Show Me Your LOVE

 

Vol 8

***************************

เพียงแค่ไม่กี่วันเรื่องจินออกเดทกับนานะก็แพร่สะพัดไปทั่วบริษัท เพราะนับจากการเดทวันแรก จินก็ออกไปกับนานะอีก มีคนเห็นทั้งคู่จับมือถือแขนกันด้วย ...จนกระทั่งฝ่ายหญิงเข้าสตูดิโออัดเพลง และจินเองก็ต้องซ้อมอย่างหนัก เขากับโทโมะและเพื่อนๆ ก็กำลังจะได้เดบิวต์นับต่อจากนี้อีกไม่กี่เดือนจึงต้องมีการประชุมและวางแผนงานกันเกือบทั้งวัน
และอีกข่าวหนึ่งที่โทโมะแจ้งให้จินทราบก็คือ เรื่องที่ห้ามนักร้องในสังกัดที่เป็นวัยรุ่นออกนอกคอนโดฯ ในยามดึกและห้ามไปค้างคืนที่อื่นก่อนได้รับอนุญาตจากผู้จัดการ ซึ่งเรื่องนี้คนที่มีผลกระทบมากที่สุดก็คือจุนโนะสุเกะกับจิน
จุนโนะยืนทำตาปริบๆ ขณะที่ฟังโทโมะอธิบาย เขาทำหน้ามุ่ยขณะที่จินถอนหายใจเฮือก จินน่ะไม่เท่าไรหรอกเพราะตอนนี้กำลังคลั่งไคล้นานะสุดๆ เรื่องที่จะไปหาจุนโนะในยามค่ำคืนนั้นก็ทอดเวลาจนดึกดื่นหรือบางคืนก็ไม่ได้ไปเลย แต่ที่ไปก็เพราะว่าในใจยังห่วงจุนโนะอยู่นั่นเอง แต่ถ้ามีกฎออกมาแบบนี้เขาเองก็ต้องเหลือบมองหน้าจุนโนะก่อนแล้วค่อยตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ
“ฉันคงไม่ค่อยได้ไปค้างกับนายอีกแล้วล่ะ”
“ไม่ค่อยได้ค้างหรือไม่มีโอกาสได้ค้างเลยต่างหากล่ะ” จุนโนะแก้ประโยคให้ เขาก้มหน้านิ่ง แล้วก็พยักหน้า
“ช่างเหอะ ชินแล้วล่ะ”
“ขอโทษนะจุนจัง..แต่..เออ..เอางี้มั้ย...นายก็ไปค้างที่ห้องฉันบ้างซิ” จินดีดนิ้วดังเป๊าะ เขย่าไหล่ของจุนโนะพร้อมกับยิ้มกว้างในความคิดของตัวเอง จุนโนะเงยหน้าขึ้นทันที มีรอยยิ้มระบายอยู่ทั่วดวงหน้าอ่อนใสนั้น
“จริงเหรอ? ได้ด้วยเหรอ?”
“ได้ซิ...ฉันจะพานายไปค้างเอง” จินตบอกตัวเองแปะๆ และนั่นก็ทำให้จุนโนะหัวเราะและกระโดดกอดจินอย่างไม่รอช้า เด็กหนุ่มเอียงหน้าถามให้ได้ยินกันสองคนว่า
“แล้วจินจะไม่ไปเดทกับคุณนานะหรอกเหรอ?”
“ก็.......เอ้อ.......” จินอึกอัก ทำสีหน้าลำบากใจ เมื่อจุนโนะเห็นดังนั้น ก็พอจะเข้าใจว่าจินเองก็อยากไปเที่ยวกับผู้หญิงมากกว่าจะมาเสียเวลากับเขา ร่างบางจึงคลายกอดจากจินแล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“เอาไว้ให้จินว่างแล้วค่อยบอกมาแล้วกัน ฉันจะได้ไปค้างด้วย แต่ถ้าวันไหนไปกับสาวล่ะก็ไม่ต้องชวนก็ได้”
“จุนจังโกรธหรือเปล่า?” จินถาม ร่างบางเอาแต่ส่ายหน้า
“ทำไมจินต้องถามเรื่อยเลยว่าฉันจะโกรธหรือเปล่า?”
“ก็ฉันกลัวนายโกรธนี่นา”
“จินทำอะไรให้โกรธล่ะ?”
“ก็...ที่ฉันเริ่มคบกับสาวแทนที่จะมีเวลาอยู่กับนาย” จินบอกแล้วมองปฏิกิริยาจากร่างบางที่กำลังตีสีหน้าบอกไม่ถูกอยู่ตรงหน้า เขาเห็นจุนโนะกลืนน้ำลายลงคอและหน้าซีดเซียวก็เงยขึ้นสบตาเขาอย่างตัดพ้อ
“ไม่เป็นไรหรอก...อย่างที่เราเคยคุยกัน สักวันหนึ่งจินก็ต้องมีแฟนนี่นะ แต่ฉันไม่คิดว่าวันนั้นมันจะมาถึงเร็วแบบนี้”
“จุนจัง.........” จินครางในลำคอ เขาดึงร่างโปร่งบางมากอด ปล่อยให้จุนโนะวางคางกับบ่าของเขา และรู้สึกว่าเจ้าเพื่อนตัวน้อยของเขาโอบเอวของเขาแน่น
“จินไม่ต้องห่วงเค้านะ เค้าอยู่คนเดียวได้ นอนคนเดียวก็ได้ จุนโนะเพื่อนของนายคนนี้โตแล้ว ไม่ใช่เด็กอย่างแต่ก่อนแล้ว” น้ำเสียงขื่นพร่าบอกให้จินรับรู้ว่า คนพูดพูดเพราะความน้อยใจมากกว่าจะหมายความตามนั้นจริงๆ ดังนั้นเสียงพึมพำขอโทษจึงออกมาจากปากบางของจิน
“...ขอโทษ....”
“จินไม่ต้องขอโทษหรอก ไม่ได้ผิดสักกะหน่อย...”
“ถ้าจุนโนะเป็นหนุ่มแล้วก็ต้องมีแฟนเหมือนกัน แล้ววันนั้นนายจะเข้าใจ” จินว่า จับบ่าจุนโนะตรึงไว้สุดแขน เขาก้มมองใบหน้าแดงซ่านของเพื่อนแล้วหัวเราะ พอพูดเรื่องแฟน จุนโนะก็จะต้องหน้าแดงทุกที หน้าหวานสวยพยักหน้างึกๆ
“ฮื่อ...คงจะเป็นอย่างนั้นแหล่ะเนอะ...”

*************************

หลังจากนั้นหลายวัน... จุนโนะก็ได้มีโอกาสมาค้างที่ห้องของจินบ้าง ซึ่งกว่าจะมาได้ก็แทบแย่เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าต้นสังกัดผู้ออกกฎระเบียบต่างๆ จะห้ามหรือเปล่า แต่จินก็ดึงดันจะให้เขามาค้างจนได้
จินกลับมาจากที่ทำงานเมื่อค่ำ ท้องฟ้ามืดสนิททางด้านนอก แต่ที่หน้าคอนโดฯ ของเขานั้น มีร่างสูงโปร่งของจุนโนะกับร่างเล็กกว่าของคาซึยะยืนพิงกำแพงด้านนอกอยู่ พอเห็นจินเข้าจุนโนะก็โบกมือหวอยๆ
“จิ้น..น..น...วันนี้จะมาค้างด้วยน้า...” จุนโนะยิ้มตาหยี และเผื่อแผ่รอยยิ้มไปให้โทโมะ เรียวและอุจี้ด้วย
“คาซึยะด้วยหรือ?” คราวนี้เป็นโทโมะถาม
คาซึยะจึงรีบก้มหัวให้คุณหนูของเขา สบตาหวานคมของโทโมะแล้วก็ต้องรีบเมิน ทำไมวันนี้โทโมะถึงตาหวานแบบนี้ฟะ
“ก็มาเป็นเพื่อนจุนโนะไง ว่าแต่มีที่ให้ผมนอนหรือเปล่าเนี่ย?” ประโยคนี้ยิงคำถามมาที่หนุ่มน้อยหน้าหวานโทโมะเอาเต็มๆ
“นอนในห้องรับแขกก็แล้วกัน อย่าหวังว่าจะให้เข้าไปนอนเตียงเดียวกับฉันแบบที่จินนอนกับจุนโนะเด็ดขาด”
“อ๋อ...ผมก็ไม่ได้ว่าอยากจะนอนกับคุณสักหน่อย”
“เชอะ...” โทโมะทำปากเบ้ใส่หน้าตายียวนของคาซึยะ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ต่อปากต่อคำกับคาซึยะนับตั้งแต่วันนั้นที่ทั้งสองจูบกันอย่างเร่าร้อนริมทางรถไฟ และวันนี้คาซึยะก็ดูเท่อีกแล้วในความรู้สึกของโทโมะ
“เอ้า..เข้าไปข้างในกันได้แล้ว ยืนจีบกันอยู่ได้” เรียวออกปากและแถมยิ้มให้ทั้งคู่อีกด้วย
“ใครจีบกันหา ไอ้เรียว?” โทโมะร้องออกมาเสียงหลง เหลือบมองดูคาซึยะก็เห็นทำหน้าผะอืดผะอมใส่ เห็นแล้วหมั่นไส้เขากระแทกหมัดใส่หลังไปเต็มๆ
“นี่แน่ะ...ไอ้บ้าเอ๊ย ไม่รู้จะมาทำไม”
..........................

ในห้องชุดของจินกับโทโมะนั้น มีห้องย่อยอีกสองห้องซึ่งนั่นก็คือห้องนอนของโทโมะและห้องนอนของจิน
จุนโนะเห็นห้องของจินแล้วก็นึกเห็นใจเพื่อนรักเหมือนกัน เพราะห้องของจินออกจะกว้างและหรูหราผิดกับห้องเช่าของเขาลิบลับ แต่จินก็ยังจะแอบมานอนที่ห้องเดิมอีก ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้จุนโนะรักจินมากกว่าเดิมเยอะเลย
ร่างบางทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียง วางกระเป๋าเป้ไว้กลางเตียง เขาสำรวจไปรอบๆ ห้องของจินแล้วก็ลงความเห็นว่า น่านอนชะมัดเลย
“เอ๊?...นี่อย่าบอกนะว่า...นายเอาเจ้ามิมิมาด้วยน่ะ” เสียงอุทานดังมาจากจิน จุนโนะจึงหันมาทางต้นเสียง เห็นจินกำลังควักเจ้าเท็ดดี้แบร์ออกมาจากกระเป๋าเป้ของจุนโนะ
“จุนโนะนี่น้า.....” จินส่ายหน้าช้าๆ แต่มีรอยยิ้มประดับที่ริมฝีปาก
ร่างบางหน้าแดง ดึงมิมิมาจากมือจิน เอามากอดไว้แน่น
“จะให้มันนอนตัวเดียวที่ห้องได้ไงง่ะ” จุนโนะว่า แต่เมื่อเห็นจินหัวเราะเขาก็ทำปากยื่น
“เค้าไม่ทิ้งมันหรอก ไม่เหมือนคนบางคนที่กำลังจะทิ้งเพื่อน”
“เอ๋? นายหมายความว่าไง?” จินหุบยิ้ม ถามเพราะความสงสัยในประโยคนั้นของจุนโนะ
“เปล๊า...”
“เปล่าได้ไง..นี่จุนจัง...” จินตามมานั่งข้างจุนโนะ
“ฉันไม่ได้ทิ้งนายนะ แต่เหตุการณ์มันพาไป อะไรหลายๆ อย่างที่ฉันอยากให้มันเหมือนเดิมแต่ว่ามันทำไม่ได้ ที่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ว่าอยากจะมา ที่ไปค้างที่เก่าไม่ได้ก็เพราะเขาไม่ให้ไปค้างที่อื่น จุนจังอย่าพูดอะไรที่มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองผิดหน่อยเลย” จินระบายลมหายใจยาวเหยียด ขณะที่จุนโนะก้มหน้างุดซ่อนหน้าไว้กับเจ้าเทดดี้แบร์ตัวโปรด
“ฉันขอโทษ” ร่างบางบ่นอุบอิบ รู้สึกว่าคนที่ผิดก็คือเขาเองนั่นแหล่ะ
ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจพูดความรู้สึกแบบนั้นออกไป แต่มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ นี่นะ จินเป็นเพื่อนที่แสนดีของเขา ยังไงซะจินก็ไม่มีวันทิ้งเขาไปได้หรอก ทำไมเขาถึงไม่ตระหนักถึงข้อนี้นะ
“ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดให้นายไม่สบายใจหรอก ขอโทษนะจิน” จุนโนะจับมือจินมากุมไว้ ก้มหัวให้อย่างรู้ผิด
“ช่างเหอะ...เอางี้ดีกว่า มาอาบน้ำกัน ถูหลังนะถูหลัง..” จินอมยิ้มเพราะวันนี้จะได้ใช้บริการถูหลังจากจุนโนะอีกแล้ว ทั้งสองได้ยินเสียงของโทโมะแว่วมาจากหน้าห้องว่า
“อาบน้ำแล้วก็ออกมาทานนัตโตะฝีมือฉันน้า สองหนุ่ม”

