Show Me Your LOVE

 

Vol 10

***************************

จุนโนะสุเกะนอนคว่ำหน้ากับเตียงนอน ไฟในห้องไม่ได้เปิดไว้ มีแต่แสงสว่างจากทางระเบียงสาดเข้ามาทางหน้าต่างเท่านั้นเอง เสียงคลื่นลมซัดแผ่วๆ ดังปนไปกับเสียงพูดคุย และเสียงหัวเราะเอะอะของบรรดาเพื่อนร่วมแดนซ์ด้วยกัน ได้กลิ่นย่างบาร์บีคิวโชยเข้ามาด้วย แต่เขาไม่รู้สึกอยากจะกลืนอะไรลงท้องเลยสักนิดเลยหนีเพื่อนๆ มานอนก่อน
ในห้องนี้มีเขาอยู่เพียงลำพัง คาซึยะกับโทโมฮิสะออกไปคุยกับคนอื่นด้านนอก วันนี้โทโมะได้วันหยุดเต็มวันจึงมีเวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน และจุนโนะก็คิดว่างั้นจินก็ต้องมีเวลาทั้งวันเหมือนกัน แต่จินไม่ได้อยู่ที่นี่ .....และคงจะไม่มาหาเขาหรอก...

‘ฉันไม่มีวันทิ้งนายหรอก จุนจัง’

ใครกันนะที่เคยพูดให้เขาฟัง คำมั่นสัญญาที่ว่าจะไม่ทิ้งกันนั้น ดูเหมือนจะถูกลบเลือนไปกับวันเวลาที่ผ่านไป
ใช่สิ จินเป็นหนุ่มแล้วนี่นะ จะมาสนใจใยดีอะไรกับคำพูดที่ให้ไว้กับเด็กชายคนหนึ่ง บางทีจินก็อาจจะคิดว่า จุนโนะเองก็โตแล้ว จะให้มาเกาะติดกันอยู่ได้อย่างไร
“อือ...เราโตแล้วนี่...เราต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง เข้มแข็งเอาไว้นะ จุนโนะ” ร่างบางพึมพำกับตัวเอง เขาลุกขึ้นนั่งในความมืด ควานหาได้ตัวมิมิแล้วก็กอดไว้
“เขาลืมเราสองคนแล้วล่ะมิมิ” จุนโนะซุกหน้ากับตัวหมี ได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มกรุ่นอยู่ทั่วตัวเจ้ามิมิ
“ทำยังไงดีนะมิมิ ฉันไม่อยากรักเขาเลย...ไม่อยากให้มันเป็นความรักแบบนั้น... แต่ว่า.......ฮึก...ฉันรักจินจริงๆ นี่นา....” ใบหน้าเศร้ามีน้ำตาปริ่มออกมาอีกแล้ว เขาเช็ดมันด้วยลำตัวของมิมิ จนเสื้อของเท็ดดี้แบร์ตัวโปรดชื้นเปียก

จุนโนะผลอยหลับไปเมื่อไรไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงคนเอะอะกันด้านนอก มีเสียงโห่กิ๊วก๊าวดังมาให้ได้ยินอีกด้วย เด็กหนุ่มคว่ำหน้ากับเตียงเอาหมอนมาปิดหัวไว้ ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะออกไปสนุกกับพวกนั้นเลย จุนโนะมีความรู้สึกว่าประตูห้องนอนถูกเปิดออก คาซึยะคงจะเข้ามานั่นเอง หรือไม่โทโมะก็คงจะกลับไปแล้วละมัง
ที่นอนข้างตัวไหวยวบเพื่อรับน้ำหนักของใครบางคน แถมหมอนที่อยู่บนหัวก็ถูกมือดีดึงออกอีก
“อื้อ คนจะนอน...” จุนโนะบ่นอุบอิบ หน้ายังคว่ำอยู่กับที่นอน แต่แล้วหัวไหล่ของเขาก็ถูกแรงดึงจากคนที่เข้ามารบกวนให้นอนหงาย พร้อมกับได้สัมผัสจากขนอ่อนนุ่มของอะไรบางอย่างที่วางทับบนใบหน้าของเขา
จุนโนะลืมตาขึ้น เห็นตัวอะไรสักอย่างเหมือนกับมิมิ แต่ไม่ใช่หรอก ก็มิมินอนอยู่ข้างๆ เขานี่นา เด็กหนุ่มเอื้อมมือมาดึงสิ่งนั้นออกจากหน้า มันคือตุ๊กตาหมีตัวขนาดใหญ่กว่ามิมิหน่อยนึง แต่คนที่เข้ามาเอาตุ๊กตามาให้เขานั้นน่ะ...ใครกัน?
...วูบแรกจุนโนะไม่ทันได้คิดถึงใครคนนั้น ต่อเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะและเห็นร่างใหญ่ของคนที่นั่งมองเขาอยู่ข้างกาย แขนข้างหนึ่งวางคร่อมตัวเขาไว้ และกำลังก้มหน้าลงมา
“เอ๊ะ...” จุนโนะอุทานออกมา คนนี้ไม่ใช่คาซึยะนี่นา


รูปร่างแบบนี้ กรอบเงาของคนนี้ก็คือ....


