Show Me Your LOVE

 

Vol 12

***************************

คืนนี้ดวงจันทร์ส่องแสงสีซีดลงมาจากซอกหลืบของก้อนเมฆที่กระจายตัวอยู่บนฟ้า ความสว่างอันน้อยนิดทำให้คนที่นั่งตากอากาศอยู่ริมระเบียงสามารถอมยิ้มแก้มปริได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครแอบเห็น ลมเย็นพัดพาเอาความหนาวสะท้านมาแตะต้องผิวกาย แต่ก็เทียบกันไม่ได้ความดื่มด่ำภายในใจที่ทำให้ทั่วทั้งร่างแทบจะมอดละลายไปกับ...รอยจุมพิตแรก...
จุนโนะนั่งแหงนมองดวงจันทร์ที่ทำตัวผลุบโผล่อยู่บนท้องฟ้า เขานึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักสามชั่วโมงที่แล้ว จินกับเขาจูบกัน เข้าใจกัน พูดจาภาษารักกันแล้ว ...ความหนักใจค่อยคลายลง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าหนทางรักในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เขาจะรักกับจินได้นานสักเพียงไหน
จินเป็นดารานักร้องที่เริ่มมีชื่อเสียง เรื่องรักๆ ใคร่ๆ แวะเวียนมาไม่หยุด แล้วการรักกับผู้ชายด้วยกันล่ะ สังคมภายนอกจะยอมรับหรือไม่นั้น จุนโนะหาคำตอบได้เองว่า ...ไม่อย่างแน่นอน... แล้วเขาต้องเจ็บช้ำหรือเปล่านะกับการรักกับจิน...
จุนโนะถอนหายใจเฮือก ทำหน้ามุ่ยกับต้นปาล์มที่แกว่งใบไปมา เขาถอนหายใจเฮือก จะคิดไปทำไมกัน เรื่องร้ายๆ มันยังไม่เกิดขึ้น ตอนนี้เขากับจินกำลังไปกันได้ด้วยดี เหตุการณ์ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร อย่าเพิ่งคิดจะดีกว่า
เขาเดินเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ แต่กระนั้นก็ยังอดสะดุ้งไม่ได้เมื่อเห็นร่างตะคุ่มของคาซึยะนั่งอยู่ที่เตียง
“นอนไม่หลับล่ะซิถ้า?” คาซึยะถามขึ้นมาก่อน จุนโนะเพียงแต่รับคำ และเดินไปนั่งชันเข่าบนเตียงของตัวเอง
“ฉันว่าจะถามเรื่องสารภาพกับจินแล้วเชียว แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้วละมัง เห็นจูบกันอย่างซาบซึ้งแบบนั้นน่ะ”
“อื้อ....คาซึยะ...น่าอายจริงเชียว...ฉันบอกรักเขาก่อน เขาถึงตอบโอเค นี่ถ้าฉันไม่บอกเขา เขาก็ทำเฉยๆ ง่ะนะ” จุนโนะสารภาพเอาดื้อๆ
“คงจะมีใจด้วยกันน่ะแหล่ะ ฉันว่าจินเขาออกจะหวงนายอยู่นะ ถ้าไม่รักแล้วจะหวงทำไมจริงมะ?”
“อือ....ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่เขาก็บอกว่าเขาก็รักฉันด้วยเหมือนกัน ...แค่นี้ก็คงพอระดับหนึ่งล่ะ เรื่องที่เหลือในวันข้างหน้าน่ะ ปล่อยให้มันไปตามบุญก็แล้วกัน” จุนโนะพูดแบบนี้ เลยทำให้คนฟังอดหัวเราะไม่ได้ ตบท้ายคาซึยะก็บอกว่า
“นายก็พูดเหมือนคนแก่ ปลงแต่หัววันเลยเชียว”
“รักกับจินก็ต้องทำใจไว้ก่อน ชีวิตฉันมันไม่มีอะไรราบรื่นหรอกคาซึยะ...ตั้งแต่เด็กมาแล้ว...จะเจ็บซ้ำอีกสักครั้งก็คงไม่ถึงกับตายหรอกนะ”
“พรุ่งนี้ค่อยว่ากันดีกว่า วันนี้ฉันน่ะ......ฮ้าวววว.......ง่วงชะมัดเลย” คาซึยะอ้าปากหาวทำท่าจะล้มตัวนอน จุนโนะก็เลยถามขึ้นมาบ้าง
“แล้วนายกับคุณโทโมะล่ะ ไปถึงไหนกันแล้วล่ะ?”
“โอ้ยจะไปถึงไหน...หมอนั่นน่ะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย วันนี้พูดดีด้วย พรุ่งนี้พ่ออาจจะตวาดแว้ดใส่ฉันก็ได้” คาซึยะพูดแล้วก็หัวเราะ นึกไปถึงดวงตากลมโตของโทโมะที่หันมาจ้องใส่เขาเมื่อตอนที่ยืนมองจินกับจุนโนะจูบกันเมื่อตอนหัวค่ำ ในขณะที่คนอื่นพากันโห่ฮา โทโมะกลับยื่นหน้ามาบอกเขาว่า
“นายอย่ามายืนจูบกับฉันต่อหน้าคนเยอะๆ แบบนี้นะ!”
คาซึยะขมวดคิ้ว แล้วพึมพำตอบกลับไปว่า
“อยากจะจูบนักนี่”

...ปึก.....

