหนล่ะ?” โทโมะถามอีก
“เอ.....ทำไมผมต้องชอบผู้ชายเหมือนกันด้วย?”
“ก็เห็นชอบจับคู่ให้ชาวบ้านดีนัก ก็เลยคิดว่า นายคงต้องมีสเป็คหนุ่มในใจของนายบ้าง”
“เรื่องของผม...” ว่าแล้วคาซึยะก็หันหลังให้ เดินต่อไปตามทาง โดยมีเสียงรองเท้ากระทบพื้นถี่ๆ ของโทโมะดังอยู่เบื้องหลัง เขาเดินเร็วขึ้น เพราะเบื่อจะฟังเจ้านายถาม แต่โทโมะก็ซอยเท้าถี่ตามมากระแทกไหล่เขาจนได้
“นี่จู่ๆ ก็หันหลังเดินหนีน่ะ ฉันไม่ชอบนาเว้ย!!” โทโมะเอ็ดเอา
“ก็ขี้เกียจพูดกับคุณ”
“ว่าไงนะ? ทำไมฟะ พูดกับฉันมันลำบากหรือไง?”
“เปล๊า...แต่รำคาญ”
คำพูดเนิบๆ นั้นทำให้โทโมะเริ่มออกอาการวีนแตก เขาคว้าคอเสื้อของคาซึยะ กระชากทีเดียวร่างเล็กของลูกจ้างก็กระแทกกับร่างของตัวเอง
“ทำไมวะ รำคาญมากหรือไง?” โทโมะกระชากเสียงถาม
“คุณโทโมะ คุณเป็นหนุ่มที่น่าเบื่อมาก และผมจะบอกให้อีกว่า ถ้าพูดถึงหนุ่มในสเป็คของผมล่ะก็ คนอย่างคุณก็เป็นอันดับท้ายๆ ที่ผมจะเอามาควงด้วย”
“อ๊า...ไอ้หมอนี่ เดี๋ยวเหอะ....” คนพูดกัดปากตัวเองเพราะขัดใจในตัวลูกจ้างเหลือทน มีอย่างหรือมาพูดว่าเขาน่าเบื่อได้ไง โทโมะออกจะน่ารักนักหนา เจ้าหมอนี่มันเห็นเพชรเป็นกรวดได้ไงกัน
โทโมะแทบจะขยี้ปกคอเสื้อของคาซึยะให้ขาดติดมือ ความโกรธทำให้เขาดันร่างของคาซึยะกระแทกกับรั้วตารางเหล็กทีกั้นระหว่างถนนกับทางรถไฟจนรั้วสะเทือน
จากนั้นร่างบางก็เบียดเนื้อตัวของตัวเองแนบสนิทกับลำตัวของคาซึยะ ดวงตากลมโตของโทโมะฉายแววขัดเคืองขณะมองหน้าเจ้าหนุ่มน้อยที่เพิ่งจะว่าเขามาหยกๆ
“นายพูดใหม่เด๊ะเจ้าคาซึยะว่าฉันเป็นคนอย่างไง?” ร่างบางถามใหม่ และคำตอบของคาซึยะก็สวนหมับทันที
“น่าเบื่อ...”
“ไอ้....” โทโมะเลือดขึ้นหน้า พูดได้แค่นั้นก็กระแทกปากของตัวเองกับปากเจ่อของคาซึยะ เอนร่างพิงกับลำตัวของคาซึยะเอาไว้ มือที่ขยุ้มปกคอเสื้อของลูกจ้างก็ดึงให้หน้าของคาซึยะแนบสนิทกับตัวเอง
ริมฝีปากสองคู่ที่แนบสนิทกันนั้น เป็นการบดขยี้เหมือนจะกระแทกกระทั้น กลีบปากอวบอิ่มของโทโมะทีบดเบียดลงมาทำให้คาซึยะใจหายใจคว่ำ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาจูบกับผู้ชายด้วยกันแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าคุณโทโมะชอบผู้ชายอย่างคุณยูอิจิแต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมีส่วนร่วมกับอารมณ์แบบนี้ รู้ดีอยู่แก่ใจว่าถูกเจ้านายลงโทษเพราะวาจาสามหาว แต่การลงโทษแบบนี้นี่มัน...........เอ่อ.....