“จิน!!”
ร่างบางเผยอกาย ลุกขึ้นนั่งทันที พยายามเพ่งสายตามองหน้าคนคนนั้น
“ฉันเอาเท็ดดี้แบร์ตัวใหม่มาให้” ชายคนนั้นพูดขึ้น
“จิน......”
จุนโนะโผกอดคอจินแน่น
“จิน...จริงๆ ด้วย ...นายมาแล้ว...มาหาฉันแล้ว...” จุนโนะพูดอย่างตื่นเต้น เขาซบใบหน้ากับบ่ากว้าง จินกอดเขาตอบเช่นกัน เสียงทุ้มต่ำของจินแนบชิดริมหู
“ขอโทษนะที่ผิดนัด”
“ฮื่อ.....ไม่...ไม่เป็นไรหรอก ก็จินมาแล้วนี่นะ”
จินรู้สึกว่าจุนโนะกอดเขาแน่นขึ้น บนบ่าของเขาสัมผัสได้ถึงน้ำตาเปียกชื้น ใบหน้าของเพื่อนรักเกลือกกลิ้งอยู่ที่ซอกไหล่ของเขา
“คิดถึงจินนะ...ฉันกำลังคิดว่า...นายจะทิ้งฉันไป”
“จุนโนะ....” จินครางเมื่อได้ยินเสียงคนพูดเครือ
“จริงๆ นะ จินไม่มีเวลาพบกับฉันเลย” จุนโนะทำเสียงตัดพ้อ น้ำเสียงเศร้าลึกจนจินต้องเชยคางมนของหนุ่มน้อยตรงหน้าขึ้น พยายามจ้องมองฝ่าความสลัวเลือนเพื่อที่จะมองลึกเข้าไปในดวงตาที่มีหยาดน้ำคลอหน่วยอยู่
“ฉันไม่เคยทิ้งนายนะจุนจัง...ไม่เคยคิด...”
“แต่จินไม่ให้ฉันโทรฯ ไปหานี่นา”
“ไม่ได้บอกว่าไม่ให้โทรฯ ซะหน่อย แต่ตอนที่นายโทรฯ ไปน่ะ บางทีฉันอยู่ในห้องอัด บางทีอยู่ตามรายการ ฉันก็เลยคิดว่าฉันควรจะเป็นฝ่ายโทรหานายเองจะสะดวกกว่า”
“แต่จินไม่ค่อยโทรมา”
“ก็มันไม่ว่างนี่นะ” จินหัวเราะเก้อๆ
จุนโนะสูดจมูกแล้วปาดน้ำตาทิ้ง
“แต่มีเวลาไปเที่ยวกับสาวๆ”
คราวนี้จินถึงกับหัวเราะออกมา ก็ประโยคนั้นของจุนโนะน่ะมันช่างเหมือนกับน้ำเสียงของสาวน้อยกำลังต่อว่าคนรักอย่างไงอย่างงั้นเลย
“จุนโนะหึงเหรอ?” จินพูดเล่น แต่คนฟังกลับไม่คิดเล่นๆ ร่างบางจึงนิ่งเงียบ กล้ำกลืนคำตอบรับนั้นลงคอ จุนโนะคว้าเอาตุ๊กตาหมีตัวใหม่ที่จินซื้อให้มากอดไว้ ลูบคลำเส้นขนของมันอย่างเบามือ
คำว่า...หึง...นั้น มันเหมือนกับการเห็นแก่ตัว ในเมื่อเขาไม่ใช่คนรักของจิน เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ควรจะได้สัมผัสกับคำว่า...หึง.....
“หือว่าไง? หึงฉันเหรอ?” เสียงจินถามมาอีก
“ถ้าบอกว่าหึงล่ะ?” จุนโนะลองหยั่งเสียงดู แต่กลับได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะหึๆ จินคว้าร่างบางมากอดแล้วโยกศีรษะจุนโนะอย่างมันเขี้ยว
“หึงก็หึงซิ ฉันชอบ”
“เอ๋??” คราวนี้คนหน้าหวานทำเสียงงง จินก็เลยบอกว่า
“หึ...หึ...ฉันล้อเล่นน่ะ ...ก็จุนโนะทำเสียงหึงได้น่ารักดีนี่นา ฉันชอบฟัง”
“จินจะกลับไปคบกับคุณนานะอีกหรือ?” จุนโนะถาม
“ยังไม่รู้เลย...ถ้าจะคบกันเหมือนเมื่อก่อน ฉันเองก็ไม่แน่ใจ แต่ว่าเขาเลิกกับแฟนคนเก่าและจะมาขอให้เราคบกันเหมือนเดิม ฉันเองก็ไม่รู้ว่าอะไรๆ มันจะเหมือนเก่ามั้ย? จุนจังว่าไง?” จินหันมาขอความเห็น ซึ่งคนฟังก็อึ้งไป อยากจะบอกจินไปว่า เขาไม่เคยเห็นด้วยหรอก ไม่อยากเห็นจินคบกับใครทั้งนั้น นอกจาก........ตัวเขาเอง
“จินรักเธอคนนั้นมากเลยหรือ?”
“ไม่รู้ซิ...ไม่น่าถึงขั้นนั้นหรอก แต่ยอมรับว่าชอบ...จุนจังอยากได้พี่สะใภ้แบบนานะมั้ย?” จินถามทีเล่นทีจริง
จุนโนะกลืนน้ำลายในความเงียบ เขาเอื้อมมือมาจับมือจินมากุมไว้
“แล้วแต่จินซิ” จุนโนะโพล่งออกมา
“งั้นเหรอ...บางทีฉันอาจจะไม่คบกับเขาก็ได้ หันหลังให้กันด้วยดี แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ดี...เขาดังนะ เป็นนักร้องที่ดัง ฉันไม่อยากเอาตัวเองไปทาบรัศมีกับเขาหรอก แค่ตอนที่คบกัน แล้วมีพวกนักข่าวเอาไปลงว่าฉันต้องการใช้เขาเป็นบันไดให้ดังไปด้วย ฉันเองก็ไม่ชอบข่าวทำนองนี้เท่าไรนัก ...แต่ที่ฉันคบกับเขาเพราะว่าฉันชอบเขาต่างหาก ฉันอยากจะดังด้วยตัวของตัวเองมากกว่า...”

ถ้อยคำของจินนั้น ทำให้คนฟังรู้สึกหนักอึ้ง ...จินชอบคุณนานะจริงๆ และคงจะเสียใจที่ฝ่ายหญิงหันไปควงคนอื่นแทน แต่ใจจริงจินก็อยากกลับไปคืนดีกับผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง

หัวใจบ่มหนองของจุนโนะสั่งให้น้ำตาเริ่มมาเอ่อกลบดวงตาทั้งคู่อีกแล้ว โชคดีที่อาศัยความสลัวเลือนของห้องช่วยซ่อนมันจากสายตาของจิน

จินจับเนื้อตัวของคนตรงหน้า บีบเบาๆ ที่ต้นแขน แล้วย้อนขึ้นมาสัมผัสความเย็นชื้นที่แก้มนวล ไล้น้ำตาของหนุ่มน้อยตรงหน้าแล้วหัวเราะหึๆ
“จุนโนะโตเป็นหนุ่มขึ้นเยอะเลย ไม่ได้ขี้ก้างแบบเมื่อก่อนแล้วนี่ ดูสิมีกล้ามแขนขึ้นน้อยๆ ด้วย” คนพูดทาบฝ่ามือกับสองต้นแขนของจุนโนะแล้วสั่นเบาๆ อย่างมันเขี้ยว
“หยุดร้องไห้ได้แล้วเจ้าขี้แย ไหนขอดูหน้าหน่อยซิ...ไฟอยู่ไหนหว่า...” จินลุกขึ้น เดินคลำหาสวิตช์ไฟที่ข้างประตู