โดนกำปั้นน้อยๆ อัดเข้ากลางหลัง พอหันไปมองก็เห็นเจ้านายตาโตทำปากยื่น หลิ่วตามองเขาอย่างท้าทาย (อีกแล้ว)
“จำคำพูดของนายให้ดีเหอะ เจ้าซื่อบื้อ...” โทโมะกระแทกเสียงใส่ จากนั้นก็หันไปช่วยเพื่อนๆ ตะโกนแซวจินกับจุนโนะ ทิ้งให้เขาปวดหลังอยู่หนึบหนับ...

คุณโทโมะของเขา.......เฮ้อ.....ป่านนี้จะทำอะไรอยู่นะ คงนอนหลับฝันดีไปแล้วมั้ง ไม่รู้หรือไงว่า การมาแต่ละครั้งของคุณหนูลูกยากุซ่า นับวันก็ทำให้เขาใจสั่นหวั่นไหวมากขึ้นทุกที....

“นายรักคุณโทโมะหรือเปล่า?”
จู่ๆ เสียงใสๆ ของจุนโนะก็ดังแหวกอากาศมาปลุกความเคลิ้มของเขาให้ตื่นตัว คาซึยะรีบล้มตัวนอน ยกมือก่ายหน้าผาก แล้วระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด
“ไม่รู้เด่ะ...อาจจะยัง”
“ไม่รักกันเหรอ?”
“ยังหรอกมั้ง? นายถามทำไมจุนโนะ?” คาซึยะถามกลับ
“เปล่าหรอก แต่เห็นสนิทกันดีก็เลยถามดู” จุนโนะนอนลงไปบ้าง เขาดึงผ้าห่มมาจรดคอ หันไปมองเตียงอีกฟากหนึ่ง คาซึยะหันหลังให้แต่ก็ทันได้ยินประโยคสุดท้ายของเพื่อนบอกออกมาว่า
“ฉันกับเขามันคนละชั้นกันนะจุนโนะ จะไปตีเสมอกับเขาได้ไงกัน?”

จุนโนะเบือนหน้ากลับมา...คนละชั้นกันเหรอ?.....
...ใช่สิ...แต่ของเขากับจิน พื้นเพมันเสมอกัน ...แต่นั่นมันเมื่อก่อนนี่นะ
แต่ตอนนี้และในอนาคตล่ะ ความโด่งดังของวงมิราเคิลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ...เขาเองก็เป็นเพียงแดนเซอร์ตัวเล็กๆ แทบไม่มีใครสนใจ ผิดกับจินลิบลับเลย อย่างนี้ก็คงต้องเรียกคนละชั้นเหมือนกันซินะ.........

**************************************

จากคอนโดสุดหรูมาถึงบริษัท ซิกแนล โปรดักชั่นนั้น นับว่าไม่ไกลเท่าไรนัก ถ้าเดินกันก็คงพอเหนื่อย ปกติแล้วโทโมะจะชวนเพื่อนๆ ออกเดินไปบริษัทเพราะเป็นการออกกำลังไปด้วยในตัว แต่เวลานี้เขารู้สึกว่ามันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ผิดแผกไปจากเดิม
รถรีมูซีนสีดำสนิทคันหนึ่งหรือสองคัน จอดอยู่เยื้องๆ กับคอนโดฯ และดูเหมือนจะมีอิทธิพลมากพอที่ไม่มีตำรวจจราจรที่ไหนกล้ายกไปไว้โรงพัก เพราะเขตนั้นเป็นเขตห้ามจอดรถ แต่รถคันนี้จอดได้ นับว่าเก่งเอาการ โทโมะเขม้นมองว่าใช่รถที่บ้านของเขาหรือเปล่า ...แต่ปรากฏว่า เขาไม่เคยคุ้นกับรถพวกนั้นมาก่อน ...หรือว่าจะเป็นรถคันใหม่ที่ทางบ้านส่งมาคอยดูแลเขา....
คิ้วเรียวขมวดเมื่อชำเลืองมองทั้งรถและคนขับที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างรถ ดูไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย โทโมะแน่ใจว่าเขาไม่เคยเห็นหน้าชายคนนี้มาก่อน ตอนที่เขาเดินผ่านไปนั้น ชายคนนั้นเพียงแต่หันมามองเพียงนิดเดียว จากนั้นก็หันไปพ่นควันบุหรี่ใส่ท้องฟ้าต่อ ไม่ได้แสดงอาการสนใจเขาเลย
“ใครวะ?” โทโมะทำปากยื่น
“ใครเหรอ?” เรียวหันไปมองตาม เห็นอยู่หรอกว่า ชายในชุดดำนั่นมองโทโมะมาเหมือนกัน
“ยากุซ่า...” อุจี้กระซิบแล้วรีบกระแซะอยู่ข้างๆ เรียว
“บ้าน่า...ไม่เคยเห็นยากุซ่าหรือไง..” จินกระเซ้าและหันไปแอบชี้ใส่โทโมะ ทำให้เรียวกับอุจี้พยักหน้าหัวเราะกันคิกคัก แต่คนที่กำลังถูกนินทากลับหมกมุ่นอยู่กับการครุ่นคิด ...อะไรบางอย่างทำให้โทโมะไม่สบายใจ เหมือนมีลางสังหรณ์อย่างบอกไม่ถูก แต่ถ้าจะให้พูดกับคนอื่น เขาก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ....
จนมาถึงบริษัทนั่นแหล่ะ การได้ฝึกซ้อมกับพวกแดนเซอร์ทำให้โทโมะลืมความสงสัยนั้นไปได้บ้าง

