Show Me Your LOVE

 

Vol 13

***************************

เวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วนะ...โทโมฮิสะถูกจับให้นั่งพิงหลังกับผนังอันเย็นเฉียบ ขาสองข้างถูกมัดติดกัน แถมมือก็ยังถูกมัดไพล่หลังอีกต่างหาก มีแต่ปากเท่านั้นที่เป็นอิสระ เขาได้ยินเสียงโต้ตอบจากการพูดคุยโทรศัพท์ของคนที่จับโทโมะ กำลังต่อรองข้อตกลงบางอย่างเพื่อแลกกับการที่ได้จับตัวเขามา
“ใช่...ก็แค่เขตอะสะกุสะ กับกะกิฮาบาระเอง เท่านี้ทำเป็นโมโหไปได้ คุณยามะชิตะ” เสียงเจ้านั่นพูดเรื่องเกี่ยวกับเขตการปกครอง
“ถ้าไม่ให้น่ะหรือ...หึ...หึ...ก็แค่นิ้วน้อยๆ ของลูกชายคุณ...และถ้ายังไม่ให้อีก ก็คอยดูก็แล้วกันว่าพวกเราจะส่งชิ้นส่วนไหนของร่างกายไอ้หนูหน้าหวานคนนี้ไปให้คุณดู....”
“หึ....หึ...สองเขตปกครองเอ้ง...”

ใช่แล้ว...ที่โทโมะเงี่ยหูฟัง พวกนี้ไม่ได้ต้องการจับตัวเขาเพื่อไปเรียกค่าไถ่ แต่ต้องการเพียงการยึดผลประโยชน์ในด้านการปกครองในย่านดังของโตเกียวเท่านั้นเอง แต่โทโมะไม่รู้ว่ามันเป็นพวกไหนกันแน่ เพราะเขาก็ไม่ได้สนใจว่าพ่อของเขามีศัตรูหรือคู่แข่งที่ไหน สิ่งเดียวที่ได้รับรู้คือ ฝ่ายตรงข้ามจ้องหาโอกาสจะแย่งเขตปกครองของพ่อ และบางทีก็ถึงกับมีการขู่ว่าจะจับตัวเขาไปเป็นตัวประกันเพื่อต่อรอง ....แต่การข่มขู่นั้นมันก็นานมาแล้ว ตั้งแต่เขายังเป็นเพียงเด็กชายละมัง ไม่คิดจริงๆ ว่ามันจะมีผลเอาถึงตอนนี้
โทโมะขยับตัวอย่างเมื่อยขบ เสียงเจ้าร่างยักษ์ยังพูดกับปลายสาย ซึ่งเขาก็เดาได้ว่าคงจะเป็นพ่อของเขานั่นแหล่ะ และพ่อก็คงจะยินยอมเพราะเขาเห็นเจ้าหมอนั่นยิ้มพยักหน้ากับคำตอบที่ได้เจรจาต่อรอง
เขานึกไปถึงนิ้วอันเรียวงามของตัวเอง นี่ถ้าพ่อไม่โอเค เขาก็คงจะกลายเป็นนักร้องนิ้วด้วนแน่ๆ.....
แต่ก็แปลกที่เขาไม่ได้มีความรู้สึกหวาดกลัวแล้วในตอนนี้ เพราะคิดว่า ...ยังไงซะ พ่อก็คงต้องยอม....

เสียงเจ้ายักษ์ใหญ่ที่น่ารังเกียจคนนั้นหัวเราะชอบอกชอบใจ ขณะปิดมือถือเพื่อตัดการติดต่อจากทางพ่อของโทโมะ เขาหันมาทางร่างบางที่นั่งอยู่ริมกำแพงห้อง เดินมาเขี่ยปลายเท้าของโทโมะที่ยื่นออกมา และก้มลงบอกว่า
“พ่อนายตกลง...โชคดีไปไอ้หนู...”
“ก็แหงล่ะ ใช้วิธีสกปรกแบบนี้มีพ่อที่ไหนมั่งจะไม่ยอม...” โทโมะว่ากระแทก แต่เจ้านั่นกลับหัวเราะร่วน
“ดูท่าทางแกจะไม่ตื่นเต้นเลยนิ...สงสัยคงจะเคยถูกจับแบบนี้บ่อย”
“เปล่าหรอก...นี่เพิ่งถูกจับเป็นครั้งแรก”
“เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้ว...ฉันจะปล่อยตัวแกทันทีที่พ่อแกเซ็นสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับเขตสองเขตนั่น...”
“ฉันมีงานต้องทำนะ” โทโมะเงยหน้าพูดเสียงเขียว ดวงตากลมโตลุกวาวและมันก็ทำให้ชายคนนั้นยิ้มกว้าง
“ไอ้เป็นนักร้องง่ะเรอะ...”
“เออเด่ะวะ...เสือกจับมาได้ คนไม่ว่างนะโว้ย!! จะได้ให้พวกแกจับมาเล่นงี่เง่าแบบนี้”
“หนอยไอ้เด็กนี่....ปากดีนะมึง เดี๋ยวโดนเลาะฟันหมดปาก แล้วจะดูซิว่าจะร้องเพลงได้เป๊า” เขาตบแก้มโทโมะแปะๆ ไม่แรงนักแต่ก็เรียกอาการแสบๆ คันๆ ได้ดี
โทโมะเลือกที่จะเงียบเพราะขืนต่อปากต่อคำมากกว่านี้ ไอ้ที่จะกลับไปด้วยอาการสามสิบสองคงจะยาก

.....