ห้องทั้งห้องสว่างไสว เมื่อจินหันกลับมา เห็นจุนโนะนั่งกอดหมีตัวใหม่อยู่บนเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เส้นผมอ่อนสลวยยาวเลื้อยเลยต้นคอ และระเล่นแถวสองข้างแก้ม เรือนผมสีน้ำตาลที่จุนโนะไปทำสีมานั้นช่วยส่งให้ใบหน้าดูอ่อนใส และงดงามอย่างประหลาด
จินอึ้งไปชั่วครู่กับภาพของเพื่อนรักที่เขาเพิ่งได้เห็น ไม่ได้พบหน้ากันไม่กี่เดือน ดูจุนโนะโตวัยขึ้น แขนขาดูยาว แต่ก็มีเนื้อหนังมากกว่าเดิม ผิวขาวอมชมพูผุดผาดล้อแสงไฟในห้องจนจินคิดว่า นี่เขากำลังมองสาวน้อยแรกแย้มอยู่หรืออย่างไร
ก้าวย่างใกล้เตียงนอนเข้าไปทุกขณะ จินเห็นจุนโนะยิ้มให้เขาทั้งๆ ที่ยังมีคราบน้ำตาจับเปรอะเลอะสองแก้ม ...นี่จุนโนะคิดถึงเขาถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ
ร่างบางยิ้มตาหยีให้จินเมื่อเขาเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง จุนโนะลุกขึ้นจากเตียงอย่างเก้อเขิน เมื่อตระหนักใจของตัวเองดีแล้วว่ามีความรักจินอยู่เต็มเปี่ยม เขาจึงก้มหน้างุด เขินอายกับสายตาแปลกๆ ที่จินมองเขาอยู่ขณะนี้
“จุนจังน่ารักขึ้นนะ” จินเอ่ยชมตรงๆ เล่นเอาร่างบางแก้มแดงจัด ส่ายหน้ายิ้มเขินๆ
“ไม่จริงหรอก ฉันก็เหมือนเดิมน่ะแหล่ะ”
“ไม่หรอก...นายดูดีจัง” จินอยากจะพูดว่า...นายสวยขึ้น...แต่เขาไม่น่าจะใช้คำนี้กับเพื่อนที่เป็นผู้ชายเลย แต่ว่าในความรู้สึกนั้นจุนโนะงดงามมากต่างหาก

นึกไปถึงคนที่บริษัทพูดกันว่า ...นากามารุ ยูอิจิเริ่มจี้ติดจุนโนะสุเกะมากขึ้น ก็เป็นเพราะยูอิจิเล็งเห็นความน่าเอ็นดูของจุนโนะนั่นเอง....

“จินเองก็...ดูดี...” จุนโนะชมบ้าง ความจริงจินก็หล่อเหลามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่เมื่อจินเป็นหนุ่มขึ้น จุนโนะก็เห็นว่าถ้าจินจะควงสาวที่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร เขาเองต่างหากที่คิดล้ำเส้นกับจินเอง
“ออกไปคุยกับเพื่อนๆ ข้างนอกกันไหม” จินชวน และเมื่อร่างบางพยักหน้า เขาจึงบอกให้จุนโนะไปล้างหน้าซะ
“ไปทั้งมีน้ำตาแบบนี้ เดี๋ยวใครๆ จะหาว่าโดนฉันรังแกนะ”
“อื้อ....” จุนโนะเขินจัดกับคำพูดนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะหัวเราะไปด้วยเพราะขำ แต่เมื่อคิดว่าถ้าจินจะรังแกเขาจริงๆ ล่ะก็ เขาจะร้องไห้แบบนี้มั้ยนะ

จินออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อนข้างนอกก่อน แล้วสักพักหนึ่งจุนโนะถึงได้ตามออกไป คราวนี้หน้าตาผ่องใสขึ้นกว่าเดิม จนคาซึยะและโทโมะแอบลอบมองตาและพยักหน้าให้กัน
“อุเอดะทำอาหารเผื่อด้วย อร่อยจริงๆ เลย” โทโมะส่งจานบาร์บีคิวให้จิน แล้วหันมาแซวจุนโนะ
“นึกว่าจุนโนะจะหลบเข้าห้องนอนทั้งคืนซะอีก หิวล่ะซิใช่ม้า?”
“หิวครับ... ได้กลิ่นย่างบาร์บีคิวแล้วล่ะ แต่ตอนนั้นมันยังไม่อยากกิน”
“พอจินมา จุนโนะก็ลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง จินนี่เป็นยาขนานดีเลยนะฮะ” โคกิเอ่ยปากแซว ทำเอาทุกคนหันมามองจุนโนะเป็นตาเดียว เห็นหน้าสดชื่นนั้นแล้วก็ลงความเห็นว่า
“จุนโนะเป็นโรค จินซิค (Jinsick)”
“อะไรเหรอจินซิค?” จุนโนะหันมาทำตาโต
อุเอดะหัวเราะและบอกว่า

....คือโรคคิดถึงจินขั้นรุนแรงนั่นเอง...

****************************

เมื่อเวลาผ่านไปดึกมากแล้ว ผู้ดูแลเด็กๆ เดินเข้ามาบอกว่า ได้เวลาที่พวกหนุ่มๆ ต้องแยกย้ายกันกลับไปนอนได้แล้ว และจินกับโทโมะก็ต้องกลับเข้าไปในเมืองเสียที
จุนโนะเดินมาส่งจินที่รถ ซึ่งจอดห่างจากรถของโทโมะไม่ไกลนัก จินเห็นคาซึยะเดินมาส่งโทโมะ แล้วสองคนนั่นก็กำลังยืนพิงรถคุยกันต่อ

ร่างสูงเดินนำหนุ่มน้อยแดนเซอร์คนสวยไปที่รถ ระหว่างทางจุนโนะมองตามแผ่นหลังของคนที่เดินเบื้องหน้า เขาเอื้อมแขนออกไปจนปลายนิ้วเกือบจะแตะกับชายเสื้อของจินอยู่แล้ว แต่อะไรบางอย่างทำให้เขาปล่อยมือลงอย่างเสียดาย จุนโนะกำมือของตัวเองแน่น...

