วิธีการสั่งซื้อ/ชำระเงิน หน้าร้านโฮลิสติก ร้านหนังสือ สั่งสินค้า สั่งหนังสือ

อาหารสุขภาพ

คูน สมุนไพรให้คุณค่า 

     ในฤดูร้อนจะมีสภาพภูมิอากาศที่ร้อนมากทำให้ต้นไม้ส่วนใหญ่เหี่ยวเฉาแห้งแล้งจวบจนเข้าฤดูฝนต้นไม้จึงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่มีต้นไม้บางชนิดที่ทำให้ฤดูร้อนมีสีสันและสิ่งแวดล้อมมีความสวยงาม อาทิเช่น ต้นหางนกยูง ซึ่งเวลาออกดอกจะเห็น ดอกสีแดงปนส้มเกือบทั้งต้น เนื่องจากมีการผลัดใบ ต้นไม้อีกชนิดหนี่งที่เห็นออกดอกในฤดูร้อนเช่นกันคือ  ต้นคูน  ซึ่งมีดอกสีเหลือง

เป็นพวงย้อยลงมาสวยงามมาก

     คูนเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ใบเป็นรูปไข่ ปลายแหลม เนื้อใบบางค่อนข้างเหนียว ผลัดใบในฤดูร้อนดอกออกเป็นช่อระย้าสีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และออกตามง่ามใบ ดอกจะออกในฤดูร้อน ผลเป็นฝักกลมยาว ฝักอ่อนจะมีสีเขียว ถ้าแก่จะมีสีน้ำตาลเข้ม ภายในมีผนังกั้นเป็นช่อง โดยหนี่งช่องจะหุ้มเมล็ดประมาณ 40-60 เมล็ด เนื้อในฝักมีสีดำ ลักษณะเปียก การขยายพันธทำได้หลายวิธี จะใช้วิธีเพาะเมล็ด หรือตอนกิ่งก็ได้ ต้นคูนปลูกได้ดีในดินแทบทุกชนิด และดีที่สุดในดินร่วนป่นทราย

     คูนมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia fistula Linn. อยู่ในวงศ์ Leguminosae มีชื่อท้องถิ่นว่า ลมแล้ง (ภาคเหนือ) ชัยพฤกษ์ราชพฤกษ์ (ภาคกลาง) กุเพยะ (กะเหรี่ยง) สักเกลือ ลักเคย (ปัตตานี) อ้อดิบ (ภาคใต้)  ส่วนที่นำมาทำเป็นยาสมุนไพรคือเนื้อในฝักแก่ซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ เปียกและมีกลิ่นเฉพาะ มีรสหวานเล็กน้อย ช่วงที่จะเก็บฝักมาทำเป็นยาคือช่วงที่ฝักแก่และเปลือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม

     มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า เนื้อในฝักคูนมีสารประเภท แอนทราควิโนน (Anthraquinones) หลายตัว เช่น เรอิน (rhein) อะโลอิน (Aloin) บาร์บาโลอิน (barbaloin) และเซ็นโนไซด์เอและบี (Sennosides A and B) และยังประกอบด้วยโปรตีน น้ำตาลซูโครส เปคติน และกรดซิตริก สารแอนทราควิโนน (Anthraquinones) ในเนื้อฝักคูนจะไปกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายมีการบีบตัวทำให้  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย รักษาคนที่มีอาการทัองผูกเป็นประจำได้ และที่สำคัญคือทดสอบความเป็นพิษแล้วไม่พบพิษเฉียบพลัน

     แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลักการรักษาอาการท้องผูกที่ถูกต้องจะอยูที่ตัวผู้ป่วย นั่นคือผู้ป่วยต้องตระหนักว่า การใช้ยานั้นเป็นการแก้ทีปลายเหตุ การจะทำให้หายจากอาการท้องผูก ผู้ป่วยควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ อาทิเช่นพฤติกรรมการบริโภค ควรบริโภคอาหารที่มีเส้นใยมาก ๆ และบริโภคผัก ผลไม้ เป็นประจำ ควรดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว หมอเชื่อว่าอาการท้องผูกต้องดีขึ้นแน่นอน จนบางท่านอาจจะไม่ต้องใช้ยาช่วยเลยก็ได้เพราะการใช้ยาระบาย ไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพรหรือยาแผนปัจจุบัน จะมีผลเสียเหมือนกัน นั่นคือลำไส้ใหญ่จะโดนกระตุ้นจนเคยชินดังนั้นถ้าไม่ใช้ยาก็จะไม่ถ่ายอุจจาระ แต่ถ้าท่านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังมีอาการท้องผูกอยู่ ก็ใช้ยาระบายจากฝักคูนได้

      การนำฝักคูนมาเตรียมเป็นยาสมุนไพร มีวิธีการเตรียมแบบง่าย ๆ ท่านสามารถเตรียมเองได้ โดยนำเนื้อในฝักคูนแก่ก้อนเท่าหัวแม่มือ หรือประมาณ 4 กรัม ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มก่อนนอนหรือก่อนอาหารเช้า ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว สารแอนทราควิโนนจะออกฤทธิ์ได้เต็มที่ และยาระบายจากฝักคูนมีข้อดีแตกต่างจากยาระบายชนิดอื่นคือ ไม่ทำให้เกิดอาการมวนท้อง หรือทำให้ท้องปั่นป่วน และที่สำคัญคือไม่พบผลข้างเคียงอะไร และมีความปลอดภัยสูง ดังนั้นจึงสามารถใช้กับหญิงตั้งครรภ์ได้

 

ข้อความจากหนังสือชีวจิต ฉบับที่ 36/2543

Copy right 2000 by Holisticthai.com co., ltd. All right Researve.
บริษัท โฮลิสติก จำกัด 600/479-80 หมู่ 14 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130
โทร.9922138-9 แฟกซ์ 9922140 อีเมล์ holistic@aisaaces.net.th



1