Tonight I'm YOURS

 

vol 8

***************************

ยามะพียืนรีรออยู่หน้าประตู จะเปิดก็ไม่กล้าเปิด ท่าทางกระสับกระส่ายจนจินทนไม่ไหว รีบรุนหลังเพื่อนให้เข้าไปในห้องน้ำ ภายในห้องน้ำนั้นไม่ปรากฏว่ามีคาเมะหรือจุนโนะอยู่แต่อย่างใด หัวคิ้วเรียวขมวดกันเขม็งเมื่อยามะพีกวาดตาดูรอบๆ
“อยู่ไหนวะ ก็เห็นว่าเข้ามาในนี้นี่หว่า” ยามะพีเท้าเอว ในขณะที่จินมองไปรอบๆ เขาฉุดยามะพีให้ไปสำรวจตามห้องที่ปิดสนิทแต่ละห้อง
จนกระทั่งมาถึงด้านในสุดที่มีทางออกสู่ทางลับทางหนึ่ง ยามะพีและจินมองหน้ากันแล้วก็พยักหน้า
“เข้ามาในนี้หรือเปล่าว้า” ยามะพีเริ่มใจไม่ดี ก็ทางนี้น่ะมันทางลับจากห้องน้ำชายสู่ห้องสำราญที่คู่รักมักจะมาใช้บริการกันบ่อยๆ
“อย่าบอกว่าอยู่กันในนี้นะ ฉันเอาแฟนนายตายแน่” จินคำราม และเป็นฝ่ายเดินนำหน้ายามะพีไป
จากทางเล็กที่มีไฟผนังสีแดงส่องพอเห็นหนทางนั้น ปรากฏว่ามีห้องเรียงรายอยู่หลายห้อง ซึ่งแต่ละห้องต่างก็ปิดประตูสนิท และทำให้สองหนุ่มลังเลอยู่หน้าห้องแรกสุด ไม่รู้ว่าจะเคาะประตูก่อนเข้าไปดี หรือว่าจะเปิดผัวะเข้าไปดี เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าคาเมะพาจุนโนะไปไว้ที่ห้องไหนกันแน่
“ใจเย็นๆ นะไอ้พี” จินจับมือชื้นเหงื่อของยามะพีมาตบเบาๆ
“แกนั่นแหล่ะใจเย็น ไอ้จิน” อีกฝ่ายหนึ่งว่า แก้มป่องอย่างกังวลใจ
“จะทำไงดี?”
“ค่อยๆ เปิดเข้าไปดีกว่า

ห้องแรกล็อกประตูห้อง แถมยังได้ยินเสียงผู้หญิงกับผู้ชายครางเสียงกระเส่าอยู่ด้วยกัน เป็นอันว่าไม่ใช่....
ห้องต่อไป จินผลักเข้าไปอย่างง่ายดาย เป็นห้องว่างทั้งห้อง ไม่มีใครมาหลบซ่อนอยู่
ห้องถัดมาไม่ได้ล็อกประตู แต่ยามะพีกับจินหน้าร้อนซู่เมื่อเข้าไปขัดจังหวะหญิงชายคู่หนึ่งที่กำลังมีความสุขกันบนเตียง

“อยู่ห้องไหนวะ?” ยามะพีสบถ เดินส่ายหัวสำรวจห้องอื่น ซึ่งก็ไม่ได้เรื่องนัก จนมาถึงห้องในสุด
จินกับยามะพีเอาหูนาบกับบานประตู เผื่อจะได้ยินเสียงอะไรลอดออกมาบ้าง เขาลองบิดลูกบิดประตู ปรากฏว่าเปิดได้อย่างง่ายดาย
ห้องทั้งห้องมีเตียงทรงกลมสีแดงเพลิงวางอยู่กลางห้อง มีกระจกทำเป็นผนังตลอดสี่ด้าน แต่บนเตียงนั้นไม่มีคนใช้บริการเลย
“ห้องเหมือนเลิฟโฮเต็ลเลยว่ะ” ยามะพีบ่นพึม
“ไม่มีว่ะ...” จินเหลียวมองรอบๆ ตัว กำลังจะฉุดยามะพีออกไปแล้วเชียว ถ้าไม่ได้ยินเสียงสองเสียงดังมาจากในห้องน้ำที่อยู่ด้านในของห้องนอนนั้น
“...เบาๆ เบาๆ หนูน้อย...” เสียงเร่งร้อนเสียงหนึ่งดังขึ้น
ยามะพีอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน
“เสียงคาเมะ!!” เขากระซิบกับจินแล้วทาบหูกับประตูห้องน้ำ จินจึงแนบหูฟังด้วยอีกคน
“อึก...อึก...โอย.....” เสียงหนึ่งดังลอดออกมา คราวนี้จินเบิกตากว้าง
“เสียงจุนโนะ!” จินกระซิบ
จากนั้น...ก็...
“จุนโนะ..ค่อยๆ ...ค่อยๆ ...อื้อ....ออกหมดหรือยัง...” เสียงคาเมะเร่งมาอีก
“อึก...อึก...”
“ดีขึ้นมั้ย...น่าน...ๆ...อย่างงั้นซิ..”
“มะ...ไม่ไหวแล้ว...พี่เมะ..ะ...” เสียงจุนโนะหอบกระจาย...ฟังดูเซ็กซี่ชะมัด

เสียงชวนฉงนยังดังอยู่ต่อเนื่อง.... จินกับยามะพีทนไม่ไหวแล้ว
“เฮ้ย...คาเมะ!! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!!”

....ปัง....ปัง...

สองหนุ่มทุบประตูเสียงดัง แต่พอออกแรงทุบจริงๆ ประตูก็เปิดออกเพราะไม่ได้ล็อกไว้
และภาพที่ทั้งคู่เห็นก็คือ คาเมะยืนก้มๆ เงยๆ อยู่เหนือร่างของจุนโนะ ที่กำลังนั่งคุกเข่าโก่งคออาเจียนอยู่เหนือโถส้วม....
“อึก...อึก...โอ้ก..ก..ก...” จุนโนะอาเจียนออกมา แต่คาเมะหยุดลูบหลังร่างโปร่งที่หลับหูหลับตาเอาของเก่าออก ชายหนุ่มหันมามองยามะพีแล้วทำตาโต
“อ้าว...ยามะเองง่ะเหรอ นี่ช่วยหน่อยสิ จุนโนะไม่ไหวแล้ว เพราะซัดเหล้ามากแหงๆ เลย” คาเมะชี้ไปที่จุนโนะ
จินยืนค้างอยู่กับที่ ....ภาพที่เห็นมันไม่ได้แบบที่เขาคิดไว้เลย เขาถลันเข้ามาลูบหลังจุนโนะ...
“โธ่เอ๋ย จุนโนะ...เฮ้อ...โล่งใจหมดเลย...นึกว่า....” จินหยุดคำพูด โล่งใจขึ้นมาสุดๆ ตอนแรกเข้าใจว่าอีกอย่าง แต่พอมาเห็นสภาพของจุนโนะแล้วก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่มองสองคนไปในแง่ไม่ดี ก็รูปการณ์มันชวนคิดนี่นา...