จินทำหน้าเหวอ แล้วจุ๊ปากใส่จุนโนะ
“ฉันล่ะสยองฝีมือทำกับข้าวของเขาจริงๆ”
“น่าอร่อยนะ” จุนโนะลูบท้องตัวเอง แม้จะไม่ค่อยชอบนัตโตะนักแต่ท้องก็เริ่มร้องแล้ว
“ฉันว่าฉันจะไปกดไข่ต้มกินที่ชั้นล่างดีกว่า”
“ชั้นล่างมีที่กดไข่ต้มอัตโนมัติด้วยเหรอจิน?” จุนโนะถาม
“ฮื่อ...”
“งั้นฉันขอฝากกดด้วยนะ”
“เอ......งั้นนัตโตะของโทโมะคงจะเป็นหม้ายแน่ๆ” จินหัวเราะ ฉวยผ้าขนหนูมาพาดบ่าผืนหนึ่ง ส่วนอีกผืนก็วางโปะบนศีรษะของจุนโนะ
“ไปอาบน้ำได้แล้วปะ”

คืนนั้นเป็นอันว่า จินกับจุนโนะได้กินไข่ต้มกดจากเครื่องข้างล่าง มีก็แต่คาซึยะเท่านั้นที่ต้องทนกล้ำกลืนกินนัตโตะของที่เขาไม่ชอบกับโทโมะตามลำพังเพราะผู้เป็นนายคาดโทษเอาไว้ ถ้าเขาไม่กินอาหารที่โทโมะทำ โทโมะจะกลับไปเล่นงานพ่อของคาซึยะแทน.......
“อะไร....??? กินไปหน่อยเดียวเอง” เสียงโทโมะโวยวายเมื่อเห็นคาซึยะผลักจานข้าวออกห่าง
“ก็อิ่มนี่ครับ”
“อิ่มได้ไง เพิ่งจะตักไปสามคำเอง”
“อยากให้กินเยอะๆ ทีหลังก็ทำให้มันอร่อยหน่อยเด่ะ” คาซึยะเถียงกลับ
“หา? ไอ้คาซึยะ นี่แกว่าฉันทำอาหารไม่ได้เรื่องงั้นเรอะ?” โทโมะเอ็ดตะโร โมโหจนแทบจะเอาชามข้าวครอบหัวคาซึยะได้เลย
อีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้ทันเขารีบเดินหนี แล้วโบกมือให้ว่อน
“ไม่ใช่ไม่ได้เรื่อง......แต่.......มันกินไม่อร่อยต่างหากล่ะ”
“แล้วมันต่างกันตรงไหนวะ...ไอ้...ไอ้หน้าเต่า นายกลับมากินต่อให้เสร็จเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะหาเรื่องเล่นงานพ่อนายแทน”
“เอ๊?? พ่อผมมาเกี่ยวอะไรด้วยมิทราบ?” คาซึยะขมวดคิ้วนิ่วหน้า
“ไม่รู้ล่ะ ฉันทำได้ก็แล้วกันล่ะ?”
“อันธพาลไม่มีผิดเผ่าพันธุ์เลยให้ตายเด่ะ” เสียงบ่นอุบอิบลอดไรฟันออกมา แต่โทโมะคงไม่ได้ยินหรอก ไม่งั้นชามข้าวคงจะปลิวมากระทบหัวของเขาแล้ว
คาซึยะเหลือบมองหน้าโทโมะอย่างละเหี่ยใจ เมื่อเจ้านายทำหน้าเอาจริงแบบนี้ เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะเดินลากขามานั่งฝืนกินนัตโตะยืดๆ บนข้าวของตัวเองต่อ
“รู้งี้ฝากจุนโนะซื้อไข่ต้มมาแกล้มเสียก็ดีง่ะ”

*************************

ตกดึกคืนนั้น
โทโมะค่อยๆ ย่องเปิดประตูห้องออกมาที่โซฟาหน้าทีวี เขาเห็นคาซึยะนอนขดตัวอยู่ตรงนั้น ผ้าห่มไม่มีติดตัวสักผืน เพราะแรงโกรธที่ไปว่าเรื่องอาหารทำให้โทโมะปิดประตูใส่หน้าคาซึยะหลังจากอาหารมื้อนั้นแล้ว จินกับจุนโนะดูท่าทางจะไม่รู้เรื่องเพราะทั้งสองคงนอนหลับไปหลังจากกินไข่ต้มที่ไปกดมา