วันนี้จินกับจุนโนะดูจะจี๋จ๋ากันเป็นพิเศษ หลังจากเมื่อคืนนี้แล้ว ดูเหมือนทั้งสองหนุ่มต่างก็มีเรื่องคุยกันได้ไม่รู้เบื่อ จินชวนโทโมะไปทานอาหารกลางวันที่แคนทีนของบริษัท แต่โทโมะไม่อยากขัดคอทั้งคู่ จึงขยิบตาให้คาซึยะ เป็นอันรู้กันว่า วันนี้โทโมะอยากไปหาอะไรกินกับคาซึยะสองคนมากกว่า
“จะไปไหนดีครับ?” คาซึยะถาม เมื่อตอนที่ทั้งสองออกมาจากบริษัท
“กินแถวๆ นี้ดีกว่า ...คือว่า...ความจริงฉันตั้งใจจะชวนนายออกห่างคู่ของจินสักหน่อย ดูเหมือนเขาสองคนอยากจะไปกินกันสองต่อสอง” โทโมะพูดแล้วกวาดตามองไปรอบตัว แต่แล้วเขาก็สะดุดอยู่ที่....
“เอ๊ะนั่น...!!”
“อะไรครับ?” คาซึยะหันไปมองตามสายตาของโทโมะ เห็นรถสีดำเป็นมันจอดอยู่ที่ข้างบริษัท โทโมะหันมาบอกว่า
“รถคันนั้นน่ะ...ฉันเห็นจอดอยู่ที่คอนโดฯ ฉันเมื่อเช้า ตอนนี้ไหงมาจอดตรงนี้แล้วล่ะ”
“รถของใครกัน?” คนข้างกายถามด้วยความแปลกใจ โทโมะส่ายหน้าไม่รู้ คาซึยะจึงสังเกตอย่างตั้งใจ แล้วก็สั่นศีรษะ
“ไม่รู้ของใครแฮะ แต่ว่าไม่ใช่ของที่บ้านแน่นอน”
“นั่นเด่ะ...ฉันรู้สึกยังไงก็ไม่รู้นะ คาซึยะ”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ผมอยู่นี่ทั้งคน ไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไรหรอก” คาซึยะยืดอก แล้วตบทรวงอกตัวเองแปะๆ ก็เลยทำเอาคุณหนูโทโมะใช้หลังมือตบเข้าให้บ้างแต่ค่อนข้างแรงจนคาซึยะตัวงอ
“โอย.....คุณหนูร้ายชะมัดเลย...”
“กลับไปกินข้าวที่แคนทีนในบริษัทดีกว่า” โทโมะฉวยแขนคาซึยะได้ก็เดินลิ่วๆ เข้าบริษัท เปลี่ยนใจไม่ไปกินข้างนอกแล้ว
..................

“อืมมม......ตัวเป้าหมายเข้าไปแล้ว.....จะเอาไงดี” ชายชุดดำในรถพูดขึ้นมา เสียงตอบรับจากจอมอนิเตอร์เล็กๆ บนหน้าปัทม์รถดังแว่วมาว่า
“ปล่อยไปก่อน ...คืนนี้ค่อยลงมือ อย่าให้ใครจับได้ล่ะ...”
“ครับ....”
เสียงตัดสัญญาณพูดคุยดังคลิ๊ก....จากนั้นรถสีดำคันนั้นก็ขับไปจากบริเวณนั้น เพื่อไปดักรออยู่ที่ใดที่หนึ่ง....เพื่อทำการบางอย่าง......

********************************

“ฉันจะไปส่งจุนโนะที่บ้าน นายจะไปด้วยมั้ย โทโมะ?” จินถามขณะเก็บของใช้เข้ากระเป๋าเป้ มีจุนโนะยืนยิ้มจนตาหยีอยู่ข้างๆ
“ไม่ล่ะ ไม่อยากเป็นก้าง” ร่างบางตอบ พลางยิ้มอย่างมีเลศนัย
“จะพาน้องโนะไปกินข้าวเคล้าบรรยากาศชายทะเลก็บอกมาเด่ะ”
“อย่าอิจฉาก็แล้วกัน...ไปกันเถอะจุนจัง” จินกอดคอจุนโนะเดินออกไป แต่ก็ไม่วายหันมาโบกมือให้โทโมะ วันนี้เขาตั้งใจจะพาจุนโนะไปดูรถที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะให้จุนโนะเป็นคนเลือก หลังจากนั้นถึงค่อยไปเดทครั้งแรก และต้องเป็นการไปเที่ยวที่ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะต่างคนต่างคบหาเป็นคนรักกันแล้ว จินก็ต้องพาจุนโนะไปในที่พิเศษกว่าการไปกินราเม็งที่เดิม
“จินจะพาเค้าไปไหนเหรอ?” จุนโนะถามเมื่อเข้ามาอยู่ในรถที่จินยืมมาจากผู้จัดการ
“ไปดูรถ” จินบอกสั้นๆ แถมอมยิ้มให้อีกต่างหาก
“เอ๋.....??? จินจะซื้อรถเหรอ?”
“ฮื่อ........แต่จะให้จุนโนะไปเลือกด้วย เอาคันที่นายชอบ”
“จะดีเหรอ? รถของนาย นายก็น่าจะเลือกเอง”
“จะให้ถูกใจตุ๊กตาหน้ารถ นายก็ต้องเป็นคนเลือกซิ” จินว่าเข้านั่น ทำเอาคนฟังวูบวาบ เพราะความปิติ จุนโนะแอบหันไปอมยิ้มข้างทาง ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เป็นคนสำคัญถึงขนาดนี้ ......
.....เขาไม่ได้บอกจินหรอกว่า ..ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง นากามารุ ยูอิจิ ก็แอบมาเมียงๆ มองๆ แล้วกวักมือเรียกเขาไปหา ชายหนุ่มบอกว่าจะให้จุนโนะช่วยเลือกรถคันใหม่สักหน่อย แต่เขาเองกลับปฏิเสธยูอิจิไป เพราะสาเหตุที่ว่า เขาไม่อยากเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้ใครนอกจากจินคนเดียว ...แต่เขาไม่ได้บอกยูอิจิไปแบบนี้ แต่ท่าทางที่เขาส่ายหน้าปฏิเสธและรีบวิ่งกลับไปซ้อมต่อในห้องนั้น คงทำให้ยูอิจิรู้ดีละมัง ...........