ส่วนยามะพีก็คงรู้สึกผิดเหมือนกัน เขาจึงรีบประคองจุนโนะไปล้างปากล้างคอ และเช็ดหน้าตาให้
“ค่อยยังชั่วหรือยังจุนโนะ?” ยามะถาม มองหน้าซีดเซียวของจุนโนะอย่างสงสาร
“ขอ...ขอโทษฮะที่ทำให้เดือดร้อน หมดสนุกกันเป็นแถวๆ เลย” จุนโนะโค้งตัวให้ยามะพีและคาเมะ แล้วก็พูดต่อไปอีกว่า
“คงนึกว่าผมชวนพี่คาเมะเข้ามาทำอะไรในห้องน้ำแน่เลยซิเนี่ย?”
“อ๋อ...เอ้อ...เปล่าน้า...” ยามะพีปฏิเสธแต่ก็อดหน้าแดงไม่ได้ จุนโนะคงไม่เชื่อเพราะดูเขายิ้มแห้งแล้งมาให้
“จินก็ด้วยซิ...คงเข้าใจอย่างนั้นแน่ๆ เลย”
“โอ๊ย...เปล่าเหมือนกันน้า..ฉันเพียงแต่สงสัยว่า นายกับคาเมะหายไปไหน ลองตามหาดู พอดีได้ยินเสียงนายกับคาเมะในนี้ เป็นห่วงหรอก ไม่ได้ระแวงอะไรซะหน่อย”
“ถึงจะระแวงก็ไม่ผิดหรอก เพราะฉันน่ะ...ฉันก็มักจะเป็นอย่างที่จินคิดอยู่แล้วนี่” จุนโนะพูดให้จินได้ยินโดยเฉพาะ เขาล้างหน้าจนเปียกไปเกือบครึ่งตัว
“อือ...นั่นน่ะซินะ ลืมไปว่า ทำไมไม่ไปอ้วกในห้องน้ำด้านนอก นายสองคนเข้ามาทำไมในห้องดู๋ดี๋นี้?” จินอดถามอย่างใจคิดไม่ได้ และนั่นก็ทำให้ยามะพีร้องเออ...
“จริงสิ ทำไมไม่ไปอ้วกข้างนอก...นี่...กะจะเข้ามาทำอะไรกันในนี้กันแน่เนี่ย???”
ร่างบางกระชากไหล่คาเมะมาด้านนอก เขาเอานิ้วจิ้มหน้าผากคาเมะจนหน้าหงาย
“บอกมานะไอ้เต่า ว่านายจะพาเด็กมาแอ้มใช่มั้ยอ่ะ?”
“เปล่าน้ายามะ พาจุนโนะมาพักผ่อนต่างหาก ตอนแรกจุนโนะเขาบอกว่าปวดหัวอย่างเดียว ไม่ได้บอกว่าอยากจะอ้วกด้วยนี่นา ฉันก็เลยหวังดีจะพาเข้ามานอนในนี้ ถ้าเขาบอกว่าจะอ้วกคำเดียว ฉันก็จะพาเข้าห้องน้ำข้างนอกหรอก” คาเมะแก้ตัว โบกมือจ้าละหวั่น
“แล้วทำไมนายไม่ไปบอกฉันก่อนหา?”
“ก็...เอ้อ...นั่นน่ะเด่ะ...เอ้อ...ว้า...โอ้ย...ซวยบรมเลยกรู...”
“ไอ้เต่า....แกคิดจะพาจุนโนะมาฟันก็บอกมาตรงๆ ...หนอย...พามาพักผ่อน ดันมาที่ห้องในสุด เล่นไม่ซื่อนี่หว่า” ยามะพีย่างสามขุมมาจนอกชิดกัน คาเมะถอยหลังกรูดไปได้สองก้าวก็หลังติดผนัง ยามะพีเหวี่ยงคาเมะให้ลงมานอนแอ้งแม้งบนเตียงกลม
“เฮ้ย...ฟังก่อนน้า ยามะพี...”
“ไม่ฟัง...คาเมะนายมันจงใจนี่หว่า คิดจะงาบจุนโนะตลอด ฉันรู้หรอกนะ...” ยามะพีแหวใส่ ไม่สนใจคาเมะที่กำลังตะเกียกตะกายให้รอดพ้นจากกรงเล็บมหาประลัยนั้น
จากนั้น......เสียงแก้มกระทบฝ่ามือก็ดังขึ้น พร้อมกับต่อด้วยเสียงคาเมะแหกปากร้องลั่น จนจินและจุนโนะต้องหันมามองหน้ากัน

“พี่ยามะพีจะทำอะไรพี่คาเมะนะ?” จุนโนะกำลังจะพรวดออกไปนอกห้องน้ำ แต่จินคว้าแขนเอาไว้ก่อน ชายหนุ่มส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามปรามจุนโนะ
“อย่าไปยุ่งกับเขาจะดีกว่า ไม่ต้องยุ่ง ไม่ต้องห้ามอะไรทั้งนั้น นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำให้คู่รักเขาผิดใจกัน”
“ฉันง่ะนะ...” จุนโนะชี้ที่หน้าอกตัวเอง และเมื่อจินพยักหน้ายืนยัน เด็กหนุ่มก็ทำหน้ามุ่ย
“ไม่จริงซะหน่อย ฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่คาเมะทั้งนั้น”
“แล้วนายเข้ามาในนี้กับเขาทำไม”
“ก็ฉันปวดหัว”
“ทำไมไม่เดินกลับที่นั่ง พอเขาพามานายก็มา นายนี่มันยังไงกันแน่นะ” จินบีบท่อนแขนของจุนโนะแรงขึ้นจนต้องนิ่วหน้า
“ปล่อยนะ เจ็บ!!”
“หายปวดหัวแล้วซิ” จินคำรามใส่ร่างบาง จุนโนะพยายามแกะนิ้วมือที่ขยุ้มแขนของเขาออก แต่จินไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน หน้าคมยังยื่นมาจนแทบจะติดหน้าจุนโนะอยู่แล้ว แถมยังตะคอกใส่หน้าอีกว่า
“ปวดหัวหรือว่าอยากจะเรียกร้องความสนใจกันแน่จุนโนะสุเกะ? พอเห็นฉันไม่สนใจก็เลยกะจะให้เจ้าคาเมะมันหิ้วไปใช่มั้ยล่ะ”
จุนโนะเม้มปาก มองหน้าจินเขม็ง .....โกรธนะ......มาว่ากันแบบนี้ได้ไงฟะ...ทีตัวเองยังไปนั่งจีบกับแฟนเก่าได้เลย

