การแปรรูปผลไม้ อบแห้งด้วยเทคโนโลยี และการก้าวล้ำด้วยการตลาด

การแปรรูปผลไม้ อบแห้งด้วยเทคโนโลยีใหม่  
และล้ำหน้าด้วยการตลาด



 
สมัยก่อนผลไม้มีจำนวนเยอะมาก รับประทานอย่างไรก็ไม่หมด
จึงต้องมีการคิดค้นวิธีการถนอมอาหารโดยการแปรรูป ตัวอย่างเช่น
การนำกล้วยไปตากแดด แล้วอบด้วยน้ำผึ้ง ก็จะกลายเป็นกล้วยตาก
หรือนำเอาผลไม้อย่าง มะขาม มะม่วง ทุเรียน นำมากวน

กลายเป็นผลไม้กวนที่ถูกปากคนไทยมานานหลายทศวรรษ

ผลไม้แปรรูปหลายชนิดได้มีการผลิต และนำออกมาจำหน่ายทั้งในประเทศ
ในรูปแบบของที่ระลึก จนกระทั่งพัฒนาส่งจำหน่ายไปยังต่างประเทศ
สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการชาวไทยจำนวนไม่น้อย


แต่ยังมีการแปรรูปผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่เป็นการแปรรูปสมัยใหม่
ที่ต้องอาศัยเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วย คือ
"ผลไม้อบแห้ง"
 


จากคนทำสวนผัก ผลไม้
ขยับมาเปิดโรงงานแปรรูป

 
คุณอำนาจ อึ้งเจริญ หรือ คุณตุ๋ย มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการ หจก. โชคอุดมทรัพย์ สระบุรี
และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ
.เค. สยาม ฟู๊ด จำกัด
ซึ่งมีหน้าที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าเอโกะ ได้จัดการต้อนรับผู้เขียนเป็นอย่างดี


 
จากปัญหาผลผลิตล้นตลาด ทำให้คุณตุ๋ยเริ่มศึกษาถึงทางหลุดพ้น
โดยตั้งสันนิษฐานว่าการที่จะขายผลไม้ให้ได้กำไรมากขึ้น
จะต้องเป็นช่วงก่อน และหลังฤดูผลไม้

จึงตัดสินใจกู้เงินจากธนาคาร เพื่อซื้อห้องแช่ผลไม้ที่สามารถปรับอุณหภูมิ
ได้ตามต้องการ สามารถจุผลไม้ได้ถึง
1,200 ตัน ผลผลิตส่วนใหญ่จะเป็นผัก
หอม พริก ซึ่งจะเก็บไว้ในอุณหภูมิ
0-10 องศาเซลเซียส

"จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งผมได้ไปเจอขนุน ที่จังหวัดหนองคาย

เกิดมีความคิดว่าผลไม้เหล่านี้น่าจะมาทำอบแห้งทานได้
ต่อมาผมจึงเริ่มศึกษาข้อมูลการทำอบแห้ง ตามหนังสือห้องสมุด
เท่าที่พอจะค้นคว้าได้ ตั้งแต่เครื่องมือที่ใช้อบแห้ง ขั้นตอนการอบแห้ง

ตลอดจนผลไม้ที่เหมาะสำหรับทำอบแห้ง"

เมื่อคุณตุ๋ยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการอบแห้งมาพอสมควร
จึงตัดสินใจเริ่มต้นลงทุนเปิดโรงงานผลไม้อบแห้ง เมื่อวันที่
18 กุมภาพันธ์ 2545
ด้วยเงินทุนเริ่มต้น
3 ล้านบาท

คุณตุ๋ยได้สั่งซื้อเครื่องระบบทำแห้งแบบสุญญากาศ (VACCUM DRY)
ซึ่งเป็นเครื่องต้นแบบจำนวน
1 เครื่อง ถือเป็นการเริ่มต้นลงทุนด้วยงบประมาณที่ไม่น้อย



ขั้นตอนการอบแห้ง

กระบวนการที่ได้มาตรฐาน

ช่วงแรกที่ตั้งโรงงานแปรรูปผลไม้อบแห้ง ผลตอบรับยังไม่ดีเท่าที่ควร
เนื่องจากขาดงบประมาณในการประชาสัมพันธ์
จนกระทั่งรัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริม และพัฒนาผลิตภัณฑ์
จากฝีมือชาวบ้านระดับรากหญ้า ที่รู้จักกันดีในชื่อสินค้าโอท็อป
ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุน ผลักดันกระจายผลิตภัณฑ์
มีกระบวนการผลิตที่เป็นสากล เพื่อพร้อมจำหน่ายสู่ต่างประเทศเป็นลำดับ


ผลไม้อบแห้งได้เข้ามาเป็นหนึ่งในสินค้าโอท็อป คุณตุ๋ยบอกว่า
น่าจะมาจากตัวผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยหลัก เพราะสามารถเก็บได้นาน
บวกกับรสชาติที่แปลกใหม่ ภายนอกจะกรอบ เมื่อเข้าปากแล้วจะเกิดรสหวาน

