Show Me Your LOVE
Vol 15
***************************
เสียงนกนางนวลร้องอยู่นอกหน้าต่างเมื่อได้รับแสงแห่งรุ่งอรุณ อากาศเย็นโชยเข้ามาทำให้ร่างที่นอนห่อตัวบนเตียงต้องนอนขดตัว
หวังซุกหาไออุ่นจากคนที่นอนข้างกาย ดวงตาที่หลับพริ้มกะพริบถี่ๆ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างงัวเงีย
อือ.....จิน...... จุนโนะลุกขึ้นนั่ง เขาเหลียวหาคนที่นอนอยู่เคียงข้างเมื่อคืน
....ไม่มี....
จินลุกไปแล้ว
ร่างบางเดินขยี้ตามาที่หน้าต่าง นั่นไง...จินกับโทโมะเดินคุยกันอยู่ริมเขื่อน ปล่อยให้เขาอยู่แต่ในห้องกับคาซึยะที่ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่อง
จุนโนะมองชายคนนั้น ...คนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและคนรัก...และเกือบจะเป็นคนคนเดียวกันในค่ำคืนที่ผ่านมา...เขากับจินเกือบจะมีอะไรกันแล้ว
ถ้าจินไม่หักห้ามใจตัวเองไว้ ป่านนี้....เขาก็ได้ชื่อว่า...เป็นคนของจินซินะ...
คิดแล้วก็อดเขินไม่ได้....เช้านี้เขาจะมองหน้าจินได้อย่างไรกัน...เผลอใจไปแล้วแทบจะกู่ไม่กลับ
ถ้าจินไม่หยุดเขาก็ไม่มีแรงที่จะยั้ง...
จินเดินอยู่ตรงนั้น ริมสันเขื่อน มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ร่างสูงโปร่งนั้นดูเท่อย่างเหลือร้าย....จากริมหน้าต่างนั้น จุนโนะยืนมองคนที่รักด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
....วันนี้เขามีความสุขที่สุดที่ได้เห็นจินในยามเช้า.....
อื้อ..........
เสียงพลิกตัวของคนนอนขี้เซาทำลายอารมณ์ดื่มด่ำของจุนโนะให้สะดุดลง ร่างบางเบือนหน้ากลับไปมองในห้อง
คาซึยะ...ตื่นไปซ้อมได้แล้ว จุนโนะส่งเสียงเรียกข้ามห้องมา แต่อีกฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกแต่อย่างใด
ร้อนถึงจุนโนะที่ต้องทั้งฉุดทั้งกระชากคาซึยะให้ลุกจากเตียง
อือ........รู้แล้วน่า.... คาซึยะคราง นั่งเอาผ้าห่มห่อตัวไว้ ท่อนบนเปล่าเปลือย
จุนโนะไม่กล้ามองซอกแซกไปถึงท่อนล่างหรอก เพราะไม่รู้ว่าจะเปลือยเหมือนท่อนบนหรือเปล่า...
คุณโทโมะกับจินตื่นก่อนเรา สงสัยคงจะแต่งตัวเสร็จแล้วด้วยล่ะ
อือ...อือ...
ร่างเล็กคลานลงจากเตียง เดินสะเปะสะปะเข้าห้องน้ำไปก่อนจุนโนะเสียอีก จุนโนะได้แต่ส่ายหน้า
แต่ก็ยังเก็บที่นอนให้คาซึยะ เขาเห็นเตียงยับย่นแบบที่ไม่เคยเห็นจากเตียงของคาซึยะมาก่อน
รูปการณ์ชวนให้คิดเตลิดเปิดเปิงไปไหนต่อไหนแล้ว นี่หมายความว่า คาซึยะกับโทโมะเป็นยิ่งกว่าแฟนกันอีกงั้นเหรอ?
เมื่อคาซึยะเปิดประตูออกมา เขาเห็นจุนโนะนั่งหน้าแดงปลั่งอยู่บนเตียง ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
ไงเรา...นั่งหน้าหวานเชียว คิดอะไรอยู่ง่ะ
เมื่อคืน........อือ...... จุนโนะก้มหน้างุด แล้วชี้ไปที่เตียง คาซึยะมองตามมือชี้
เมื่อเห็นเตียงของตัวเองถูกจัดเรียบร้อยแล้วก็กำลังจะเอ่ยขอบใจแต่จุนโนะพูดถึงเรื่องเมื่อคืนเสียก่อน
ก็เลยอดสงสัยไม่ได้
เมื่อคืนอะไรจุนโนะ?
เมื่อคืนนายกับคุณโทโมะน่ะ เอ้อ.....
อ๋อ........ คาซึยะแทบหัวเราะพรืดออกมา
โอ๊ยตาย...นี่เข้าใจไปลึกซึ้งขนาดไหนล่ะเนี่ย ฉันกับคุณโทโมะเข้านอนก่อนพวกนายมาก็จริง
แต่ก็แค่นอนกันเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรกุ๊กกิ๊กซะหน่อย
เหรอ?.....เฮ้อ..... จุนโนะถอนหายใจเฮือก และก็ต้องเอียงตัวหลบเมื่อหมอนใบหนึ่งปลิวหวือมาจากมือของเพื่อนร่วมห้อง
นายนี่ชักจะแก่แดดใหญ่แล้วนะ...ฉันกับคุณโทโมะทะเลาะกันก่อนนอนเสียด้วยซ้ำ เราก็เลยสู้กันบนเตียงสักยกสองยก
ฉันแกล้งยอมแพ้ เขาก็เลยเลิกทะเลาะกับฉัน ...เนี่ยดูซิ...แขนยังเขียวอยู่เลย คาซึยะชี้ให้ดูต้นแขนเปลือยเปล่าของตัวเอง
ซึ่งจุนโนะก็เห็นว่าบริเวณต่ำกว่าหัวไหล่ลงมามีรอยเขียวจางๆ อยู่จริงๆ ด้วย
ก็ฉันเห็นเตียงมันยับย่นออกขนาดนั้น ก็นึกว่า..