“อยากจะลองเปลี่ยนรสชาติหรือไง กับฉันคนเดียวคงจะไม่แน่ใจในเสน่ห์ของตัวเองหรือจุนโนะ?”
“แล้วนายมายุ่งทำไมไม่ทราบ ทำไมไม่อยู่ประจ๋อประแจ๋กับแฟนล่ะ ฉันจะให้ใครหิ้วไปหิ้วมาแล้วมาใส่ใจทำไม”
“อยากเป็นคนสำส่อนหรือไง?” จินว่าแรงๆ ทำให้ร่างบางอ้าปากค้าง
“นายว่าฉันสำส่อนหรือไอ้บ้า?” จุนโนะส่งเสียงแหลมปรี๊ดเพราะความโกรธ
“ก็เออเด่ะ...ถ้าฉันไม่รู้พฤติกรรมนายมาก่อน ฉันก็จะเชื่อหรอกนะ แต่นี่ฉันชักสงสัยซะแล้วซิ ว่าใครเป็นคนชวนมาในห้องนี้กันแน่ ระหว่างนายกับคาเมะ ...แต่ฉันว่านายละมังที่เป็นฝ่ายเสนอตัว...นายมันชอบเสนอตัวอยู่แล้วนี่”
“ไอ้จิ้น...น...น..น...” จุนโนะแผดเสียงออกมา นิ้วมือสองข้างกางออกแล้วแปะลงไปบนหน้าจินอย่างแรง ทั้งปลายนิ้วและปลายเล็บ
“โอ๊ย...ย...ย...” จินร้องลั่น ผงะออกจากร่างบาง แต่จุนโนะดันตัวเขาจนติดอ่างล้างหน้า จากนั้นฟันแหลมคมของจุนโนะก็กัดหมับเข้าที่หัวไหล่ของจิน
“โอ๊ย...เจ็บนะ ไอ้วายร้าย...” จินเปล่งเสียงออกมา จิกผมจุนโนะจนหน้าหงาย เมื่อใบหน้าของเด็กหนุ่มปรากฏต่อสายตา เขาถึงได้เห็นน้ำตาใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาลุกวาวนั่น
“ฮึก...ไอ้บ้า...ไอ้เลว...นายดูถูกฉัน..” จุนโนะร้องไห้โฮเพราะความเจ็บใจ
“จุนโนะ....” จินคราง รู้สึกผิด เขาจึงรีบปล่อยผมจุนโนะ ...
“ไปให้พ้นเลยไป...ฮึก.....อย่ามายุ่งกันอีกเลย ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เห็นด้วย .....ถ้านายจะเข้าใจแบบนั้น ...ฮึก...ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะฉันมันก็แค่ไอ้เด็กที่ชอบเสนอตัวให้เขาแอ้มอยู่แล้วนี่.....ฉันมันไม่มีค่าอะไรในสายตาของนาย....ฮึก....” จุนโนะปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนจินก็ได้แต่ยืนกระอักกระอ่วนอยู่ตรงนั้น เขาไม่รู้สึกถึงอาการแสบๆ คันๆ ที่โดนจุนโนะข่วนที่หน้า ไม่รู้สึกถึงความเจ็บจากฟันแหลมๆ ที่กัดตรงหัวไหล่ แต่สิ่งที่เขารู้สึกในยามนี้ก็คือ......

.........ความคิดที่ว่า เขาว่าร้ายจุนโนะมากเกินไปหรือเปล่า...

“จุนโนะ...” เขาจะจับบ่าที่กำลังสั่นไหวเพราะแรงสะอื้นนั้น แต่จุนโนะเป็นฝ่ายเบี่ยงตัวหนี
“ฮึก.....เอิ่ก..........อะ...อึก....อ้วก....ก...ก.....” จุนโนะถลันไปทรุดตัวตรงหน้าโถส้วมอีกครั้ง คราวนี้โก่งคออาเจียนออกมาอีก
“จุนโนะ.....” จินตามเข้าไปลูบหลังลง จนจุนโนะไม่มีอะไรจะออกนอกจากลมจากท้องไส้อันปั่นป่วน


สักพักหนึ่ง จุนโนะก็สะบัดตัวหนีจากจิน เขาเดินมาเกาะอ่างล้างหน้า เอาน้ำวักล้างหน้าจนชุ่มไปหมด หน้าซีดเซียวเพราะหมดแรง เขามองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ เห็นรูปเด็กหนุ่มหน้าตาเปียกมะล่อกมะแล่กมองตอบกลับมา...นั่นตัวเขาเองหรือนี่...ดูไม่ได้เอาเสียเลย...
เขาเสยผมสลวยขึ้น ใบหน้าซีดเซียวเมื่อหันมาทางเงาของจินที่สะท้อนอยู่ในกระจก
จินยืนเกาะขอบอ่างล้างหน้า หน้าตาบอกว่าเสียใจจริงๆ ที่กล่าวหาจุนโนะแบบนั้น
“ขอโทษนะจุนโนะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่านายแบบนั้น” จินพูดเสียงอ่อนลง เขาเอื้อมมือจะแตะแขนเด็กหนุ่ม แต่จุนโนะสะบัดทั้งหน้าและตัวหนี แต่จินตามมาคว้าเอวมากอดไว้จนได้ เขาฝังใบหน้ากับผมที่เปียกชื้น
“ฉันเพียงแต่กลัว...กลัวว่านายจะไปชวนใครก็ไม่รู้มา.......เอ้อ.....”
“...มานอนด้วย...” จุนโนะพูดต่อประโยคให้ จินหัวเราะเจื่อนและพูดซ้ำอีก
“ฉันคิดมากไปเอง ...ขอโทษละกัน”
“ทีงี้ล่ะมาขอโทษ ด่าเค้าแล้วอย่ามาลูบหลังหน่อยเลย...เชอะ...ฉันไม่หลงคารมนายหรอกไอ้บ้า...”
“แล้วจะให้ทำอย่างไง จุนโนะต้องการให้ฉันทำอะไรนายถึงจะหายโกรธ?”
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น นอกจาก.....มองฉันในแง่ดีหน่อยได้มั้ยหือ?” เสียงจุนโนะอ่อนลงขณะพูดประโยคนั้น เหมือนเป็นการบอกให้รู้ว่า จินมองเขาในแง่ที่ว่าเขาเป็นเด็กไม่ดีมาตลอด
จินยิ้มและจับมือจุนโนะมากุมไว้
“โอเค...จุนโนะสุเกะ...ฉันไม่คิดว่านายเป็นเด็กไม่ดีเลยนะ เพียงแต่ฉันไม่อยากให้คนที่นายชวนเป็นคนอื่นมากกว่าฉัน”
“แล้วนายว่างมาดูแลฉันหรือไง?”
“ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าจุนโนะปวดหัว...ถ้ารู้จะรีบมาดูแลเลยล่ะ” จินพูดเสียงเบา
ถ้อยคำอ่อนโยนนั้น ทำให้จุนโนะเริ่มคลายความโกรธลง บอกจินว่า เขาชวนคาเมะไปดิ้น แต่ก็เริ่มจะมึนหัว คาเมะก็เลยพาไป้นอนพัก แต่พอจะล้มตัวลงนอนก็คลื่นไส้....

