พระพุทธศาสนาสมัยล้านนา

พระพุทธศาสนาสมัยล้านไทย



ในพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ภาคเหนือของไทยสมัยปัจจุบันนั้น ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งแห่งอาณาจักรล้านนาอันรุ่งเรือง พระนางจามเทวี พระราชธิดาแห่งกษัตริย์มอญ ในอาณาจักรทวาราวดีได้ขึ้นมาครองเมืองหริภุญไชยทรงเป็นกษัตริย์องค์แรก 

เมืองหริภุญไชย คือ ลำพูนในปัจจุบัน 
๑. ได้ทรงนำเอาอารยธรรมแบบทวาราวดีขึ้นมาเผยแผ่ เช่น การสร้างสถูป สุวรรณจังโกฎิเจดีย์ เป็นต้น 
๒.ทรงนำเอาพระพุทธศาสนาเถรวาทมาเผยแผ่ด้วย ทำให้พุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคงในสมัยนี้ 
๓. ทรงสร้างวัดไว้ ๔ มุมเมือง เรียกว่า เป็นจตุรพุทธปราการ 
๔. เมื่องขอมมีอำนาจทำให้อิทธิของศิลปะทวาราวดีสามารถกั้นวัฒนธรรมของขอมถึงแค่ลำน้ำปิงเท่านั้น 
๕. สมัยพระเจ้าอาทิจจราชแห่งลำพูน ทรงสร้างพระธาตุหริภุญไชย มีการเรียนพระไตรปิฎก พุทธศาสนาใช้ภาษาแบบบาลีเพราะไทยิตดต่อกับลังกา 

ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระเจ้าเม็งราย กษัตริย์แห่งนครเงินยาง (เชียงแสนเก่า) ได้รวบรวมเผ่าไทยในอาณาจักรล้านนาขึ้นเป็นปึกแผ่นเพราะทรงขับไล่มอญออกจากลุ่มน้ำปิงสำเร็จ 
๑. เข้าตีเมืองหริภุญไชย ทอดพระเนตรเห็นวัดพระบรมธาตุ โดนไฟไฟหม้แต่วิหารที่ประดิษฐานพระเสตังคมณี(พระแก้วขาว สร้างในสมัยพระนางจามเทวี) ไม่ไหม้ไฟก็ทรงเลื่อมใสมาก 
๒. ทรงโปรดสร้างเมืองที่เชิงเขาสุเทวบรรพต (ดอยสุเทพ) บนฝั่งขวาแม่น้ำปิง ปัจจุบันนี้คือ เชียงใหม่(นวบุรี) 
๓. เป็นกษัตริย์องค์แรกแห่งล้านนาไทย 
๔. ทรงสร้างวัดเชียงมั่น เพื่อประษฐานพระเสตังคมณีโดยสถาปนาพระตำหนักเป็นวัด 
๕. ทรงรับพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทจากมอญ ศิลปกรรมทางศาสนา จึงมีอิทธิพลทวาราวดีอยู่มาก 



นักโบราณคดีแบ่งสมัยพระพุทธรูปทางภาคเหนือ เป็น ๒ สมัย คือ 

๑. เชียงแสนยุคต้น พระพุทธรูปเป็นแบบอินเดียสมัยราชวงศ์ปาละมหาวิทยาลัยนาลันทากำลังรุ่งเรืองนักปราชญ์เดินทางไปมาอยู่เนืองๆ 

ลักษณะของพระพุทธรูป 
พระองค์อวบอ้วน พระรัศมีเป็นต่อมกลม นั้งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์มารวิชัย (พระหัตถ์ซ้านวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางห้อยลงมาทางพระชานุขวา) พระอุระนูน ชายสังฆาฏิสั้นอยู่เหนือราวพระถัน พระพักตร์กลมสั้น พระโขนงโก่ง พระนาสิกงุ้ม พระโอษฐ์เล็ก พระหนุเป็นปม เส้นพระศกใหญ่เป็นต่อมกลม หรือเป็นก้นหอย ไม่มีไรพระศก ฐานมีบัวรองมีทั้งบัวคว่ำบัวหงาย มีกลีบแซมและมีเกสร 

๒. เชียงแสนรุ่นหลัง เป็นของไทย ชาวล้านนาและลานช้างทำอย่างสุโขทัย มีลักษณะต่างจากรุ่นแรกมาก คือ ลักษณะของพระพุทธรูป ทำรัศมีเป็นเปลว นั่งขัดสมาธิราบ ชายสังฆาฏิยาว เสันพระศกละเอียด มีไรพระศกเอาอย่างมาจากสุโขทัยซึ่งสุโขทัยก็เอาอย่างมาจากลังกา 



พระพุทธศาสนาลังกาวงศ์สู่ล้านนา 

สมัยพระเจ้ากือนา 
ทรงเป็นธรรมิกราช ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข พระอง์ทราบข่าวว่าพระชาวลังกาชื่อ พระอุทุมพรบุบผามหาสวามี มาอาศัยอยู่ที่นครพัน(เมาะตะมะ) เผยแผ่ลัทธิลังกาวงศ์อยู่ จึงส่งทูตไปนิมนต์แต่พระอุทุมพรฯ ทรงปฏิเสธว่าชรามากแล้ว จึงส่งพระหลานชายมาแทน 
ชื่อ พระอนันทเถระ 