“อึก.....” เสียงโทโมะครางออกมา ขณะยื่นปากเสนอให้คาซึยะเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งสนองตอบ และรอยยิ้มในใจก็ปรากฏขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่า แขนแกร่งของคาซึยะโอบรอบลำตัวบอบบางของตัวเองแล้ว
รอยแยกจากริมฝีปากสองคู่เผยอออก เมื่อโทโมะดุนลิ้นอุ่นวาบหายเข้าปากของคาซึยะ ลิ้นเกี่ยวกระหวัดรัดแนบที่โทโมะเป็นคนเริ่มก่อนนั้น ทำให้คาซึยะใจสั่น ทำไม...คุณโทโมะของเขาถึงได้ร้อนแรงปานนี้
ความรู้สึกแปลกๆ ที่จูบกับผู้ชายด้วยกันเริ่มจางหายไป เพราะความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้มันคือการได้จุมพิตกับคนที่ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มต่างหากล่ะ
“อืมมมม...” คาซึยะครางใส่ปากของโทโมะ เขาสอดนิ้วเข้ากับเรือนผมของโทโมะ กดปลายนิ้วกับท้ายทอยของร่างบางและเป็นฝ่ายจุมพิตร้อนแรงสนองให้นายจ้างคนสวยของเขาคืน จนโทโมะแทบจะทรุดไปกองกับพื้น ร่างบางทิ้งน้ำหนักลงที่คาซึยะทั้งตัว โชคดีที่ยังมีรั้วตะแกรงเหล็กรับน้ำหนักของทั้งคู่เอาไว้
และในที่สุดคนที่เป็นฝ่ายหอบก็คือโทโมะ เมื่อคาซึยะถอนจูบแล้ว ร่างบางก็คว้าชายเสื้อของคาซึยะไว้มั่นเป็นการช่วยพยุงร่างของตัวเองไม่ให้ลงไปกองกับพื้น
“อืม....น่าเบื่อหรือไงคนอย่างฉัน?” เสียงสั่นเครือยังไม่วายถามต่อ ดวงตาหรี่ปรือบ่งบอกถึงความรัญจวนใจ
คาซึยะเองก็หอบถี่ หัวใจเต้นแรงไม่แพ้กัน
“จูบกับคนน่าเบื่อนี่ก็ดีเหมือนกันนะ” ว่าแล้วคาซึยะก็จับร่างบางให้ยืนตัวตรง เห็นริมฝีปากอวบของนายจ้างอูมขึ้นจนดูเหมือนมันแทบจะปริถ้าถูกจูบอีกรอบ ...ดวงตาโตเป็นประกายเจิดจ้าล้อเล่นกับแสงไฟจากเสาสูงนั้นทำให้เขาเห็นแววระริกที่อ่อนไหวนั้นได้ดี
“จูบผมทำไมครับ?” คาซึยะถาม
“ไอ้คนอวดดี” โทโมะยังจ้องหน้าคาซึยะไม่หลบ จนคนถามต้องเป็นฝ่ายหลบซะเอง ทีหลบก็เพราะว่ากลัวดวงหน้าเซ็กซี่ของเจ้านายหรือกลัวใจตัวเองก็ไม่รู้
เพราะหลังจากจุมพิตนั้นแล้ว ทำให้คาซึยะเกิดอาการผิดปกติกับตัวเองขึ้นมากระทันหัน

.....ยอมรับเลยล่ะว่าเขาชอบจูบโทโมะเป็นบ้าเลย...

ไม่รู้มาก่อนเลยนะว่าการได้จูบกับโทโมะทำให้เขารู้สึกวูบวาบแบบนี้ ไม่งั้นปล้ำจูบเสียนานแล้วล่ะ..
“ไม่ต้องไปส่งฉันแล้วคาซึยะ ฉันกลับเองได้” เสียงคำสั่งห้วนจัดของโทโมะดังขัดความคิดของเขาเสียได้ เมื่อคาซึยะหันไปมองคนพูดนั้น ก็เห็นแต่หลังของร่างบางที่เดินจ้ำอ้าวจากเขาไปแล้ว
“เดี๋ยว...คุณโทโมะ...” คาซึยะร้องและวิ่งตามหลังเจ้านายตัวแสบไป
ร่างบางที่เดินจ้ำด้านหน้าหยุด แล้วหันมาทำหน้าบึ้งใส่
“เรียกทำไม?”
“เมื่อกี้คุณจูบผมทำไมครับ?”
“ไอ้บ้า...ถามทำไมฟะ...เพราะต้องการให้นายรู้เอาไว้ง่ะเด่ะว่า จูบกับคนน่าเบื่ออย่างฉันน่ะมันเป็นอย่างไง”
“อืมมม...ก็.ดีง่ะนะครับ....แต่ไม่คิดว่าคุณโทโมะจะลดตัวมาจูบกับผม”
“ชริ....นึกเหรอว่าอยากจูบกับนาย ฉันน่ะอยากจะสั่งสอนนายเอาไว้ ก็เท่านั้นเอง” โทโมะทำแก้มป่องไม่สบอารมณ์ เขามองหน้าคมนั้นตาขุ่น...ยกมือชี้หน้าแล้วด่าแบบไม่มีเสียง แต่อีกฝ่ายก็พอจับความได้ว่า

<<<......คอยดูเหอะ....ไอ้บ้า....>>>

โทโมะหมุนตัวกลับ เดินจ้ำต่อ แต่คาซึยะกลับจ้ำตาม เขายืนกรานจะไปส่งให้ได้ และระหว่างทางนั้น โทโมะก็ไม่ยอมเหลือบแลมองเขาเลยสักนิด.........

************************************

วันต่อมา จินพบนานะที่ห้องโถงของบริษัท รอยยิ้มยิบหยีที่เขาได้รับจากหล่อนนั้นทำให้เขายิ้มแป้น และนับตั้งแต่บัดนี้ นานะจะเข้ามาซ้อมเพลงเพื่อจะอัดซิงเกิ้ลแรกของเธอเอง
“พบกันอีกแล้ว อะกานิชิคุง” สาวน้อยเอ่ยทักก่อน เธอเอียงคอมองจินอย่างน่ารัก และนั่นก็ทำให้เลือดหนุ่มของจินเดือดพล่าน
“สวัสดีครับคุณนานะ”
“เรียกว่านานะเฉยๆ ก็ได้” นานะอนุญาต
“จะดีเหรอ?” จินถามยิ้มๆ ขณะกดลิฟต์ให้เจ้าหล่อน
“ค่ะดีอย่างยิ่งเชียวล่ะ ไม่อยากเป็นเพื่อนกันเหรอคะ?”
“เอ้อ..อยากครับ ถ้างั้นก็เรียกผมว่าจินเฉยๆ นะครับ” จินยิ้มและทำให้ฝ่ายหญิงหัวเราะออกมา เธอพยักหน้าและมอบรอยยิ้มสดใส ทำให้จินมองตาค้าง ผู้หญิงคนนี้น่ารักไปทั้งเนื้อทั้งตัว กระโปรงสั้นลายสก็อตสีน้ำเงินสดนั้นเน้นช่วงขาขาวดูเนียนละเอียดเหลือเกิน เมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟต์กันสองคน จินก็ได้กลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ โชยมาจากร่างบอบบางนั่น เขาเผลอสูดเอาอากาศกรุ่นกลิ่นหอมนั้นเข้าเต็มปอด บอกในใจว่า เสน่ห์ของเธอคนนี้มีมากจริงๆ
“เย็นนี้.......” จินเริ่มอึกอัก ขณะเอ่ยชวนสาวน้อยนานะไปทานอาหารเย็นนอกบริษัท
“ดีเชียวค่ะ นานะว่างพอดี...” เธอพยักหน้ารับการชวนของจินโดยไม่ลังเล และนั่นก็ทำให้หัวใจของฝ่ายชายเต้นแรงขึ้นมา
“แล้วเจอกันนะคะจิน” นานะโบกมือบ๋ายบายให้ แถมหันมายิ้มหวานให้อีกที

