COMPLAIN OR OPINION
ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ::
จากหนังสือผู้จัดการรายเดือน (กรกฎาคม 2543)

"ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา"- - - - ->>

เบื้องหลังไอทีวียุคไม่มีเนชั่น(กรกฎาคม 2543)
ปีย์มาลากุล ณ อยุธยา เข้ามาไอทีวีในช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อ ที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลง เพื่อจัดการความขัดแย้งของผู้ถือหุ้นระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ กับเนชั่นกรุ๊ป ในฐานะผู้บุกเบิกการทำข่าวยุคใหม่ของทีวีเมืองไทย เขาจึงกลายเป็น "จิ๊กซอว์" สำคัญของไอทีวีในยามนี้ เขาบอกว่า ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นคนติดต่ออย่างเป็นทางการ ให้เขาเป็นกรรมการบริษัทไอทีวี "แบงก์บอกว่าเอาผมเข้าไป เพราะผมพอจะเข้าใจแบงเกอร์ เข้าใจคนทำงานแบงก์ บอกว่าอีก 5 เดือน เราปิดนะ ถ้าเราไม่มีเงินจ่ายรัฐบาล ทางข่าวเขาก็บอกว่า 5 เดือนก็เรื่องของบอร์ด แต่ตัวเองก็อยู่ในบอร์ด ร่วมทุนกับใครไม่ได้ 5 เดือนทุกคนตกงานหมด เราก็ต้องไปหาคนที่พอร่วมได้ ก็ไปเจอบริษัทต่างชาติ 4-5 บริษัท แต่ถ้าเอาฝรั่งเข้ามามันก็ท่าจะยุ่ง มีเหลือคุณทักษิณ (ชินวัตร) รายเดียวก็ตกลงว่าเอา แต่ก็คุยกันว่ามีการเมืองหรือเปล่า การเมืองเอามาใช้ไม่ได้นะ เขาก็ตกลง หลังจากนั้น ก็ตั้ง ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานบอร์ด ท่านเป็นคนตรงเผงเลย ถามซิว่า อย่างท่านใครจะกล้าเดินมาสั่ง ขอความเห็นใจไม่ได้เลย แบงก์ไม่เอาคนของเขา เขาเอาคนอย่างนี้ล่ะมา" ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นเลขานุการโครงการหลวงของพระราชชนนี กลายเป็นบุคคลสำคัญของ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกิจการในเครือสำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ในช่วง 2 ปีมานี้ เขาเข้าไปเป็นคณะกรรมการในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยโละกรรมการรุ่นเก่าหลายคนในธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อเขาลาออก ชุมพล ณ ลำเลียง ก็เข้าไปเป็นประธานกรรมการ

ปีย์เล่าให้ฟังด้วยคำพูดมันๆ ตามสไตล์ของเขา ก่อน ที่จะย้อนถาม "ผู้จัดการ" ว่า เสรีภาพของสื่อมวลชนอยู่ตรงไหน ถ้าบก.สั่งคุณให้ไปทำข่าวแล้วคุณไม่ไป บก.จะทำอย่างไร เขามีความคิดว่าความเป็นอิสระ ในการทำข่าว มันควรจะมีกรอบเหมือนกัน เพื่อ ที่จะให้ไปในทิศทางเดียวกัน เสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กรอบอันนี้ คำว่า "เสรีภาพ" ของการทำข่าวนั้น เป็นประเด็น ที่ทางเนชั่น กรุ๊ป ใช้เป็นจุดโจมตีบอร์ดชุดนี้มาตลอด และในที่สุดได้กลายเป็นชนวนสำคัญทำให้เทพชัย หย่อง พ้นจากผู้อำนวยการฝ่ายข่าวไปอยู่สำนักงานบริหารแทน โดยมี ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ผู้ที่เคยเป็นขุนพลให้กับปีย์ ปฏิวัติรายการข่าวจนโด่งดังมาแล้วในแปซิฟิค กรุ๊ป เมื่อ 10 ปีก่อนเข้ามารับผิดชอบงานทั้งหมดของฝ่ายข่าวทั้งหมดแทน ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา เห็นด้วยถ้าเนื้อหา (content) ของไอทีวี ซึ่งเป็นดิจิตอล จะมีคุณค่าสำคัญสำหรับชินคอร์ปในยุคอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ให้บริการด้านเครือข่ายกำลังกว้านหาเนื้อหากันขนานใหญ่ในยุคนี้ แม้ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล จะบอกว่าเข้ามาได้เพราะได้รับการทาบทามจากผู้บริหารของชินคอร์ปคือ บุญคลี ปลั่งศิริ และนิวัฒน์ บุญทรง แต่หากมองอีกมุมหนึ่งจะพบว่า ทุกวันนี้ ปีย์ กับดร.สมเกียรติ นั้น ยังไม่เคยห่างกันเลย ผู้ใกล้ชิดปีย์จะรู้ดีว่ายังมีการโทรคุย และอีเมลถึงกันตลอด และ ดร.สมเกียรติเองก็ยังคงเป็น ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งใน จส.100 จนถึงปัจจุบัน ปีย์กับดร.สมเกียรติ มีความผูกพัน มีความหลังให้จำ ซึ่งกันต่างๆ มากมาย กระต๊อบหลังเล็กๆ บนยอดเขาแห่งหนึ่ง เคยเป็นที่ ที่ทั้ง 2 คนหลบไปนอนพัก หาหน่อไม้เล่นมาแล้ว ในช่วง ที่ปีย์วางแผนการหายตัวไปของดร.สมเกียรติ หลังการเข้าพบผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท (ประมุท บูรณศิริ) กระทั่งเป็นข่าวฮือฮา จนเรตติ้งข่าวของช่อง 9 เพิ่มขึ้นมากมาย อะไรไม่ชัดเจนเท่าคำพูดของเขา ที่ว่า "หากไอทีวี มีปัญหา ผมจะดึง ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล กลับมาทำงานเมื่อไรก็ได้ ผมสร้างคนไว้เยอะแยะ ไม่มีใครแตกกับผม และเมื่ออาจารย์กลับมาก็ไม่มีใครพูดถึงผม แล้วผมก็อยู่อย่างเป็นสุข ไม่มีใครกวนใจ" เป็นคำพูดของปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ก่อน ที่ดร.สมเกียรติ จะเข้ามาใช้ "เสรีภาพ" ในการทำข่าวในไอทีวีประมาณ 2 อาทิตย์ แล้ววันนี้ ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ก็ก้าวจากมุมลงมาสู่เวทีใหม่ครั้งหนึ่ง ในฐานะรองประธานไอทีวี ในยุคไม่มีเนชั่น นับเป็นครั้งแรกของคนทั้งคู่ ที่เข้ามาทำทีวีให้กับเอกชน หลังจากมีบทเรียน และประสบการณ์มากมายกับสัมปทานทำข่าวให้กับทีวีของรัฐบาลมาแล้วหลายครั้ง โอกาสใหม่ๆ ในเรื่องธุรกิจทีวีคราวนี้ คงมีมากขึ้นแน่นอน nRelated Stories