ร่างเล็กของคาซึยะขยับกายยุกยิกแล้วสอดมือเข้าไปใต้เข่าของตัวเอง อากาศอุ่นแต่ก็ยังเย็นอยู่ดี โทโมะคลุมผ้าให้ร่างที่นอนขดบนโซฟาแต่ก็คงจะไม่เบามือนักเพราะอยู่ๆ คาซึยะก็กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง
“โอย...จะเอาอะไรมาให้ผมกินอีก ไม่น้า.......”
“ไอ้บ้า....ฉันเอาผ้าห่มมาให้เว้ย” โทโมะชี้ไปที่ผ้าห่มนวมที่ตัวเองเอามาโปะไว้บนตัวของคาซึยะ
“ขอบคุณครับ” ว่าแล้วคาซึยะก็ล้มตัวลงนอน ลืมตาใสแจ๋วมองร่างโปร่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า
แสงไฟจากห้องที่เปิดทิ้งไว้ของโทโมะส่องเป็นลำทะลุเนื้อผ้าบางเบาของเสื้อและกางเกงนอนของโทโมะ เผยให้เห็นกรอบเงาอ้อนแอ้นของร่างบางที่ยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้าของเขานี้ เรือนร่างหอมกรุ่นของโลชั่นที่โทโมะทาเอาไว้ทั่วตัวส่งผลให้เลือดในกายหนุ่มน้อยคาซึยะแตกซ่าน เขาหวนคิดไปถึงรสจุมพิตเร่าร้อนและรัญจวนที่ได้รับมาในวันนั้นแล้วก็อดใจเต้นไม่ได้
คุณโทโมะยังยืนนิ่งมองหน้าเขาอยู่ ซึ่งคาซึยะเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมร่างบางนี้ถึงยังไม่กลับเข้าไปนอน จะยืนเผยเนื้อตัวให้เขาเห็นอีกนานแค่ไหน
“นอนสบายมั้ย?” เสียงปนแหบของโทโมะถามออกมาแผ่วเบา
“อือ....ครับ”
“ปวดท้องหรือเปล่าที่กินนัตโตะของฉันเข้าไปน่ะ”
“ไม่ปวด”
“แล้วทำไมยังไม่หลับ ตาใสแจ๋วเชียว ไม่ง่วงหรือ?” เสียงถามเพราะเป็นห่วงหรือเปล่านะที่คาซึยะรู้สึก ดังนั้นเขาจึงก้มหน้าแอบยิ้มเอาไว้
“ไม่ง่วงครับ...”
“อือ........” ร่างบางของโทโมะนั่งลงที่โซฟาอีกตัวหนึ่ง ยกขาขึ้นไขว่ห้างและเอานิ้วเคาะกับที่วางแขนเป็นจังหวะ ในขณะที่ดวงตาก็มองหน้าคาซึยะที่นอนลืมตาโพลงอยู่ใกล้ๆ กัน
“ฉันคงไม่ได้ชอบพี่ยูแล้วล่ะ คาซึยะ” จู่ๆ โทโมะก็โพล่งประโยคนี้ออกมา ทำให้คนฟังลุกขึ้นมานั่งฟัง
“ทำไมล่ะครับ?”
“ไม่รู้ซินะ เวลาเจอกับพี่ยูระยะหลังนี่มันไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นเลยล่ะ มันเฉยๆ แถมยังไม่พอใจอย่างไรก็บอกไม่ถูก”
“อาจจะเป็นเพราะเขาไม่สนใจคุณก็เป็นไปได้” คาซึยะออกความเห็น นี่ถ้าพูดแบบนี้ในเวลาอื่นร่างบางก็คงลุกเอาอะไรฟาดเขาแล้วก็ได้ โทษฐานที่พูดความจริงมากไปหน่อย แต่คราวนี้ร่างโปร่งกลับเงียบเฉย แถมยังพยักหน้ายอมรับเสียอีก
“เขาชอบจุนโนะนี่เนอะ”
“ครับ...”
“เฮ้อ.....ก็ดี...ฉันเองก็คงไม่ได้ชอบเขามากมาย ก็คงแค่หลงไปชั่ววูบ” โทโมะหันมามองคาซึยะ หนุ่มน้อยรูปหล่อที่เขาเองก็เพิ่งจะเห็นว่าคาซึยะนั้นหล่อเอาเมื่อไม่กี่วันมานี่เอง...
“นายหล่อกว่าอีก”
“โอ๊ย....อย่าๆ...อย่ามาหลงเสน่ห์ผมนะ...ไม่เอาหรอก” คาซึยะทำแกล้งสะดุ้งแล้วรีบล้มตัวลงนอนคลุมโปง
“ทำไมฟะ?” โทโมะกระชากผ้าออกจากตัวของคาซึยะ
“ผมกลัวว่าเป็นแฟนกับคุณแล้วต้องมาทนกินนัตโตะทุกวันน่ะเด่ะ ไม่เอาด้วยหรอก ไปมองคนอื่นหล่อเหอะไป๊”
“ไอ้บ้า!!” ว่าแล้วผ้าห่มผืนนั้นก็ถูกโทโมะครอบลงไปบนหัวคาซึยะ จนคนอยู่ในโปงดิ้นขลุกขลัก แต่โทโมะก็ยังโถมร่างลงมาอีก จนคาซึยะตะเกียกตะกายโผล่ออกมาจากใต้โปง แล้วรวบตัวบางของคุณหนูโทโมะเข้ามากอดแรงๆ จนโทโมะแผลงฤทธิ์ไม่ได้อีกต่อไป
เมื่อโทโมะอ่อนแรงลง เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ใกล้ชิดกับอกแกร่งของคาซึยะเหลือเกิน ใกล้กันจนลมหายใจอุ่นจัดโบกบินมากระทบกับแก้มนวลของเขา กลิ่นโลชั่นหอมอ่อนกระจายไปทั่วร่างจนคาซึยะเผลอสูดเอาไว้เต็มปอด เนื้อตัวนุ่มนิ่มของคนในอ้อมแขนดูมีเสน่ห์ประหลาดล้ำ ดวงตากลมโตใสแจ๋วที่มองเขาอย่างเบิกกว้างนั้นทำให้คาซึยะฉกจมูกวูบวาบไปที่แก้มใสอย่างแรง และก่อนที่อะไรมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เขาก็รีบปล่อยคุณโทโมะออกจากอ้อมแขนทันที
ร่างบางรีบลุกขึ้นยืนแต่ไม่ได้หาอะไรขว้างหน้าคาซึยะอย่างที่เคย แต่กลับวิ่งหนีเข้าห้องไปเสียงั้นจึงไม่ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ มาจากปากบางของคาซึยะเลย