ยามนี้เขาอยู่ในโชว์รูมรถยุโรปกับจิน เฝ้ามองจินสัมผัสรถที่เขาเคยฝันไว้ในตอนเด็กอย่างชื่นชม จุนโนะไม่ขอเป็นคนเลือกรถตามที่ตัวเองชอบหรอก แต่เขาจะเลือกเพราะคิดว่าจินชอบคันนั้นต่างหาก และในที่สุดเมื่อได้ทดลองขับกันแล้ว จุนโนะก็เสนอให้เป็นรถยุโรปสีบรอนซ์คันแรกที่เขาเห็นจินตรงรี่ไปชื่นชม
“นายเลือกรถถูกใจฉันเป็นบ้าเลยจุนโนะ..” จินยิ้มขณะทำสัญญากับเจ้าของร้านแล้ว
“ฉันคิดว่ามันเหมาะกับนายน่ะ” จุนโนะกระซิบบอก ดีใจที่จินจะให้เขานั่งเคียงข้างด้วยเป็นคนแรก.....
“ฉันคงทนรอให้ถึงวันไปรับรถไม่ไหวแล้วล่ะ โอย....” จินโอดครวญขณะขับรถคันเดิมกลับไปกินอาหารค่ำแถวๆ บ้านพักของจุนโนะ

บรรยากาศริมทะเลวันนี้ดูชื่นมื่นเหลือเกินแล้ว สำหรับคู่รักทั้งสอง
อาหารทะเลถูกลำเลียงเข้ามาวางบนโต๊ะขาวสะอาด มีชายผ้าปูโต๊ะโบกพลิ้วไปตามแรงลม กลิ่นไอทะเลทำให้ทั้งสองกระชุ่มกระชวยพร้อมที่จะลิ้มรสอาหารอร่อย ภายใต้บรรยากาศโรแมนติกแบบนี้ จินดูแลจุนโนะดีเป็นพิเศษ ใบหน้ายิ้มแย้มของคนตรงหน้านั้นจับใจเหลือเกิน ทำไมนะ ทำไมจินถึงได้มองข้ามจุนโนะได้เป็นนาน...หลงไปควงกับสาวสวยในวงการมายาอยู่ได้หลายคน ไม่เห็นหรือว่าหนุ่มน้อยที่นั่งหน้าจิ้มลิ้มอยู่ตรงนี้น่ามองกว่าเป็นไหนๆ

****************

ขณะเดียวกันนั้น โทโมะก็เดินออกมาจากร้านราเม็งของลุงแถวๆ บริษัท โดยมีคาซึยะเดินตามไม่ห่าง หนุ่มน้อยผู้เป็นเจ้านายกางแขนออกจนสุด สูดลมหายใจยามมืดเข้าเต็มปอด ขณะนั้นรถราวิ่งกันขวักไขว่ แต่ความเย็นฉ่ำของอากาศในฤดูนี้ทำให้เขารู้สึกสดชื่น
“ช่วยเดินไปส่งที่คอนโดฯ หน่อยนะ” เสียงของโทโมะเหมือนจะขอร้องแต่คาซึยะรู้ดีว่ามันคือคำสั่งกรายๆ เขาจึงก้มศีรษะรับทราบ
“ไม่ต้องบอกก็จะเดินไปส่งอยู่นี่แล้ว”
สองหนุ่มเดินเคียงกันบนถนน โทโมะเหลียวซ้ายแลขวา ยามนี้ปลอดแฟนเพลงติดตามเพราะอาจจะเป็นช่วงสอบ ทำให้เขาเดินสบายหน่อย แต่จะรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อมีหนุ่มน้อยร่างเล็กคนนี้เดินมาเคียงข้าง โทโมะรู้สึกโล่งใจที่ตอนนี้ไม่มีรถรีมูซีนปริศนามาจอดให้รกนัยน์ตา
“คาซึยะ เดินมาส่งฉันทุกวันได้มั้ยอ่ะ?” เขาร้องขอ
“แล้วผู้จัดการคุณล่ะ ไปไหน ไม่เห็นมาเท็คแคร์เลย แล้วเมื่อก่อนเห็นเอารถเขามาขับไม่ใช่เหรอ?”
“นี่! ฉันบอกให้เดินมาส่งก็เดินมาเด่ะ รถของผู้จัดการเขาก็ต้องเอาไปใช้ส่วนตัวมั่งเด่ะ ฉันจะยึดได้ไง เนี่ย วันนี้จินก็ชวนเพื่อนนายไปซื้อรถ เอาไว้ฉันจะให้พ่อส่งรถมาให้ใช้มั่งดีกว่า เหอะ...พอได้รถแล้วไม่ง้อนายก็ได้ฟะ คนอะไร..ต้องให้เอ่ยปากซะทุกเรื่องเลยเชียว...” โทโมะบ่นพึมพำไปตามเรื่อง พูดลิ้นพันกันจนคาซึยะฟังแทบไม่รู้เรื่อง