“ความจริง.........ไอ้หนูนี่ก็หน้าตาสวย หุ่นดี น่าเจี๊ยะเหมือนกันนิ” เสียงหนึ่งโพล่งออกมาจากปากทางเข้าตึก โทโมะจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่อัดคาซึยะลงไปกองกับพื้น รูปร่างเล็กกว่าเจ้าตัวหัวหน้า แต่สายตาของมันนี่ซิ มันช่างชวนให้ขนลุกเหลือเกิน ...แววตากรุ้มกริ่มขณะมองกวาดไปทั่วตัวเขานั้นบอกแววว่ามันไม่ได้พูดเล่นเลย แต่ว่าโทโมะก็ต้องระบายลมหายใจออกมาเมื่อเจ้าตัวหัวหน้าเอากระป๋องเบียร์เปล่าๆ ขว้างไปที่คนพูด
“เสือกคิดอะไรบ้าๆ ขืนไปทำลูกมัน มีหวังมันตามมาถล่มถึงถิ่นเราแน่ เจ้านายไม่ต้องการให้เรื่องมันบานปลายนะเว้ย...”
“เจ้านาย.....??” โทโมะสะดุดหู นี่หมายความว่ายังมีเจ้านายเหนือหัวกว่าเจ้าสามคนนี่อีกหรือ?
เจ้าตัวหัวหน้าหันมาจิ้มหน้าผากโทโมะเมื่อได้ยินเสียงแสดงความกังขาจากปากบางนั่นเบาๆ
“ใช่สิ ...แกคิดเรอะว่า เจ้านายพวกฉันจะลงมาจับแกเอง...เชอะ...ไอ้หนู ริจะเป็นลูกยากุซ่า แต่ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง ไม่รู้หรือไงว่าพ่อแกมีศัตรูที่จ้องจะเขมือบเขตปกครองเยอะแค่ไหน...”
“พ่อฉันหากินแบบไม่เบียดเบียนใคร ฉันรู้ว่าพ่อเป็นใคร และมีอิทธิพลแค่ไหน แต่พ่อฉันไม่เคยรังแกคนที่ด้อยกว่าเว้ย...” โทโมะพูดอย่างภูมิใจ เขายืดอกขึ้น และหรี่ตามองฝ่ายตรงข้ามไปทีละคน จนมาหยุดอยู่ที่ตัวหัวหน้า
“แล้วนายจะปล่อยฉันเมื่อไร?”
“เมื่อพ่อแกเซ็นสัญญากับเจ้านายฉันเรียบร้อยแล้ว”
“แล้วเมื่อไรล่ะ?”
“เมื่อวันนั้นมาถึง....” เสียงตอบยียวนกวนประสาทนั้นทำให้โทโมะฉุนกึก พ่นน้ำลายใส่หน้าอีกฝ่ายโดยไม่ทันคิดอะไร
“เฮ้ย...ไอ้!!” สิ้นเสียงร้อง ฝ่ามือหนาหนักก็ฟาดไปที่แก้มของโทโมะทันที
“อึ้ก...” เลือดสดๆ ไหลซึมมาจากมุมปากที่ช้ำชอก โทโมะเลียปากตัวเอง รับรู้ถึงรสอันเค็มปร่าคาวจัดของเลือดตัวเอง เขาสู้ก้มหน้านิ่ง ไม่ได้แสดงกิริยาต่อต้านอะไรออกมาอีกเลย สู้เก็บความแค้นไว้ในใจไปก่อน รอให้เป็นอิสระก่อนเหอะ เจ้าพวกนี้จะได้รู้รสของลูกยากุซ่าซะบ้าง

.......................

ทางด้านนอกตึกร้าง รถรีมูซีนสีดำทะมึนสี่ห้าคันจอดอยู่ห่างไปประมาณร้อยเมตร ชายหลายคนจากรถเหล่านั้นต่างก็เคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบ ทุกคนใส่ชุดสีดำสนิท คนหน้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องกระจายตัวห่างกัน เป้าหมายในสายตาอยู่ที่ภายในตึกร้างที่เป็นที่กักขังโทโมฮิสะไว้นั่นเอง
จากนั้นเพียงชั่วอึดใจ รถของผู้จัดการจินและโทโมะก็มาจอดห่างไปอีกหลายช่วงตึก จินนำพรรคพวกที่ขอติดตามมาด้วยลัดเลาะไปตามริมตึก คาซึยะขออยู่ด้านหน้าเพราะเขารู้จักคนของพวกยามาชิตะดี
“พวกพ่อของฉันมากันทันใจดีจริง” คาซึยะหมายถึงพ่อของตัวเอง ที่ทำงานกับพ่อของโทโมะอยู่ในเวลานี้
“หวังว่าคงไม่มีเหตุการณ์นองเลือดเกิดขึ้นนะ” เรียวที่อยู่รั้งท้ายเอ่ยออกมาเบาๆ
“กลัวก็กลับไปก่อนก็ได้นะ” เสียงอุจี้เอ็ดขึ้นมา ทำให้เรียวชูกำปั้นให้
“กลัวแล้วจะมาเหรอ โทโมะน่ะเพื่อนของฉันนะ”
“จะไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับพวกเราหรอก ฉันขอรับรอง” คาซึยะรับปาก เขาส่งสัญญาณมือให้ทุกคนเงียบเสียง เพราะพ่อของคาซึยะวิ่งโหย่งๆ มาที่กลุ่มของพวกลูกชาย
“มากันทำไมเนี่ย...บ้าจริงๆ มันอันตรายแค่ไหน ไอ้ลูกเวร...” คำว่าไอ้ลูกเวรของพ่อคาซึยะเป็นคำกล่าวแบบไม่มีเสียง แต่กระนั้นก็ทำให้คาซึยะย่นจมูกใส่
“ผมก็ห่วงคุณโทโมะมั่งไม่ได้ไง๊?”
“เฮ้อ...ห่ามจริงๆ พวกแก แล้วยังจะพาเพื่อนมาเดือดร้อนอีก นี่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ให้วิ่งหนีเอาตัวรอดก่อนได้มั้ย”
“เออน่า.....พ่อนี่ก็เงียบๆ หน่อยเด่ะ เดี๋ยวศัตรูก็แห่กันเข้ามาหรอก” คาซึยะเอ็ดพ่อตัวเอง เขาชะเง้อมองฝ่าความมืดไปยังคนอีกหลายคนที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้าไปในเงามืดของตึกเป้าหมายแล้ว
“เอ้า!! พ่อลุย!!” เด็กหนุ่มผลักไหล่พ่อให้เคลื่อนตามบ้าง ...
ทั้งหมดพากันวิ่งเงียบไปทันที
“จุนจัง.....อยู่ท้ายๆ เข้าใจมั้ย?” จินที่วิ่งตามเขาไปด้วยเป็นคนหันมาบอกร่างโปร่งที่มีสีหน้าเอาจริงเอาจังในยามนี้ ร่างบางพยักหน้าไปงั้น แต่เขาคิดว่า...เรื่องจะหนีไปก่อนอย่างที่พ่อคาซึยะสั่งน่ะ อย่าหวังเลย
“จินไม่ต้องห่วงเค้า...” จุนโนะบอก แล้วทำสัญญาณว่าเขาโอเคทุกอย่าง