ฮอบบี้ที่ทำเงิน(กรกฎาคม 2543)
"ไม่เคยรักเสียจนล้นฟ้า ไม่เคยเพ้อถ้อยคำหวานๆ" เป็นเสียงเพลงจากวงบูโดกัน ที่ชายร่างสูง วัย 60 กว่าปีคนหนึ่งกำลังขะมักเขม้นตัดต่อทำเป็นมิวสิกวิดีโอ จากเครื่อง Macintosh รุ่น G4 เครื่องหนึ่งอย่างคุ้นเคยราวกับว่าเป็น เพื่อน ที่รู้ใจกันมาช้านาน ทั้งๆ ที่เจ้า G4 เครื่องนี้ เพิ่งวางขายในเมืองไทยได้เพียงไม่กี่เดือน ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา กำลังคร่ำเคร่งกับฮอบบี้ล่าสุดอีกอย่างหนึ่งของเขา ซึ่งเป็นงาน ที่ทำเงินให้เขาได้อีกชิ้นหนึ่ง และ ที่สำคัญเขาสามารถทำได้อย่างมีความสุขในห้องนอน โดยมีเทปวิดีโอเก่าๆ ของทีมทำสารคดี แปซิฟิคฯ และเทปเพลงทั้งใหม่ และเก่าของเขาเอง และจาก จส.100 อีกมากมายเป็นเครื่องมือสำคัญ "ผมกำลังจะทำมิวสิกวิดีโอ เข้าไปในสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ในช่วงเวลาตี 1-6 โมงเช้า ซึ่งเป็นเวลา ที่ทุกสถานีปิดไปแล้ว โดยจะเอาคัลเลอร์บาร์นั้น ใส่มิวสิกวิดีโอนี้เข้าไปในทุกสถานีเลย ซึ่งทางสถานีเขาก็น่าจะพอใจเพราะแทน ที่จะเป็นภาพปล่อยว่างไปเฉยๆ ผมก็คุยกับ จำรัส (เศวตาภรณ์) ว่าเอาไหม ถ้าผมทำอย่างนี้เอาเพลงคุณมาอัดใส่ลงไป เขาก็บอกว่าเอาซิครับ เพราะเท่ากับช่วยผมอีกทางให้ขายเทปได้ ซึ่งถ้าใครคิดจะมาทำตอนนี้ก็สู้ผมไม่ได้แล้ว เพราะต้องใช้ต้นทุนมหาศาล โดยที่ผมไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะผมลงทุนไว้นาน ตั้งแต่สมัยแปซิฟิคฯ ทำสารคดี ทำง่ายๆ ไม่ได้แย่งอาชีพใครให้เดือดร้อนเลย คาดว่าจะเริ่มได้ปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ผมคิดว่าติดต่อใครเขาก็เอา" ภาพเก่าๆ ที่อยู่ในวิดีโอเทปหลายหมื่นม้วนเ และส่วนหนึ่งกำลังเตรียมจัดเก็บด้วยระบบดิจิตอลนั้น มีค่ามหาศาล เพราะสมัยนั้น ทีมงานแปซิฟิคฯ ก็ได้หว่านเม็ดเงินลงไปจำนวนมากเหมือนกัน เพื่อให้ได้ภาพธรรมชาติ ที่หาดูได้ยากเหล่านั้น มา และยาก ที่ใครจะกล้าทุ่มทุนทำอย่างนั้น อีกแล้วในปัจจุบัน

ในอดีตก่อน ที่จะเข้ามาบริหาร "ดิฉัน" ปีย์เคยประสบความสำเร็จจากการทำรายการเพลงบรรเลง คลาสสิกในช่วงกลางคืนมาแล้ว เขาก็เลยมั่นใจว่าเพลงเพราะๆ ที่มีภาพสวยๆ ประกอบนั้น ต้องขาย คนนอนดึกๆ ได้เช่นกัน เขาทุ่มเวลาเรียนรู้เครื่องมือสมัยใหม่อย่าง เอาจริงเอาจังจนรู้จริง โดยมีหลานชาย ซึ่งเป็นลูกของ พลเอกแป้ง มาลากุล ณ อยุธยา น้องชายของเขา ที่พักอยู่ชั้น 6 ของตึกหลังเดียวกัน เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับเครื่อง Macintosh "จริงๆ แล้ว ผมเอาเครื่อง iMac ให้คุณพ่อตัดต่อวิดีโอ ผมก็เอาG4 มา เพราะความอยากรู้ ผมเปิดเครื่อง เพื่อไล่ดูว่าเล่นอะไรได้มั่ง สักประมาณ 2 อาทิตย์ แต่ยังไม่มี ไอเดียทำงานกับมัน แต่ตอนนี้คุณพ่อตัดต่อวิดีโอไปได้หลายม้วนแล้ว 1 อาทิตย์แรกคุณพ่อโทรหาลูกอาแป้งบ่อยๆ แต่หลังๆ มานี้ไม่ต้องเลย" ธรรมา ลูกชายคนเดียวของปีย์ เล่าให้ฟังด้วยความทึ่ง

