ห้องสมุดหนังสือเก่า พล นิกร กิมหงวน
เอื้อเฟื้อพิมพ์เป็นเอกสารโดย คุณกระดิ่งทองแดง

- ๑ -
             ร.ล. นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเรือสลุตแห่งราชนาวี ได้รับคำสั่งให้ออกเดินทางจากฐานทัพเรือที่สัตหีบในเวลา ๑๙.๐๐ น. ของวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๐๓ เพื่อทำการลาดตระเวนอ่าวไทยโดยเปลี่ยนเวรกับ ร.ล. ปิ่นเกล้า
             ทุกชั่วโมง ร.ล. นครศรีธรรมราชจะต้องรายงานทางวิทยุให้กองเรือยุทธการทราบ ซึ่งก็ไม่มีอะไร นอกจากบอกตำแหน่งเรือ เหตุการณ์ปกติ
             ครั้นเวลา ๑๓.๐๐ น. ของวันเสาร์ที่ ๑๔ กองเรือยุทธการก็ไม่ได้รับข่าวจาก ร.ล. นครศรีธรรมราช จนกระทั่ง ๑๔.๐๐ น. ทางกองเรือยุทธการพยายามวิทยุติดต่อก็ไม่สำเร็จ จึงเข้าใจว่าเครื่องรับส่งวิทยุของ ร.ล. นครศรีธรรมราชคงจะขัดข้อง
             อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการก็มิได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ดังนั้นพอฟ้าสาง เครื่องบินไอพ่นประจัญบานของฝูงบินนาวีรวม ๓ เครื่อง ก็ออกเดินทางไปค้นหา ร.ล. นครศรีธรรมราชทันที ซึ่งข่าวสุดท้ายของเรือสลุตลำนี้ที่กองเรือยุทธการได้รับทางวิทยุโทรเลขในเวลา ๐๒.๐๐ น. แจ้งว่า ร.ล. นครศรีธรรมราชกำลังผ่านจังหวัดจันทบุรี เหตุการณ์ปกติ
             ครั้นเวลา ๘.๐๐ น. กองทัพเรือก็ได้รับโทรเลขด่วนจากผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ปรากฏข้อความดังต่อไปนี้
             เรียน ผู้บัญชาการทหารเรือ
             เรือยนต์ของชาวประมงจังหวัดตราดลำหนึ่งได้ช่วยทหารเรือรวม ๒๒ คนที่ลอยคออยู่ในทะเลไว้ได้เมื่อเวลา ๔ น. เศษวันนี้ ทหารเรือเหล่านี้เป็นทหารประจำ ร.ล. นครศรีธรรมราช และแจ้งว่าเรือถูกตอร์ปิโดจมอย่างกะทันหัน กระผมและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความช่วยเหลือทหารเรือทุกคนเป็นอย่างดี จะส่งรายงานละเอียดเรียนมาให้ทราบโดยเร็วที่สุด.
             ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด

             ไม่มีปัญหาอะไรอีก ร.ล. นครศรีธรรมราชถูกเรือดำน้ำของฝ่ายแดงลอบโจมตีด้วยตอร์ปิโดแน่นอน กรมสืบราชการลับของกระทรวงกลาโหมได้รับรายงานจากหน่วยจารกรรมนอกประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมานี้เอง แจ้งว่าฝ่ายศัตรูได้พยายามทุกประการที่จะให้คนไทยเชื่อว่า แสนยานุภาพของซีโตนั้นไม่มีความหมายอะไร กำลังรบอันมหาศาลของฝ่ายคอมมิวนิสต์ ทั้งทางบก, เรือ, และอากาศ ย่อมเหนือกว่า หน่วยจารกรรมของเรายืนยันว่า กองเรือรบคอมมิวนิสต์จำนวนหนึ่งซึ่งประกอบด้วยเรือลาดตระเวนหนักลำหนึ่ง เรือพิฆาต ๓ ลำ และเรือดำน้ำแบบใหม่ใช้พลังงานปรมาณู มีฐานยิงจรวดใต้น้ำอีกลำหนึ่ง กำลังเดินทางจากทะเลจีนบ่ายโฉมหน้ามายังอ่าวไทย เพื่อขัดขวางการประลองยุทธทางเรือครั้งใหญ่ของกลุ่มประเทศภาคีซีโต้ในปลายเดือนพฤษภาคมนี้ด้วยแผนการณ์อันลี้ลับลึกซึ้ง ซึ่งจะทำให้การประลองยุทธต้องเลิกล้มไปหรือเลื่อนเวลาออกไปโดยไม่มีกำหนด
