วิธีการสั่งซื้อ/ชำระเงิน หน้าร้านโฮลิสติก ร้านหนังสือ สั่งสินค้า สั่งหนังสือ

สาระมาฝาก

โรคอื่น>>

วัยชรา

การแพทย์ในปัจจุบันได้เจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก จึงทำให้มนุษย์มีอายุยืนยาวมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ประชากรผู้สูงอายุ หรือ “คนแก่” ทั่วโลกจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับสถิติของประเทศไทย พบว่า

ปี 2523 มีผู้สูงอายุ 2.4 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 47 ล้านคน (5.2%)

ปี 2529 มีผู้สูงอายุ 3 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 53 ล้านคน (5.7%)

คาดว่าปี 2543 จะมีผู้สูงอายุถึงประมาณ 4.5 ล้านคน

ซึ่งจะเห็นได้ว่าประชากรผู้สูงอายุมากขึ้นตลอดเวลา ถ้ามาดูทั่วโลก มีการคาดคะเนไว้ว่าในปี 2543 หรือ ค.ศ. 2000 จะมีผู้สูงอายุทั่วโลกถึง 500 ล้านคน และประมาณไว้ว่าในศตวรรษที่ 21 คนจะมีอายุขัยเฉลี่ยถึง 95 ปี เมื่อมีผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนี้ ปัญหาสุขภาพ และอนามัยของผู้สูงอายุจึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ในทางการแพทย์จึงต้องมีศาสตร์หรือแขนงของ “ปัญหาสุขภาพของผู้สูอายุ” เกิดขึ้นเพื่อให้การดูแลประชากรกลุ่มนี้

เมื่อไรจึงจะเรียกว่า “วัยสูงอายุ” หรือ “วัยชรา” หากไปถามแต่ละคนอาจได้รับคำตอบแตกต่างกัน บางคนแก่เร็วโดยอายุ แต่จิตใจยังไม่ยอมแก่ตาม ก็ไม่อยากถูกเรียกว่าผู้สูงอายุ ดังนั้น จึงมีการกำหนดเน้นทางการว่า ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปจัดเป็นผู้สูงอายุ เพราะปกติในช่วงอายุ 50 ปีแรก กระบวนการเสื่อมของร่างกายหรือความชราอาจเห็นไม่ชัด แต่หลังจากอายุ 60 ปีแล้ว จะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมากขึ้น เช่น ริ้วรอยย่นต่าง ๆ ตัวเตี้ยลง ผมบางลง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ บางคนอาจดูก่อนกว่าวัยหรือแก่กว่าวัย เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น กรรมพันธุ์ การดูแลสุขภาพ โภชนาการ ความเครียด อารมณ์ การออกกำลังกาย การพักผ่อน

ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุ

  1. อาการเบื่ออาการ อาจมาจากยาที่ใช้รักษาโรคประจำตัว โรคมะเร็ง โรคติดเชื้อ สภาวะทางจิตใจและอารมณ์ ภาวะซึมเศร้า
  2. ปัญหาโภชนาการ หากเบื่ออาหารเป็นระยะเวลานานก็ทำให้น้ำหนักลด และเกิดการขาดอาหารได้ อาจขาดโปรตีน แคลอรี่ เกลือแร่ และวิตามิน ทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง
  3. อาการท้องผูกและท้องร่วง ส่วนมากมีอาการท้องผูกเพราะลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลงตามวัย และมักกินอาหารที่ย่อยง่าย มีกากน้อย ดื่มน้ำน้อย ร่างกายเคลื่อนไหวน้อย ทำให้ท้องผูกตามมา
  4. อาการปัสสาวะบ่อย อาจเกิดจากต่อมลูกหมากโต โรคเบาหวาน การอักเสบของทางเดินปัสสาวะ ความผิดปกติทางระบบประสาท ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีอาการปัสสาวะบ่อย และกะปริบกระปรอย
  5. อาการปวดหลัง ปวดขา เกิดจากไขข้อเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือกระดูกผุ ปวดขา ปวดเท้า อาจเกิดจากเส้นเลือดแดงตีบตัน เลือดดำคั่งหรือกล้ามเนื้อเกร็งตัวมากไป
  6. อาการเจ็บหน้าอก อาจเกิดจากโรคหัวใจและปิด หรือเกิดจากการอักเสบของข้อต่อระหว่างกระดูกซี่โครงกับกระดูกอกทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรคหัวใจ
  7. อาการสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์ (Alzheimer disease) มีอาการความจำเสื่อมหลงลืม พูดสับสน ช่วยตัวเองไม่ได้ ปัสสาวะและอุจจาระไม่รู้ตัว

การป้องกันปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุ

  1. จัดอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมกับวัย ดูแลไม่ให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร วิตามิน หรือเกลือแร่
  2. ออกกำลังกายให้เหมาะสม ไม่เหนื่อยจนเกินไป จะได้เป็นผลดีต่อสุขภาพ ทั้งหัวใจ กล้ามเนื้อ จิตใจ และสมอง
  3. ตรวจเช็คสุขภาพเป็นระยะ เพื่อป้องกันโรคบางโรค ควรเช็คตาและหูด้วย อาจต้องใช้เครื่องช่วยฟังแก้อาการหูตึง แก้ไขโรคตาซึ่งอาจทำให้ตาบอดได้
  4. ดูแลสุขภาพของฟันให้ใช้งานได้ดี
  5. งดบุหรี่และเหล้า หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่จำเป็นเพราะอาจมีผลข้างเคียงจากยาได้ง่าย

Copy right 2000 by Holisticthai.com co., ltd. All right Researve.
บริษัท โฮลิสติก จำกัด 600/479-80 หมู่ 14 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130
โทร.9922138-9 แฟกซ์ 9922140 อีเมล holistic@asiaaccess.net.th

1