เมื่อสองหนุ่มเดินมาเกือบจะถึงคอนโดฯ ซึ่งอยู่ห่างจากตึกแถวที่ปิดร้านกันหมดแล้วสองช่วงตึก รู้สึกว่าโทโมะจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพราะมันเป็นช่วงที่เปลี่ยว แต่ก้าวขาไปยังไม่พ้นช่องว่างระหว่างตึกทั้งสองนั้น ก็มีร่างของชายสามคนโผล่พรวดมาจากซอกตึก มันรวดเร็วมากจนโทโมะและคาซึยะไม่ทันตั้งตัว
“เฮ้ย!! อะไรวะ!!” สองเสียงอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ โดยสัญชาตญาณคาซึยะถลันมาข้างหน้า ใช้ลำตัวกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับโทโมะ แต่ว่าหนึ่งในจำนวนชายสามคนนั่น กระชากร่างของเขาแล้วเหวี่ยงลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น ในขณะที่ที่เหลือรวบร่างโทโมะไว้คนหนึ่ง อีกคนหนึ่งใช้มืออุดปากเอาไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง
“คุณโทโมะ!!” คาซึยะตะโกนออกมา เมื่อเห็นร่างบางกำลังถูกมือดีล็อคเอาไว้จากเบื้องหลัง เขาพยายามจะลุกขึ้น แต่เจ้าคนเดิมกลับซัดหมัดเข้าที่หน้า แรงหมัดของคนตัวใหญ่ทำให้ร่างเล็กของคาซึยะหงายหลังไปอีกครั้ง แต่ก็ยังอาศัยความเร็วคว้าข้อเท้าอีกฝ่ายไว้ได้ คาซึยะถีบหน้าแข้งเจ้าคนนั้นไปเต็มแรง
“หึ้ยไอ้นี่!!” คนถูกถีบผวาเข้ามาอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่คาซึยะลุกขึ้นยืนพอดี หมัดขวาที่ปล่อยออกมาจึงเฉียดใบหน้าเขาหวุดหวิด คาซึยะตอบกลับด้วยการปล่อยฮุกเข้าที่ช่องท้อง เล่นเอาฝ่ายตรงข้ามตัวงอเสียหลักแล้วจึงถีบไปที่กลางลำตัวอีกทีก่อนจะวิ่งเข้าหาอีกสองคนที่กำลังช่วยกันจับโทโมะ


“ปล่อยคุณโทโมะเดี๋ยวนี้นะ!!” คาซึยะกระโดดเกาะคอเจ้าคนตัวใหญ่ที่สุด แต่ร่างนั้นเพียงแค่เซนิดเดียวเท่านั้น ก็ผลักร่างของโทโมะให้กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ส่วนตัวเองก็หันมาซัดกับคาซึยะ
“ถอยไปห่างๆ ถ้าไม่อยากตายไอ้เด็กน้อย!! เสือกดีนักมึง”
“ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้เลย พวกแกเป็นพวกไหนกันแน่?” คาซึยะถามพลางเหลียวมองไปรอบๆ
นั่นไง...รถรีมูซีนสีดำที่เขากับโทโมะเห็นเมื่อกลางวัน มันจอดอยู่แถวนี้นี่เอง
“จะพวกไหน มึงอย่าเสือก!!”
“ฉันจะไม่ยอมให้พวกนายทำร้ายคุณโทโมะเด็ดขาด” คาซึยะประกาศก้อง ในขณะที่คนร้ายสองคนย่างสามขุมมาหาเขา
“จับมันไปเร็ว!!” คนที่ทำร้ายคาซึยะตะโกนบอกพรรคพวกให้จับโทโมะฮิสะไปก่อน
“จับอยู่นี่ไงเล่า จะดิ้นทำไมกันวะ อย่าดื้อนะ จะได้ไม่เจ็บตัว” คนร่างใหญ่ที่สุดสู้แรงดิ้นของโทโมะได้โดยการอุ้มพาดบ่า มือก็อุดปากไปด้วย ไม่ใยดีกับแข้งขาของโทโมะที่เตะไปมากลางอากาศ
“อื้อ.........” โทโมะตาเบิกกว้าง เขาเห็นคาซึยะหมอบกับพื้น เห็นอยู่หรอกว่าโดนหมัดเข้าให้เต็มๆ ร่างเล็กของบอดี้การ์ดจำเป็นอย่างคาซึยะน่ะหรือจะสู้อะไรกับเจ้าพวกตัวใหญ่มืออาชีพพวกนี้ได้