แหม....ฉันน่ะนอนหลับสบายดี แต่จะไม่ได้หลับก็ตรงได้ยินเสียงใครก็ไม่รู้นอนครางเมื่อคืนน่ะ
หา? คาซึยะ...นายได้ยินเสียงฉันด้วยเหรอ??? จุนโนะตกใจ รีบลุกขึ้นยืนทันที
อ้าว..เสียงของนายเองน่ะเหรอ ฉันกับคุณโทโมะเดาว่าจะเป็นเสียงของใครหว่า? ที่แท้ก็เป็นนายนั่นเอง...แหม...จุนโนะ...เดี๋ยวนี้โตเป็นหนุ่มแล้วซินะ...ฮ่า...ฮ่า....
นี่พวกนายไม่ได้หลับหรอกเหรอ? จุนโนะถามด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน เพราะเพื่อนมารู้สิ่งที่น่าอายนั่น
คาซึยะเปลี่ยนเสื้อผ้าไปด้วย แล้วก็บอกว่า
ฉันกับคุณโทโมะตื่นพร้อมกัน ก็ตอนที่นายกับจินกลับมาแล้วล่ะ แต่คุณโทโมะบอกว่าให้แกล้งหลับเพราะอาจจะได้ดูอะไรดีๆ....เสร็จเขาไปแล้วล่ะซิ?
คาซึยะอดถามไม่ได้
ยัง
เออ...อีกหน่อยก็เสร็จ ไม่เชื่อคอยดูเด่ะ ฮะฮ่า คาซึยะหัวเราะร่วน จนคนฟังหน้าแดงแป๊ด
โอ๊ย...บ้าชะมัดเลย...พวกนายเนี่ย จุนโนะปาหมอนไปที่คาซึยะ ซึ่งร่างเล็กก็หลบวูบได้ทัน
แต่คนปาน่ะกระโจนเข้าห้องน้ำไปเรียบร้อยแล้ว
.............................
เพียงชั่วครู่ จินกับโทโมะก็กลับเข้ามาพร้อมกัน เมื่อเห็นจุนโนะและคาซึยะแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
ทั้งสองหนุ่มก็ยิ้มกว้าง
จะไปกันได้หรือยังสองหนุ่ม จินร้องทัก ดวงตาเป็นประกายสดใส ไม่แพ้ดวงตาใสกระจ่างของจุนโนะที่ยิ้มอรุณสวัสดิ์ตอบกลับมาเลย
ออกไปเดินเล่นก็ไม่บอก จุนโนะพูดพลางสะพายกระเป๋าเป้ไว้กับไหล่ เขาเดินเข้าไปหาจิน
ยิ้มอายๆ เมื่อเห็นสายตาที่มองเขาจนทั่วตัว
เหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านไป ทำให้หัวใจเต้นแรงกระหน่ำเมื่อเข้าใจในความหมายในดวงตาคู่นั้นของจินออก
ผิวแก้มบ่มแดงระเรื่อซับความอายจนต้องตีแขนคนมอง
มองอะไรง่ะจิน...
มองจุนจังที่วันนี้งามจริงๆ
หวา...พูดอะไรง่ะ รีบไปกันเถอะ
ไปซิจุนจัง...ว่าแต่เช้านี้นายสดใสจริงนะ ได้รับยาดีอะไรมาเอ่ย?
อย่าแซวนะจิน นายคนเดียวนั่นแหล่ะ ทำเป็นไก๋ จุนโนะย่นจมูกใส่ เขาเป็นฝ่ายเดินนำจินไปที่รถ
โดยมีจินและอีกสองหนุ่มเดินตามมาไม่ห่าง....
************************
การเดินทางไปออกทัวร์คอนเสิร์ตของวงมิราเคิลได้เริ่มต้นขึ้น ใช้ระยะเวลาแรมเดือนในการแสดงทั่วประเทศ
และในการไปครั้งนี้ยูอิจิบอกว่า หากมีเวลาว่างเมื่อไรล่ะก็เขาจะตามไปตรวจตราความเรียบร้อยสักหน่อย
ทำเอาหนุ่มๆ ทั้งนักร้องและพวกแดนเซอร์เซ็งไปตามๆ กัน โดยเฉพาะจินและจุนโนะ
ก่อนออกเดินทาง ยูอิจิทำเป็นตรวจดูรถและสัมภาระต่างๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลยสักนิด
จนใกล้จะล้อหมุน เขาก็เดินมาหาจินและจุนโนะ
ถ้าว่าง...ฉันจะไม่รีรอเลยที่จะไปดูพวกนายแสดง พยายามกันให้เต็มที่นะ อย่าลืมว่า
ไปในครั้งนี้ไปทำงาน ไม่ใช่ไปเที่ยว เพราะงั้น กรุณาเก็บอาการดีใจเหมือนไปฮันนีมูนไว้ด้วย
ประโยคนี้คนพูดจงใจพูดเสียงดังฟังชัดให้ได้ยินกันทั่วทุกคน แต่สายตาคมกริบจ้องมาที่จินและจุนโนะเต็มๆ
ครับ...นากามารุซัง จุนโนะค้อมศีรษะรับคำสั่งแต่โดยดี แต่อีกคนนี่ซิ พูดออกมาอย่างไม่กลัวว่า
กรุณาเก็บสายตาไม่พอใจของคุณไว้ด้วย พวกผมรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ เวลางานก็คืองาน
เวลานอกเหนือจากนั้น เราจะทำอะไรกันมันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับใครตรงไหน เพราะมันคือนอกเวลางาน...