จินเดินยิ้มมาตลอดทาง พลางนึกไปถึงรอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นจนเกือบจะชนกับร่างบางร่างหนึ่งตรงหัวมุมห้องซ้อมของตัวเอง
“อ๊ะ..อ้าว...จุนโนะ..ะ...ะ..ะ” จินร้องทักออกมาเพราะนานๆ ครั้งถึงจะเห็นจุนโนะมาหาเขาถึงชั้นนี้
“อ๊ะ...เจอจินพอดีเชียว...” จุนโนะยิ้มอย่างดีใจ คว้าข้อมือของเขาทันที
จินเผลอมอง รอยยิ้มของจุนโนะยิบหยีเหมือนกับยิ้มของนานะ ผิดกันตรงที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายเหมือนกับเขา แต่จินก็อดคิดไม่ได้ว่า ถึงแม้จะต่างเพศแต่จุนโนะกับนานะก็มีรอยยิ้มที่ชวนมองไม่แพ้กัน
“มีอะไรเหรอจุนจัง?” จินถาม
“ตอนเย็นว่างมั้ย คาซึยะเขาชวนไปเกมเซ็นเตอร์น่ะ” จุนโนะชวน
จินเงียบไปชั่วครู่ จนคนถามเอียงคอมองถามดักคอว่า
“ไม่ว่างเหรอ?”
“ขอโทษนะจุนจัง” จินก้มหัวงึกๆ
“ซ้อมเหรอ?” จุนโนะถามยิ้มๆ
“ถ้าซ้อมก็ไม่เป็นไรน้า...”
“เปล่าหรอก......ฉันมีเดทง่ะ” จินสารภาพออกมา
“ว่าไงนะ?” จุนโนะอ้าปากค้าง เบิกตากว้าง มือที่จับแขนจินร่วงผลอย
“จินมีเดท?”
“อือ.......” จินยิ้มแห้งๆ ทำหน้าเขินจัด ในขณะที่จุนโนะหน้าเจื่อนลง
“จินมีแฟนแล้ว?”
“เปล่าหรอก....แค่...ชวนเขาไปกินข้าวเอง...จุนโนะ...ขอโทษจริงๆ นะ เอาไว้วันหลังเราค่อยไปเกมเซ็นเตอร์ละกันน้า...วันนี้ไปไม่ได้จริงๆ” จินโค้งแล้วโค้งอีก จนจุนโนะต้องพยักหน้า
“ช่างเหอะ...เค้าไปกับคาซึยะก็ได้” หน้าหวานเริ่มมุ่ย จนจินต้องดึงร่างบางเข้ามาใกล้ เขาก้มมองหน้าเผือดสีของเพื่อนแล้วก็ใจไม่ดี
“จุนโนะโกรธฉันเหรอ?”
“เปล่า......” ร่างบางส่ายหน้า ฝืนยิ้มให้
“จินไปเที่ยวเหอะ ขอให้สนุกนะ.....เอ้อ....ขอถามหน่อยได้มั้ย?”
“อะไรเหรอ?”
“ไปกับใครง่ะ?” จุนโนะถาม พอได้ยินจินหัวเราะแหะๆ เขาก็พอเดาออก และเมื่อจินเอ่ยชื่อ นานะออกมา เขาก็พยักหน้าให้อย่างเนือยๆ ใจวูบลง
“อือ.....จินไปเหอะ...ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวมีซ้อมหนักอีก” ร่างบางหันหลังเดินแกมวิ่งจากไปแล้ว จินได้แต่มองตามจากทางด้านหลัง จุนโนะหน้าซีดลง คงผิดหวัง....แต่ไม่เป็นไรน่า มีเจ้าบอดี้การ์ดหน้าดุของโทโมะไปด้วยทั้งคนนี่นะ....

เอาไว้วันหลังค่อยตามใจจุนโนะก็ได้ แต่ตอนนี้ขอไปเดทก่อนละกัน........

**********************

โทโมะนั่งกอดอกหน้ามุ่ยที่ห้องโถง เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังของคาซึยะและจุนโนะไป เจ้าบอดี้การ์ดรุ่นเล็กของเขาบอกว่าจะไปเกมเซ็นเตอร์ ...ดูเอาเหอะ ใครๆ ก็ทิ้งเขาไปจนหมด
จินไปเดท
คาซึยะกับจุนโนะไปเล่นเกม
และเขาล่ะ....... ถูกทิ้ง......
ร่างบางคิดไปถึงเมื่อคืน เขานอนไม่หลับ วันนี้เลยเพลีย กว่าจะหมดการซ้อมร้องเพลงได้ก็ทำเอาง่วงสุดๆ สาเหตุที่ทำให้ไม่ได้รับได้นอนก็ต้องโทษคาซึยะคนเดียว แต่เมื่อคิดอีกอย่างก็เพราะตัวเองดันไปอุตริจูบเจ้าหมอนั่นก่อน ถึงทำให้คาซึยะจูบตอบแบบถึงพริกถึงขิงทีเดียว
“บ้าเอ๊ย!!” โทโมะสบถเบาๆ ปากอิ่มถูกลูบไล้จากปลายนิ้วของตัวเอง ยังรู้สึกว่ามันเป่งบวมและอวบอิ่มขึ้นเห็นๆ
แต่ที่น่าเจ็บใจก็คือวันนี้ทั้งวัน คาซึยะไม่ได้โผล่มาให้เห็นเลย เพิ่งจะได้เจอกันก็เมื่อกี้ตอนรายนั้นบอกว่าจะไปเกมเซ็นเตอร์นั่นแหล่ะ ถ้อยคำที่บอกให้เขารู้นั้น ฟังดูเนิบๆ แค่บอกแต่เพียงว่า
“จะไปเกมเซ็นเตอร์กับจุนจัง” ทั้งคำพูดและแววตาก็เนิบนาบจนโทโมะคิดว่าเจ้าหมอนี่มันลืมเรื่องที่จูบกับเขาเมื่อคืนหรือเปล่า?
“บ้า!! จะลืมได้ไง? ฉันเองยังลืมไม่ลง”
“ลืมอะไรไม่ลงโทโมะฮิสะ?” เสียงหนึ่งดังขัดขึ้นมา ทำให้ร่างบางสะดุ้ง พอหันไปมองก็พบกับสีหน้าว้าวุ่นใจของนากามารุ ยูอิจิ ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่โทโมะแอบชอบนักหนา วันนี้แต่งสูทหล่อมาอีกแล้ว แต่คราวนี้โทโมะกลับมองแล้วก็ได้แต่ชื่นชมเพราะยูอิจิหล่อ ...แต่นอกเหนือจากนั้น เขากลับพบว่าตัวเองลดอาการตื่นเต้นจากการที่ได้พบกับยูอิจิ...อาการนั้นมันน้อยลงจนแทบไม่น่าเชื่อ
“พี่ยูกำลังมองหาใครหรือ?” โทโมะถามขึ้นเมื่อพบว่ายูอิจิไม่ได้สนใจจะเอาคำตอบจากเขาเท่าไรนัก ชายหนุ่มคนนี้กำลังยืนมองรอบๆ ตัว ราวกับจะหาใครสักคน
“หาจุนโนะ”