โทโมะรีบตะครุบหน้าอกเบื้องซ้ายของตัวเองทันทีที่เข้ามาอยู่ในห้อง
ให้ตายซิทำไมหัวใจมันถึงได้เต้นระรัวเช่นนี้นะ เป็นครั้งแรกหรือครั้งที่สองที่หัวใจมันเต้นผิดจังหวะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับคาซึยะ นับวันมันก็ยิ่งล่อแหลมมากขึ้นทุกที แล้วเมื่อกี้อีกล่ะ โดนหอมแก้มไปเต็มๆ นั่น คาซึยะทำเพราะจะแกล้งเขาหรือว่าพิศวาสในตัวเขากันแน่
....แต่คงจะไม่ได้พิศวาสแน่นอนเพราะเจ้าหมอนั่นน่ะหรือ จะมีความรู้สึกละเมียดละไมแบบนั้นน่ะ...
เห็นทีคืนนี้โทโมะคงยากที่จะหลับตาลงแน่ๆ เลย ไม่รู้ว่าอีกคนจะรู้สึกแบบเดียวกันหรือเปล่า

ในขณะเดียวกันคนที่โทโมะกำลังนึกถึงก็กำลังนอนลืมตาโพลงในความมืดมิดของห้อง นี่เขาหอมแก้มคุณโทโมะไปได้อย่างไรนะ อะไรทำให้เขาทำแบบนั้น ในใจบอกตัวเองว่าเพราะความเย้ายวนที่เขาสัมผัสได้ในตัวของคุณโทโมะหรอก ไม่ได้เป็นเพราะพิศวาสสักนิด ....
“เฮ้อ......” เสียงคาซึยะถอนหายใจยาว
“คืนนี้จะหลับมั้ยวะเนี่ย”

*****************************

ช่วงนี้ วงของจิน โทโมะและเรียวกับอุจี้ ได้ชื่อแล้ว คือ...มิราเคิล เพราะทางต้นสังกัดตั้งใจจะให้หนุ่มน้อยทั้งสี่คนนี้เป็นศิลปินมหัศจรรย์ โด่งดังเป็นพลุเปรี้ยงปร้างนั่นเอง แต่กระนั้นจินก็ยังไม่กล้าเสนอผลงานที่เขาแต่งขึ้นหลายเพลงให้ผู้จัดการทราบ ในใจคิดแต่เพียงว่า ตอนนี้เขาเองยังเป็นนักร้องหน้าใหม่อยู่ อย่าเพิ่งเสนอผลงานเด็กๆ ออกมาเลยจะดีกว่า ...จินและเพื่อนยิ่งหาเวลาว่างยากขึ้น ทำให้เขาและจุนโนะต้องห่างกันมากกว่าเดิม และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ข่าวของจินกับนานะก็มีพวกสื่อมาลงตามคอลัมน์ซุบซิบกันแล้ว

“ดังใหญ่แล้วจินของนาย ดังตั้งก๊ะยังไม่ได้ออกซิงเกิ้ลเลย” คาซึยะพูดมาขณะวางหนังสือพิมพ์ลง เขาชี้ให้จุนโนะดูกรอบข่าวที่มีรูปจินถูกแอบถ่ายขณะเดินออกมาจากร้านอาหารในยามค่ำคืนกับสาวน้อยนานะ จุนโนะดูแล้วก็นิ่ง ...จริงสิ พักนี้จินยอมรับกับเพื่อนสนิทแล้วว่าเป็นแฟนกับนานะจริงๆ และหน้าตาก็บ่มความรักเต็มที่จนไม่มีเวลาอยู่กับจุนโนะเหมือนเดิม
“เขาเปลี่ยนไปนะ” เสียงเพื่อนขาแดนซ์ของจุนโนะพูดขึ้น จุนโนะหันไปมองตามเสียง พบกับหน้าเข้มของโคกิชะโงกมาดูข่าวบ้าง
“นานะกำลังดัง จินมาเดินควงด้วยแบบนี้ก็พลอยดังไปด้วย ...ก็ดี วงมิราเคิลจะได้ดังตั้งก๊ะยังไม่ออกแผ่น”
“แต่ฉันแปลกใจอีตรงที่ผู้จัดการไม่เห็นว่าอะไรเลย ไม่ห้ามด้วย ปกติแล้วถ้ายังเป็นวัยรุ่นอยู่ เขาจะไม่อยากให้มีแฟนหรอก แต่นี่จินกลับไม่ถูกดุเลยแฮะ” คาซึยะออกความเห็น
“นั่นซิ เหมือนถูกสนับสนุนยังไงก็ไม่รุ?” เสียงหวานของหนุ่มหน้าสวยอุเอดะให้ข้อคิด ทำให้ทั้งหมดร้องอือ..พยักหน้าสงสัยกันเป็นแถวๆ จะมีเงียบก็คือ จุนโนะสุเกะคนเดียวเท่านั้น
สักพักคาซึยะก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ
“เอ....หรือว่า เรื่องนี้เป็นแผนการของนากามารุซัง...”
“หมายความว่าไง?” โคกิถาม ขมวดคิ้วหนาจนแทบจะติดกัน
“ก็นากามารุซังชอบจุนโนะ แล้ว....เขาก็อาจจะให้ญาติของเขากันจินออกจาก.......”

..............ปึ่ก.......