ระหว่างนั้น โทโมะเฝ้ามองตามทุกฝีก้าวของฝ่ายตรงข้าม เจ้าตัวหัวหน้ากำลังพูดกับตัวบงการว่าพ่อของเขากำลังจะเซ็นสัญญามอบเขตปกครองให้ตามที่ได้ร้องขอภายในวันนี้ และขอให้ปล่อยตัวลูกชายเขากลับในทันที
“จะปล่อยเลยเรอะ ยังไม่ได้แอ้มไอ้หนูหน้าหวานเลย” เจ้าหื่นคนเดิมยังคงสะกิดลูกพี่ยิกๆ ขอมีเอี่ยวในตัวโทโมะ เมื่อเห็นลูกพี่เฉย มันก็บอกว่า
“พี่...เมื่อกี้มันถ่มน้ำลายรดหน้าพี่ใช่ป๊ะ? ไม่โกรธมันหรือไง...”
“ก็กูตบมันไปแล้วนี่หว่า...”
“แต่มันสวยนาลูกพี่นา...”
ลูกพี่หันไปมองลูกน้องหน้าหื่นที่อยากได้โทโมะเต็มแก่ เขาพยักหน้าไปอย่างงั้น ไหนๆ ก็ได้ตามที่ต้องการแล้ว เจ้านายก็สั่งให้ปล่อยตัวโทโมะได้ แล้วเจ้านั่นก็ทำการหยามเขาโดยการถ่มน้ำลายใส่ แล้วถ้าจะปล่อยให้ลูกน้องปู้ยี่ปู้ยำซะทีสองทีก็คงไม่เป็นไร ...นี่ดีนะที่ตัวเองมีลูกมีเมียแล้ว และก็ไม่ได้อยากอย่างว่า ไม่งั้นจะร่วมวงด้วยอีกคน
“ตามใจเอ็ง แต่อย่าทำให้มันช้ำนะเว้ย..เดี๋ยวพ่อมันเอาตาย...” เขาอนุญาต ซึ่งก็ทำให้เจ้าหื่นรีบคำนับงึกๆ
“แหะ..แหะ..ขอบคุณคร้าบ.....งั้นลูกพี่สองคนไปรอข้างนอกก่อนน้า.....ขอน้องแอ้มไอ้นักร้องคนสวยนี่ก่อน...จะได้เอาไปคุยกะเขามั่งว่า ได้งาบนักร้องขวัญใจวัยรุ่นไปแล้วง่า...” ว่าแล้วก็หัวเราะร่วน มองโทโมะอย่างหื่นกระหาย พอลับหลังลูกพี่สองคนที่ไม่อยากเห็นภาพอุดจาดแล้ว เจ้านั่นก็ย่างสามขุมมาหาโทโมะทันที
“เฮ้ย...จะทำไรฟะ...ถ้ามึงแตะกูแค่ปลายเล็บ พ่อกูเอามึงตายแน่!!” โทโมะประกาศลั่น กระถดหนีจนแทบจะติดผนัง ถอยไปไหนอีกไม่ได้แล้ว มือก็ถูกมัดหลัง เท้าสองข้างก็ถูกมัด จะเตะจะถีบก็ไม่ได้....
และเจ้านั่นก็มาถึงตัวแล้วด้วย....มือหนาอวบของมันกำลังบีบปลายคางของโทโมะไว้อย่างแรง เด็กหนุ่มเจ็บจนน้ำตาเล็ดออกมา
“ปล่อยกู!!” เขาคำรามออกมา
“เรื่องไรปล่อย...”
“อย่าให้กูรอดไปได้นะ กูเอามึงตายแน่!!”
“ก่อนจะตายขอแอ้มน้องหนูก่อนน้า........”
โทโมะสะบัดหน้าหนีใบหน้าขี้ริ้วที่กำลังโน้มมาใกล้ กลิ่นลมหายใจของมันทำให้เขาแทบจะอาเจียนใส่หน้า .....เด็กหนุ่มพยายามส่ายหน้าหนี แต่ยิ่งดิ้นเจ้าหมอนั่นก็ยิ่งเพิ่มแรงบีบแก้มจนเจ็บปวดที่สุด
“อื้อ........”
“มามะ...”

........แคว่ก......!!!

เสื้อด้านหน้าถูกฉีกขาด จนเศษผ้าห้อยร่อยแร่ง มือหยาบละจากใบหน้าของเขามาขยำที่ตุ่มไตสีเข้มที่ออกมาอวดโฉมยั่วน้ำลายเจ้าหื่นนั่น
“อื้อ...อย่านะ!!” โทโมะร้อง ขยับขาเพื่อถดหนี แต่ก็ไม่อาจหนีไปไหนได้เลย
“ช่วยด้วย!!”
“เมื่อกี้เสือกเก่ง ทีงี้ร้องให้คนช่วย...เดี๋ยวได้ร้องแน่”
โทโมะเบี่ยงตัวหนีเป็นพัลวัน แต่ยิ่งหนีเจ้านั่นก็ยิ่งตาม การขยับกายเคลื่อนไหวของร่างบางเป็นการยั่วยุอารมณ์หื่นของอีกฝ่ายให้แตกกระเจิง โทโมะกัดริมฝีปากจนเจ็บ เจ็บใจที่สุดที่ไม่อาจทำอะไรได้มากไปกว่านี้ เขาขยะแขยงริมฝีปากของเจ้าคนนี้เหลือเกิน มันกำลังเลียหน้าอกหน้าใจเขาจนเปียกชื้นไปหมด
แต่ระหว่างนั้นเอง จากทางหางตา เขาเห็นประตูตึกค่อยๆ ถูกเปิดออก คงเป็นพวกหัวหน้ามันกลับเข้ามา
...ให้ตายซิ...แค่เจ้านี่คนเดียวยังไม่ทันจะข่มขืนเขาเลย นี่กลับต้องมีอีกสองคนมาคอยร่วมวงด้วยหรืออย่างไร.....
โทโมะนัยน์ตาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าในเงามืดนั้น ไม่ใช่แค่ร่างสองร่างเท่านั้น แต่มันกลับเพิ่มจำนวนคนมาอีกหลายคน และแต่ละคนก็มากันอย่างเงียบเชียบ
“อื้อ........ไม่นะ...” โทโมะร้องครางอย่างสิ้นหวัง เขานึกไปถึงดวงหน้าของใครคนหนึ่ง

.....คาซึยะ...

ป่านนี้คาซึยะจะกำลังหาทางช่วยเขาหรือเปล่านะ...ไม่รู้หรือไงว่า เจ้านายคนนี้กำลังจะถูกข่มขืนอยู่รอมร่อแล้ว แถมยังมีพวกกำลังเสริมจะมาทำร้ายเขาอีกด้วย
“คาซึยะ..ะ...ะ...ะ” โทโมะเรียกชื่อนี้ออกมาอย่างอัดอั้น หลับตาปี๋เมื่อแผ่นท้องกำลังถูกรุกรานจากการซุกไซ้ของไอ้หื่น
แต่แล้ว.....