...อยากจะสัมผัสตัวจินเหมือนเช่นที่เคยทำ แต่ว่า ก็กระดากในความรู้สึกของตัวเองเหลือเกิน

จินเดินมาหยุดที่ข้างรถสปอร์ตคันหนึ่ง ซึ่งจุนโนะจำได้ว่าเป็นรถของผู้จัดการจินนั่นเอง คนโตกว่ายืนแกว่งพวงกุญแจในมือเล่นและบอกว่า
“ถ้าอัลบั้มติดอันดับ 1 ฉันจะซื้อรถ แล้วจะชวนจุนจังไปเลือกรถกันนะ”
“หา? ฉันง่ะเหรอ?” เด็กหนุ่มชี้ที่หน้าตัวเอง
จินหัวเราะและยีผมจุนโนะเล่น จากนั้นเขาจึงวางมือแหมะลงไปบนเส้นผมสลวยนั้น ความนุ่มนวลของมันชวนให้เขาสอดนิ้วพันกับผมสีน้ำตาลเล่น
“ต้องเป็นจุนโนะสิ เพราะนายเป็นเพื่อนรักของฉันนี่นะ ความสำเร็จของฉัน จุนจังต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย”
“ทำไมไม่ให้แฟนนายเป็นคนเลือกล่ะ”
“ไม่รู้จะเอาแฟนคนไหนดี”
“โอ๊ยจิน......” จุนโนะโวยวาย หน้างอง้ำ ไม่รู้ว่าจินพูดเล่นหรือพูดจริง
“นี่มีแฟนเยอะขนาดไม่รู้จะเลือกใครดีอย่างนั้นหรือ?”
“เปล่าหรอก...แต่ผู้หญิงก็คือผู้หญิงง่ะนะ รถของฉันก็น่าจะให้คนสนิทที่สุดเป็นคนช่วยเลือกมากกว่า...แล้วจุนจังก็คือคนคนนั้นน้า...”
“อื้อ.....จิน.....” ร่างโปร่งบางก้าวไปหาเขา กลัวๆ กล้าที่จะกอดจินอีก แต่เมื่อจุนโนะยื่นมือไปหาจิน จินจึงรวบเอวบางนั้นมาแนบกับอก กอดเอาไว้มั่นเหมือนเช่นที่เคยกอดกันมานาน ลมหายใจอุ่นจัดพัดพาเอาคำพูดของจินมาเข้าหูจุนโนะว่า
“ยังไงซะ นายก็เป็นคนที่ฉันยกให้เป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ถึงฉันจะมีแฟนกี่คนต่อกี่คน แต่จุนจังก็คือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนะ”
คำพูดนั้น ทำให้คนฟังกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก

จุนโนะไม่อยากเป็นแค่เพื่อนที่ดีที่สุด แต่อยากจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของจินต่างหาก

“ฉัน.....เอ้อ.....”
“หือ? มีอะไรหรือจุนโนะ...” จินเลิกคิ้ว มองสีหน้ากระอักกระอ่วนของจุนโนะ และเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ไม่กล้ามองสบตาเขาด้วยซิ และนั่นทำให้จินก้มหน้าเข้ามาจนแทบจะติด ลมหายใจของเขาเป่ารดเส้นผมที่ปรกหน้าผากของจุนโนะจนมันปลิวไสว
“ฉัน......ดีใจ....ที่ได้เป็นที่หนึ่งของนาย...” จุนโนะทำเสียงอุบอิบในลำคอ แต่คำซื่อๆ นั้นทำให้จินหัวเราะ เขาก้มหน้าลงจะมาฟังอีกเมื่อจุนโนะทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่ขณะเดียวกัน ร่างโปร่งก็ยืดตัวขึ้นกำลังเผยอปากจะบอกอะไรให้จินรู้ แต่เมื่อจุนโนะเงยหน้าขึ้นมานั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่จินก้มหน้ามาฟังพอดี ดังนั้น.......
“อุ๊บ......”
ริมฝีปากของทั้งคู่พบกันพอดี จะโดยบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่นั่นก็ทำให้จุนโนะและจินตัวแข็งทื่อ กลีบปากที่ประกบกันอย่างไม่ตั้งใจนั้นแนบแน่นกันเพียงชั่วครู่ แต่มันก็ก่อให้เกิดประกายวาบหวามในใจของทั้งคู่ได้ดีทีเดียว
“อ๊ะ...” จินร้องครางออกมา เมื่อผละปากออกจากกลีบปากสีสดที่เขาสัมผัสได้ถึงความเต็มตึงและอ่อนนุ่มในคราวเดียวกัน จุนโนะกำลังขยุ้มเสื้อของเขาแน่น ขณะที่ดวงตางามคู่นั้นหลับลงอย่างช้าๆ พร้อมกับลมหายใจที่สะดุดเป็นห้วงๆ
จินใจเต้นแรง ขณะมองดวงหน้าหวานแจ่มที่แหงนเงยอยู่ตรงหน้า ทำไมวันนี้ดูจุนโนะเติบโตเป็นหนุ่มน้อยน่ารักเหลือเกิน ...กลีบปากเย้ายวนที่ได้สัมผัสเมื่อครู่เป็นเหมือนแรงดึงดูดให้เขาโน้มใบหน้าเข้าใกล้ยิ่งขึ้น รสหอมหวานที่ได้สัมผัสเมื่อแรกนั้นยังตราตรึงชวนให้เขาแตะปากบางกับกลีบปากที่เผยอน้อยๆ ของจุนโนะสุเกะ สัมผัสเย็นชื้นของความอ่อนหวาน ทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่ตราตรึงอยู่เช่นนั้น

สัมผัสอ่อนหวานเพียงเบาบางดุจสายลมพัดโบกวูบหนึ่งและจางหายไป
........

ถ้าจินไม่ได้ยินเสียงครางอือออกมาจากลำคอของร่างบาง เขาอาจจะเผลอทำอะไรร่างบางมากไปกว่านี้ก็ได้

“โอยตาย....นี่ฉันจูบนายซะแล้วหรือนี่...” จินเอ่ยเสียงพร่า เหมือนกับกำลังเรียกสติของตัวเองให้คืนกลับมา และดูเหมือนจะเรียกสติอันกระเจิดกระเจิงของจุนโนะให้คืนเข้าร่างด้วย
จินเผลอยกมือลูบปากของตัวเอง ความอ่อนโยนจากกลีบปากของจุนโนะยังกรุ่นอยู่เลย เมื่อเหลือบมองใบหน้าที่ก้มต่ำของเพื่อนสนิท เขาก็ถึงกับถอนหายใจออกมา

...ก็จุนโนะมีทีท่าเขินอาย แถมยังไม่ว่าอะไรเขาสักคำ...

จุนโนะกลั้นลมหายใจ....ขอเพียงให้จินอย่าเอ่ยคำขอโทษออกมาเลย.....อย่าบอกนะว่าที่จินสัมผัสกลีบปากของเขานั้นจินไม่ได้ตั้งใจ อย่าพูดคำนั้นออกมาเชียวนะ...