คาซึยะหยุดพูดเมื่อหัวไหล่ตัวเองถูกกำปั้นของจุนโนะซัดลงมา หน้าหวานที่เขาเห็นนั้นบึ้งสนิท
“อย่าเอาฉันเข้าไปเกี่ยวข้องนะ...” จุนโนะแหวใส่แล้วเดินไปที่ล็อกเกอร์ เป็นอันออกจากวงสนทนา คาซึยะคลำไหล่ตัวเองป้อยๆ แล้วกวักมือเรียกพวกพ้องให้เข้ามาใกล้ เสียงกระซิบกระซาบดังออกมาจากปาก
“นากามารุซังน่ะเขาระแวงจินกับจุนโนะ เป็นมาอย่างนี้ตั้งแต่พวกเราเข้ามากันใหม่ๆ แล้ว”
“แต่นากามารุซังเขาเป็นผู้ใหญ่นะ” อุเอดะทำจมูกย่น แต่ดวงตาเริ่มฉายแววเข้าใจ โคกิจึงวางแขนบนบ่าเพื่อนรักแล้วกดนิ้วจิ้มแก้มอุเอดะ
“ความหวงน่ะไม่เข้าใครออกใครนะครับ ที่รัก...”
“แล้วผู้ใหญ่อย่างเขาจะชอบเด็กกะโปโลอย่างจุนโนะล่ะหรือ?”
“ก็ไม่แน่นะครับ ดูอย่างเราเด่ะ ฉันเด็กกว่านายฉันยังอินเลิฟกับนายได้เลย” โคกว่าแล้วก็ทำหน้าเจ้าชู้ใส่หนุ่มหน้าหวาน
“เอ๋....????? นายสองคนนี่ทำท่ายังก๊ะ......???” คาซึยะเอานิ้วชี้สองนิ้วมาชนๆ กัน และนั่นก็ทำให้โคกิยิ้มยิงฟันร่า ขณะที่อุเอดะก้มหน้าเขิน
“เพิ่งจะคบกันเองง่ะ” เป็นเสียงตอบจากหนุ่มหน้าหวาน
คาซึยะระบายลมหายใจพรืด
....โอย....นี่มันจะเป็นแบบนี้กันทั้งบริษัทมั้ยวะเนี่ย......

*****************************

กลุ่มของจุนโนะในช่วงนี้ได้ออกเต้นเป็นแบ็คให้กับวงรุ่นพี่หลายวง แต่ส่วนมากจะเป็นวง V6 และ Kinki Kid ที่ใช้บริการพวกเด็กกลุ่มนี้ เพราะท่าเต้นที่ทะมัดทะแมงและเข้ากันได้ดีกับเพลงสนุกครึกครื้นของวงนั่นเอง และทำให้จุนโนะกับเพื่อนต้องออกไปแสดงตามสถานที่ต่างๆ ทั่วญี่ปุ่น ใช้เวลาเป็นเดือนทีเดียวถึงจะกลับมาเสียที แต่พอกลับมาแล้วเขาก็ไม่ได้พบกับจินเพราะจินเองก็ต้องเข้าห้องอัดเสียง เรียกได้ว่าแทบจะกินนอนในนั้นเลยก็ว่าได้
ข่าวของจินกับนานะเริ่มซาลง เพราะนานะเองก็มีเพื่อนชายคนใหม่ต่อจากจิน แต่จุนโนะก็ไม่ได้ดีใจสักเท่าไรนักเพราะจินเองก็มีข่าวกับนักร้องสาวคนใหม่อยู่เหมือนกัน
จุนโนะกลับเข้าบริษัทในวันหนึ่ง หลังเลิกซ้อมเขาเดินเตร่ที่หน้าห้องอัดที่จินกำลังทำงานอยู่ ภายนอกห้องเงียบเชียบ ไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมาสักคน จุนโนะจะขอเข้าไปก็ไม่กล้าเพราะข้างในอาจจะกำลังยุ่งกันก็ได้ เขาจึงยืนรออยู่ด้านนอก นี่นานเท่าไรนะที่เขากับจินไม่ได้พบกันเลย หลายเดือนเชียวล่ะ คลาดกันไปก็คลาดกันมา ถ้าเขาไม่ไปออกทัวร์คอนเสิร์ตก็จินนั่นแหล่ะที่ไปออกรายการทีวีต่างๆ โอกาสที่จะเจอกันนั้นแทบไม่มีเลย เด็กหนุ่มยืนพิงกำแพงข้างห้องอัดจนเมื่อยจึงรูดตัวเองไปนั่งยองๆ ควักมือถือออกมา เขาจะติดต่อกับจินได้ก็แต่ในมือถือเท่านั้น และระยะหลังมานี้จินเองก็ห่างหายเรื่องโทรศัพท์กับเขาไปมากเหมือนกัน จากที่เคยโทรฯ คุยเกือบทุกวัน ก็เริ่มเป็นอาทิตย์ละสองครั้ง และอาทิตย์ละครั้ง จนเดี๋ยวนี้เดือนหนึ่งแทบจะไม่ได้คุยกับจินเลย ถ้าจะให้เขาเป็นฝ่ายโทรฯ ก่อน จุนโนะเองก็แหยงเพราะเคยโทรฯ ทีหนึ่งแล้วจินบอกว่ากำลังอยู่ในห้องอัด ถ้ามีอะไรไว้จะโทรกลับมาเอง....

นั่งรอสักพักจินก็ไม่มีวี่แววว่าจะออกมาจากห้อง แต่ตามทางเดินนั้นกลับมีนากามารุ ยูอิจิเดินผ่านมาพอดี
“อ้าว......จุนโนะ..ะ..ะ..ะ” น้ำเสียงแสดงอาการดีใจแทบจะปิดไม่มิดของผู้สูงวัยกว่าทำให้จุนโนะรีบลุกขึ้นยืน ยูอิจิเดินปรี่มาจับมือกับเขาแล้วเขย่าแรงๆ
“ไม่เจอกันเลยนะหมู่นี้ เป็นไงเรา เหนื่อยมั้ย?” พูดไม่พูดเปล่า มือใหญ่ลูบไปตามท่อนแขนของเด็กหนุ่มเสียอีกแน่ะ
จุนโนะในวันนี้......น่ารักขึ้นมากมายในความรู้สึกของยูอิจิ เขาเองก็ไม่ได้เจอจุนโนะหลายเดือนทีเดียว ดูเหมือนร่างโปร่งจะสูงขึ้นและมีเนื้อมีหนัง ใบหน้าที่หวานเกินชายก็ดูละมุนผุดผาด เพราะเลือดในวัยหนุ่มน้อยเริ่มฝาดขึ้นตามใบหน้าและผิวพรรณ จุนโนะเวลานี้งดงามจริงๆ เสียที่เด็กน้อยคนนี้ไม่ยอมเป็นนักร้องนอกจากแดนเซอร์ ไม่งั้นเขาจะดันให้จุนโนะไปถึงฝั่งฝันเลยทีเดียว