....พลั่ก....

โทโมะลืมตาโพลง เพราะจู่ๆ ร่างของเจ้าหื่นก็มีอันต้องร่วงผลอยไปจากร่างของเขา พร้อมกับเสียงอุทานออกมาจากปากของคนที่เตะปลายคางเจ้านั่น
“คุณโทโมะ..ะ..ะ..”
“คาซึยะ!!” โทโมะดีใจอย่างที่สุด ไม่เคยดีใจอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต ไม่อยากจะเชื่อเลย เพียงแค่นึกถึงใบหน้าของบอดี้การ์ดรุ่นเล็กของเขา คาซึยะก็มาปรากฏตัวตรงหน้าจริงๆ และช่วยเขาได้ทันก่อนที่จะโดนข่มขืน
“...นิชิกิ!! จิน...เรียว...โอย...พวกนายมาช่วยฉันจริงๆ ด้วย” โทโมะร้องไห้ออกมา ขณะที่คาซึยะกำลังแก้เชือกที่มัดมือของเขาให้ และในทันทีที่มือเป็นอิสระ โทโมะก็โผเข้ากอดร่างของคาซึยะทันใด น้ำตาแห่งความดีใจไหลรินออกมาต้องบ่าของคาซึยะจนชุ่มไปหมด
“คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย?” เสียงห้าวลึกของคนในอ้อมแขนของเขาถาม โทโมะร้องฮื่อ และซุกหน้ากับซอกคอของคาซึยะอีก
“ฉันดีใจที่นายมาช่วย”
“ไม่ใช่ผมคนเดียวซะหน่อย พวกพ่อ และก็ลูกน้องของพ่อคุณ...และก็เพื่อนที่รักคุณทั้งหมดด้วย” คาซึยะยิ้ม และชี้ไปที่คนที่ยืนเรียงรายอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา
“พวกเรายังไม่ทันช่วยอะไรนายเลย เป็นแค่กำลังเสริมเท่านั้น” เรียวบอก
“อ้อ.....ยังมีคนร้ายอีกสองคนนะ อยู่ข้างนอก” โทโมะชี้ไปที่ประตู คาซึยะจึงบอกว่า
“ไม่มีแล้ว โดนพวกเราซัดหมอบไปแล้ว ให้จุนโนะกับอุจี้เฝ้าอยู่ ป่านนี้ตำรวจคงจะกำลังมาจับตัวไป เหลือแต่เจ้านี่”
เจ้านี่ของคาซึยะก็คือคนที่กำลังจะข่มขืนโทโมะและโดนเขาเสยปลายคางลงไปนอนดิ้นอยู่ปลายเท้าของโทโมะแล้ว ผู้เป็นนายยืนขึ้น สะบัดแข้งสะบัดขา จากนั้นโทโมะก็ปรี่เข้าไปหาเจ้าหื่นนั่น เตะอย่างหนักเข้าที่ชายโครง จนมันล้มกลิ้งกับพื้นอีกรอบ
“นี่แน่ะ...บอกแล้ว มึงตายแน่!!” โทโมะเตะอีกโครมเข้าที่ปลายคาง ความหนักหน่วงของจังหวะทำให้ร่างนั้นหงายหลังผึ่งสลบเหมือด
“อย่างนี้เขาเรียกสลบคาตีน” เรียวหัวเราะ ตบมือร่า.... มองลูกน้องของโทโมะจับตัวคนร้ายมามัดและพาออกไปจากตึก