"ผมเป็นคนแก่อายุ 63 คนเดียว ที่เข้าไปในอินเทอร์เน็ตแล้ว เด็กสามารถคุยได้รู้เรื่อง คำว่า "ขอบอกๆ" ผมก็เป็นนะ มีอยู่รายหนึ่งเคยอีเมล เข้ามาถามว่า ขอโทษครับ คุณยังเรียนหนังสืออยู่หรือเปล่า เรียน ที่ไหนครับ นี่ถ้าเขารู้อายุผมเขาอาจจะตกใจ มันยังเป็นความสุข ความมัน ทำไมผมต้องไปฟังเพลงโอ้ละหนอ สงสารผมมั่งซิ เขาพูดถึงบูโดกัน ผมก็ไปซื้อมาฟังบ้าง เฮ้ย! มันมันว่ะ" "ตอนนี้ฮอบบี้คือ เรื่องนี้ เมื่อทำแล้วได้เงินมันก็ ยิ่งสนุก ทำแล้วยิ่งเกิดความมัน แต่ไม่รู้จะเบื่อเมื่อไรนะ แต่ตอนนั้น ผมจะเทรนคนขึ้นมาดูแล แล้วก็จะไปคิดทำอย่างอื่นต่อ" เมื่อคิด ที่จะทำอะไรแล้วปีย์จะลงมือทำอย่างจริงจัง ตามกัดความคิดชนิดไม่ปล่อยจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าเรื่องนั้น จะเป็นธุรกิจหรือไม่

ปีย์มีบ้านพักริมทะเลหลังใหญ่หลังหนึ่ง ที่อำเภอบางพระ ศรีราชา ใกล้กับบ้านหลังนี้คือ สวนมะม่วง น้ำดอกไม้ ที่มีพื้นที่กว่า 170 ไร่ ผลผลิตของมันส่วนหนึ่งถูกส่งไปวางขายอยู่ ที่ห้างมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ ในกรุงลอนดอน ถัดจากสวนมะม่วงคือ ฟาร์มเลี้ยงเป็ดขนาดใหญ่ มีเป็ดทั้งหมด 7 หมื่นตัว ออกไข่วันละ 4 หมื่นฟองขึ้นไปถึง 5 หมื่นฟอง เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ทำเงินให้เขา โดยที่เขามีความคิดแค่ว่า ทำไม การทำสวน เลี้ยงเป็ด ชาวบ้านทำแล้วจน แล้วเขาก็ได้ ข้อสรุปว่า "มันไม่จนหรอก หากคนทำรู้จริง ศึกษามันจริงๆ ไม่ต้องมี ที่ดินเป็น 100 ไร่ มีเป็ดเป็นหมื่นๆ ตัวเหมือนผม ที่ดินเพียงไร่เดียว เป็ดแค่ 40 กว่าตัว คุณก็สามารถอยู่ได้ ผมอยากจะบอกว่าไม่น่ากลัวเลย ที่จะตัดสินใจมาทำงานแบบนี้เพียงแต่คุณต้องจัดระบบให้ได้แบบผม" เป็นภูมิปัญญาไทย ที่ผ่านกระบวนการการจัดการทางความคิดอย่างได้ผล เพราะเมื่อเขาตัดสินใจทำสวนมะม่วงก็ได้จ้างทีมงานทางด้านเกษตรเข้ามาช่วย ศึกษาเรื่องดิน การให้น้ำ ในระบบสปริงเกอร์ โดยลงทุนขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ ศึกษาการใส่ปุ๋ย ลงทุนทุกอย่างลงไปในดิน เพื่อจะให้ได้มะม่วงลูกโต ที่หวานหอมที่สุด