ผิวสวยในอุ้งมือของยูอิจิเต็มตึงและละมุนมือจนยูอิจิไม่อาจดึงมือตัวเองกลับได้ จุนโนะจะดึงแขนหนีก็ใช่ที่ เขาจึงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง และนั่นก็ทำให้แผ่นหลังของเขากระทบกับผนัง ...ไปไหนไม่ได้แล้ว....
“นากามารุซัง...เอ้อ...สบายดีหรือครับ?” จุนโนะเอ่ยถาม อีกฝ่ายพยักหน้า
“ฮื่อ.....นายล่ะ งานเป็นไงบ้าง แล้วนี่ขึ้นมาที่นี่จะมาหาใครหรือ?”
“มาหาจินน่ะครับ ไม่เจอกันเลย” เสียงเศร้าๆ นั้นทำให้ยูอิจิยิ้มออกมาดวงตาเป็นประกาย

...ดีซิ...ไม่เจอกัน นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ ระยะหลังนี้ยูอิจิค่อยเบาใจขึ้นที่จินริไปติดพันสาวๆ มากกว่าจะติดจุนโนะ ดังนั้นเขาจึงเริ่มจะปล่อยความรู้สึกหวงในตัวจุนโนะให้ลดน้อยลงบ้าง...อย่างน้อยจินก็ยังชอบคบกับสาวมากกว่าจะมานัวเนียกับคนที่เขาแอบจองเอาไว้
แต่สำหรับจุนโนะคนนี้ล่ะ เขาเองไม่แน่ใจนักว่าจุนโนะจะเลิกตามติดจินได้ เพราะใบหน้าผิดหวังที่ฉายโชนออกมาให้เห็นนั้นทำให้ยูอิจิคิดว่าจุนโนะคิดกับจินล้ำเส้นแน่นอน แต่เจ้าตัวอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้

“อะกานิชิคุงเขาไม่ว่างเหมือนกันนี่นะ พอพ้นจากช่วงอัดเพลงก็คงจะไม่ว่างอีก เพราะต้องตระเวณออกรายการต่างๆ” ยูอิจิบอกพลางชายตาดูห้องอัดเสียง นึกภาวนาว่าขออย่าให้จินออกมาจากประตูนั่นในตอนนี้เลย เขาละสายตามามองจุนโนะเมื่อได้รับคำตอบสั้นๆ จากปากหยักสวยของหนุ่มน้อย
“ครับ...”
“แต่จุนโนะไม่ต้องห่วงเพื่อนหรอกนะ จินเขามีแฟนสาวเยอะหมู่นี้ เห็นมีเดทประจำเลย” ยูอิจิทำเสียงเหมือนคุยเรื่องทั่วๆ ไป แต่คนฟังนี่สิใจแป้วโดยไม่ทราบสาเหตุ หน้าหวานจึงสลดวูบลง
“วันนี้ว่างมั้ยล่ะจุนโนะ ออกไปหาอาหารค่ำทานกันดีกว่า” ยูอิจิชวน
“หือ......เอ้อ.....คือ.....” จุนโนะอึกอัก อยากปฏิเสธเพราะไม่อยากไปไหนมาไหนด้วย เขารู้ว่ายูอิจิชอบเขาแต่เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้นี่นะ แต่คนชวนกลับไม่ยอมให้เขาปฏิเสธ ยูอิจิฉวยแขนจุนโนะได้ก็ดึงร่างบางให้เดินลิ่วๆ ตามเขาไปซะแล้ว ปากก็บ่นพึมว่า
“นานๆ เจอกันทีอย่ามาปฏิเสธหน่อยเลย”
“นากามารุซังครับ คือเอาไว้วันหลังก็แล้วกัน” จุนโนะขืนตัวเอาไว้เมื่อถึงหน้าลิฟต์
“ทำไมล่ะ?”
“ผมอยากเจอจินมากกว่า”
“เฮอะ...เพื่อนนายเขาทำงานในนั้นทั้งคืนนั่นแหล่ะ ไม่ได้เจอวันนี้หรอก....ไปหาอะไรกินกันดีกว่านะจุนโนะ ถือเสียว่าฉันขอร้อง” ยูอิจิก้มศีรษะให้จุนโนะ และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มพูดไม่ออก เป็นครั้งแรกละมังที่จุนโนะเห็นยูอิจิยอมก้มหัวให้แบบนี้ ดังนั้นร่างบางจึงถูกจูงเข้าลิฟต์ไปอย่างว่าง่าย เพราะปฏิเสธไม่ลงนั่นเอง...