อะกานิชิคุง!! ยูอิจิตาแทบถลน เขาหรี่ตามองจินแบบเจ็บใจ ดูเอาเถอะ จินยกแขนพาดไหล่จุนโนะสุเกะแบบสนิทสนม
่ส่วนมืออีกข้างก็ฉวยกระเป๋าส่วนตัวของจุนโนะมาหิ้วให้อีกด้วยแน่ะ
...แบบนี้มันท้าทายกันนี่หว่า
ยูอิจิมองสายตาท้าทายของจินแล้วก็สู้เก็บความเจ็บใจเอาไว้ พูดกระทบเขาแล้วยังจะมีหน้ามายิ้มยั่วใส่อีก
ฉันก็พูดดักเอาไว้ก่อน ฉันรู้หรอกว่า วงมิราเคิลน่ะ มีความรับผิดชอบสูงแค่ไหน
...งั้นก็จำเอาไว้ล่ะ อย่าทำอะไรให้มันเสียงาน...
ครับนากามารุซัง ไม่ต้องเป็นห่วง จินค้อมศีรษะรับคำ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเขาก็ยิ้มให้ยูอิจิอีกครั้ง
เมื่อเห็นยูอิจิมองจุนโนะตาละห้อย
ฝากจุนโนะด้วยละกัน...
นากามารุซัง ...พวกเราต้องเดินทางกันนาน ผมคงต้องดูแลคนพิเศษของผมให้ดีอย่างยิ่งเชียวล่ะ
นากามารุซังคงไม่ต้องฝากฝังจุนโนะกับผมอีกต่อไปแล้วนะครับ เพราะจุนโนะต้องอยู่ในความดูแลของผมอยู่แล้ว
....เรา...เอ้อ...จุนจังบอกนากามารุซังหรือยังว่าเราสองคนตกลงคบกันแล้ว ประโยคหลังจินหันมาถามจุนโนะที่ยืนหน้าเหวออยู่ข้างๆ
บอกแล้ว...... หนุ่มน้อยพยักหน้า ไม่กล้ามองยูอิจิหรอก เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าแบบไหน
ได้ยินแต่เสียงจินหัวเราะหึๆ อยู่แว่วๆ
บอกไปแล้วก็ดี ..พวกเราต้องไปล่ะครับ...อ่ะ ไปกันเร้ว... จินแตะข้อศอกจุนโนะให้เดินไปขึ้นรถบัสคันใหญ่
ที่มีทั้งวงมิราเคิลกับแดนเซอร์รุ่นใหญ่อย่าง Misty Boys และแดนเซอร์รุ่นกระเตาะอีกสองสามกลุ่มไปด้วยกัน
โดยทิ้งให้ยูอิจิมองตามด้วยสายตาที่ยากจะบรรยาย....
รถบัสคันหรูจากไปแล้ว ทิ้งให้เจ้าของบริษัทมองตามด้วยความไม่พอใจ
คบกันแล้ว...ก็ไม่ยากนี่ที่จะเลิกกัน... ยูอิจิพูดด้วยความมั่นใจ...
********************************
โอซาก้า..คือที่หมายแรกของการทัวร์คอนเสิร์ต แม้จะมีซิงเกิลออกมาแล้วสามเพลง และอัลบั้มอีกหนึ่งชุด
แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่วงมิราเคิลได้มาออกทัวร์ใหญ่ระดับนี้ ... โอซาก้ายามนี้ดูคึกคักเพราะอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ทั่วทุกถนนมีต้นไม้ยืนต้นที่มีใบไม้สีแดงและสีเหลืองยังติดกิ่งอยู่เต็มไปหมด
ให้ความรู้สึกโรแมนติกเป็นบ้าเลย เสียงโทโมะเปรยออกมา ... เขายึดที่นั่งติดกับคาซึยะที่ริมหน้าต่างค่อนไปทางด้านหลังรถ
ตอนรถออกมาแรกๆ พวกเด็กๆ แดนเซอร์ตัวเล็กจับจองที่นั่งด้านหลัง แต่พอมาได้ครึ่งทางก็ถูกพวกรุ่นใหญ่ไล่ให้ไปนั่งด้านหน้าจนหมด
เริ่มด้วยโคกิและอุเอดะที่ขอนอนงีบเอาแรง ตามมาด้วยคู่ของเรียวที่จูงมืออุจี้มานั่งจีบกันที่เบาะหลังรถ
ส่วนคาซึยะซึ่งกำลังจะเอนหัวพิงกับพนักเบาะก็ถูกมือดีสะกิดยิกๆ พอลืมตาขึ้นมองก็พบกับดวงหน้าใสกระจ่างของคุณหนูโทโมะลอยเด่นอยู่จนแทบจะติดกับหน้าเขา
ไปนั่งหลังรถกันเหอะ อยู่ตรงนี้หนวกหูเจ้าพวกนั้นมัน ร่างบางบุ้ยปากไปที่กลุ่มเด็กชายที่พากันส่งเสียงเอะอะ
ไม่เกรงใจใครทางด้านหน้า
คาซึยะคร้านจะขัดขืน เขายอมเดินตามแรงจูงของโทโมะไปแต่โดยดี ตอนนี้ตาก็แทบจะปิดแล้ว
เพราะเมื่อคืนอยู่ซ้อมกันจนดึก เขากะจะงีบซะหน่อยเมื่อมาขึ้นรถ แต่กลับถูกโทโมะชวนคุยจ๋อยๆ
พอเงียบจะหลับ ก็ถูกชวนให้มานั่งทางด้านหลัง
ผมง่วงนะ บอกไว้ก่อน เขางึมงำ เมื่อได้ที่นั่งหลังรถแล้ว โทโมะยิ้มและพยักหน้าให้ดูที่เบาะหลังสุด
คาซึยะมองตามคำชวนนั้น ...โคกิและอุเอดะนั่นเอง หลับหัวพิงกัน และห่างไปสองสามเบาะก็มีเรียวกำลังนอนหนุนตักอุจี้อย่างสบายอารมณ์
นายจะนอนตักฉันแบบนั้นมั่งก็ได้นะ เป็นความเอื้อเฟื้อของโทโมะ ที่พูดพร้อมกับตบแปะไปที่ตักของตัวเอง
จริงเหรอ? คาซึยะถาม
ฮื่อ...ง่วงไม่ใช่เหรอ?