“ฉันปวดหัวจริงๆ นะตอนนั้น ไม่ได้มารยาสาไถเลยสักนิด พอได้อาเจียนเอาเหล้าออกก็โอเคแล้ว...” จุนโนะพูดความจริง
“ตอนนี้ค่อยยังชั่วหรือยัง?” จินถามด้วยความเป็นห่วง ปัดเส้นผมรุ่ยร่ายให้เข้าที่
“ฮื่อ...” จุนโนะเอานิ้วมือบีบขมับของตัวเอง เขาเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ก็เลยหันมาบอกจิน
“ทิ้งแฟนเอาไว้คนเดียวไม่ดีเลยนะ ฉันไม่เป็นไรหรอก จินไปเหอะ...” จุนโนะบุ้ยปากไปที่ทางออกของห้องน้ำ แต่จินกลับยืนเฉย เอาแต่จ้องหน้าซีดเซียวของเด็กหนุ่มไม่วางตา
“เรื่องคาโอริน่ะช่างเหอะ...ว่าแต่นายน่ะ ทำไมถึงกินเหล้ามากมายขนาดนี้ สภาพนายตอนนี้น่ะดูไม่ได้เลยรู้มั้ย?”
“ช่างเหอะ!”
“ช่างได้ไง ฉันพานายมาที่นี่ ก็ต้องรับผิดชอบ”
“ไม่จำเป็นหรอก...ฉันดูแลตัวเองได้”
“ไอ้เด็กดื้อ” จินเริ่มจะทนไม่ไหว เขาฉวยแขนของจุนโนะให้เด็กหนุ่มหันมาเขาทั้งตัว แล้วก็เอานิ้วจิ้มหน้าผากนั้นแรงๆ
“ดื้อสุดๆ เลยนายนี่...ตั้งใจกินเหล้าประชดฉันใช่มั้ย ไม่พอใจที่เห็นฉันไปนั่งกับผู้หญิงอื่นล่ะซิ”
“โฮ้ย...จะไปนั่งกับสาวที่ไหนก็ไปเลยไป ฉันไม่ได้หึงนายซะหน่อย อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย” จุนโนะสะบัดแขนจะให้หลุด แต่จินก็ไม่ยอมปล่อย เขากลับดึงจุนโนะออกไปจากห้องน้ำ ออกมาในห้องนอน ไม่เห็นยามะพีและคาเมะแล้วในห้องนั้น ป่านนี้คงจะกำลังปรับความเข้าใจกันด้านนอก หรือไม่ก็คาเมะอาจจะกลายเป็นศพไปแล้วก็ได้

จินจูงมือจุนโนะเดินออกมาจากทางเดินแคบๆ ที่มีคู่รักกอดกันกลมอยู่สองข้างทาง จนถึงเขตฟลอร์เต้นรำ จึงจับตัวจุนโนะมาพิงกับผนังผับ เสียงอึกทึกจากเสียงเพลงทำให้พวกเขาต้องตะเบ็งเสียงแข่งกัน
“บอกมาตรงๆ ว่าจุนโนะไม่พอใจที่ฉันนัดกับสาวและพามาดิ้นที่นี่ใช่มั้ย?” จินถามเสียงดัง
“บ้าง่ะเด่ะ...ไม่จริงเลย...”
“แล้วงั้นกินเหล้าทำไม”
“พี่คาเมะให้กิน”
“ไอ้เมะง่ะเรอะ!! ดีล่ะฉันจะไปกระแทกหน้ามัน!!” จินชี้หน้าจุนโนะ แล้วก็เดินถลกแขนเสื้อ เตรียมจะตรงไปที่โต๊ะซึ่งเขาเห็นว่ามีคาเมะและยามะพีนั่งอยู่ แต่จุนโนะกลับเป็นฝ่ายดึงแขนเขาเอาไว้
“อย่านะ!! ฉันกินเองแหล่ะ พี่คาเมะกับยามะพีเขาขัดไม่ได้ต่างหากก็เลยต้องยอมให้กิน”
“ก็แค่นั้นแหล่ะ” จินถอนหายใจ เขาเสยผมขึ้นอย่างลวกๆ เหลียวมองไปทางโต๊ะที่คาโอรินั่งจิบเหล้าอยู่ตามลำพัง แต่เมื่อหันกลับมาหาจุนโนะ ก็พบกับสายตาของจุนโนะมองมาอยู่ก่อนแล้ว
ร่างบางทำปากยื่นแล้วก็พยักหน้าไปทางคาโอริ
“กลับไปหาแฟนซะทีซิ เดี๋ยวเขาจะคอยนาน...”
“นายต้องการให้ฉันไปหาเขาแน่หรือ?” จินถามกลับ พลางชี้หน้าที่มีรอยข่วนของตัวเอง ทำให้ร่างบางหลุบตาลงต่ำ เอนหลังพิงกำแพงแล้วก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร
“งั้นคอยอยู่นี่นะ ห้ามไปไหน ฉันไปหาคาโอริก่อนเดี๋ยวมา...” จินสั่ง แต่จุนโนะไม่ได้ตอบรับแต่อย่างใด นอกจากมองตามแผ่นหลังกว้างของจินซึ่งกำลังเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น...

.....จินไปจริงๆ ด้วย ไปหาผู้หญิงคนนั้น...
........ในที่สุดก็ไม่มีใครต้องการเขา.....