อมเปรี้ยว นอกจากนี้ยังคงกลิ่นของผลไม้ชนิดนั้นอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม รสชาติผลไม้อบแห้งจะออกมาดีได้นั้น
ต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ในครั้งนี้ คุณตุ๋ยได้เป็นคนพา

ผู้เขียนไปชมขั้นตอนการผลิตด้วยตัวเองเลยทีเดียว แต่ละขั้นตอนการทำผลไม้อบแห้ง มีดังนี้

1. เริ่มต้นด้วยการคัดสรรผลไม้ ในการทำผลไม้อบแห้งนั้น ควรเป็นผลไม้ที่ดิบ และไม่แก่จนเกินไป

2. เมื่อคัดผลไม้ที่ต้องการได้แล้ว ให้ทำการปอกเปลือก แยกเมล็ดออกจากเนื้อผลไม้ ในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องระมัดระวังไม่ให้รุนแรงเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อผลไม้นั้นเกิดช้ำได้

3. เมื่อแยกเนื้อออกเสร็จเรียบร้อย ถึงขั้นตอนการเลือกเนื้อผลไม้ที่จะทำการอบ จะต้องอยู่ในสภาพที่สวย เป็นชิ้น ไม่เละ จากนั้นบรรจุใส่ถุง ซีลเก็บไว้พร้อมดำเนินการขั้นต่อไป

4. เมื่อเตรียมผลไม้ที่แยกเนื้อออกมาเรียบร้อยแล้ว จะถึงขั้นตอนการบ่มในอุณหภูมิที่สูงถึง 40-50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 วัน

5. จากนั้นล้างทำความสะอาดผลไม้ ตัดแต่งเป็นชิ้นให้สวยงาม

6. คราวนี้มาถึงกระบวนการ VACCUM DRY หรือกระบวนการทำแห้ง เริ่มแรกของ VACCUM DRY จะทำการดูดความชื้นของเนื้อผลไม้ก่อน ด้วยอุณหภูมิ ตั้งแต่ 60 ถึงไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

7. ขั้นตอนนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการ VACCUM DRY เป็นขั้นตอนการสลัดน้ำมันออกจากเนื้อผลไม้ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

8. เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้ ก็ทำการคัดผลิตภัณฑ์คุณภาพดี เพื่อบรรจุใส่ซองพร้อมจำหน่าย

ใน 8 ขั้นตอนการผลิตผลไม้อบแห้ง ที่ผู้เขียนได้บรรยายไปนั้น ผู้อ่านหลายท่านอาจจะไม่เห็นภาพที่ชัดเจน เพราะผู้เขียนบอกเลยว่าภาพที่เห็นในช่วงกำลังผลิตนั้น จะมีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ไม่วุ่นวายเพราะมีการจัดระบบไว้เป็นอย่างดี



ส่วนประกอบเหลือทิ้ง

นำมาแปรรูปสร้างมูลค่า

ในส่วนของรายได้การผลิตผลไม้อบแห้งจำหน่าย คุณตุ๋ยบอกว่า "ธุรกิจนี้เริ่มต้นต้องใช้เงินทุนสูง ตอนนี้ยังไม่มีรายได้เข้ามา เพราะที่จำหน่ายออกไป หักลบค่าใช้จ่ายแล้วยังเป็นหนี้อยู่ แต่เมื่อรัฐบาลมีการผลักดันผลิตภัณฑ์โอท็อป เชื่อว่าอีกไม่นานจะสามารถหักลบหนี้ออกไปได้หมด"

ผู้อ่านหลายท่านคงสงสัย เมื่อไม่มีรายได้ แล้วนำเงินที่ไหนมาหมุนเวียนกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

ผู้เขียนจะบอกให้ เพราะคุณตุ๋ยไม่ได้ทำธุรกิจผลไม้อบแห้งอย่างเดียว

ผู้อ่านยังจำเรื่องห้องเย็นแช่ผลไม้ ที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ตอนต้นเรื่องได้หรือไม่ นั่นแหละครับเป็นรายได้เสริมให้กับคุณตุ๋ยได้ดีทีเดียว

คุณตุ๋ย อธิบายว่า "ผมเปิดให้ผู้ประกอบการชาวสวนผัก ผลไม้ สามารถเช่าพื้นที่ห้องความเย็นของผมได้ ซึ่งห้องความเย็นนั้น มี 2 แบบ 2 ราคา คือ ห้องเย็น แบบธรรมดา มีขนาด 10 คูณ 10 คูณ 6 เมตร สามารถจุผลผลิตได้ห้องละ 900 ตัน ใช้อุณหภูมิ ไม่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส แต่ละเดือนสามารถทำรายได้ ห้องละ 100,000 บาท ต่อเดือน"

"และห้องเย็นอีกแบบ มีขนาด 10 คูณ 13 คูณ 6 เมตร จุผลผลิตได้ห้องละ 300 ตัน ใช้อุณหภูมิ -10 ถึง -40 องศาเซลเซียส ค่าบริการจะคำนวณจากน้ำหนักผลผลิต คิดอัตรา 1-1.50 บาท ต่อกิโลกรัม" ผู้นำเอโกะ กล่าว