น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมา นี่เขากำลังถูกใครบางคนลักพาตัวอย่างนั้นหรือ
เพราะอะไรกัน?
เพราะเป็นนักร้อง หรือเพราะเป็นลูกชายของยามาชิตะกันแน่
เจ้าพวกนี้เป็นใครมาจากไหนกัน โทโมะไม่อาจรู้ได้ แต่ที่แน่ๆ ต้องเป็นพวกเดียวกับเจ้าของรถลีมูซีนสีดำที่จอดให้เห็นเมื่อตอนเช้านั่น...ตอนนี้เขาไม่สงสัยอะไรอีกแล้ว เจ้ารถบ้าคันนั้นมีเป้าหมายอยู่ที่เขานั่นเอง
“เข้าไปดีๆ ไอ้หนู ห้ามแหกปากล่ะ ไม่งั้นฉันจะกลับไปเล่นงานไอ้หนุ่มเพื่อนนายแน่ๆ” เสียงขู่ดังขึ้นเมื่อเขาถูกจับโยนไปที่เบาะหลังรถ พร้อมกับคนร่างใหญ่ที่เข้ามานั่งคุมอยู่ด้วย

“อย่าทำร้ายเขานะ!!” โทโมะตะโกนออกมาทันทีเมื่อปากเป็นอิสระแล้ว มองไปที่ร่างของคาซึยะที่พยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้น ร่างบางกระวนกระวายและหวาดกลัว โทโมะไม่อยากให้คาซึยะเป็นอะไรไปแม้แต่น้อยจนที่สุดเขาต้องอ้อนวอนขอ
“บอกพวกนายซิว่าอย่าทำเขา”
“ ไม่อยากให้พวกฉันทำร้ายมันใช่มั้ย...ถ้าแกยอมไปกับพวกเราดีๆ เราก็จะไม่ทำร้ายเพื่อนแก โอเค้?”
“อื้อ....” ร่างบางพยักหน้างึกๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ฮึก...อย่าทำเขา ฉันยอมทุกอย่างเลย...ขอเพียงแต่อย่าทำเขา...” โทโมะสะอื้นออกมา น้ำตากลบดวงตา ยิ่งช้าคาซึยะอ่วมแน่ๆ ไม่ว่าพวกนี้จะลักพาตัวเขาไปที่ไหน เขาก็ต้องยอมก่อน ...
กระจกรถถูกลดลง ใบหน้าเหี้ยมเกรียมโผล่อออกมาสั่งพรรคพวกที่กำลังรุมล้อมกรอบคาซึยะว่า
“เฮ้ย!!...ปล่อยมัน ตัวกะเปี๊ยกแค่นั้น ทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอกวะ รีบไปกันเหอะ...” เจ้าคนตัวใหญ่สั่งเพื่อนที่ยังต่อสู้กับคาซึยะ แล้วหันมาแยกเขี้ยวใส่โทโมะ
“อย่าส่งเสียงเด็ดขาด ไม่งั้นไอ้นั่นตายแน่.....”

คาซึยะลงไปนั่งหมอบกับพื้น เขาสู้จนสุดฝีมือแล้ว วิชาป้องกันตัวที่พ่อเคยเคี่ยวเข็ญให้ฝึก มีเท่าไรก็ถูกงัดมาสู้จนหมด แต่แรงเล็กน้อยอย่างเขาหรือจะสู้คนพวกนี้ได้ แต่เมื่อได้ยินเสียงคนบนรถสั่งพรรคพวกให้รีบไป เขาถึงมีโอกาสรอดจากหมัดขวาที่กำลังจะแหวกอากาศมากระทบใบหน้าของเขาได้ทัน เจ้าคนนั้นผละจากเขาและวิ่งไปทันที ส่วนคนที่เหลือวิ่งตามไปขึ้นรถ
“คุณโทโมะ..ะ...ะ..” คาซึยะตะโกนออกมา ร่างเล็กทรุดไปกองกับพื้น เหนื่อยจนแทบหายใจไม่ทัน เขาเห็นรถรีมูซีนคันนั้นกระชากตัวออกไป

<<<<<ไม่เป็นไรหรอกน่า ผมอยู่นี่ทั้งคน ไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไรหรอก>>>>

คาซึยะเคยพูดแบบนี้เมื่อตอนกลางวัน แต่ว่าคนที่โดนซัดอยู่ตรงนั้นกลับเป็นเขาเอง และเขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรเจ้านายได้เลย... คุณหนูโทโมะถูกลักพาตัวไปแล้ว เขาคิดว่าคงจะเป็นพวกที่เป็นศัตรูกับทางยามาชิตะนั่นแหล่ะ
....ความเจ็บปวดตามใบหน้าและเนื้อตัวไม่อาจเทียบเท่ากับหัวใจที่เต้นกระหน่ำด้วยความกลัว ...กลัวว่าคุณโทโมะของเขาจะตกอยู่ในอันตราย...ถ้าไปช่วยไม่ทันอะไรจะเกิดขึ้น...
คาซึยะรู้ซึ้งเดี๋ยวนั้นเองว่า...เจ้าความกลัวและเป็นห่วงคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายนั้นมันมากมายแสนสาหัสเพียงใด...เหมือนถูกพรากของรักไปอย่างไงอย่างงั้นเลย.....