จินไล้เรือนผมอ่อนนุ่มนั้นแต่เบามือ ไม่ได้เอ่ยคำขอโทษที่เผลอจูบจุนโนะออกมา...นอกจากมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ผิดแผกไปจากเดิม

“เอ้อ........เห็นทีต้องกลับเสียแล้วล่ะ” เขาเอ่ยทำลายความเงียบออกมา
ร่างโปร่งบางตรงหน้าจึงขยับกายไหวสะท้าน ช้อนตาขึ้นมองเขา
“จิน.......”
“แล้วเจอกันนะจุนโนะ...”
จินมองหน้าหวานนั้น สาบานได้ว่าเขาเห็นแววตาตัดพ้อในดวงตาคู่สวยนั้นด้วย

เขาถอนหายใจ แล้วเปิดประตูรถ แต่ก่อนที่จะเข้าไปนั่ง เขาก็ยืดตัวขึ้นและถามจุนโนะเรื่องอื่นว่า
“เออ...จริงสิ จุนจังยังไม่ได้บอกเลยว่าชอบเท็ดดี้ตัวใหม่ที่ฉันซื้อให้หรือเปล่า?”
ร่างบางเงยขึ้นสบตาเขา แววตาตัดพ้อนั้นเลือนหายไปแล้ว เหลือแต่รอยยิ้มอย่างปกติ
“อื้อ...ชอบซิ ชอบมาก” จุนโนะพยักหน้างึกๆ ยิ้มให้จินตาหยี จนจินอดนึกแว้บไปถึงรอยยิ้มของสาวน้อยอีกคนไม่ได้
“ถ้าชอบก็เอามาแทนมิมิก็แล้วกัน มันเก่ามากแล้ว”
“ไม่...ไม่หรอก มิมิก็คือมิมิ มันเป็นตำนานของเรานะ”
จินอดหัวเราะไม่ได้ จุนโนะเสียงเข้มขึ้นทุกครั้ง ยามที่มีใครบอกให้ทิ้งมิมิไปซะ
“งั้นก็ให้เจ้าตัวใหม่เป็นน้องของมิมิได้มั้ย?” จินว่า
“อายุคงจะห่างจากมิมิเยอะ เอาเป็นลูกก็แล้วกัน ลูกของฉันกับจินได้มั้ย?”
“จุนจัง......” จินครางออกมา ถ้อยคำของจุนโนะนั้นทำให้ใจเขาไหวยวบอย่างประหลาด มันอาจจะเป็นคำพูดเล่นๆ ของวัยซนแต่ความหมายนั้นน่ะ อย่างน้อยมันก็กระทบกับความอ่อนโยนของหัวใจอีกหลายห้องทีเดียว ...หลังจากสัมผัสบางเบาที่ริมฝีปากนั้นแล้ว ดูเหมือนทั้งคู่จะเขยิบฐานะที่มีต่อกันมาอีกขั้นหนึ่งแล้วซินะ
“แล้วจุนโนะตั้งชื่อให้ลูกของเราหรือยังล่ะ?” ถามไม่ถามเปล่า เขากลับเชยคางหนุ่มน้อยหน้ามนขึ้นมา จ้องตาสีดำนั้นไม่วางตา ถ้าเป็นที่สว่างคงจะได้เห็นสีแก้มแดงระเรื่อของจุนโนะก็เป็นได้
“ยัง......”
“ถ้าตั้งได้แล้วโทรฯ มาบอกด้วยละกัน....อือ....จุนจัง...แล้วเจอกันที่ทำงานนะ ..เอ..ถ้าว่างฉันจะมาปิคนิกที่นี่ดีกว่าเนอะ บรรยากาศดีเป็นบ้าเลย” จินว่าหลังจากมองไปรอบๆ ตัวแล้ว ลมเย็นพัดวูบผ่านมา จินตรึงร่างจุนโนะไว้สุดแขน ก้มมองหน้าหวานนั้นอย่างเอ็นดู
“จุนจังน่ารักแบบนี้ ริมีแฟนหรือยังเอ่ย?”
“ฮื่อ....ไม่มีหรอก” จุนโนะสั่นหน้าจนผมกระจายยุ่งเหยิง ทำให้ใบหน้านั้นน่ามองยิ่งขึ้น เล่นเอาคนมองเผลอสูดหายใจลึก
“ถ้าชอบใครล่ะก็ บอกฉันเป็นคนแรกได้มั้ย?”

คำพูดนั้น ทำให้คนฟังเจ็บวาบในหัวอก

......เมื่อกี้จูบเขาแล้วยังจะมาพูดอะไรแบบนี้อีกเหรอ?....

เอ...หรือว่า เมื่อกี้เขาไม่ได้เรียกว่าจูบกัน...จินถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ร่างบางไม่สบอารมณ์นัก จึงทำหน้ามุ่ยใส่
“ไม่มีทางบอกจินหรอก”
“อื๋อ...จุนโนะนี่ล่ะน้า” จินตบบ่าเพื่อนตัวน้อยของเขาเบาๆ โบกมือให้อย่างร่าเริง แล้วบอกว่าตั้งแต่อาทิตย์หน้าเขาจะเริ่มมีเวลาว่างมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่จุนโนะบอกว่า พอจินเป็นฝ่ายว่าง เขากลับต้องตระเวณออกทัวร์กับวงต่างๆ อีกแล้ว
“แล้วเจอกันที่บริษัทนะ” จินยิ้มกับจุนโนะ แล้วบีบแตรให้โทโมะที่ยังยืนคุยกับคาซึยะให้รู้ตัว

จากนั้นรถสองคันก็เคลื่อนที่ออกไปจากบ้านพักริมทะเล ทิ้งให้จุนโนะยืนพิงต้นปาล์มเหม่อมองดวงจันทร์บนท้องฟ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะบรรยาย ทั้งดีใจระคนเศร้าใจ....