จุนโนะนึกไปถึงเหตุการณ์ในคืนหนึ่งที่เขาตามทักกี้และซึบาสะมาที่แห่งนี้ ความรู้สึกเดิมๆ ได้กลับมาอีกครั้ง นั่นคือความรู้สึกเจ็บปวดไปถึงหัวใจ ....
วันนั้น......ทักกี้ตระกองกอดซึบาสะในอ้อมแขน เต้นรำกันอย่างมีความสุข ทิ้งให้เขานั่งเฝ้าโต๊ะอยู่เพียงลำพัง และนั่นก็ทำให้เขาน้อยใจ ผลุนผลันออกไปนอกผับ เดินไปได้ไม่เท่าไรก็หยุด รีรอ นึกว่าทักกี้จะวิ่งมาตาม แต่ก็เปล่าเลย....
จุนโนะถึงได้ออกมาจากซอยและมุ่งหน้าไปที่สถานีรถไฟ จนกระทั่งเจอกับจิน และความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดมันก็เกิดขึ้น.....

ส่วนวันนี้...จุนโนะยืนพิงหลังกับกำแพง น้ำตาคลอ ความเจ็บแปล๊บที่ใจได้เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้คนที่ทำให้เขาน้ำตาซึมก็คือ ...อะกานิชิ จิน...
จินพาเขามาที่นี่ ซึ่งจุนโนะก็ไม่น่าจะมาตั้งแต่แรก ... และจินก็ทิ้งเขาให้นั่งกับยามะพีและคาเมะ เหมือนกับทักกี้ทิ้งเขาไม่มีผิด....

จุนโนะชะเง้อมองไปที่โต๊ะของจินและคาโอริ

........ไม่อยากมองภาพที่จินจับมือผู้หญิงคนนั้นมากุม และยื่นหน้ากระซิบถ้อยคำบางอย่าง ...ไม่อยากเห็นเลย...

...นี่ถ้าเขาจะเดินออกไปจากที่นี่แบบวันนั้น จินจะเดินตามเขาออกมาด้วยหรือเปล่านะ....

.....คงไม่หรอก....

จุนโนะสลัดศีรษะไล่ความมึนออกไป เขาแอบเดินเลาะกำแพงจนถึงทางออกผับ จากนั้นก็เดินจากไปอย่างเงียบๆ ด้วยหัวใจที่โหวงเหวง ระหว่างทางก็นึกเรียบเรียงลำดับภาพที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับจิน...ตั้งแต่แรกรู้จักกันจนถึงตอนนี้
ในหัวใจบอกตัวเองว่า เขารู้สึกผิดหวังจริงๆ ที่รับรู้ว่าจินมีผู้หญิงเข้ามาพัวพัน...และกับเขาล่ะ จินต้องการร่างกายของเขาอย่างฉาบฉวยเท่านั้นเอง...ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีความรักเป็นบรรทัดฐาน มันก็คงจะเป็นแบบนี้แหล่ะ

จุนโนะหยุดเดินกึก.....จริงสิ....
.....เขาจะมัวมานึกถึงความรักได้อย่างไร...ไม่มีความรักระหว่างเขากับจินเลยสักนิด
จินไม่เคยบอกรักเขานี่นะ...แล้วทำไมจินต้องมาแคร์อะไรในตัวเขาล่ะ ...จินไม่ได้แคร์เขาเลย...แล้วทำไมเขาถึงต้องเสียใจด้วยที่จินไม่ใส่ใจ
เขาเองก็ไม่ได้รักจินเลย....เอ....จะว่าไม่ได้รักจิน เขาเองก็ชักไม่แน่ใจ....ความรักเป็นอย่างไรนะ ...เหมือนกับที่เขารักทักกี้หรือเปล่า รักแล้วก็เจ็บเมื่อทักกี้ไม่ใยดี..
...จริงซิ ...ตอนนี้ก็เจ็บเพราะจินไม่เหลียวแล...เจ็บจริงๆ....
“โอย........ไอ้คนบ้า....ทำไมต้องรู้จักกับนายด้วย” จุนโนะนั่งยองๆ กับข้างถนน เขาปิดหน้าเพื่อไล่ภาพของจินออกไปจากห้วงความคิด แต่ภาพของจินที่ยิ้มแย้ม และบึ้งตึง รวมทั้งภาพที่เขาและจินจูบและมีอะไรกันลอยเข้ามาเป็นฉากๆ

จุนโนะส่ายหน้า ..... เขาไม่ได้รักจินซะหน่อย...
แต่ทำไมภาพใบหน้าของจินถึงไม่ได้จางหายไปนะ....

จุนโนะนั่งยองๆ ในท่านั้นอีกพักใหญ่ เขาไม่เห็นว่าจินจะออกมาตามหาเลย.....บางทีจินอาจจะโล่งใจที่เห็นเขากลับไปแล้วก็ได้ จะได้มีเวลาอยู่กับแม่นั่นทั้งคืน
“ฮึ!! ชวนเค้ามาทำไมกัน...” จุนโนะบ่นพึมพำ และเดินห่อตัวใต้โอเวอร์โค้ทไปเรื่อยๆ จนถึงสถานีรถไฟ
เขาควานหาเงินในกระเป๋า......ไม่มีสักเยนเดียว....จริงสิ เขาไม่ได้หยิบกระเป๋าเงินมาด้วย มันยังคงนอนนิ่งอยู่ในห้องของจิน แล้วจะกลับบ้านยังไงละทีนี้

จุนโนะหน้ามุ่ย เดินเรื่อยเปื่อยไปนั่งแหมะที่ทางเข้าสถานี ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่เขาพบจินครั้งแรก
แล้วตอนนี้จะกลับบ้านอย่างไร เขายังนึกไม่ออก...จะให้เดินไปเสนอตัวกับคนแปลกหน้าเพื่อแลกกับค่ารถกลับบ้านน่ะเหรอ เขาคงทำไม่ได้....
เมื่อมาถึงตอนนี้ ...จุนโนะไม่คิดอยากจะทำตัวเหลวไหลแบบนั้น ถ้าให้มีอะไรกับคนแปลกหน้าแบบที่เขาเคยชวนจินไปนอนด้วยนั้น เขาคงทำไม่ได้...ถ้าคนนั้นไม่ใช่จิน เขาก็คงไม่อยากให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวอีก
เขาไม่มีเวลาคิดอะไรต่อ เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าหนึ่งดังมาจากทางเบื้องหลัง และมันก็ดังอยู่ใกล้ๆ เขานั่นเอง
......หรือว่าจะเป็น......
“จิน!!??” จุนโนะรีบหันไปมองเสียงนั้น ความคิดที่ว่าจินอาจจะมาตามเขาทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อคนคนนั้นไม่ใช่จิน