**********************************

คืนนี้ที่บ้านพักของจุนโนะสุเกะเปิดไฟสว่างเหมือนเช่นเคย เพราะแหล่งที่สังสรรค์เฮฮาของพวกแดนเซอร์ก็คือระเบียงหน้าบ้านพัก ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ โดยการต่อม้านั่งยาวที่ริมระเบียง เสียงหัวเราะ เสียงเล่นกีตาร์ร้องเพลง ดังแว่วเข้ามา แต่จินกับจุนโนะก็ยังยืนหันหน้าออกสู่ทะเล ไม่ได้สนใจเสียงใดนอกจากเสียงพูดคุยของกันและกัน จินพาเด็กหนุ่มมาหลบมุมเงียบที่ใต้ต้นปาล์มริมเขื่อนห่างไกลจากบ้านพักพอสมควร จุนโนะยืนพิงต้นปาล์ม โดนมีจินแนบชิด เท้าแขนสองข้างกับลำต้นของมัน เป็นการกักร่างของจุนโนะอยู่ในวงแขน
“เดือนหน้าเราจะต้องออกทัวร์ครั้งแรกแล้วนะ ตื่นเต้นมั้ย?” จินถาม
จุนโนะส่ายหน้า แต่ก็กลับพยักหน้างึกๆ จนคนถามหัวเราะออกมา
“อะไร ตกลงตื่นเต้นหรือไม่กันแน่ จุนจัง?”
“ไม่ตื่นเต้นเท่าไร เพราะฉันเคยออกทัวร์บ่อย แต่ก็กลับตื่นเต้นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ออกทัวร์กับจิน”
“ตอนออกทัวร์ ฉันอยากอยู่ห้องเดียวกับนาย....เอ...จะทำได้มั้ยน้า...”
“อยู่ห้องเดียวกัน? ก็เราเคยอยู่ห้องเดียวกันมาก่อนนี่นา” จุนโนะพูดประสาซื่อ แต่พอเขาเห็นจินยิ้มอย่างมีเลศนัย หน้าหวานก็ร้อนซู่ เขาโตพอจะรู้ว่า การอยู่ห้องเดียวกันอีกครั้งของเขากับจิน จะต้องมีอะไรมากกว่าอยู่อย่างเพื่อนแน่นอน
“เอ้อ...ฉันว่า เขาคงไม่อนุญาตให้นักร้องมาพักห้องเดียวกับแดนเซอร์หรอกนะจิน”
“จะลองดู” จินพูดอย่างหมายมาด และคิดว่าเขาจะต้องเอาตัวจุนโนะมาอยู่ห้องเดียวกับเขาให้ได้

จุนโนะน้อยตัวสั่นเมื่อเขาแกล้งแนบร่างกายเข้ามาใกล้อีกนิด จินทำเหมือนกำลังป้อเด็กสาวๆ สมัยเมื่อปีก่อนๆ ที่เขาคบกับดาราสาวที่ผ่านมา จุนโนะครางเบาๆ คงจะรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ดี
“จุนจังต้องไปกับฉันทุกที่นะ?” จินพูดพลางใช้นิ้วชี้แตะที่กลีบปากบางของจุนโนะที่กำลังเผยอออกน้อยๆ
“ฉันอยากไปกับนายทุกหนทุกแห่งอยู่แล้วล่ะ อื้อ...จินจะทำอะไรเค้าน่ะ” จุนโนะเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ หนุ่มตรงหน้าก็ฉวยเอวของเขาให้แอ่นมาปะทะอกกว้าง ใบหน้าของจินโน้มต่ำลงมา
“จะทำอย่างนี้ไงล่ะ”
นิ้วชี้ถูกลดลงจากริมฝีปากของจุนโนะและมันก็ถูกแทนที่ด้วยปากหยักได้รูปของจิน ประทับมาแทนที่ คลึงเคล้าอ่อนหวานจนจุนโนะต้องโอบรอบลำตัวของจินบ้าง
“อืมมม.....ของหวานแบบนี้อยากจะชิมให้ทั่วตัวเลย” จินงึมงำอีกครั้งเมื่อละริมฝีปากมามองหน้าของหนุ่มน้อยในอ้อมแขนด้วยสายตาดื่มด่ำ

เขาลดสายตาลงต่ำ มองกลีบปากชุ่มชื้นของจุนโนะ ดวงตาที่มีความหมายนั้นทำให้จุนโนะเผยอปากออกโดยไม่รู้ตัว จินจึงฉกเอาความหวานมาไว้กับตัวอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงกว่าครั้งก่อน ริมฝีปากสองคู่ที่แนบชิดกันโดยมีลิ้นอุ่นจัดของจินเข้าไปพัวพันเกี่ยวกระหวัดชิมความหวานของจุนโนะไม่รู้เบื่อ
มือที่เกี่ยวเอวของร่างบางก็เริ่มซุกซน ไต่เดี่ยะเป็นปูเข้าไปใต้เสื้อยืด สัมผัสอ่อนโยนที่แผ่นท้องและหยุดที่ยอดทรวงอกข้างหนึ่ง
“อื้อ...” จุนโนะหอบหายใจระรัว แข้งขาสั่นจนแทบไม่มีแรงทรงตัวยืนอยู่ โชคดีที่มีต้นปาล์มยันกายอยู่เบื้องหลัง
ลมหายใจสะดุดเมื่อจินกำลังเลิกเสื้อยืดของเขาขึ้นมากองไว้ที่เหนือหน้าอก และก่อนที่ริมฝีปากชื้นจะสัมผัสที่ยอดทรวง เสียงมือถือของจินก็ดังขึ้นเสียก่อน

....................tu...ru..........ru......