ทุกคนมารวมตัวกันที่หน้าตึก โทโมะขอบใจทุกคนที่มาช่วย พวกชายชุดดำที่เป็นลูกน้องต่างก็พากันก้มศีรษะให้เขาและพูดแสดงความดีใจที่เจ้านายตัวน้อยปลอดภัย โทโมะเหลียวหาใครคนหนึ่งที่คาดว่าจะมาด้วย แต่พอไม่เห็นเขาก็ทำหน้ามุ่ย
“นึกแล้วเชียวว่าพ่อต้องไม่มา...”
“พ่อของคุณหนูน่ะไม่ต้องออกโรงเองหรอก มีพวกเราอยู่ด้วยตั้งหลายคน” พ่อของคาซึยะพูดพร้อมกับยืดอกขึ้น
“ขอบใจนิชิกิ...เอาล่ะ พวกนายไปพักผ่อนกันได้...ฉันจะกลับกับพวกคาซึยะเอง” โทโมะสั่ง คล้องแขนคาซึยะกำลังจะเดินไปที่รถผู้จัดการ แต่นิชิกิเบรกไว้ก่อน
“คุณยามาชิตะบอกให้คุณหนูกลับบ้านครับ ไม่ให้เป็นแล้วนักร้อง..”
“เอ๊ะ!! ได้ไง?”
“ครับ ท่านบอกมาอย่างนั้น คุณหนูจะเสี่ยงอันตรายเกินไป คุณท่านไม่ยอมแล้วครับ”
“ชริ...เสี่ยงอันตราย... แต่พ่อก็ดีแต่สั่งการอยู่แต่ในบ้าน ไม่เห็นออกมาช่วยลูกเลย ฉันไม่ฟังหรอก และจะเป็นนักร้องต่อ อย่ามาบังคับซะให้ยาก” โทโมะทำปากยื่น แก้มพองแบบไม่สบอารมณ์ ร้อนถึงคาซึยะต้องจับตัวโทโมะให้หยุดเดิน และก้าวมายืนตรงหน้า
“ถูกของพ่อคุณนะครับ เลิกเป็นนักร้องซะ ชีวิตคุณน่ะไม่ปลอดภัย” คาซึยะกล่าวเสริม แต่คนตรงหน้านี่ซิ จากการทำหน้าเอาแต่ใจเมื่อครู่ ก็กลับเป็นสีหน้าเคร่งขรึมทันที ส่ายศีรษะไม่ยอม
“ไม่เอา...ฉันจะเป็นนักร้อง ไม่รู้หรือไง กว่าจะได้มาถึงจุดนี้ ฉันต้องยอมทนแค่ไหน กี่เดือนกี่ปีที่ฉันต้องฝึกซ้อม ต้องอดทน แล้วจู่ๆ จะให้มาเลิกง่ายๆ ได้ไง ...พ่อก็เซ็นสัญญายอมแบ่งเขตปกครองให้พวกมันแล้วนี่นา...จะต้องกลัวอะไรอีก”
“การที่คุณหนูอยากมาเป็นนักร้องก็เพราะคุณยูอิจิไม่ใช่หรือ ตอนนี้คุณหนูไม่ได้ชอบคุณยูแล้ว ทำไมไม่กลับบ้าน!!” นิชิกิพูดขึ้น และนั่นทำให้โทโมะเบือนหน้ามามองลูกจ้างอาวุโสผู้เป็นพ่อของคาซึยะ เด็กหนุ่มเม้มปากและหันกลับมามองดูหน้าคาซึยะหนุ่มน้อยร่างเล็กที่ติดตามเขาอยู่ตลอด
“คาซึยะไง...คาซึยะดูแลฉันได้... มีเขาอยู่ด้วย ฉันสบายใจ มีเขาเป็นแดนเซอร์ ฉันก็...อุ่นใจ ให้ฉันอยู่กับเขาได้มั้ยอ่ะ?...นะนิชิกิ...ลูกชายของคุณปกป้องฉันได้...ตอนนี้ฉันรักการเป็นนักร้อง ไม่ใช่เพราะพี่ยูแล้ว ฉันไม่ได้ชอบพี่ยูแล้วล่ะ...คนที่ฉันชอบน่ะ...เป็นลูกชายของคุณต่างหากล่ะ!!”
“หา??? คุณหนู???”
“คุณโทโมะ???”
เสียงของพ่อกับลูกแข่งกันอุทานออกมา นิชิกิพ่อของคาซึยะแทบจะเป็นลมอยู่ตรงนั้น ถ้อยคำสารภาพของคุณหนูยามาชิตะทำให้เขาอยากกลั้นใจตาย หันขวับไปมองหน้าคนเป็นลูกทันที ก็เห็นยืนอ้าปากค้างเพราะคาดไม่ถึงว่าโทโมะจะพูดอะไรแบบนั้นออกมา พอเหลียวไปมองคนอื่น ก็เห็นทุกคนยืนนิ่งขึงตะลึงกันเป็นแถบๆ รวมทั้งพวกเพื่อนนักร้องของคุณหนูด้วย
“คุณโทโมะรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา...” คาซึยะดึงแขนโทโมะหันหลังไปกระซิบกระซาบ แต่อีกฝ่ายกลับกอดคอของเขาเอาไว้
“ก็ฉันพูดความจริงนี่นา ฉันชอบนาย...อะไรกันไอ้บื้อ ยังไม่รู้ตัวอีกไง้?”
“เฮ้อ......คุณ....” คาซึยะตบหน้าผากตัวเองดังแปะ แต่แล้วเขาก็รู้สึกว่าร่างตัวเองปลิวไปปะทะกับอะไรบางอย่าง สิ่งนั้นก็คือหน้าอกของพ่อตัวเอง แถมปกคอเสื้อก็ถูกพ่อหิ้วขึ้นและเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน
“ไอ้ลูกเวร...ทำเรื่องแล้วมั้ยล่ะ”
“เดี๋ยวซิพ่อ...ผมเปล่าน้า...” คาซึยะแกะมือพ่อออก แล้วสะบัดตัวหนี กระเด้งไปยืนห่างหลายวา
โทโมะก้าวออกมายืนขวางหน้าเขาและพ่อ ร่างบางยกมือห้ามนิชิกิไม่ให้เข้ามาทำอะไรคาซึยะ
“นิชิกิ เห็นใจเราเถอะ...เรารักกัน”
“รักกัน? โอย...คุณโทโมะ...พูดอะไรออกมาฟะ” คาซึยะตะโกน หน้าตาเลิกลั่ก เขารีบหันไปมองพวกลูกน้องของยามาชิตะที่เหลือ ซึ่งแต่ละคนก็ทำตาเหลือกกันไปตามๆ กัน
....ซวยแล้วกรู...เจ้าพวกนี้จะพากันรุมยำตีนเขามั้ยเนี่ย...
“หรือนายจะไม่รับผิดชอบหา? คาซึยะ..นายจูบฉัน นายกอดฉันไปตั้งหลายที ยังจะมีหน้าซื่อคัดค้านหรือไง?” คราวนี้โทโมะหันมาเล่นงานคาซึยะโดยตรง เขาเดินปรี่มาทางนี้แล้วขยิบตาให้ เป็นทำนองให้สมยอมไว้ก่อน อย่างอื่นค่อยว่าทีหลัง ปากที่อ้าเตรียมจะเถียงของคาซึยะจึงหุบลงทันใด

......นี่คุณหนูแกล้งพูดหรอกหรือนี่....

โอย......จะดีใจหรือเสียใจดีนะ...

“กลับไปบอกพ่อว่า ฉันจะเป็นของฉันแบบนี้แหล่ะ มีคาซึยะเป็นเพื่อนรู้ใจและเป็นบอดี้การ์ดไปด้วย หรือพ่อไม่ไว้ใจกลัวว่าฉันจะเป็นอันตราย จะส่งคนมาคุ้มกันก็ได้ แต่ขอให้อยู่ห่างจากรัศมีของฉันอย่างน้อยสิบห้าเมตร เข้าใจ๋ ส่วนรัศมีใกล้ๆ นี่ฉันอนุญาตให้คาซึยะเข้าใกล้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น...ไปได้แล้ว กลับไปบอกพ่อแบบนี้...เอ้า...พวกเพื่อนๆ กลับกันเหอะ...ไปบ้านพักของพวกคาซึยะนะ”
ว่าแล้วโทโมะก็เดินคล้องแขนคาซึยะ หันหลังให้นิชิกิและบอดี้การ์ดคนอื่น ไม่สนใจหรอกว่าได้หยอดระเบิดลูกเบิ้มเอาไว้เบื้องหลัง
“ไอ้คาซึยะ..ะ..ะ..ดูแลนายน้อยให้ดีนะเว้ย...โอย...กรู ...จะกลับไปบอกเจ้านายยังไงดีวะเนี่ย...”

คาซึยะได้ยินเสียงของคนเป็นพ่อร้องตะโกนอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่กล้าหันไปมองหรอก เพราะโทโมะบีบท่อนแขนของเขาเอาไว้แน่น เสียงฝีเท้าของคนอื่นวิ่งตามกันมา
“โทโมะไม่กลับไปนอนคอนโดฯ หรือไง”
เสียงผู้จัดการนั่นเอง...ร่างใหญ่หนาเทอะทะ ออกแรงวิ่งจนพุงกระเพื่อม โทโมะโบกมือให้แล้วบอกว่า คืนนี้เขาจะไม่กลับไปค้างคอนโดฯ... เพราะกลัวพ่อจะไปดักรออยู่ต่างหาก
“จินก็ไปค้างด้วยกันนะ” โทโมะเอ่ยชวน ซึ่งจินก็หันมามองจุนโนะและรีบพยักหน้าทันที
“แต่ฉันกับอุจี้จะกลับไปคอนโดฯ เผื่อมีคนจากบริษัทซักถาม...แต่ฉันจะไม่บอกใครหรอกนะว่า นายพูดอะไรไปเมื่อกี้ ขืนบอกยุ่งตายห่ะเลย..จริงมั้ยครับผู้จัดการ” เรียวส่งสายตาเป็นเชิงบังคับไปทางผู้จัดการ ซึ่งฝ่ายนั้นก็ชูนิ้วว่าโอเค
“อยู่แล้ว เรียว ใครจะบอกวะ ว่าโทโมะริจะมีแฟนเป็นผู้ชาย...”
“ยังไงๆ ก็ระวังตัวเองหน่อยนะ อ้อ...รู้สึกว่านายจะมีคนคุ้มกันอยู่ห่างๆ นะโทโมะ” ผู้จัดการบุ้ยหน้าไปทางรถรีมูซีนสีดำอีกคันหนึ่งที่ไม่ยอมกลับ
“มาจิดะนั่นเอง...ช่างเหอะ รายนั้นน่ะ เขาเหมือนหุ่น ไม่พูดอะไรอยู่แล้ว ไปกันเหอะ โทโมะง่วงแล้ว...โฮ้ย...คาซึยะจะให้ฉันนอนหนาย..ย..ย.....จ๊ะ?” ร่างโปร่งยื่นหน้า ยื่นแก้มป่องเข้าไปคลอเคลียแถวหน้าเข้มจัดของคาซึยะ
“นอนห้องผมก็แล้วกัน ..เฮ้อ..คุณนี่ตัวป่วนจริงๆ เล้ย ให้ตายเหอะ...”

“จินนอนกับฉันก็แล้วกันนะ” จุนโนะที่เดินคล้องแขนจินอยู่หลังสุดกระซิบบอกบ้าง
“โอเค...ฉันก็ต้องนอนกับจุนจังอยู่แล้ว..” เสียงจินกระซิบตอบที่ริมหู ทำให้ร่างบางอมยิ้มออกมา เขากระชับมือที่เกาะแขนจินไว้ แล้วบอกว่า เตียงของเขาแคบกว่าเตียงเดิมในห้องเช่าเก่า จินจะต้องนอนเบียดหน่อยล่ะ
“ไม่เป็นไร จะให้จุนโนะนอนทับข้างบนดีมั้ย?” จินพูดแฝงนัยแห่งความเร่าร้อนเอาไว้ แต่คนที่เดินข้างกายจะรับรู้ก็หาไม่
“อื้อ...จะดีเหรอ ฉันตัวไม่เล็กแล้วน้า...เดี๋ยวจินหนักแย่เลย”
“เฮ้อ..จุนจัง ...หรือว่าจะให้ฉันนอนกับพื้นข้างเตียง”
“อือก็ดีนะ เพราะตอนนี้มิมิกับบุตต้านอนอยู่บนเตียงก่อนแล้ว แค่สองตัวนั่นฉันก็แทบจะไม่เหลือที่นอนเลยล่ะ”
“หือ...ใครกันบุตต้า?” จินถาม จุนโนะจึงหัวเราะคิก
“อะไรกัน ก็จินเป็นคนซื้อให้แท้ๆ”
“อ๋อ...” เจ้าตุ๊กตาหมีตัวใหม่ที่เขาซื้อให้จุนโนะวันนั้นนั่นเอง...
อือ.......อะไรกันนี่ จุนโนะพูดแบบนี้ หมายความว่าเขาต้องลงไปนอนบนพื้นจริงๆ น่ะหรือ?....
“สักวันหนึ่งเหอะ..ฉันจะเคี้ยะเจ้าหน้าหมีสองตัวนั่นออกจากอ้อมแขนนายให้ได้เชียวจุนโนะสุเกะ...” จินพูดอย่างหมายมาด...ซึ่งคนฟังก็ได้แต่หัวเราะจนตาหยี
“ทำได้ก็เอาซี้...” จุนโนะมองหน้าเขาราวกับจะท้าทาย เป็นสีหน้าที่จินเห็นแล้วมีความเห็นว่า ...จุนโนะทำได้เซ็กซี่อย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตาเรียวรีนั้นวิบวับราวกับจะท้าให้เขากระโจนลงขย้ำในเดี๋ยวนั้น

...นี่เด็กน้อยแสนซื่อคนเมื่อวานหายไปไหนกันนะ แววตาแสดงความท้าทายแบบนี้ บอกจินว่า อีกไม่นาน จินต้องเข้าไปนอนในอ้อมแขนของจุนโนะแทนมิมิและบุตต้าให้ได้ในเร็ววัน...

*********************************

เมื่อมาถึงที่พักริมทะเล พวกแดนเซอร์ทุกคนต่างก็รุมกันถามโน่นถามนี่กันยกใหญ่ ซึ่งโทโมะต้องคอยเล่าให้ฟังอย่างละเอียดหลายรอบทีเดียวกว่าจะเวียนเล่าจนจบ พอเริ่มเหนื่อย คาซึยะจึงต้องกันคุณโทโมะให้ไปพักผ่อน เพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
“ขออาบน้ำก่อนอันดับแรก ขยะแขยงเป็นบ้าเลย ไอ้หื่นนั่นมันเลียฉันด้วยล่ะ แหวะ” โทโมะทำท่าจะขย้อน เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกือบเสียหนุ่ม บอดี้การ์ดตัวเล็กจึงเอาผ้าขนหนูคล้องคอให้แล้วรุนหลังให้เขาไปอาบน้ำ
“เดี๋ยวออกมาแล้ว ช่วยนวดให้หน่อยนะ” โทโมะยังไม่วายยื่นหน้ามาสั่งความ ทำเอาคนได้ยินอีกสองคนคือจินและจุนโนะพากันหัวเราะออกมา แต่คนที่ยิ้มไม่ออกก็คือ...คาซึยะ...

............................