**************************

ตกดึกคืนนั้น หนุ่มน้อยคาซึยะลืมตาโพลงในความมืด เหลียวมองจุนโนะเพื่อนร่วมห้องก็เห็นนอนตะแคงหันหลังให้เขาอยู่อีกฟากห้องหนึ่ง เหตุที่คาซึยะไม่อาจหลับได้นั้น ก็เป็นเพราะเห็นหน้าของคุณโทโมะลอยวนเวียนอยู่ในความคิดนั่นเอง
ถ้อยคำก่อนจะลาจากกันนั้น ทำให้เขาต้องมานอนเรียบเรียงอีกครั้งว่าฟังไม่ผิดหรือเปล่า กับคำพูดของหนุ่มน้อยตาโตสุดสวยของเขาที่ว่า
“บ้านนายน่าอยู่ชะมัด ฉันจะขอมาค้างบ้างได้มั้ยอ่ะ?”
“คุณง่ะนะจะมาค้าง?” จำได้ว่าเขาถามเสียงสูงจนโทโมะหัวเราะคิก แต่แล้วหน้าที่ยิ้มอยู่นั้นก็หุบฉับเมื่อเจอกับคำถามของเขา
“แล้วคุณจะนอนตรงไหนง่ะ? ริมระเบียงข้างนอกหรือไง?”
“บ้าเด่ะ นายจะเผื่อแผ่เตียงของนายให้ฉันนอนบ้างไม่ได้หรือไง?”
“นอน....นอนเตียงเดียวกัน?” คาซึยะถามเสียงปร่า มองหน้าโทโมะอย่างมีความหมาย ฝ่ายคนถูกถามรีบก้มหน้างุด แต่ก็ยกมือเรียวขึ้นกรีดปกคอเสื้อของเขาไปมา
“เป็นเพื่อนกัน นอนด้วยกันก็ย่อมได้...รึว่านายไม่อยากนอนกับฉัน?” ถามเสร็จแล้วก็กระชากคอเสื้อของคาซึยะมาจนใบหน้าแทบจะติดกัน
“นับแต่นี้ต่อไป เราจะเป็นเพื่อนสนิทซี้ย่ำปึ้กกัน คาซึยะ?” พูดเสร็จแล้วก็ปล่อยคอเสื้อทันที แถมยังใช้หลังมือตบป้าบบนหน้าอกของเขาซะอีก
คาซึยะกำลังจะเถียงแต่เขากับโทโมะก็ได้ยินเสียงจินบีบแตรเรียกอยู่อีกด้านหนึ่ง ร่างโปร่งบางของโทโมะจึงมุดตัวเข้าไปในรถ ก่อนจะจากก็ยังชี้หน้าเขาอีก
“แล้วฉันจะมากวนอีก... ไปล่ะ”
และแล้วโทโมะกับจินก็กลับไปสู่ในเมืองอันยุ่งเหยิง ทิ้งให้เขาเดินกลับที่พักแต่เพียงลำพัง ก่อนจะขึ้นบ้านพัก เขาเห็นจุนโนะยืนพิงต้นปาล์มอยู่ริมเขื่อน เขาอยากเข้าไปคุยด้วยแต่คิดว่าปล่อยให้จุนโนะคิดอะไรตามลำพังจะดีกว่า...

............................

เสียงคนนอนอีกฟากหนึ่งของห้องพลิกกาย และตามติดด้วยเสียงถอนหายใจ คาซึยะผงกกายขึ้นมองไปทางนั้น พอดีเห็นเงาตะคุ่มๆ ของจุนโนะลุกขึ้นนั่งพอดี
“นอนไม่หลับหรือไงจุนโนะ?” เขาถาม
เสียงแหบๆ ร้องฮื่อตอบกลับมา
“นายก็ยังไม่นอนเหมือนกันนี่”
“ฉันยังไม่ง่วง สงสัยกินอะไรเข้าไปเยอะ นายเสียอีกจุนโนะ ไม่ค่อยได้กินอะไรเลย”
“ฉันมีเรื่องต้องคิดน่ะ ฉัน.....เอ้อ...มีความลับบางอย่างจะบอกนาย...ถ้านายสัญญาว่าจะปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ” เสียงนั้นเหมือนเสียงเรียกให้คาซึยะต้องลุกจากเตียงเดินเข้าไปหาร่างของเพื่อนอีกเตียงหนึ่ง จุนโนะนั่งห้อยขาอยู่บนเตียง โดยที่ไม่มีวี่แววว่าจะง่วงงุนเลยสักนิด
ความลับของจุนโนะนั้น...คงจะสร้างความหนักใจให้กับเจ้าของเรื่องมากซินะ ....ถึงทำให้จุนโนะคิดไม่ตก
“ต้องการปรึกษาอะไรกับฉันหรือเปล่าจุนโนะ?” เขาถาม
“อือ........สัญญานะว่าจะไม่บอกใคร” จุนโนะยกมือขึ้น คาซึยะจึงยกขึ้นด้วย ทั้งสองตีมือกันเพื่อเป็นคำมั่นสัญญา จากนั้นจุนโนะจึงร้องเฮ้อออกมา ทำให้คาซึยะต้องเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน
“อะไรล่ะความลับของนาย?”
“ฉัน......ฉัน.....เอ้อ.......จินน่ะ.....คือ......” จุนโนะอึกอัก....ก้มหน้างุด ไม่กล้าพูดต่อ จนคาซึยะต้องบอกว่า เขาสัญญาว่าจะเก็บมันเป็นความลับจริงๆ
“ฉันรักจิน” ในที่สุดจุนโนะก็โพล่งออกมาจนได้
“อือ....แล้วไง?” คาซึยะทำเสียงเรียบเฉยเพราะกะเอาไว้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งความลับคับอกต้องทำให้จุนโนะสารภาพสักวัน...แต่เสียงเนือยๆ ไม่ตื่นเต้นของเขาคงทำให้จุนโนะแปลกใจ คาซึยะจึงได้ยินร่างบางบอกมาอีกครั้ง
“ก็...ฉันบอกว่าฉันรักเขา ...จริงๆ นะ”
“นายสองคนก็รักกันอยู่แล้วนี่หว่า...” คาซึยะเกาหัวแกรกๆ ทำเสียงราบเรียบมากจนจุนโนะต้องถอนหายใจอีกเฮือก
“ฉันไม่ได้รักเขาแบบเพื่อนอีกต่อไปแล้ว.....เอ้อ.....ฉันรักจิน...และอยากให้จินเป็น...เป็นคนรักของฉันต่างหากล่ะ” ถ้อยคำสารภาพนั้นเบาหวิวจนคนฟังแทบหยุดหายใจ ...คาซึยะรู้อยู่เต็มอกจนแทบจะไปนั่งอยู่ในใจของจุนโนะเลยก็ว่าได้ เพียงแต่รอเวลาที่จะให้จุนโนะรู้ใจตัวเองเสียที และนั่นมันก็กินเวลาเนิ่นนานมาก
“ความรักมันคับอกล่ะซิ ถึงได้สารภาพเสียที”
“ก็ฉันเพิ่งรู้ใจตัวเองนี่ ตอนที่จินบอกว่าจะไม่มาหา ฉันแทบจะกลั้นใจตาย ปวดตรงนี้ไปหมดแล้ว” จุนโนะจิ้มไปที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง
“แล้วจินล่ะ เขารักนายหรือเปล่า?” คาซึยะถามกลับ
จุนโนะเล่าให้คาซึยะเรื่องคิสแรกที่ข้างรถของจิน แม้ว่าจะเป็นการสัมผัสริมฝีปากแบบไม่ได้ตั้งตัว แต่มันก็เหมือนกับจุมพิตมากเลย
“อือ....อย่างนั้นเขาไม่เรียกว่าจูบหรอก อาจจะแค่บังเอิญหรือว่าจินอาจจะเผลอไปก็ได้” คาซึยะโพล่งออกมา นอกจากจะไม่เออออตามแล้ว ยังไม่ให้กำลังใจคนฟังอีกต่างหาก
“ถ้าจะคิสกันจริงๆ ง่ะนะ ต้องอย่าง............เอ้อ.......” หนุ่มน้อยหน้าเข้ม อดคิดไปถึงครั้งแรกที่เขากับโทโมะจูบกันไม่ได้
ต้องอย่างงั้นซิถึงจะเรียกว่าจูบกัน...

