บุญและบาป
จิตเป็นตัวสะสม บุญ บาป กรรม กิเลส เอาไว้ใน ภวังคจิต สามารถนำติดตัวข้ามภพข้ามชาติไปด้วย ลักษณะจิตเหมือนกระดาษซับที่สามารถซับน้ำเอาไว้ จิตเกิดดับ อันธรรมชาติของจิตนั้น ก่อนที่มันจะดับ ได้ถ่ายทอดทิ้งเชื้อ บุญ บาป กรรม กิเลส ไว้ในจิตดวงต่อไปเก็บไว้ทุกๆขณะ
(ภวังคจิต หรือจิตภวังคนี้ หมายถึงองค์แห่งภพ หมายถึงจิต ตั้งแต่ปฏิสนธิ จนถึงจุติ คือตาย ขณะใดจิตมิได้ยกขึ้นสู่อารมณ์ทางทวารทั้ง 6 แล้วจิตนั้นก็เป็นภวังค์ เช่น นอนหลับ)
ลักษณะของบุญ
บุญมีลักษณะที่จะเข้าใจง่าย ๆ อยู่ 3 ประเภท คือ
1. เมื่อกล่าวถึงเหตุของบุญ ได้แก่ การทำดีทุกอย่าง
2.เมื่อกล่าวถึงผลของบุญ ได้แก่ ความสุขกายสุขใจ ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
3.เมื่อกล่าวถึงสภาพจิต ได้แก่ จิตใจที่สะอาด ผ่องใส
เพราะฉะนั้น บุญก็คือ การทำความดีอันเป็นเหตุทำให้จิตของตนผ่องใส สะอาด ถ้าพูดย่อๆ ก็คือ บุญคือความสุขนั่นเอง ดังพระพุทธวจนะว่า ภิกษุทั้งหลาย อย่ากลัวบุญเลย คำว่าบุญนี้เป็นชื่อแห่งความสุข
ลักษณะของบาป
บาปมีลักษณะตรงข้ามกับบุญ 3 อย่าง คือ
1.เมื่อกล่าวถึงเหตุของบาป ได้แก่ การทำชั่วทุกอย่าง
2.เมื่อกล่าวถึงผลของบาป ได้แก่ ความทุกข์กาย ทุกข์ใจ ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
3.เมื่อกล่าวถึงสภาพจิต ได้แก่ความสกปรกเศร้าหมองของจิต
เพราะฉนั้นบาปก็คือ การทำความชั่วเป็นเหตุให้จิตใจสกปรกเศร้าหมอง แล้วส่งผลเป็นความทุกข์ ความเดือดร้อน ดังพระพุทธวจนะว่า ความชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า เพราะว่าความชั่วย่อมตามเผาผลาญในภายหลังได้