“โทะ....โทรศัพท์.....” จุนโนะครางเสียงพร่าพราย แต่จินไม่สนใจ

เขาจรดปากดูดกลืนเจ้าเม็ดสีชมพูที่ล่อตายั่วยวนให้ลับเข้าปากไป ทำให้จุนโนะแอ่นร่างเข้าหาเขาอีก

....................tu...ru..........ru......

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นติดๆ กันไม่ยอมหยุด จนจุนโนะต้องเป็นฝ่ายผลักจินออก
“โธ่......จุนโนะ...” จินทำปากยื่น แต่อีกฝ่ายชี้มือไปที่กระเป๋ากางเกงยีนส์ของจิน
“รับโทรศัพท์เหอะ เผื่อมีเรื่องด่วน”
“อยากกินจุนโนะนี่นา ช่างโทรศัพท์มันปะไร”
“ไม่เอา...รับสายเหอะ”
“ก็ได้...เดี๋ยวค่อยมาต่อ...” จินยิ้มอย่างมีเลศนัย

เขาหันหลังไปพูดโทรศัพท์ ปลายสายนั้นคือคาซึยะ น้ำเสียงร้อนรนขณะบอกเรื่องทั้งหมดแก่จิน
“ให้ตายซิ...โทโมะ..ะ...” จินอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น เขาหันหลังกลับไปทำตาโตใส่จุนโนะ ขณะพูดโต้ตอบกับคาซึยะ จินก็ฉวยแขนจุนโนะให้เดินแกมวิ่งกลับที่พักโดยด่วน...

“เกิดอะไรขึ้น?” จุนโนะถามเมื่อจินพูดโทรศัพท์เสร็จแล้ว
“โทโมะถูกคนจับตัวไป...”
“หา?”
“คาซึยะบอกว่า เดินมาด้วยกันดีๆ จู่ๆ ก็มีพวกแก๊งค์ไหนก็ไม่รู้ซัดเขาจนหมอบและซิวเอาตัวโทโมะไปแล้ว สงสัยว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพ่อของโทโมะ” จินเสยผมขึ้นอย่างลวกๆ หน้าตาตอนนี้กังวลสุดๆ เขามองมือถือแล้วกดเบอร์
“โอย...นี่ฉันจะทำอะไรก่อนดีเนี่ย..ผู้จัดการ..ผู้จัดการ...” จินหันรีหันขวาง เขาบอกให้จุนโนะรีบโทรศัพท์ไปบอกทางบริษัทใหญ่ ส่วนตัวเองก็ต่อโทรศัพท์ถึงผู้จัดการทันที...
“คาซึยะบอกพ่อของโทโมะแล้ว ตอนนี้ก็ให้ฉันติดต่อกับผู้จัดการ...โอ๊ย...ให้ตายเหอะ...นี่มันจะทำอะไรโทโมะหรือเปล่า...”

จินยืนกรานกับผู้จัดการว่า เขาจะตามไปสมทบกับพวกของพ่อโทโมะ จุนโนะเข้ามาเกาะแขนเขา ขอไปด้วย
“อย่าเลยจุนโนะ...อยู่นี่แหล่ะ เดี๋ยวจะเป็นอันตรายเปล่าๆ เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” จินรุนหลังจุนโนะให้กลับห้องพัก แต่อีกฝ่ายผวาเข้ามาเกาะหลังเข้าแน่น
“ไม่เอา...เค้าจะไปด้วย...ฉันไม่ปล่อยให้จินเป็นอันตรายคนเดียวหรอก..นะ...ให้ฉันไปด้วยนะ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง...” จุนโนะพยายามอ้อนวอน แต่จินส่ายหน้า ปฏิเสธ
“ไม่ได้...จุนโนะอยู่นี่ คอยฟังข่าวอย่างเดียว อย่าเข้ามาพัวพันกับเรื่องเสี่ยงแบบนี้”
“ฉันห่วงจิน และก็คุณโทโมะนี่นะ คาซึยะก็จะไปด้วย ใช่มั้ย...ฉันก็ห่วงคาซึยะด้วย ไม่เอา ฉันจะไป” จุนโนะพูดเสียงแข็งและยังเป็นฝ่ายฉุดแขนจินไปที่รถก่อนด้วย เด็กหนุ่มเปิดประตูและดันจินเข้าไปในรถ และเข้าไปนั่งเคียงข้างจิน
จินถอนหายใจ นี่เป็นอันว่า...เขาต้องพาจุนโนะไปด้วยใช่มั้ยนี่...ก่อนจะสตาร์ตรถ จินหันมาสำทับกับร่างบางว่า
“ไปด้วยก็ได้ แต่ต้องสัญญาก่อนว่า นายจะต้องอยู่ห่างจากเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นทุกกรณีเข้าใจมั้ย?”
“ฮื่อ” จุนโนะสุเกะพยักหน้ารับคำไปอย่างนั้น...
แต่ในใจก็คิดไปว่า เรื่องอะไรจะปล่อยให้คนที่รักต้องมีอันตรายอยู่ฝ่ายเดียวล่ะ


...นายอยู่ไหน ฉันอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ...

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...