คืนนั้น...ลมแรงในยามดึก จินกับจุนโนะนั่งเล่นกันเพียงลำพังริมระเบียงด้านในสุด ซึ่งอยู่หน้าห้องพักของจุนโนะพอดี หน้าต่างที่เปิดกว้างเอาไว้นั้น ทำให้เห็นร่างตะคุ่มๆ ของโทโมะและคาซึยะได้ดี เตียงของแดนเซอร์หนุ่มหน้าเข้มมีร่างของโทโมะนอนคว่ำหน้า แผ่นหลังเปลือยเปล่า และมีมือของคาซึยะกำลังนวดเนื้อนวดตัวอยู่ แม้แสงไฟภายในห้องจะไม่สว่างมากนัก แต่คนที่คอยชำเลืองมองมาจากภายนอกกลับหน้าร้อนซู่ แม้ว่าภาพนั้นจะเป็นการนวดตัวแบบธรรมดา แต่จุนโนะกลับคิดไปว่า ถ้าไม่มีใครอยู่ใกล้เคียงและมองเห็น ไม่รู้ว่าโทโมะจะให้คาซึยะทำอะไรนอกเหนือไปจากนี้
เสียงครางแผ่วเบาดุจแมวน้อยของโทโมะทำให้ทั้งจินและจุนโนะมองหน้ากัน ทำตาปริบๆ
“เสียงแบบนี้มันยั่วกันนี่หว่า ไม่รู้ว่าคาซึยะทนได้ไง” จินเอนหน้ามากระซิบกระซาบ ผลที่ได้ก็คือมือน้อยที่ตีเพียะเข้าที่ต้นแขนของจิน
“จินอย่าพูดเลย ดูทำหน้าเข้าสิ” จุนโนะชี้หน้าจิน ซึ่งจินก็ไม่ยอมแพ้ เอานิ้วชี้จิ้มจมูกจุนโนะบ้าง
“หน้านายก็เขินจัดเหมือนกันนี่จุนจัง”
“อื้อ.......” จุนโนะเบนหน้าหนี ก็เลยถูกจินรวบเอาไว้แนบตัว ใบหน้าคมฝังนิ่งอยู่ที่ซอกคอจุนโนะ แอบสูดดมความหอมของสบู่จางๆ
“ฮ้า...ชื่นใจจริงๆ เรามานวดกันบ้างดีมั้ย จินชักจะเมื่อย”
“บ้าน่า.....เอ๊????” จุนโนะหยุดชะงักคำพูดเมื่อมองเข้าไปยังหน้าต่าง
โทโมะนอนหงายแล้ว และคาซึยะก็คร่อมอยู่บนล่างของเจ้านายหนุ่ม
“คา...คาซึยะทำอะไรล่ะนั่น” จุนโนะแนบหน้ากับแผ่นอกของจิน แก้มร้อนซู่ไปหมด ก็เขากับจินเห็นนี่ว่า ตอนนี้คาซึยะก้มลงไปจะจูบคุณโทโมะแล้ว
“จุนจัง...อย่าดู...อย่าดู...อื้อ......” จินครางเสียงกระเส่า มือกอดศีรษะที่ซุกอยู่ที่แผ่นอกของเขาแน่น จุนโนะได้ยินเสียงหัวใจของจินเต้นรัวกระหน่ำ แต่กระนั้นก็ยังเบือนหน้าไปมองหนังสดภายในห้องอย่างอดใจไม่ได้
“อือ......พวกเขาเป็นแฟนกันจริงๆ ด้วย” เสียงจุนโนะคราง.....
“ช่างเขาเหอะ เรามาดูทะเลกันดีกว่า..” จู่ๆ จินก็จับร่างจุนโนะให้หันหน้าออกสู่ทะเล เห็นแสงสีของโป๊ะไฟกระจายอยู่เหนือท้องทะเล ฝั่งตรงกันข้ามคือตึกรามบ้านช่องที่แข่งกันขึ้นและเปิดไฟละลานตา ไม่ยอมหลับยอมนอน
จินรู้ดีว่า ร่างบางที่แนบลำตัวกับเขาอยู่นี้ รู้สึกตื่นเต้นแค่ไหน ภาพในห้องนอนของคาซึยะที่ใช้ร่วมกับจุนโนะนั้นจะเป็นเช่นไร จินไม่อยากรับรู้เลย เขาเพียงแต่ภาวนาว่า สักวันหนึ่ง จุนโนะจะได้เรียนรู้บทเรียนแบบนั้นบ้างและต้องเป็นจากเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะสอนจุนโนะสุเกะคนนี้....

............................