ครับง่วง ตาจะปิดแล้ว ขอนอนก่อนละกัน ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอน หัวหนุนตักของโทโมะที่ยอมเป็นหมอนให้แต่โดยดี
มือเรียวบางเกลี่ยเส้นผมที่ตกมาปิดบังใบหน้าบางส่วนของคาซึยะออกให้อย่างเบามือ
คาซึยะหลับตานิ่ง ลมหายใจสม่ำเสมอ แม้รถจะมีการสะเทือนบ้างในบางครั้ง แต่โทโมะก็คอยประคองตัวของคาซึยะเอาไว้
ไม่ให้ขยับมากนัก
โทโมะเองก็เริ่มง่วงเหมือนกัน พอหลับตานิ่งก็รู้สึกว่ามือข้างที่ประคองศีรษะคาซึยะไว้นั้นกำลังถูกมือดีกุมเอาไว้
เขาปรือตามองก็เห็นมือของเจ้าบอดี้การ์ดจำเป็นซ้อนทับมือของเขาอยู่
คุณโทโมะ...ง่วงหรือครับ? คาซึยะลืมตาขึ้นมองหน้าหวานของโทโมะ อีกฝ่ายรับคำด้วยการพยักหน้า
คาซึยะจึงลุกขึ้นนั่ง และคว้าไหล่โทโมะมากอดเอาไว้ โน้มศีรษะของนายจ้างมาอิงซบกับบ่าของตัวเอง
นอนแบบนี้ดีกว่าเนอะ
อือ...นั่นซินะ...งั้นขอใช้ไหล่นายต่างหมอนได้มั้ยอ่ะ?
ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ
คาซึยะพยักหน้ายิ้มๆ เป็นยิ้มที่คนมองแอบใจสั่นนิดๆ ด้วยความหวั่นไหว โทโมะเกลี่ยนิ้วมือบนปกคอเสื้อของคนข้างกาย
ปลายนิ้วไล้วนไถลมาที่แผ่นอกกว้าง ดวงตากลมโตไหวระยิบระยับขณะจ้องมองสบตาเรียวรีของคาซึยะ
คืนนี้นอนห้องนายได้ป๊ะ? โทโมะถาม เล่นเอาคนฟังตาโต
เห? ได้ไง เขาจัดให้ผมนอนกับจุนโนะ
เออน่า...เปลี่ยนกัน
ไม่ได้หรอก เดี๋ยวผู้จัดการคุณรู้
อย่าให้รู้ซิ นายก็อย่ากระโตกกระตาก ไม่รู้หรือไงว่า จินเขาอยากจะนอนห้องเดียวกับจุนโนะ
อ๋อที่อยากจะมานอนห้องผมก็เพราะจะเปิดโอกาสให้จินเขา ว่างั้นเถอะ คาซึยะถาม ใจฝ่อเมื่อคิดว่าที่แท้คุณโทโมะก็ไม่ได้อยากมานอนกับเขาเพราะหัวใจตัวเอง....
แต่ใบหน้าของโทโมะกลับเป็นสีแดงระเรื่อขณะส่ายหน้าปฏิเสธความเข้าใจของคาซึยะ
เปล่าหรอก นั่นเป็นแค่ข้ออ้าง...ความจริงฉันเองก็...เอ้อ...อยากมีเวลาอยู่กับนายสองต่อสองประสาคนรักกันบ้าง
เอ๋?...ใครรักกัน ใครเป็นคนรักของใคร..เอ...คุณโทโมะอย่าโมเมซิครับ?
คาซึยะ?? นายนี่มันกวนบรมเลย...ฉันก็บอกอยู่โต้งๆ ในวันที่ฉันถูกจับตัวไปว่า ฉันชอบนายไม่ได้ยินหรือไง?
โทโมะทำแก้มป่อง เขาทุบไหล่ของคาซึยะดังปึกจนคนถูกทุบร้องออกมา
เจ็บนะครับ...ทุบมาได้ คุณนี่..
ฉันอยากจะเปิดโอกาสให้ตัวเองบ้าง ร่างบางพูดอย่างเขินจัด หน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงเข้าไปใหญ่
เขาไถลมือเข้าไปใต้เสื้อยืดของคาซึยะเล่นเอาอีกฝ่ายขนลุกซู่
คุณโทโมะ!!
นะ....ทำไมนายไม่ให้โอกาสตัวเองล่ะคาซึยะ...
พูดแบบนี้มันเชิญชวนกันชัดๆ เลยนี่นะ
ก็แล้วแต่จะเข้าใจเด่ะ ว่าแล้วก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรง โทโมะกอดอก ทำแก้มป่อง ดวงตากลมโตลุกวาว
สีหน้านั้นบอกว่าไม่ได้พูดเล่นเลย...คาซึยะกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ออกทัวร์คราวนี้เขาคงจะต้องมีแฟนเป็นตัวเป็นตนก็คราวนี้แหล่ะ
ในใจถามตัวเองว่า คุณโทโมะน่ะจะจริงจังกับเขาแค่ไหน คนเคยเล่น เคยเป็นลูกไล่กันมาแต่เล็กแต่น้อย
จู่ๆ จะก้าวข้ามขั้นเป็นคนรัก และต่างชนชั้นกันแบบนี้ มันจะมีอุปสรรคอะไรมั้ย คุณโทโมะอาจจะเล่นๆ
กับเขา เหมือนที่เคยรู้สึกกับยูอิจิเมื่อยังเยาว์ ความรักน่ะ...อาจจะเป็นการพูดแค่ลมปาก
แต่เจ้าตัวคนพูดน่ะจะรู้ตัวบ้างมั้ยว่า ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นเพียงไรในยามที่พูดคำหวานกับเขา...จะรู้หรือเปล่าว่า.....แค่คุณโทโมะบอกว่าชอบเขานั้น
มันทำให้ตัวเขารู้สึกว่าเป็นคนใหญ่โตในโลกแห่งสีกุหลาบนี้เหลือเกิน
คุณ.....ไม่เสียใจแน่นะที่มาคบกับผม? เขาอดถามไม่ได้ และแน่นอนที่สุด โทโมะพยักหน้างึกๆ
แบมือมาข้างหน้า คาซึยะจึงคว่ำมือของตัวเองลงบนฝ่ามือหงายนั้น โทโมะกำมือสองข้างของเขาเอาไว้
บีบแน่นขณะบอกว่า
ฉันไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน...ฉันชอบนายคาซึยะ...อาจจะชอบมานานแล้วก็ได้
ไม่งั้นคงไม่ยอมให้นายมาคอยดูแลอยู่หลายปีหรอก...ว่าแต่นายเถอะ รู้สึกกับฉันอย่างไรไม่เห็นบอกให้รู้มั่งเลย
ดวงตาแป๋วแหววที่ช้อนขึ้นมองหน้าคนถูกถามนั้น มีแววอยากรู้และพลังแห่งรักอยู่เต็มเปี่ยม
คาซึยะมองตอบดวงตากลมโตคู่นั้นด้วยหัวใจที่หวั่นไหว
คุณโทโมะยามนี้ ทำไมช่างน่ารักนักหนาเหลือเกิน
คุณโทโมะ ...คุณก็น่าจะรู้จักผมดีนะ ว่าผมจะไม่ทำอะไรที่ขัดต่อหัวใจของตัวเอง
ถ้าผมรำคาญคุณ ไม่ใส่ใจคุณ ผมคงไม่....ไม่...เอ้อ...ไม่มาอยู่ตรงนี้หรอก
คาซึยะ!! โทโมะโผเข้ากอดร่างของคาซึยะแน่น ซุกหน้าเกลือกกับอกแกร่งนั้น ได้ยินเสียงหัวใจของคาซึยะเต้นโครมครามก็อดยิ้มไม่ได้
ดีใจจังที่นายพูดแบบนี้ ถึงจะไม่ได้บอกว่ารักก็เหอะ แค่นี้ก็เป็นการยืนยันใช่มั้ยว่า
นายเองก็ชอบฉันเหมือนกัน
ไม่รู้ซิฮะ...คงงั้นมั้ง
บ้าชะมัดเลยนายนี่นะ...จะพูดให้หวานหูกว่านี้ก็ไม่ได้ โทโมะทำแก้มป่อง มองค้อนคนหน้าคมขวับ
ผมพูดหวานไม่เป็นหรอก...พูดได้แค่นี้ก็เขินจะแย่แล้ว...
อื้อ....ช่างเหอะ...เรามางีบกันก่อนดีกว่า คืนนี้จะได้มีแรง..ซ้อมคอนเสิร์ต
เฮ้อ....... เสียงคาซึยะระบายลมหายใจออกมา .....นึกว่าจะเก็บแรงเอาไว้ทำอะไรซะอีก...คุณโทโมะหัวเราะคิก
จากนั้นก็ซบหน้านวลแจ่มกับบ่าของคาซึยะ แถมแขนข้างหนึ่งยังโอบบ่าของเขาเอาไว้ซะอีกแน่ะ
..............
******************************
ที่โรงแรมในโอซาก้า...
กระเป๋าเดินทางใบโตถูกเปิดออกกว้าง เทดดี้แบร์มอมแมมนอนยิ้มอยู่ด้านบนสุด เจ้าของกระเป๋าฉีกยิ้มขณะหยิบมันออกมาวางบนเตียงที่เขาต้องนอนในคืนนี้
เฮ้ย...อะไรวะ...นายเอาเจ้าขี้ริ้วนี่มาด้วยเหรอ? คาซึยะตะโกนข้ามมาจากอีกฟากหนึ่งของห้อง
จุนโนะถลึงตาใส่ แล้วชี้หน้าเขา
อย่าเรียกมิมิว่าเจ้าขี้ริ้วนะ!!