*************************

“ยังพักอยู่ที่เดิมหรือเปล่า?” ยูอิจิถามจุนโนะ ขณะที่นั่งทานอาหารด้วยกันในภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง คนถูกถามเงยขึ้นพยักหน้าและก้มลงเขี่ยอาหารในจาน
“ฉันจะย้ายพวกแดนเซอร์มาอยู่รวมกันแล้วนะ พวกนายจะได้อยู่ด้วยกัน เวลารวมตัวกันก็จะสะดวก” จู่ๆ ยูอิจิก็พูดขึ้นมา เหมือนคิดได้เดี๋ยวนั้นแล้วก็โพล่งออกมา เล่นเอาจุนโนะนั่งอ้าปากหวอ มองตาแป๋ว
“จริงๆ นะ” ยูอิจิย้ำคำพูดเดิม
“เอ้อ.....ครับ...” จุนโนะหลุบตาต่ำเมื่อยูอิจิเอื้อมมือข้ามโต๊ะมากุมมือข้างหนึ่งของเขาไว้
“จุนโนะจะได้มีที่พักดีๆ ไง”
“ครับ...” จุนโนะตอบรับแล้วดึงมือคืนเพื่อที่จะหยิบแก้วน้ำมาจิบ
“ห้องของนายนะเล็กและสิ่งแวดล้อมไม่ดี ไม่รู้อยู่มาได้ไงนะเป็นปี”
“แต่ก็ชินแล้วล่ะฮะ นี่ถ้าไม่ได้ยินเสียงรถไฟก่อนนอนก็คงนอนไม่หลับแน่ๆ เลย” เด็กหนุ่มพูดแล้วก็หัวเราะ ทำให้ใบหน้าเศร้านั้นน่ารักขึ้นในความรู้สึกของคนมอง
นับวันจุนโนะก็ยิ่งถูกใจยูอิจิมากขึ้นทุกที ปีนี้ก็โตเป็นวัยรุ่นเต็มตัวแล้ว ความงดงามนั้นดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นจนเขาสังเกตได้ และเจ้าหมอนั่นล่ะ...อะกานิชิ จิน...จะสังเกตในข้อนี้เหมือนยูอิจิหรือเปล่านะ .....
“ไม่เจออะกานิชิคุงเลยเหรอ”
“ครับ เป็นเดือนๆ แล้วล่ะ ผมเองก็เพิ่งกลับมาจากทัวร์คอนเสิร์ตกับพี่ๆ V6 หลังจากไปกับ Kinki Kid มาก่อนหน้านี้ ไม่มีเวลาเข้าบริษัทเลยล่ะครับ”
“อือมมม...เพื่อนนายเขากำลังไปด้วยดีนะ...แต่มีข่าวกับผู้หญิงบ้าง ก็เขาหล่อนี่นะ...ก็ต้องคบสาวบ้างเป็นของธรรมดา” ยูอิจิพูดเรื่อยๆ เฉื่อยๆ แต่ก็คอยจับสังเกตสีหน้าของจุนโนะไปด้วย เห็นชัดๆ เลยล่ะว่า มีสีหน้าที่สลดขึ้นมากเพียงใด จนเขาอยากจะถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจินกับจุนโนะให้รู้แล้วรู้รอดไป จินเองนั้นน่ะ เขามองทีแรกก็นึกว่ารักจุนโนะแบบคู่รักเพราะเห็นประคบประหงมและปกป้องเหลือเกิน แต่พอเอาเข้าจริงๆ จินกลับปลีกตัวไปควงผู้หญิงซะนี่ แต่ในขณะที่จุนโนะเองกลับไม่มีทีท่าว่าจะหลงใหลดารานักร้องสาวคนไหนเลย นอกจากสายตาเศร้าที่มองจินลับหลังแล้ว จุนโนะก็ไม่มีใครเลย...ความหวังของยูอิจิชักจะเริ่มปรากฏ
ชายหนุ่มมองหน้าจุนโนะสลับกับทิวทัศน์ด้านนอกผนังกระจก แสงสียามค่ำคืนของเมืองหลวงสวยงามเหมือนลูกกวาดไฟฟ้าประดับอยู่ในชามแก้วสีดำ เขาเห็นเงาของตัวเองและของจุนโนะทาบทับบนผนังแก้วนั้นด้วย จุนโนะกำลังหลุบตาลงมองจานอาหารตรงหน้า แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าได้อยู่ในสายตาของเขาตลอด ยูอิจิทำเป็นมองออกไปทะลุนอกผนังกระจกแต่แท้ที่จริงแล้วกำลังมองเงาของจุนโนะที่ทาบกับผนังนั้นต่างหากล่ะ
“จุนโนะไม่หิวหรือไง?” เขาอดถามไม่ได้ เมื่อเห็นอีกฝ่ายทานอาหารเหมือนคนฝืดคอ
“ครับ...”
“ทานสลัดกุ้งมั้ย? ที่นี่เขาอร่อยนะ”
“ก็ได้ครับ นากามารุซัง..”
ยูอิจิสั่งบริกรนำสลัดกุ้งมาให้หนึ่งที่ แล้วหันมายิ้มใส่ตาจุนโนะ
“เรียกฉันว่ายูอิจิซิ”
“หา?” จุนโนะเบิกตากว้าง
“ไม่เป็นไรหรอกเรียกเหอะ”
“โอย...ไม่ได้หรอกครับ ก็คุณเป็นถึงผู้บริหาร ใครได้ยินจะไม่เหมาะ”
“แหม...เด็กตัวเท่านี้รู้จักคิดนะ ถ้ากลัวใครจะได้ยินก็เรียกเฉพาะตอนที่เราอยู่ด้วยกันสองคนก็แล้วกัน” ยูอิจิว่าไปนั่น จุนโนะสั่นหน้าจนผมกระจาย พูดปฏิเสธออกมาโดยไม่ทันคิดว่า
“ไม่เอาล่ะครับ...ผมไม่อยากอยู่กับคุณสองต่อสอง”
“ว่าไงนะ?” ยูอิจิเลิกคิ้ว
“คือ....เอ่อ...ผมเกร็งน่ะครับ...เป็นแค่นักเต้นแต่จะมาตีเสมอกับผู้บริหารอย่างคุณได้ไงฮะ”
“ก็อย่าคิดว่าฉันเป็นผู้บริหารซิ คิดเสียว่าเป็นเพื่อนที่นายจะปรับทุกข์ได้”
“แต่ผมไม่มีทุกข์”
“จริงเหรอ? จุนโนะ?”
“จริงครับ” จุนโนะพยักหน้าแต่ไม่กล้ามองสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าเลย
“ไม่ได้พบกับอะกานิชิคุงน่ะ ไม่เรียกว่าทุกข์เหรอ?” เสียงเนิบนาบนั้นทำให้จุนโนะเงยขึ้นมอง และจากนั้นใบหน้าก็ร้อนซู่ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ นี่ยูอิจิมองออกถึงเพียงนี้เลยหรือ?

...ใช่สิ ทุกข์เพราะไม่ได้เจอจินกับทุกข์เพราะจินห่างเหินไป ....

จะอย่างไรมันก็ทุกข์ทั้งนั้น เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมนะ กับการที่เพื่อนรักหนีไปควงสาวคนอื่นจะทำให้เขารู้สึกหดหู่แบบนี้ เรื่องของจินถ้าจะห่างกันเฉพาะเรื่องงานที่รัดตัวล่ะก็มันก็ยังไม่ยอกใจเท่ากับเรื่อง ที่จินเที่ยวควงนักร้องหรือดาราสาวเหมือนอย่างเดี๋ยวนี้หรอก......

 

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...