หนุ่มออฟฟิศคนหนึ่งเดินเซแถ่ดๆ มาหาเขา กลิ่นเหล้าคลุ้งกระจายไปทั่ว พอเดินมาถึงตัวจุนโนะก็หัวเราะแบบคนเมา แถมยังชี้นิ้วมาทางเด็กหนุ่มอีก
“งาย......ยย....ย.ย..น้องสาว...มาหาเหยื่อหรืองาย..ย...จ๊ะ...มามะ..พี่มีเงินจ่าย...จะอาวเท่าหร่ายยยย...ว่ามาาา...” ชายคนนั้นตบกระเป๋าตัวเองแปะๆ พลางกระแซะเข้ามาใกล้จัดจนจุนโนะต้องเดินหนี แต่หมอนั่นคว้าข้อมือจุนโนะเอาไว้
“อ๊ะ...เดี๋ยว...น้อง...อ้าว...ผู้ชายนี่หว่า....นึกว่าสาวสวยซะอีก แต่ผู้ชายก็ได้ว้า..........สวยนิ...เรานิ...”
“เฮ้ย...ปล่อยน้า...า..า..” จุนโนะดึงมือกลับแต่อีกฝ่ายไม่ยอม แถมยังยื้อเอาไว้แน่น จุนโนะคำราม พร้อมกับส่งหมัดไปที่เบ้าตาเจ้าขึ้เมาเสียจนก้นจ้ำเบ้า
“นี่แน่ะ!! ไอ้ขี้เมา...”
“โอย...น้อง...ทำงี้กับพี่ได้งาย...ย....” ร่างที่นั่งอยู่กับพื้นยังไม่วายตะครุบได้ข้อเท้าของจุนโนะเอาไว้อีก ทำให้จุนโนะชะงัก
“ปล่อย!!”
“ไม่ปล่อย...” แถมยังใช้ตัวจุนโนะโหนตัวเองขึ้นมาอีกแน่ะ เจ้าหนุ่มออฟฟิศได้ทีกอดร่างโปร่งเต็มๆ กลิ้นเหล้าคลุ้งจนจุนโนะต้องเบือนหน้าหนี
“อยากตายหรือไงวะ?” จุนโนะคำราม แยกเขี้ยวใส่
“ตายคาอกน้องก็เอาว้า...”
“เดี๋ยวสวย เดี๋ยวสวย...” เตรียมง้างกำปั้นใส่อีกรอบ แต่ก็มีมือหนึ่งมาคว้าข้อมือของเขาเอาไว้
“จะทำอะไรเพื่อนพี่หรือจ๊ะ น้องคนสวย...” เสียงแหบห้าวดังมาจากคนอีกคนหนึ่งที่จุนโนะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน และก็คงเป็นเพื่อนเจ้าหมอขี้เมานี้ล่ะมัง แต่นายคนที่มาใหม่นี้ได้กลิ่นเหล้าน้อยหน่อย แสดงว่าไม่ค่อยเมาเท่าไร แต่หน้าตาน่ากลัวแบบนี้ ทำเอาจุนโนะใจฝ่อ
นายคนตัวใหญ่กว่าลากจุนโนะมาอีกทาง คราวนี้จุนโนะตาเหลือก พยายามขัดขืนเพราะเห็นว่าที่ตรงนั้นมันคือซอกตึกที่ไม่ค่อยมีใครเดินไปเดินมานัก
“ปล่อยฉันนะ...พวกนายต้องการอะไรกันแน่ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนะโว้ย..ปล่อย!!” จุนโนะโวยลั่น แต่ร่างบางก็ถูกเหวี่ยงจนหลังกระแทกกับกำแพงเย็นชืดจนได้
“ก็ไม่ใช่ผู้หญิงนะซิหนูน้อยคนสวย ถึงได้เดินตามมา ถ้าเป็นหญิงพี่ก็ไม่สนหรอกน้อง”
ดวงตาหื่นกระหายของคนพูดสำรวจเนื้อตัวของจุนโนะอย่างไม่เกรงใจ จนคนถูกมองสะบัดร้อนสะบัดหนาว

...นี่จะโดนเจ้าพวกนี้ข่มขืนหรือนี่ ไม่เอาหรอก...แค่ลำพังเจ้าขี้เมาคนแรกนั่นก็ยังพอเอาตัวรอดได้ แต่นี่โดนคนตัวใหญ่กว่าคุกคามแบบนี้ เขาจะทำอย่างไรดี ไม่น่าวู่วามหนีจินออกมานอกผับเลย...

จุนโนะมองซ้ายมองขวา เห็นแต่ถนนที่มีรถวิ่งไม่มากนัก แต่จากซอกตึกนี่จะมีใครเดินผ่านมาบ้างมั้ย? จะได้ร้องให้ช่วย
“จะมองหาตัวช่วยหรือไงจ๊ะน้อง?” เจ้าคนนั้นถาม ยื่นหน้าเข้ามาจนแทบจะติด กลิ่นตัวปนกลิ่นเหงื่อทำให้จุนโนะแทบจะขย้อนออกมา แต่เพราะได้คายของเก่าออกแล้ว เขาจึงได้แต่คลื่นเหียน นึกภาวนาขอให้ปาฏิหารย์มีจริง เสกให้จินมาช่วยเขาทีเถอะ....
“จิ้นนนน...น....น... ช่วยด้วย....ย...ย.ย...ย...” จุนโนะตะโกนขึ้นมา แต่ก็โดนมือใหญ่ตะครุบเอาไว้
“จะร้องทำซากอะไร...จะโดนข่มขืนอยู่เดี๋ยวนี้แล้วน้องหนู...” ชายแปลกหน้าคนนั้น ขยุ้มคอเสื้อจุนโนะแล้วลากเข้ามาด้านใน ลึกเข้าไปทุกที
“ปล่อยนะ!!” จุนโนะเหยียบเท้าเจ้านั่นเต็มแรง แต่ร่างนั้นก็ไม่สะทกสะท้าน
“เฮ้ย..ไอ้เคนตะข่มขืนเร็วๆ น้า...เดี๋ยวตาฉันมั่ง..” เสียงชายขี้เมาคนแรกตะโกนดังอยู่ด้านนอกกำแพง จุนโนะคิดว่า แบบนี้มันเรียกว่าดูต้นทางกันนี่หว่า แล้วแบบนี้เขาจะรอดจากโจรบ้ากามได้อย่างไร...

..........จิน.....จินอยู่ไหน.....ถ้ามาช่วยเขาตอนนี้ เขาจะยกโทษให้ทุกอย่างเลย จะไม่งอนจินอีกแล้ว......