เมื่อสนทนาไป ผู้เขียนเริ่มสงสัยว่า เมื่อทำผลไม้อบแห้ง จะใช้เฉพาะเนื้อผลไม้เท่านั้น แล้วส่วนประกอบของผลไม้อื่นๆ จะสามารถสร้างมูลค่าได้อย่างไรบ้าง

คุณตุ๋ย เห็นผู้เขียนถามโดนจุด จึงยิ้ม และกล่าวอย่างภูมิใจว่า
"ปัจจุบันผลไม้ที่เราได้ทำการอบแห้งมีอยู่ 5 ชนิด ได้แก่ กล้วยหอม สับปะรด ขนุน ทุเรียน และมะม่วง ซึ่งผลไม้ทั้ง 5 ชนิดนี้ มีสรรพคุณที่ต่างกัน แต่ละส่วนของผลไม้เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ เป็นเงินหมุนเวียนได้อีกด้วย"

เจ้าของกิจการผลไม้อบแห้งชี้แจงถึงประโยชน์ใช้สอยของผลไม้แต่ละชนิดให้เข้าใจ โดยเริ่มต้นที่ ขนุน ยางขนุน สามารถนำมาแปรรูปผลิตเป็นกาวได้, เม็ดขนุน สามารถนำมาทำขนม แข่งกับเกาลัดได้, ส่วนเปลือกขนุน นำมาทำเป็นของหวานให้สัตว์ อย่างหมู และวัว กินได้

มะม่วง จะใช้พันธุ์มหาชนก เปลือกมะม่วง สามารถนำมาแปรรูปทำเค็ม รับประทานเล่นได้, เม็ดมะม่วง นำไปเพาะปลูกต่อ, ส่วนเนื้อมะม่วงที่สุกเกินกว่าที่จะนำมาอบแห้งได้ จะถูกนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ต่อไป

สับปะรด เปลือกสามารถนำมาทำของหวานให้สัตว์กินได้, เนื้อผลไม้ที่เหลือนำมาแปรรูปทำน้ำผลไม้ได้เช่นเคย

ในอนาคต คุณตุ๋ยตั้งใจที่จะเพิ่มผลผลิตเพื่อทำการอบแห้งมากขึ้น ผลไม้ที่คุณตุ๋ยตั้งใจไว้ว่าจะทำคือมังคุด และที่คิดไว้ในแผนน่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี่ และอาจจะมีลิ้นจี่ เชอร์รี่ หรือผลกีวี่ตามมาก็เป็นได้ หากเป็นอย่างนั้นจริง ประเทศไทยเราก็จะมีผลไม้แปรรูปอร่อยๆ รับประทานกันอีกมากแน่นอน

โอ้โห...! เห็นกระบวนการผลิตมากมายอย่างนี้ คงต้องใช้คนงานเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน คุณตุ๋ยบอกว่า คนงานที่โรงงานแห่งนี้มีประมาณ 100 คน แต่ละคนเป็นกลุ่มคนที่ว่างงานทั้งนั้น คนสูงอายุที่ไม่มีงานทำเราให้การช่วยเหลือรับมาทำงานที่โรงงานแบบเบาๆ อย่างปอกเปลือกผลไม้ ที่โรงงานแห่งนี้ คนงานที่อายุมากที่สุด 78 ปี ได้ค่าแรงเท่ากัน 240 บาท ต่อวัน เริ่มเข้างาน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00. (อาหารกลางวันฟรี)

"ในการทำธุรกิจ สิ่งเหลือใช้คุณอย่าคิดว่าเป็นขยะ ใช้การไม่ได้ หากนำมาพิจารณาให้ดี ขยะเหล่านี้สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจคุณได้อีก" เจ้าของกิจการ ผลไม้อบแห้ง เอโกะ กล่าวปิดท้าย



ผู้อ่านที่สนใจจะเยี่ยมชมโรงงานผลไม้แปรรูปอบแห้ง สามารถเดินทางไปดูได้ด้วยตัวเองที่ หจก. โชคอุดมทรัพย์ สระบุรี 49 หมู่ 6.. 81 ถนนพหลโยธิน ตำบลไผ่ต่ำ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงกับ คุณอำนาจ อึ้งเจริญ หรือ คุณตุ๋ย ได้ที่เบอร์โทร. (036) 325-947-8 แฟกซ์ (036) 325-949 มือถือ (01) 853-0219

*ข้อมูลจำเพาะ

ประเภทธุรกิจ โรงงานผลิต และจำหน่ายผลไม้อบแห้ง

จุดเด่น ความแปลกใหม่ รสชาติดี เก็บได้นาน

ลงทุนเริ่มต้น ตัวเลข 7 หลัก

ผลประกอบการ ขึ้นอยู่กับการขยายตัวของธุรกิจ

ทีมงาน ประมาณ 100 คน

ทำเลที่ตั้ง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี