ปวดข้อ

ในยุคโบราณ แพทย์ ผู้ป่วย หรือประชาชนทั่วไปมักจะเข้าใจว่าโรคปวดข้อเป็นโรคที่น่ากลัว รักษาไม่ได้หรือรักษาไม่หายเมื่อใครเป็นแล้วจะต้องรับความจริงว่าอาการปวดจะเรื้อรังต่อไปตลอดชีวิต แต่เป็นที่น่าตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งว่าโรคปวดข้อเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ หากผู้ป่วยไม่รอช้าเกินไปที่จะไปพบแพทย์

สาเหตุของการปวดข้อ

  1. การมีน้ำมูกไหล และเสมหะเรื้อรัง
  2. เป็นสัญญาณแสดงล่วงหน้าของร่างกายเกี่ยวกับการพยายามที่จะขับถ่ายของเสียที่เกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไปไม่ถูกต้อง เช่น แป้ง น้ำตาลมากๆ การดื่มชา กาแฟมากเกินไป เกลือหรือของเค็ม

  3. การขาดวิตามินเอ
  4. มักจะมีอาการเป็นหวัด น้ำมูกไหล หรือเป็นโรคเกี่ยวกับปอดหลอดลมอยู่เสมอ วิตามินเอจะมีอยู่ในน้ำมันตับปลาผักและผลไม้บางชนิดที่มีสีเหลือง

  5. การใช้คาร์โบไฮเดรทของร่างกาย
  6. จะมีปัญหากับการที่ร่างกายไม่สามารถนำสารคาร์โบไฮเดรทที่มีอยู่ในอาหาร เช่น แห้ง น้ำตาล ไปใช้ได้ดี อาจจะช่วยได้ด้วยการเพิ่มวิตามินบีต่าง ๆ ให้มากขึ้นในอาหารที่รับประทาน หรือเพิ่มด้วยการรับประทานวิตามินสำเร็จรูป

  7. การใช้ยาบางชนิด
  8. ถ้ามีการใช้ยานานติดต่อกันเป็นเดือนเป็นปี รวมถึงแอสไพรินด้วย จะก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ

  9. อาการอ้วนมาก

อาการอ้วนมาก ซึ่งจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบ เกิดจากการรับประทานอาหารมากเกินไปโดยเฉพาะแป้งน้ำตาล

การรักษาและป้องกัน

  1. ว่านหางจระเข้ ดื่มวันละ 2-4 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะจะช่วยให้อาการปวดข้อทุเลาลงได้
  2. อัลฟัลฟา เป็นพืชธรรมชาติ ที่มีวิตามินเอ ดี อี เค และโปรตีนสูง และแคลเซี่ยม จะช่วยเสริมบำรุงกระดูกสำหรับผู้ที่ปวดข้อ
  3. สาหร่ายเกลียวทอง จะมีแคลเซี่ยม โปแตสเซียม และวิตามิน ซึ่งเหมาะที่จะใช้เป็นอาหารเสริมเพื่อบำรุงสุขภาพของผู้ปวดข้อ
  4. ก้างปลา ที่อยู่ในรูปอาหารขบเคี้ยว ประเภทที่มีแร่ธาตุแคลเซี่ยมเป็นองค์ประกอบอยู่สูงช่วยให้กระดูกแข็งแรง
  5. เกลือเข้มข้นจากทะเล จะประกอบไปด้วยแร่ธาตุแคลเซียม แมกเนเซี่ยม โซเดียมและโปแตสเซียม โดยนำไปละลายน้ำแล้วแช่ตัว ช่วยทำให้โลหิตไหลเวียนได้สะดวกขึ้น อาการเครียด ปวดหลัง ปวดข้อต่าง ๆ จะบรรเทาให้ทุเลาลง
  6. น้ำมันปลา (Fish Oil) เป็นอาหารเสริมชนิดหนึ่ง มีสารอีพีเอสามารถลดการสร้างสารที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบของข้อและลูปัสได้

การป้องกันอาการปวดข้อ

  1. รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วน
  2. ทำจิตใจให้สบายพยายามอย่าให้เครียด
  3. ออกกำลังกายหรือกายบริหารเพื่อกระตุ้นให้ข้อส่วนต่าง ๆ ได้ทำงาน
  4. ท่าที่ต้องระวัง เช่น ท่านั่ง ท่ายืน การยกของหนัก ควรกระทำให้ถูกหลักวิธี
  5. การนอนควรเลือกที่นอนที่ทำให้หลังตรง ไม่ควรเลือกที่นอนที่นิ่มแล้วยุบตัวลงไป เพราะจะทำให้หลังห่อหรืองอ เวลานอนอาจทำให้ปวดหลังได้

1