กลีบปากอ่อนละมุนที่อยู่ใต้ปากของคาซึยะในยามนี้ ให้ความรู้สึกอ่อนหวานเหลือกำลัง เขาประทับริมฝีปากนิ่งนานจนคนข้างใต้โอบกระชับรอบคอของเขา โน้มใบหน้าให้แนบชิดและริมฝีปากสองคู่ให้บดเบียดแนบสนิทมากกว่าเดิม
....ไม่คิดว่าจากการนวดตัวธรรมดาจะเลยเถิดจนถึงขนาดนี้...
ไม่เข้าใจเลยว่า การได้ถูกเนื้อต้องตัวของโทโมะแม้จะเป็นการนวดที่แผ่นหลังก็ทำให้หัวใจกระเจิงได้ ผิวกายเนียนละเอียดนุ่มนิ่มไปกับฝ่ามือยามถูกคลึงเคล้า เวลาลงน้ำหนักไปตามเส้นสายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อทำให้โทโมะส่งเสียงครางออกมา และนั่นก็ทำให้เส้นความอดทนของคาซึยะตึงเขม็งจนขาดสะบั้น ยามนี้ไม่ทันได้คิดอะไร เขาเองแหล่ะที่เป็นฝ่ายจับตัวคุณโทโมะให้พลิกกายนอนหงาย
เรือนกายระทดระทวยที่ทอดสนิทอยู่ใต้ร่างเขานั้น ทำให้เขาสะดุดลมหายใจ ดวงตาใสแจ๋วยามกระทบกับแสงไฟจากหัวเตียง มองสบตาเขาอย่างท้าทาย ริมฝีปากอิ่มห่อเข้าด้วย เมื่อมองหน้ากันนิ่งนาน ปากหยักสวยนั้นก็คลี่ออก เผยอน้อยๆ เพื่อให้ลิ้นสีชมพูออกมาไล้เลียที่มุมปาก คาซึยะก้มมองเห็นรอยช้ำที่มุมปากนั่น โทโมะบอกว่าเขาถูกตบ...และคาซึยะก็ไม่ลังเลที่จะก้มลงจูบความช้ำชอกนั้นให้จางหาย
“ฉันเจ็บปากจัง” โทโมะบอก เมื่อเขาจุมพิตที่ตรงนั้น
“ผมจะทำให้คุณหายเจ็บ” เสียงหนักแน่นเอ่ยออกมาพร้อมกับริมฝีปากหยักบางแนบสนิทที่นั่น และการจุมพิตอันหนักหน่วงก็ติดตามมา จนร่างสองร่างแทบจะกลืนสนิทในยามราตรี
“มันขยำหน้าอกฉันด้วยอ่ะ” โทโมะอ้อน
“ผมจะทำให้คุณลืมมัน” แล้วคาซึยะก็ไล้ฝ่ามือแผ่วเบาเหนือเนินอกและกุมสนิทที่ตุ่มไตชูชันสีชมพูเข้ม แม้จะแบนราบแต่ก็เร้าอารมณ์ได้ดี
สายตาสองคู่ที่มองกันและกัน ในยามที่คาซึยะคลึงเคล้ายอดอกของคุณโทโมะ เสียงหายใจกระเส่าของคนถูกกระทำก็สะท้อนออกมา ดวงตากลมโตปิดสนิท ดื่มด่ำไปกับสัมผัสที่เขาได้รับ ...มือนุ่มของคาซึยะให้ความรู้สึกที่ดีเยี่ยม และมันสามารถลบร่องรอยของการขยำขยี้ของเจ้าคนร้ายคนนั้นให้หมดไป
“คุณโทโมะ...” เสียงกระเส่าของคาซึยะปลุกให้โทโมะปรือตาขึ้น ทันเห็นใบหน้าคมจัดแดงระเรื่อเมื่อก้มลงดูดเม้มที่ปลายยอดอกของเขา
“อื้อ......มันจูบท้องฉันด้วย ช่วยทำให้ฉันลืมมันทีเถอะ”
สิ้นคำขอของโทโมะ คาซึยะก็เคลื่อนตัวลงต่ำ เขาวางนาบริมฝีปากลงบนแผ่นท้องของเจ้านายน้อย และนั่นก็ทำให้ร่างบางบิดกายสะท้านหวั่นไหว อารมณ์ลุกโชนจนต้องกัดริมฝีปากอิ่มของตัวเองไว้แน่น
เสียงกระซิบกันนอกห้องที่หายกลืนไปกับเสียงคลื่นทะเล ทำให้โทโมะได้คิด ...นี่ห้องของคาซึยะนี่นา ห้องที่ใช้ร่วมกับจุนโนะสุเกะ และจุนโนะกับจินก็ไม่ได้หนีหายไปไหนด้วย ทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่นอกระเบียง และก็คงจะเห็นการกระทำของเขากับคาซึยะหมดสิ้นแล้ว ถ้าเผอิญมองเข้ามา
โทโมะกัดฟัน ดันไหล่ของคาซึยะที่กำลังไซร้แผ่นท้องของเขาให้หยัดตัวขึ้น
“คุณโทโมะ...” คาซึยะปรือตาขึ้นมอง ใบหน้าเซ็กซี่จนโทโมะต้องแอบเสียดาย ที่ว่าวันคืนนี้มันต้องหยุดไว้เพียงเท่านี้
“ทำไม่ได้นะ...จินกับจุนโนะ...” พูดเพียงเท่านั้น คาซึยะก็พยักหน้าเข้าใจ เขารีบลุกพรวดขึ้น พอหันขวับไปมองนอกหน้าต่าง ก็เห็นร่างสองร่างกำลังนั่งกอดกันกลมแต่ก็หันหน้าออกสู่ทะเล
“พวกเขาไม่สนใจเราหรอกคุณโทโมะ” คาซึยะหันมาพูด สีหน้าสีตาเหมือนกับอยากจะทำต่อ แต่โทโมะขยับกายจนชิดเตียง แถมเอาผ้าห่มคลุมตัวไว้อีก
“จะบ้าเรอะ...รู้ได้ไง...นอนเหอะนอน ง่วงแล้ว พรุ่งนี้ต้องเข้าไปรายงานตัวกับทางบริษัทอีก”
โทโมะตบที่นอนแปะ..แปะ เรียกให้อีกฝ่ายหนึ่งนอน แต่คาซึยะยืนกุมขมับแล้วบอกว่า
“จะนอนหลับลงหรือไง มายั่วแล้วก็หยุดแบบนี้ ใครจะนอนไหว คุณนอนไปคนเดียวเหอะ...” ว่าแล้วคาซึยะก็เดินปึงปังออกไปนอกห้อง เป้าหมายคือร่างสองร่างที่ยังคงอิงแอบแนบชิด
“ยังไม่ง่วงเลย ขอคุยด้วยละกัน” คาซึยะนั่งลงข้างกายจุนโนะและจิน แต่สองหนุ่มกลับเป็นฝ่ายขยับตัว จินดึงจุนโนะลุกขึ้นยืน ตบบ่าบอดี้การ์ดจำเป็นเบาๆ
“แต่พวกเราง่วงแล้ว ไปนอนก่อนล่ะ ราตรีสวัสดิ์คาซึยะ”
“อะไรว้า.....เฮ้อ...ไปกันหมด...คุณโทโมะนะคุณโทโมะ...”
คาซึยะฮึดฮัด ใครๆ ก็ลุกหนีไปหมด เขานั่งตากลมทะเลคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยได้สักพักก็เริ่มง่วง พอกลับเข้าห้องก็เห็นคุณโทโมะนอนแผ่เต็มเตียง จะเข้าไปนอนด้วยเห็นทีจะต้องมีการเบียดเนื้อเบียดตัวกันขึ้น เขาจึงปูผ้าห่มลงบนพื้น ชะงักเมื่อเห็นอะกานิชิ จินนอนยิ้มอยู่บนพื้นข้างที่นอนของจุนโนะเหมือนกัน เขามองเลยขึ้นไปบนเตียง เห็นร่างบางของเพื่อนรักนอนหลับตาพริ้มสองแขนมีเทดดี้แบร์กอดอยู่ข้างซ้ายและขวา
คาซึยะอมยิ้ม และตัวเขาเองล่ะ ล้มตัวลงนอน เห็นมือของคุณโทโมะวางยื่นเลยขอบเตียงออกมา เขาเอื้อมมือไปสัมผัสและเกี่ยวนิ้วเรียวงามนั้นไว้ นอนหลับอย่างสบายใจ........
“ราตรีสวัสดิ์คุณโทโมะ..”

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...