จุนโนะน้ำตาเล็ด เขาโดนดันร่างจนแทบจะกลืนไปกับกำแพง ซอกตึกนั่นมีกลิ่นปัสสาวะปนไปกับกลิ่นเหม็นเน่าของขยะ และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มน้ำตาเล็ด เขาส่ายหน้าหนีใบหน้าหยาบกระด้างที่โน้มมาจะจูบเขา
“จะหนีไปหนายยย.....” เจ้าหมอนั่นพยายามจะกระแทกปากลงมา แต่จุนโนะเบี่ยงหน้าหนี มือสองข้างถูกรวบไว้ด้วยมือเดียวทำให้เหมือนโดนกักขังไปโดยปริยาย
“ฮึก....ปล่อย....” จุนโนะดิ้นรน แต่ก็ถูกเข่าของฝ่ายตรงข้ามยันเอาไว้ใต้ระหว่างขา ทำให้ดิ้นไม่ได้เลย
เมื่อใบหน้าของเจ้าหนุ่มนั่นโน้มมาอีกครั้ง คราวนี้จุนโนะได้แต่หลับตาปี๋ ภาวนาขอให้มีอะไรตกมาจากฟากฟ้า กระทบกับหัวของเจ้าหื่นกามคนนี้ให้สลบเหมือดทีเถอะ

...........โป๊ก..........

ร่างใหญ่ที่กำลังข่มเหงจุนโนะล้มฮวบมาใส่เขาอย่างแรง ทำให้จุนโนะต้องรีบผลักร่างนั้นออกด้วยความมึนงง
เขามองร่างที่อ่อนระทวยของเจ้าวายร้ายที่ลงไปนอนแอ้งแม้งกับพื้น และเบื้องหน้าของเขานั่นก็คือ
...อะกานิชิ จิน...กับไม้ท่อนยาวที่ได้มาจากลังใส่เบียร์ท่อนหนึ่งอยู่ในมือ
“จิ้น....น....น...น...!!” จุนโนะโผพรวดเดียวก็เข้าไปกอดจินแนบแน่น น้ำตาแห่งความดีใจทะลักออกมา ไม่คิดฝันว่าสิ่งที่เขาอธิษฐานจะเป็นจริงไปได้...
“จินมาช่วยจริงๆ ด้วย” จุนโนะเกลือกใบหน้านองน้ำตากับอกแกร่งของจิน ซึ่งจินก็โอบรับขวัญร่างที่สั่นเทานั้นทันที แต่เพียงไม่กี่วินาที จุนโนะก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนึ่งวิ่งมาทางพวกเขา พอเบี่ยงกายมอง เขาก็พบกับ เจ้าขี้เมาคนแรกเดินโผเผมาทางที่เขายืนอยู่
“ระวังนะจิน...” จุนโนะเตือน จินจึงจับจุนโนะให้ไปยืนด้านหลังของเขา
“ฉันช่วยมั้ย?” เด็กหนุ่มถาม แต่จินส่ายหน้า
“ไม่ต้อง...ฉันจัดการเอง...”
จินย่างสามขุมเข้าหาเจ้าขี้เมาซึ่งก็ถือไม้มาหาเขาเช่นกัน
“ระวังนะ!!” เสียงจุนโนะตะโกนบอก
ไม้ต่อไม้กระทบกัน จินแกร่งกว่า เพียงแค่เขาเหวี่ยงไม้แรกลงไป ไม้ของเจ้าขี้เมาก็ร่วงจากมือ พร้อมกับแข้งแข็งๆ ของจินเตะพลั่กเข้าที่ชายโครงของเจ้านั่นเต็มแรง
“โอย....” คนขี้เมาแทบจะหายเมาเป็นปลิดทิ้ง ความเมาทำให้เขาเสียเปรียบเรื่องการต่อสู้ ทำให้จินเงื้อหมัดขึ้นชูไว้
“ไม่ต้องโอย...มานี่...”
จินกระชากไหล่ชายขี้เมาได้ก็เหวี่ยงจนแทบจะติดกำแพง
“เสือกมายุ่งกับเด็กฉัน...ตายซะเหอะเมิง...” จินเตะเข้าที่ชายโครงอีกครั้งจนเจ้าคนนั้นตัวงอ ยกมือกุมท้อง ร้องโอดโอย...เมื่อจินจะแตะซ้ำ หมอนั่นก็รีบลงไปนั่งยองๆ ยกมือยกแขนปิดหน้าปิดตาเป็นพัลวัน
“โอ้ย...ไม่เอาแล้ว ไม่ยุ่งแล้ว....”
“เออ...ดี...ไสหัวไปซะ!!...เอาเพื่อนแกไปด้วย เมาแล้วไม่เจียมสังขาร...ทีหลังอย่าเที่ยวข่มเหงคนอื่นเข้าใจ๋!!” จินไล่ ทำให้เจ้าหมอนั่นรีบวิ่งหนีไป ไม่ได้เอาเพื่อนที่นอนสลบไปด้วยเลย