2 ปีที่ผ่านมา ปีย์สนใจเรื่องการเลี้ยงเป็ด อย่างแรกก็คือ เขาเข้าอินเทอร์เน็ตไป ที่สัตว์ปีกศึกษาหาความรู้เรื่องนี้จากอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้น ได้หาคนที่มีความรู้เข้ามาช่วยวางแผน เริ่มต้นด้วยการเลี้ยงเป็ดเพียงประมาณ 1 พันตัว สร้างกรงขึ้นมาทีละกรงหมุนเวียนไปเรื่อยๆ จนมั่นใจว่าไม่ขาดทุน cash flow มันได้ ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นๆ ทีละเดือนจนถึง 7 หมื่นตัว ในขณะที่ฟาร์มเลี้ยงเป็ดของชาวบ้านในย่านเดียวกันส่วนใหญ่จะเลี้ยงกันได้ประมาณ 3-4 หมื่นตัวเท่านั้น ไข่เป็ดของปีย์ จึงเป็นเจ้าตลาดในจังหวัดชลบุรี กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง โดยเขาไม่ต้องห่วงในเรื่องตลาด เพราะทุกวันนี้ ราคาไข่เป็ดในตลาดยังคงแพงมาก หากต้องการขยายตลาด เพียงเพิ่มสารไอโอดีนเข้าไปก็ส่งไปขายชาวอีสานได้อีก หรือทำเป็นไข่เค็มก็ได้ แต่ปีย์ไม่ได้มองธุรกิจเรื่องนี้ไกลไปยังตลาดต่างประเทศ อย่างเช่นธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งค่ายซีพี ที่เป็นนักอุตสาหกรรมตัวจริง เพียงแต่อยากพิสูจน์ว่า เป็นสิ่งที่เขาทำได้เท่านั้น และทุกวันนี้คนชรา ในบ้านพักบางแคก็จะมีไข่คุณปีย์ทานฟรีทุกวัน วันละ 2 ฟองอีกด้วยเมื่อจัดการเรื่องระบบทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งปีย์ก็ใช้วิธีการเดิมคือ จ้างเจ้าหน้าที่ระดับปริญญาตรี ที่จบเกษตรกรรมสาขาสัตว์ปีก และพืชสวน ที่รู้เรื่องนี้จริงๆ มารับช่วงรับผิดชอบต่อ และมีเจ้าหน้าที่ทางด้านบัญชีคอยอีเมลรายงานเรื่องไข่เป็ด และยอดขายให้เขาทุกวัน

งานอดิเรกอย่างเดียว ที่ไม่ทำเงิน และอาจจะสิ้นเปลืองแต่เขาชื่นชอบ และมีความสุขมากๆ ก็คือ การขับเครื่องบิน เขามีเครื่องบินเล็กขนาด 4 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ซึ่งจอดไว้ในโรงจอดส่วนตัวในสนามบินบางพระ เครื่องบิน 6 ที่นั่ง เขาจะใช้บิน เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ที่ไม่ค่อยมี เมื่อเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปดูสวนลิ้นจี่ และบ่อปลาบึก ที่บ้าน ที่เชียงราย ส่วนอีกลำส่วนใหญ่จะใช้ก็ต่อเมื่อเดินทางกลับจากวังไกลกังวล เมื่อคราวตามเสด็จ และ กลับมาดูสวนมะม่วง และเล้าเป็ด ที่บางพระ ความได้เปรียบจากการชอบอยู่บน ที่สูง และมองได้ไกล ทำให้เขามีโอกาสได้เห็นความสมบูรณ์ของแผ่นดินของอำเภอนี้ จนเป็นที่มาของ การตัดสินใจซื้อ ที่ดินปลูกมะม่วงเมื่อ 10 ปีก่อน พร้อมๆ กับการปลูกบ้านพักหลังงาม และการเข้าไปซื้อ ที่บนภูเขา เพื่อปลูกป่าทิ้งเอาไว้ นานๆ ครั้งก็จะแวะเวียนไปดูอาทิตย์ตก ชมวิวของเกาะสีชัง และทะเลบางแสน ที่สามารถ มองเห็นได้อย่างชัดเจน ก็ไม่แน่เหมือนกันว่า หากเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมาเมื่อไร ที่ดินแปลงนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นโครงการบ้านพักตากอากาศไปอีกหรือไม่ เพราะนอกจากเป็นจุดที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงามแล้ว เส้นทางการคมนาคม ที่สะดวกใกล้กรุงเทพฯ นั้น เป็นจุดขาย ที่น่าสนใจอย่างเหลือเกิน

>> อ่านหน้าถัดไปค่ะ...:)

| HOME | WORK'S EXPERIENCE | SIGN &VIEW GUESTBOOK |

© 2001 "Complain or Opinion" Created and Published by JaRuWaN yUnG-yUeN All rights reserved.