เหตุการณ์สำคัญในสมัยพระเจ้ากือนา 
๑. ทรงบวชกุลบุตรชาวเชียงใหม่ตามแบบลังกาวงศ์ โดยพระอุทุทพรฯ สั่งให้นิมนต์พระจากสุโขทัย(สมัยพระเจ้าลือไทย)มาเป็นอุปัชฌาย์ คือ พระสุมนเถระ กับพระอโนทัสสีเถระ ส่วนตัวพระอุทุมพร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ทั้งสองมาจำพรรษาที่วัดพระยืน ลำพูน อุปสมบทชาวลำพูนเป็นจำนวนมาก เมื่อออกพรรษาจึงขึ้นไปเชียงใหม่ จำพรรษาอยู่ที่วัดสวนดอก 
๒. ทรงสถาปนาพระสุมนะเถระ ขึ้นเป็นพระสังฆราช เป็นองค์แรกแห่งล้านนา 
๓. พระเจ้ากือนาทรงสร้างพระบรมธาตุส่วนกนึ่งที่วัดสวนดอกและที่ดอยสุเทพ(สุเทวบรรพต) เป็นศิลปะแบบลังกา 



สมัยพระเจ้าแสนเมือง 
เมื่อพระเจ้ากือนาเสด็จสวรรคตโอรสชื่อพระเจ้าแสนเมืองขึ้นครองราชย์ได้พระพุทธสิหิงค์มาจากเชียงราย จึงโปรดสร้างวัดพระสิงค์ เป็นที่ประดิษฐานจนถึงปัจจุบัน 



สมัยพระเจ้าติโลกราช 

ราชนัดดาของพระเจ้าแสนเมือง คณะสงฆ์แตกแยกออกเป็น ๓ นิกาย คือ 
         ๑. นิกายเดิม 
         ๒. นิกายทที่สืบเนื่องมาจากพระสุมนะ 
         ๓. นิกายลังกาวงศ์ใหม่ มีพระเมธังกร เป็นหัวหน้าตั้งสำนักที่วัดป่ากวางเชิงดอยสุเทพประพฤติ
เคร่งครัดกว่าลังกาวงศ์เดิมซึ่งตั้งอยู่ที่วัดสวนดอก พวกอำมาตย์เลื่อมใสพระสงฆ์ลังกาวงศ์ใหม่ ทรงอุปถัมภ์นานาประการ ได้ผนวชในนิกายนี้เป็นเวลา ๗ วัน เมื่อปี พ.ศ.๑๙๙๕ ทรงสถาปนาพระเมธังกรเป็นพระสังฆราชแห่งล้านนา 



เหตุการณ์สำคัญในสมัยพระเจ้าติโลกราช 
๑. พ.ศ.๑๙๙๙ โปรดให้สร้างวัดชื่อมหาโพธาราม ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเชียงใหม่ จำลองแบบวิหารพุทธคยา โลหปราสาทรัตนมาลีเจดีย์ขึ้น ซึ่งเรียกว่าวัดเจดีย์เจ็ดยอดมาถึงทุกวันนี้ 
๒. พ.ศ.๒๐๒๐ โปรดให้มีการทำสังคายนา พระธรรมวินัยขึ้น ณ วัดมหาโพธาราม มรพระธรรมทินนาเถระเป็นประธาน ทำการสังคายนาอยู่ ๑ปี จึงแล้วเสร็จ 
๓. การศึกษาทางเมืองเหนือรุ่งเรืองกว่าทางอยุธยา มีพระเถระเชียงใหม่รจนาปกรณ์เป็นภาษาบาลีหลายรูป เช่น พระสิริมังคลาจารย์ และพระรัตนปัญญาเป็นต้น 



สมัยพระเจ้าเมืองแก้ว 

เหตุการณ์สำคัญในรัชสมัย ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศสานา 
๑. ทรงสร้างวัดและเรื่องบวชเป็นกิจประจำทุกปี มีพิธีบวชนาคครั้งใหญ่คือ พิธีบวชนาคหลวง จำนวน ๑,๒๐๐ รูป มีพิธีติดต่อกันหลายวัน 
๒. มีการฟื้นฟูศาสนาจนได้มีคัมภีร์สำคัญที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้คือ 
๒.๑ ปัญญาสชาดก คือ ชาดก ๕๐ เรื่อง เช่น สมุทโฆษชาดก แต่งเลียนแบบอรรถกถาชาดกเก่าลังกา เป็นต้น 
๒.๒ พระสิริมังคลาจารย์ แต่งคัมภีร์มังคลัตถทีปนี อธิบายมงคลสูตร(มงคล ๓๘) แต่งพระเวสสันดรทีปนี อธิบายเรื่องพระเวสสันดร ฯลฯ 
๒.๓ พระญาณกิตติ แต่งโยชนา(หนังสือประกอบ) พระวินัย และ พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ แลัโยชนาอภิธัมมัตถสังคหะ 
๒.๔ พระรัตนปัญญา แต่งชินกาลมาลีปกรณ์ เป็นประวัติศาสตร์ พุทธศาสนาในลังกาและเมืองไทยโดยสังเขป. 

>>

<<

!!