คาซึยะสะดุดความคิดลงเมื่อจุนโนะครางเสียงต่ำ และบอกว่า
“จินก็คงคิดกับฉันเหมือนเดิมง่ะแหล่ะ...คาซึยะอย่าบอกเขานะว่าฉันรักเขา... ไม่ต้องบอก ไม่ต้องพูดให้เขารู้”
“ใช่...ฉันเป็นคนพูดไม่ได้หรอก ต้องนายนั่นแหล่ะ...บอกให้เขารู้ซิ...ว่านายรักเขามากแค่ไหน”
“ฉันจะเป็นคนบอกเขา แน่นอน...สักวันหนึ่ง ...วันที่ฉันได้เป็นแดนเซอร์ของเขา”
จุนโนะบอกอย่างหมายมาด ...ซึ่งคาซึยะเห็นว่า ...ถ้างั้นวันที่จุนโนะจะสารภาพกับจินนั้นก็คงอยู่อีกไม่นาน เพราะโทโมะตั้งใจจะให้กลุ่มของพวกเขามาเป็นแดนเซอร์ให้ได้..และเมื่อนั้นเขาอยากจะรู้นักว่า ...จุนโนะจะมีความกล้าเพียงไร...
“รวบรวมความกล้าเข้าไว้นะ...แล้วนอนกันได้แล้ว” คาซึยะลูบศีรษะจุนโนะ ชี้มือไปที่หมอน ร่างโปร่งของเพื่อนสนิทพึมพำขอบใจ และล้มตัวลงนอน
จุนโนะรู้สึกว่าอะไรๆ ที่อัดแน่นอยู่ในอกค่อยบรรเทาลง ...เมื่อมีใครสักคนเป็นที่ปรึกษาเขา....
...ทีนี้ก็เหลือแต่ว่า....เขาจะสารภาพจินในตอนไหนเท่านั้นเอง...

*****************************

จินเดินมาที่ชั้น 9 มุ่งมายังห้องของพวกแดนเซอร์ วันนี้เขามีเวลาว่างหลังจากประชุมเรื่องเวลาที่แน่นอนของการออกวางซิงเกิ้ลและอัลบั้มแรกของวง มิราเคิล เขาอยากจะบอกความยินดีนี้กับจุนโนะสุเกะเป็นคนแรก แต่ว่าเมื่อมาถึงห้องที่จุนโนะซ้อม เขากลับพบความว่างเปล่าของห้อง จินเดินไปตามห้องอื่นๆ มีพวกเด็กรุ่นน้องที่เพิ่งออดิชั่นเข้ามาไม่นานกำลังซ้อมเต้นกันอยู่ พอสอบถามคนในนั้นก็ได้เรื่องว่า
“ไปออกทัวร์กับพวกรุ่นพี่น่ะครับ”
จินกลับขึ้นไปชั้น 11 ด้วยความผิดหวัง เขาไม่ได้เจอจุนโนะมาสองวันแล้ว นับตั้งแต่วันที่ไปพบกันที่บ้านพักของจุนโนะในวันเสาร์นั้น
“ไปไม่บอกกันสักคำ” จินบ่นอุบขณะลงมาหาเพื่อนๆ ที่ห้อง เมื่อเข้ามาแล้วก็พบว่าในห้องนั้นไม่มีโทโมะ
“โทโมะไปหาคุณนากามารุ” เรียวบอก จินนึกว่าเป็นนากามารุ ยูอิจิ แต่เรียวกลับส่ายหน้าแล้วบอกว่า
“ไปหานากามารุคนพ่อน่ะ ...แต่ไม่รู้ว่าไปหาด้วยเรื่องอะไร ...วันนี้ดูโทโมะหงุดหงิดมาก ถ้าให้เดานะ ฉันว่าเขารู้ข่าวพวกกลุ่ม Misty Boys ไปเป็นแดนเซอร์ให้รุ่นพี่ Shonen Tai แน่ๆ พวกนั้นจะออกทัวร์ประมาณ 1 เดือนแน่ะ พวกคาซึยะน่ะ งานชุกกว่าพวกเราซะอีกนะฉันว่า” เรียวพูดอย่างติดตลก แล้วหันไปหยอกเอินกับอุจี้ต่อ ปล่อยให้จินยืนหน้านิ่ว
อะไรบางอย่างในใจทำให้จินรู้สึกโหวงๆ... เมื่อคิดว่าจะไม่ได้พบจุนโนะอีกเป็นเดือน ทำไมนะ.... เมื่อก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่ได้พบกับเพื่อนตัวน้อย แต่เขากลับไม่รู้สึกโหยหาเหมือนในยามนี้เลย....

หลังจากกลับจากไปหาจุนโนะ เขาก็นึกถึงแต่หน้าหวานละมุนของเพื่อนซี้ในวัยเด็กอยู่ตลอดเวลา ภาพจุนโนะร้องไห้กอดเท็ดดี้แบร์ตัวที่เขาให้นั้นมันจับตาจับใจเขาอย่างบอกไม่ถูก และยังใบหน้าที่แหงนเงยเมื่อเขาก้มหน้ามาสัมผัสกลีบปากบางเบานั่น มันงดงามอย่างบอกไม่ถูก...จนเขาคิดว่า...เขาจะไม่ทอดทิ้งจุนโนะอีกแล้ว....

