ยาพิษคันตาเรลา

 

คันตาเรลา (La Cantarella) เป็นหนึ่งในยาพิษที่มีชื่อเลื่องลือในกลุ่มผู้ที่คลุกคลีกับยาพิษชนิดต่างๆในยุโรป ยาพิษชนิดนี้ถือกำเนิดในอิตาลีช่วงยุคเรเนซองส์ เนื่องจากพิษที่ร้ายแรงของมัน และลักษณะที่ยากต่อจะตรวจสอบ ทำให้คันตาเรลาเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมใช้ในการลอบสังหารในวงสังคมชั้นสูงของยุโรป


ยาพิษชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันในฐานะยาพิษประจำตระกูลบอร์เจีย เนื่องจากผู้ที่คิดค้นยาพิษชนิดนี้ขึ้นมาคือคนในตระกูลบอร์เจีย โดยร่วมมือกับนักบวชจากเสปนที่รู้สูตรลับในการปรุงยาพิษร้ายแรง และว่ากันว่าผู้ที่ให้การสนับสนุนในการปรุงยาพิษชนิดนี้ขึ้นมา คือสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 6 และ เซซาเร บุตรชาย เพื่อนำเอาไว้ใช้สังหารศัตรูทางการเมือง โดยที่ยาพิษชนิดนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในช่วงที่ตระกูลบอร์เจียครองอำนาจเหนือศาสนจักร


สำหรับยาพิษคันตาเรลาคาดกันว่ามีส่วนประกอบของสารหนู ทองแดง และฟอสฟอรัส ซึ่งอย่างแรกเป็นสารที่มีพิษร้ายแรง และในภายหลังถูกนำมาใช้เป็นยาพิษอย่างแพร่หลายในกลุ่มขุนนางและราชวงศ์ยุโรปในช่วงสมัยวิคตอเรีย (ปลายศตวรรษที่ 19 - ต้นศตวรรษที่ 20) เมื่อยาพิษที่มีส่วนประกอบหลักเป็นสารหนูถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายในระดับปริมาณที่เป็นอันตราย มันจะไปรวมตัวกับฮีโมโกลบิน (สารสีแดงในเม็ดเลือดแดง ที่ทำหน้าที่นำอ๊อกซิเจนจากปอดสู่เนื้อเยื่อในร่างกาย) และผสมเข้าในกระแสเลือด และหลังจากนั้นจะมีผลทำให้ผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองแตกออก และภายใน 24 ชั่วโมงสารหนูจะแทรกซึมเข้าสู่ตับ, ไต, ม้าม, ปอด, รวมถึงกล้ามเนื้อและระบบประสาท ทำให้อวัยวะส่วนดังกล่าวเสียหายรวมทั้งทำลายระบบเมตาโบลึซึ่ม (ระบบการเผาผลาญของร่างกาย) และมีผลทำให้ผู้ที่ได้รับสารนี้เข้าไปเสียชีวิต สำหรับลักษณะทั่วไปของคันตาเรลา จะอยู่ในรูปผงสีขาวคล้ายกับนํ้าตาล เมื่อใส่ลงในอาหารหรือเครื่องดื่มจะไม่ทำให้รสชาติเปลี่ยน นอกจากนี้ว่ากันว่ายาพิษนี้จะช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารอีกด้วย จึงทำให้เหยื่อให้ถูกวางยาพิษมักจะไม่รู้สึกตัวเวลารับประทานเข้าไป แต่จะมีพิษร้ายแรงจนทำให้ถึงตายได้ในเวลาหลังจากนั้นไม่นาน


มีคำลํ่าลือที่น่าหวาดหวั่นสำหรับขั้นตอนการทำยาพิษชนิดนี้ เนื่องจากว่ากันว่าในการทำยาพิษคันตาเรลาจะเริ่มจากนำเอาส่วนผสมของยาพิษเริ่มแรก ที่ส่วนประกอบใหญ่คือสารหนูให้สัตว์กิน ยกตัวอย่างเช่น ให้หมูกินส่วนผสมสารพิษเข้าไป จากนั้นเมื่อสัตว์ตายก็จะผ่าท้องและใส่ส่วนผสมอีกจำนวนหนึ่ง เพิ่มเข้าไปในอวัยวะภายในของสัตว์เพื่อให้พิษมีความเข้มข้นมากขึ้น แล้วก็ใช้ส่วนผสมของสารพิษพรมไปทั่วซากสัตว์อีกที จากนั้นก็จะทิ้งซากสัตว์ให้เน่าเปื่อย และเอาของเหลวที่รีดได้จากซากสัตว์นั้นมาทำให้ระเหย จนเหลือเป็นเกล็ดผงซึ่งก็คือยาพิษคันตาเรลานั่นเอง

 

*************************

Reference:

http://www.portfolio.mvm.ed.ac.uk/studentwebs/session2/group12/renaissance.htm
http://members.tripod.com/~Prof_Anil_Aggrawal/poiso001.html

 

1