เออ...นั่นแหล่ะน่า...จุนโนะนายโตเป็นหนุ่มแล้วนะ ไม่อายเขาหรือไง โตแล้วยังเอาตุ๊กตามาเล่นอีก
นายไม่เข้าใจหรอก...นี่แหล่ะของนำโชคของฉัน อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้เอามิมิมาตัวเดียวด้วย
จุนโนะอมยิ้ม ก้าวข้ามเตียงของเขามานั่งแหมะบนเตียงของคาซึยะ ยื่นหน้าหวานมาบอกว่า
เจ้าบุตต้าก็เอามาด้วย
ฉันแอบเอาไว้ในกระเป๋าของจิน เพราะกระเป๋าฉันมันเต็มแล้ว
ตายห่ะ!! นี่จะมาปิคนิคในครอบครัวหรือไงฟะ? คาซึยะส่ายหน้าขณะที่เพื่อนร่วมห้องนั่งหัวเราะชอบอกชอบใจ
จินยังไม่รู้เลยว่า ฉันแอบเอาเท็ดดี้แบร์ตัวใหม่มาไว้ในกระเป๋าของเขาน่ะ จุนโนะหัวเราะคิกคัก
แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงเคาะประตูรัวเร็วอยู่ทางด้านนอก
ใครมาหว่า? คาซึยะเดินไปประตูให้
ร่างสูงของจินก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับมีตุ๊กตาอวบอ้วนที่ชื่อบุตต้าในมือ
นี่จุนจัง...หมายความว่าไงเนี่ย เขาชูเจ้าเทดดี้แบร์ตรงหน้าจุนโนะ ซึ่งอีกฝ่ายก็รีบคว้าหมับเอาไว้
ขอบใจที่เอามาให้
นายนี่ง่ะน้า...ไม่โตซะที ฉันไม่คิดว่านายจะเอามันมาด้วย จินชายตามองอีกเตียงหนึ่ง
เห็นเท็ดดี้แบร์ตัวเก่า เก๋ากึก นอนยู่ยี่อยู่ข้างหมอน ...คิดเอาไว้อยู่แล้วเชียวว่า
เจ้ามิมิก็ได้เสนอหน้าอยู่ด้วยเช่นกัน เขาส่ายหน้ากับความไม่รู้จักโตของจุนโนะ
จะทิ้งไปได้ไง ร่างบางเถียงข้างๆ คูๆ
แต่นายไม่ใช่เด็กแล้ว นี่ถ้าคนอื่นรู้เข้าจะหัวเราะเยาะเอานะ
พูดเหมือนคาซึยะเลยเชียว จุนโนะทำปากยื่น และย่นจมูกใส่จิน เขาจะเดินปัดผ่านร่างสูงมาที่กระเป๋าที่เปิดทิ้งไว้
แต่จินกลับฉวยแขนของเขาเอาไว้ ดึงจนร่างบางตกอยู่ในอ้อมแขน
คืนนี้ไปนอนที่ห้องฉัน แล้วไม่ต้องเอาเจ้าวายร้ายสองตัวนั่นไปด้วย
เห?...ได้ไง?
ยังไง ยังไง คืนนี้จุนจังก็จะนอนห้องเดียวกับฉัน นี่คาซึยะไม่ได้บอกหรือว่าเขาอยากอยู่ห้องเดียวกับโทโมะน่ะ?
ไม่ได้บอกนี่ จุนโนะหันขวับไปมองคาซึยะทันที ซึ่งเพื่อนรักกลับแบมือหรา ยักไหล่
บอกแต่เพียงว่า
แต่คุณโทโมะบอกว่า จินอยากนอนกับจุนโนะนะ เขาถึงให้ฉันไปนอนด้วย
อ๋อ...จินอยากนอนกับฉันนี่เอง จุนโนะหน้าแดงจัด จินเองก็หน้าระเรื่อขึ้นมาเห็นๆ
นึกอยากจะด่าคาซึยะเหลือเกินโทษฐานบอกความจริง
คาซึยะพยักหน้างึกงัก เขายัดเสื้อผ้าที่วางเอาไว้เกลื่อนเตียงมาไว้ในกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
เอาเป็นว่า ฉันจะไปนอนกับโทโมะเอง ส่วนจินก็ย้ายมานอนกับจุนโนะ เรามาแลกห้องตอนที่ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้วก็แล้วกัน
พยายามอย่าให้พวกผู้จัดการกับสต๊าฟรู้เห็นนะ เพราะมันจะเป็นเรื่อง
ขอบใจที่เตือนคาซึยะ ฉันกับจุนโนะก็แค่นอนคุยกันเล่นๆ แค่นั้นเอง ส่วนนายกับโทโมะน่ะ....
จินหยุดพูดแล้วหรี่ตามองคาซึยะ จากนั้นริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มออกกว้าง
...จะห้ามใจตัวเองเห็นทีจะยากส์...วันนี้โทโมะค่อนข้างจะร้อนแรงเป็นพิเศษ
โอ๊ย...ผมกับเขาน่ะ ก็กะว่าจะนอนคุยกันเฉยๆ เหมือนกัน
งั้นหรือ...อือ...งั้นก็โชคดีนะ ฉันไปก่อนล่ะ จะได้เตรียมตัวไปดูสถานที่ออกแสดงด้วย
พวกนายก็รีบๆ เข้าล่ะ ...จุนโนะ...ฉันไปก่อนนะ จินโบกมือให้จุนโนะด้วยรอยยิ้ม
ชนิดที่เรียกว่า กว้างจนผิดปกติ
เฮ้อ...จินบอกว่าแค่นอนคุยกันเฉยๆ ค่อยยังชั่วหน่อย... จุนโนะเป็นฝ่ายถอนหายใจเฮือกเมื่อลับร่างของจินแล้ว
นายกลัวอะไรจุนโนะ นึกหรือว่าจินเขาจะปล่อยนายไปคืนนี้
หวา...ไม่เอาหรอกน้า......ยังไม่พร้อม
ไม่พร้อมจะให้เขารักใช่มั้ยล่ะ ...แต่ฉันน่ะ...ฉันพร้อมนะ...พร้อมที่จะฟันคุณโทโมะ
คาซึยะ!! จุนโนะหน้าแดงก่ำ ร่างบางซัดแขนเพื่อนดังเพี้ยะลั่นห้อง จนคาซึยะกระโดดโหยง
เฮ้ย...เจ็บนะ!!
ก็นายพูดอะไรเล่า...ฟังไม่ได้เลย นายง่ะเหรอจะฟันคุณโทโมะ ฉันว่านะ คุณโทโมะนั่นแหล่ะจะขย้ำนายซะเอง
โอย......จุนโนะ..ะ..ะ...ะ...ะ พูดอะไรออกมานะ เสียงหัวเราะสองเสียงดังประสานกัน
จุนโนะกระเด้งตัวนอนบนเตียง เขาคว้าทั้งเจ้ามิมิกับบุตต้ามากอดไว้ข้างละแขน เมื่อเห็นเพื่อนซี้มองตาม
เขาก็ยื่นเจ้าบุตต้าให้
เอาไปนอนกอดมั้ย ให้ยืม
ไม่ง่ะ...... คาซึยะปัดเจ้าบุตต้าออกห่าง และกระตุกยิ้มมุมปาก
ไม่เอาหรอก เพราะฉันจะได้นอนกอดตุ๊กตายากุซ่าแล้วล่ะเฟ้ย...
**********************************
การซ้อมในวันนั้นอาจจะดำเนินไปด้วยดี ถ้าหากว่าจะไม่มีการปรากฏตัวของใครคนหนึ่งที่ไม่ได้รับเชิญ
...โดยที่ไม่มีใครคาดฝัน สาวน้อยนางหนึ่งเยื้องกายเข้ามาในบริเวณที่ซ้อม เธอยืนเอามือไพล่หลังอยู่ทางด้านล่างของเวที
มองวงมิราเคิลที่กำลังตั้งอกตั้งใจร้องเพลง จินหันมาเห็นเข้าก็ชะงัก ปากเผยอค้าง
หลุดเสียงครางออกมา
นานะ....
เขาหยุดร้องเพลง ถือไมค์ค้าง เลยทำให้คนอื่นต่างก็หยุดซ้อมไปด้วย
ไฮ...จิน...ฉันมาเยี่ยม นานะโบกมือ ยิ้มร่าให้กับอะกานิชิ จิน เป็นยิ้มที่มีให้กับจินคนเดียวเท่านั้น
มาได้ไง?
เผอิญฉันแวะมาถ่ายมิวสิคแถวนี้ ก็เลยติดรถทางบริษัทเขามา อยากมาดูจินซ้อมนะคะ
ไม่ได้พบกันซะนาน ดูจินหล่อขึ้นโชกเลย
ขอบคุณ ...เธอเองก็...เอ้อ..... จินอึกอัก เขาเหลียวมองไปยังตำแหน่งอื่นรอบตัวของนานะ
เผื่อว่าจะมียูอิจิติดสอยห้อยตามมาด้วย อะไรบางอย่างทำให้เขาสังหรณ์ใจว่า มันน่าจะเป็นเช่นนั้น
นานะมาคนเดียวค่ะ เธอบอกอย่างรู้ทัน ร่างโปร่งบางก้าวมายืนชิดของเวที แหงนมองจินคอตั้งบ่า
แถมยังเอียงคอไปมาเรียกความน่ารักได้ไปเยอะทีเดียว เพราะหนุ่มๆ ที่อยู่บนเวทีต่างก็ค่อยๆ
ก้าวมายืนออ เรียงแถวหน้ากระดาน มองความน่ารักตรงหน้า จะมีก็แต่จุนโนะเท่านั้นที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ดวงตาเรียวรีมองนานะด้วยความระแวดระวัง เพราะไม่รู้ว่าสาวน้อยคนนี้จะมาฉกจินกลับคืนไปหรืออย่างไร
จินคะ....ซ้อมเสร็จแล้ว เราไปหาอะไรทานกันดีมั้ยคะ? เสียงนานะออดอ้อน แต่คนถูกถามยืนเฉย
แต่โทโมะกลับเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้ามา
ชวนแต่จินหรือไงเธอ...ยัยนานะ หัดดูซะบ้างเด่ะ ว่าแถวนี้มีหนุ่มๆ ยืนอยู่ตั้งหลายคน
โทโมะ...หดหน้ากลับไปเลยเชียว จุ้นจริงๆ ก็เห็นอยู่ว่าฉันชวนจินคนเดียว
ผมคงไปไม่ได้หรอกนะ ...ต้องมีประชุมกันต่ออีก จินรีบปฏิเสธ เขาหยิบเอาการประชุมกำมะลอมาเป็นข้ออ้าง
และเพื่อนคนอื่นก็รับสมอ้างด้วยตามๆ กัน
ใช่...ใช่..พวกเรามีประชุมด้วย ช่วงนี้ผู้จัดการคงไม่ยอมปล่อยพวกเราไปไหนตามลำพังหรอกนะฮะ...เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องเริ่มคอนเสิร์ตแล้ว
เรียวใช้มาดสุขุมขอเป็นฝ่ายเจรจาเอง เขาก้าวมายืนขวางจินไว้ รอยยิ้มกว้างนั้นส่งให้นานะ
ดูอบอุ่นและเป็นผู้ใหญ่เสียจน นานะต้องจำใจพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้
งั้นพรุ่งนี้ นานะจะมาดูคอนเสิร์ตของพวกคุณนะคะ พอดีฉันว่าง วันนี้ไปก่อนก็ได้ค่ะ
แล้วเจอกันนะคะจิน ประโยคหลังนี่สำหรับจินโดยเฉพาะ
ร่างบางเดินกลับออกไปด้วยความผิดหวัง...จินใจแข็งกว่าที่เธอคิด อย่างนี้แล้วงานที่ยูอิจิให้ทำจะสำเร็จล่ะหรือ...
พี่ยู........ นานะพูดใส่มือถือเมื่อออกมาด้านนอกแล้ว
......................
จินไม่ยอมออกไปเดทกับฉันล่ะ จะทำไงดี....
............................
วันพรุ่งนี้เหรอพี่ยู...ระหว่างแสดงด้วย....โอย...เอางั้นเลยเหรอพี่ยู.........
.............................
นานะจะพยายามค่ะ.......
นานะปิดโทรศัพท์ เธอผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด หันหลังกลับไปมองโอซาก้า คอนเวนชั่น ฮอลล์ ที่เป็นสถานที่แสดงคอนเสิร์ตของมิราเคิล ...
ทำไมฉันต้องมาทำบ้าอะไรที่นี่ด้วยนะ.....
ร่างโปร่งบางบ่นพึมพำก่อนจะเดินจากไปขึ้นรถของบริษัทที่จอดรออยู่ฝั่งตรงกันข้าม......
*****************************
จินเช็ดหน้าเช็ดตาข้างเวที ความเหนื่อยจากการซ้อมทำให้เขาต้องเหลียวหาขวดน้ำดื่ม
มีมือหนึ่งส่งขวดน้ำเย็นให้เขา จินไล่ไปตามมือขาว ...จนถึงใบหน้าของคนคนนั้น
จุนโนะนั่นเอง.....
เมื่อกี้นานะมา จินเอ่ยออกมาหลังจากดื่มน้ำจนชื่นใจแล้ว จุนโนะพยักหน้าด้วยดวงหน้าที่เฉยเมยจนจินรู้สึกได้
เห็นแล้วล่ะ ทำไมจินไม่ไปกับเธอล่ะ อุตส่าห์มาชวนกินข้าวทั้งที
จุนโนะอย่าฝืนพูดเลย
พูดจริงๆ นะ ถ้าจินอยากไปกินข้าวกับเธอก็ไปเหอะ
พูดแบบนี้ได้ไง ใจจริงนายก็ไม่อยากให้ฉันไปใช่มั้ยล่ะ ทำเป็นพูดประชดไปได้นิ...เดี๋ยวก็ไปจริงๆ
ซะหรอก!!
เพียงพูดแค่นั้น ก็ทำให้จุนโนะสุเกะเงียบกริบ เด็กหนุ่มก้มหน้ามองพื้น ...บ่นอุบอิบไปว่า
ฉันพูดเล่นหรอก...อย่าถือสาเลย...ยังไงซะ จินก็คงไม่กลับไปคบกับเธอคนนั้นหรอกใช่มั้ย?
มีจุนโนะอยู่ทั้งคน ฉันจะคบคนอื่นได้ไงกัน? จินเชยคางหนุ่มน้อยตรงหน้าขึ้นเพื่อให้สบตากัน
จุนโนะทำหน้ามุ่ย แม้จะเชิดหน้าขึ้น แต่สายตาก็หลุบลง ไม่ยอมมองหน้าจิน
จินหัวเราะหึๆ ยื่นหน้าหอมแก้มใสเร็วๆ
หึงล่ะซิ
ไม่ได้หึงซะหน่อย
ไม่ได้หึง แล้วแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรล่ะ? จินจิ้มแก้มป่องนั้นจนบุ๋ม รอยยิ้มยั่วที่จินมีให้จุนโนะนั้น
ทำให้เด็กหนุ่มใจอ่อน เขาไม่ได้ตั้งใจจะแสดงกิริยาขี้งอนออกมาให้จินเห็น แต่เขากลัวนี่นะ...กลัวว่าจินจะออกไปกับนานะ...
...ก็เคยคบกันนี่...ไม่น่าไว้ใจเลย...
กินข้าวมื้อดึกกันแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้จุนจังออกห่างจากตัวฉันเลยล่ะ จะแสดงให้นายเห็นว่า
ฉันไม่มีใครอีกแล้วนอกจากจุนจังคนเดียว เสียงแหบพร่าพรายอยู่ริมหู พร้อมกับลมหายใจที่โบกพัดจนผมข้างหูปลิวไสว
จินหลิ่วตาให้เขา และเดินไปรวมกลุ่มซ้อมกับเพื่อนร่วมวงกันต่อ
คำพูดนั้นยืนยันให้รู้ว่า.....ยังไงซะคืนนี้ จินคงจะไม่ได้นอนคุยกับเขาเฉยๆ อย่างที่พูดไว้เมื่อตอนก่อนมาซ้อมแน่ๆ
เลย....
โอย.....จะทำตัวอย่างไรดีนะ เมื่อถึงตอนนั้น เราจะทำยังไงดี.....
จุนโนะแตะแก้มตัวเอง รู้สึกว่ามันร้อนซู่ผิดปกติ
....คืนนี้ จะเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับจิน...เพียงหลับตาคิดก็แข้งขาสั่นแล้วล่ะ
**********************
to be con