***************************

วงมิราเคิลของจินกับเพื่อนๆ ได้ฤกษ์ออกวางแผงซิงเกิ้ลแรก คือเพลง Show Me Your Love และในเวลาเดียวกันก็ออกอัลบั้มชื่อเดียวกับวงว่า Miracle ตามมาติดๆ และเพียงแค่วันเดียว เพลงของพวกเขาก็ติดอันดับหนึ่งทั้งสองอย่าง ทำเอาหนุ่มๆ ต้องเปิดแชมเปญฉลองความสำเร็จกันเป็นการใหญ่
และในตอนค่ำของวันเดียวกันนั้น จินก็ได้รับโทรศัพท์ยินดีจากจุนโนะเป็นคนแรก จุนโนะโทรมาจากไซตามะ ...เสียงแหลมอย่างดีอกดีใจของจุนโนะนั้นทำให้จินยิ้มแก้มปริ น้ำเสียงราวกับว่าตัวคนแสดงความยินดีด้วยนั้นเป็นคนได้รับความสำเร็จนั้นซะเอง ....และนั่นก็ทำให้จินเพิ่มความอยากพบหน้าจุนโนะมากขึ้นไปอีก
“อยากเจอนายนะ จุนจัง อยากเจอเป็นบ้าเลย” จินบอกตรงๆ เล่นเอาปลายสายเงียบกริบ จากนั้นเสียงกลั้วหัวเราะของจุนโนะจึงบอกมาว่า
“ฉันต่างหากล่ะที่เป็นฝ่ายอยากจะเจอจินมากกว่า”
“แล้วเจอกันนะจุนจัง...อยากให้นายเสร็จจากทัวร์เร็วๆ ฉันอยากจะฉลองกับนายน่ะ”
“ฮื่อ...ขอแสดงความยินดีจากใจจริงนะจิน...นายทำได้แล้ว...” จุนโนะวางหูไปแล้วหลังจากจบประโยคนั้น ดูเหมือนจินจะได้ยินเสียงส่งจุ๊บมาทางโทรศัพท์ให้เขาด้วย
.......................

เย็นวันต่อมา จินได้รับข่าวใหม่เอี่ยมจากปากของโทโมะ เมื่อร่างบางเดินแทบจะลอยละลิ่วเข้ามาในห้อง สีหน้าอิ่มเอิบด้วยรอยยิ้มอย่างมีชัย โทโมะกวักมือเรียกพวกพ้องอีกสามคนให้เข้ามาฟังข่าวดี
“อะแฮ้ม...อะแฮ้ม...นับจากนี้ต่อไปอีกสองเดือน...พวกเราจะไปออกรายการทีวี และจะมี...แดนเซอร์เป็นของตัวเองแล้ว...พวกนายอยากรู้มั้ยว่า กลุ่มไหนจะมาเป็นแดนเซอร์ประจำของวงเรา....แตร่น...แตร๊น....” โทโมะยิ้มกว้างและไม่ยอมให้คนอื่นคาดเดา ชิงบอกเองเสียก่อนว่า
“กลุ่ม Misty Boys ไง...”
“Misty Boys!! กลุ่มแดนซ์ของจุนโนะนี่นา” จินอุทานด้วยความตื่นเต้น
โทโมะยืดอกและบอกว่า เขาเป็นคนไปอ้อนวอน ขอร้องกับประธานบริษัทเองเชียวแหล่ะ
“โทโมะซะอย่าง...ทำได้อยู่แล้ว...”
“หมายความว่า จุนโนะจะได้อยู่กับพวกเรา และไปไหนมาไหนกับพวกเรางั้นใช่มั้ย?” จินตบมือร่า ยิ้มยิงฟันร่า แต่อุจี้กลับตบบ่าเขาดังป้าบ
“ไอ้จิน...หนอย จุนโนะคนเดียวเมื่อไรกัน นายก็...พวกคนอื่นๆ ก็มีนาโว้ย!!”
“ไอ้จินมันไม่เห็นคนอื่นหรอกนอกจากน้องโนะ...” เรียวเดาะลิ้น ทำหน้าล้อจินเล่นจนจินมองตาขวาง
“อะไรฟะ ก็ฉันกับจุนจังเป็นเพื่อนกันนี่หว่า เพื่อนจะมาร่วมงานกัน นายจะไม่ให้ฉันดีใจเหรอ?”
เดี๋ยว...เดี๋ยว...มีอีกเรื่องหนึ่งน้า...” โทโมะตะโกนบอกเพื่อนอีกหนึ่งข่าว
“ใช่ว่าจะมีแต่พวกจุนโนะนะ ยังมีพวกเด็กกลุ่มอื่น แล้วแต่ว่ากลุ่มไหนจะว่าง ฉันหมายความว่า พวก Misty Boys น่ะชัวร์อยู่แล้ว แต่จะพ่วงกลุ่มอื่นด้วย...”
“นายบอกท่านประธานยังไงวะ เขาถึงยอม แล้วคุณยูอิจิเขารู้หรือยัง?” จินถาม แต่โทโมะกลับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“รู้หรือไม่รู้ฉันไม่สนหรอก โทโมะไม่กลัวอยู่แล้ว...ฉันอ้อนพ่อของเขาหน่อยเดียว ให้พ่อของฉันช่วยพูดอีกแรง พ่อของพี่ยูก็ต้องยอม...อีกอย่างตอนนี้พี่ยูก็ไม่อยู่ด้วย เพราะงั้นเขาจะมาขัดอะไรใครไม่ได้”
“เก่งชะมัดเลย โทโมะ...ฉันรักนายเป็นบ้าเลยว่ะ” จินกอดโทโมะเต็มแรง เล่นเอาโทโมะทำหน้ายู่ หันมาผลักจินออก แล้วทำหน้าเป็นใส่
“ไปกอดคนอื่นเหอะไป๊...ดีใจล่ะซินายง่ะ”
“แน่ล่ะ...ฉันจะโทรฯ ไปบอกข่าวดีให้จุนจังรู้ ...ขอตัวกลับห้องก่อนล่ะกัน...”
“ไอ้จินมันดีใจเว้ย....ชักยังไงซะแล้ว...” เรียวมองตามหลังของจินไป เห็นจินเก็บของกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี นึกอยากจะถามเหมือนกันว่า วันนี้จินไม่ออกไปไหนกับนานะหรือสาวอื่นหรือ เพราะเขาเห็นนานะมาที่บริษัทด้วยในวันนี้น่ะ
“ไปล่ะเพื่อน” จินโบกมือให้เพื่อนๆ แล้วเดินผิวปากจากไป ปล่อยให้โทโมะกอดอกงึมงำว่า
“สงสัยจะเป็นโรคจุนโนะซิคว่ะเพื่อนเรา”
“อะไรวะจุนโนะซิค?” เรียวถาม
“ก็โรคติดเด็กที่ชื่อจุนโนะน่ะซิวะ ไม่เห็นหรือไงว่า หมู่นี้จินเลิกคลั่งยัยนานะแล้วน่ะ” โทโมะออกความเห็น จนเพื่อนๆ ร้องอือ ไปตามๆ กัน
“งั้น..ฉันเห็นทีต้องโทรฯ แจ้งข่าวดีนี้ให้คาซึยะรู้ดีกว่า” โทโมะว่าแล้วก็ฉวยกระเป๋าตามจินออกไป

“ถ้าจะเป็นโรคคาซึยะซิคแหงๆ เลยนี่ เจ้าโทโมะ....” อุจี้หัวเราะกับเรียวอย่างขบขัน

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...