นั่นไง...นึกแล้วเชียว....


“ไปแล้วฮะ ไปกับคาซึยะ”
“ไปไหน?”
“ไม่ทราบครับ” โทโมะพูดปด อะไรบางอย่างทำให้เขาไม่อยากบอกความจริง แต่ถ้าบอก ยูอิจิจะตามไปเกมเซ็นเตอร์ด้วยมั้ยนะ โทโมะก็อยากรู้เหมือนกัน ใส่สูทแบบมาดนักธุรกิจแบบนี้ จะเดินเข้าไปในสถานที่ของพวกวัยโจ๋เชียวหรือ?

“อะกานิชิคุงล่ะ?” ยูอิจิถามต่อ
“ไปกับคุณนานะ”
“อ้อ.....” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างพออกพอใจ อย่างน้อยจินก็ไม่ได้ไปกับจุนโนะ เขานั่งลงข้างๆ โทโมะ ด้วยอาการที่ผ่อนคลายขึ้น
“โทโมะ...พี่ถามอะไรอย่างหนึ่งซิว่า...จินไปค้างห้องจุนโนะบ่อยมั้ย?”
“บ่อยฮะ...พี่ยูถามทำไมเหรอ?” โทโมะถามกลับ แต่ยูอิจิเพียงแต่ส่ายหน้าและอมยิ้ม
“ความจริงในกฎของการอยู่คอนโดฯ ของพวกนักร้องน่ะ เขาห้ามออกจากคอนโดฯ หลังเที่ยงคืนนะ รู้หรือเปล่า ถ้าอะกานิชิคุงเขาไม่รู้ล่ะก็ บอกเขาด้วยล่ะ”
“เอ๋?? พี่ยู...ผมไม่ยักกะรู้ว่ามีกฎแบบนี้ด้วย” โทโมะทำตาโต ขมวดคิ้วเรียวจนแทบจะติดกัน
“ก็พี่เพิ่งจะตั้งกฎเดี๋ยวนี้เองแหล่ะ...เอาล่ะพี่ไปล่ะ อย่าลืมบอกเพื่อนของนายนะว่า ต่อจากนี้ไปห้ามออกนอกคอนโดฯ ยามวิกาล” คนพูดพูดเสร็จแล้วก็เดินจากไป ทำเอาคนฟังงงหลายตลบ
“อะไรกันนะ?” โทโมะใจหายวาบ หมายความว่ายังไงกันแน่.....

......ยูอิจิเล่นตลกอะไรอีกแล้ว....

ถ้าเป็นแบบนี้ จินก็จะไปค้างคืนเป็นเพื่อนจุนโนะไม่ได้อีกแล้วน่ะซิ
“โธ่เอ๊ย...อย่าด่าชะมัดเลยว้อย!!” โทโมะค้อนตามหลังชายหนุ่มที่เคยแอบชอบ มาคราวนี้เห็นทีความนิยมในตัวยูอิจิดูเหมือนจะลดน้อยถอยลงตามลำดับแล้วล่ะซิ...

 

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...