จินเสยผมขึ้น แล้วหันมาทางตัวต้นเรื่องที่ยืนมองเขาตัวสั่นงักๆ
“ปล่อยให้ไปคนเดียวไม่ได้เลยนะ ก่อเรื่องอยู่เรื่อย” จินจิ้มหน้าผากจุนโนะจนหน้าหงาย ไม่ได้กลับมากอดปลอบขวัญอย่างเมื่อกี้ และนั่นก็ทำให้จุนโนะรู้สึกอ้างว้างขึ้นมาทันที
ดังนั้นอารมณ์ดีใจที่ได้พบกับจินจึงค่อยๆ จางหายไป
“ใครใช้ให้มาล่ะ” จุนโนะทำปากยื่น เมินมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าของอะกานิชิ จิน
“จะโดนเขาปล้ำแล้วยังมาทำปากดีอีก รู้งี้ยืนดูหนังสดในซอยเปลี่ยวดีกว่า ไม่น่ายุ่งเล้ยเรา” จินบ่นพึม ทำให้ร่างบางหันขวับมาทำหน้าคว่ำ
“อย่างฉันน่ะ ไม่มีใครมาปล้ำหรอก ขี้เมาแบบนั้น ผลักทีสองทีก็ล้มแล้ว”
“อวดเก่ง เมื่อกี้หมาที่ไหนร้องตะโกนเรียกชื่อฉันให้ช่วยหวา?” จินค่อน
“เมื่อกี้มันเผลอหรอกว้า...”
“อ้อ......” จินคราง พยักหน้ายิ้มๆ
“พระเอกมาช่วยแล้ว ไม่เห็นนางเอกเอ่ยปากขอบอกขอบใจสักคำ”
“อือ.... ขอบใจก็ได้ฟะ” จุนโนะพูดประชด
“โอ้โห...เป็นคำขอบใจที่ออกมาจากใจจริงเลยนะ คำหวานๆ น่ะพูดเป็นมั้ยหา?”
“ไม่เป็นง่ะ จะพูดแบบนี้แหล่ะ ฟังได้ก็ฟัง ฟังไม่ได้ก็ต้องฟังอยู่ดีง่ะแหล่ะ...เออ...ว่าแต่...นายมานี่ทำไมล่ะ?” จุนโนะถามกลับ
“ก็บอกให้รอไม่ยอมรอ ฉันขอคุยธุระกับคาโอริหน่อยเดียว หันมาอีกทีนายก็หายไปแล้ว”
“หน่อยเดียว เชอะ...เห็นนั่งจับไม้จับมือ อี๋อ๋อกันอย่างก๊ะอะไร ใครจะมีหน้ามายืนแกร่วรอล่ะ”
“อ๋อ...หึง....” จินพูดยิ้ม กอดอกมองจุนโนะที่ทำท่าฮึดฮัด ปากแดง แก้มแดงเพราะโกรธจะแย่อยู่แล้ว
“ไม่ได้หึงซะหน่อย”
“หึงง่ะแหล่ะ ...โอ๊ย...ดีใจจังเลยวุ้ย มีคนหึงเราด้วย” จินปรบมือให้กับตัวเอง ทำหน้าทะเล้นใส่
“บอกว่าไม่ได้หึงไง มีอะไรให้หึงหา? นายง่ะ”
“ก็จุนโนะรักฉันน่ะซิ”
“แหว่ะ...” จุนโนะทำหน้าขย้อนได้น่ารักถูกใจจินเหลือเกิน ดังนั้นร่างบางจึงถูกจินลากมากอดซะเต็มๆ
“เฮ้ย...อย่านะ...คิดจะปล้ำซะเองหรือไง?” เด็กหนุ่มดันหน้าจินออกห่าง เพราะริมฝีปากบางของจินใกล้จะโน้มลงมาแล้ว
“อย่างจุนโนะต้องออกแรงปล้ำด้วยเหรอ?”
“เอ๋..ฉันไม่ง่ายนะ”
“รู้แล้วว่าไม่ง่าย เห็นท่าจะโดนข่มขืนแบบเมื่อกี้ก็รู้ว่าจุนโนะยอมให้ฉันปล้ำคนเดียวเท่านั้น”
จินหัวเราะแล้วจับคางมนมาเขย่าเบาๆ เขาเหลียวมองไปรอบตัว และบอกว่า
“ไปหาที่ปล้ำกันดีมั้ย อพาร์ตเม้นต์ฉันดีกว่า” จินชวน และจุนโนะเบิกตากว้าง จากนั้นก็ทุบไหล่ของจินเต็มแรงจนชายหนุ่มร้องลั่น
“โอ๊ย..เจ็บน้า...เกิดอะไรขึ้นมา โหดอีกแล้วเราน่ะ”
“นายมาทำพูดแบบนี้ได้ไง แล้วแฟนนายล่ะเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน?”
“แฟนที่ไหนกัน ไม่มี๊...”
“ก็ยัยคาโอริคนสวยนั่นไง คืนดีกันแล้วไม่ใช่เหรอ?” จุนโนะยื่นหน้ากลับไปทางที่ตั้งของผับ
จินหัวเราะ ส่ายหน้ามองหน้าหวานที่ทำปากยื่นอย่างเอ็นดู
“เคลียร์กันแล้วล่ะ คาโอริน่ะก็แค่แฟนเก่า..”
“เอ๋???” จุนโนะทำตาโต จินก็เลยบอกว่า เอาไว้ไปเล่าที่ห้องของจินดีกว่า
“ตอนนี้ก็ไปจากตรงนี้ก่อนดีกว่า ผู้ชายสองคนมายืนกอดกันกลมแบบนี้เห็นท่าจะไม่ดีแน่ๆ”
จินโอบบ่าจุนโนะให้กลับไปที่รถ เสียงจุนโนะบ่นพึมว่า
“ใครใช้ให้มากอด....”
จินปล่อยร่างโปร่งทันที
“ไม่กอดก็ได้วะ”
“อื้อ.......”

จินเดินไปแล้ว ทิ้งให้จุนโนะยืนหน้าคว่ำอยู่พักเดียว ก็รีบวิ่งตามหลังจินไป
“อะกานิชิ...จิ้นนนน....” เสียงเรียกแบบนั้นทำให้จินแอบยิ้มไม่ได้ ลองเรียกแบบนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ
ยังไม่ทันจะนึกอะไร เขารู้สึกถึงมือเย็นๆ ของจุนโนะสอดเข้ามาในอุ้งมือของเขาเอง
“ขอความอบอุ่นหน่อย เมื่อกี้ยังตกใจไม่หาย...” จุนโนะพูดแล้วก็หัวเราะอายๆ หน้าแดงเข้ม เพราะทิ้งทิฐิเอาไว้นั่นเอง
จินจึงโอบเอวบางมาแนบตัว เป็นการปลอบขวัญอีกรอบ
“อยากให้กอดก็บอกมาตรงๆ ซิ ไม่ต้องมาทำโยเย..” ชายหนุ่มบ่นพึม เมื่อไม่ได้รับการโต้เถียงใดๆ กลับมา จินจึงยิ้มกับท้องฟ้าเบื้องบน แต่ก็ต้องยิ้มกว้างขึ้นอีกเมื่อแผ่นหลังถูกกำปั้นน้อยๆ ชกเอาเบาๆ เมื่อหันไปมองก็พบกับดวงหน้าหวานของจุนโนะซบกับหัวไหล่ของเขาเองซะแล้ว จินจึงจับกำปั้นของจุนโนะซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของตัวเอง กุมเอาไว้เช่นนั้นจนจุนโนะเป็นฝ่ายประสานมือแน่นกับมือของจิน ซุกหาความอบอุ่นเข้าไว้ด้วยกัน

จินรู้สึกว่าในยามนี้ หัวใจของเขาพองโตเหลือเกิน นี่เขาคงจะหลงรักเจ้าเด็กจอมเฮี้ยว เปรี้ยวจี๊ดคนนี้อย่างจริงๆ จังๆ ขึ้นมาซะแล้วซินะ


.....มิเสียแรงที่ทิ้งคาโอริมาตามหาจุนโนะแถวนี้ ถ้าคนคนนี้โดนปู้ยี่ปู้ยำล่ะก็ เขาจะไม่ยกโทษให้ตัวเองเลย...

***********************************

to be con

เม้นต์ที่นี่จ้า