             เมื่อได้รับโทรเลขด่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ท่านแม่ทัพเรือก็รุดเข้าพบท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดทันที
             ตอนสายวันนั้นเอง หมวดเรือตอร์ปิโดและหมู่เรือปราบเรือดำน้ำก็ได้รับคำสั่งด่วนให้ออกเดินทางจากฐานทัพสัตหีบ ทำการล่าเรือดำน้ำของฝ่ายแดงทันที ทางราชการทหารไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องปิดข่าวร.ล. นครศรีธรรมราชถูกเรือดำน้ำคอมมิวนิสต์ลอบยิงด้วยตอร์ปิโดถึงกับจมลงภายในเวลาไม่ถึง ๕ นาที กองบัญชาการทหารสูงสุดจึงออกคำแถลงการณ์แจกจ่ายไปยังวิทยุและโทรทัศน์ทุกแห่ง นอกจากนี้ยังเชิญผู้แทนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับมาพบ เพื่อแจ้งข่าวร้ายของ ร.ล. นครศรีธรรมราชให้ทราบ
             วันจันทร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม เวลา ๑๓.๐๐ น. เศษ เรือสินค้าสัญชาติอังกฤษลำหนึ่งซึ่งเดินทางมาจากฮ่องกงได้ถูกเรือดำน้ำของฝ่ายแดงโจมตีด้วยตอร์ปิโดในทะเลหลวงนอกน่านน้ำไทยทางแหลมเขมร เรือสินค้าลำนี้ชื่อ “ดัมพรีส” ระวาง ๕,๐๐๐ ตัน บรรทุกสินค้าต่าง ๆ จากฮ่องกงมากรุงเทพ ฯ เมื่อถูกตอร์ปิโดกัปตันได้ส่งวิทยุ เอส.โอ.เอส. ขอความช่วยเหลือ ร.ล. ท่าจีนซึ่งลาดตระเวนอยู่ระหว่างด้านนอกของเขตน่านน้ำไทยได้รีบรุดไปช่วยเหลือตามตำแหน่งที่ได้รับทราบทางวิทยุ แต่เมื่อไปถึง เรือ “ดัมพรีส” ได้จมลงสู่ก้นทะเลแล้ว
             อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับการ ร.ล. ท่าจีนกับทหารประจำเรือก็ได้ช่วยลูกเรือและผู้โดยสารไว้เกือบ ๕๐ คน บ้างก็อยู่ในเรือบต บ้างก็อยู่ในเรือยาง
             ต่อมาวันอังคารที่ ๑๘ พฤษภาคม เวลา ๑๖.๐๐ น. เรือปราบเรือดำน้ำของราชนาวีชื่อ ร.ล. หนุมานได้พบเรือดำน้ำปรมาณูขนาดยักษ์ของข้าศึกโผล่ออกมาจากหลังเกาะช้างในเขตจังหวัดตราด ซึ่งเป็นเกาะสำคัญที่กองทัพเรือได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของราชนาวีไทย อันเนื่องมาจากเรือลาดตระเวนลาม็อตปิเก้ของกองทัพเรือฝรั่งเศสได้ปะทะกับ ร.ล. ธนบุรีของเราที่หน้าเกาะช้างนี้ในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับอินโดจีน
             เรือปราบเรือดำน้ำของเราอยู่ห่างจากเรือดำน้ำข้าศึกประมาณ ๓ ไมล์ จึงได้ใช้ปืนใหญ่ระดมยิงเรือดำน้ำ และวิทยุติดต่อกับฝูงบินน้อยที่จังหวัดจันทบุรีให้ส่งเครื่องบินมาช่วย
             กระสุนปืนใหญ่ตกใกล้เคียงกับเรือดำน้ำปรมาณูของข้าศึกหลายนัด แต่เรือดำน้ำปรมาณูได้ดำน้ำหลบหนีไปได้ เรือปราบเรือดำน้ำแห่งราชนาวีพยายามค้นหาตำแหน่งเรือดำน้ำจากเครื่องฟังเสียงก็ไม่พบ หลังจากนั้นไอพ่นประจัญบานจากฝูงบินจันทบุรีก็เดินทางมาถึงเกาะช้าง เข้าร่วมมือกับเรือรบทั้งสองลำค้นหาเรือดำน้ำข้าศึกเกือบชั่วโมงจึงกลับไป
             วิทยุและหนังสือพิมพ์ทั่วโลกต่างกระจายข่าวสำคัญนี้ เรือรบแห่งราชนาวีไทยได้เคลื่อนที่ออกจากฐานทัพกระจายกำลังกันไปทั่วอ่าวไทยทั่งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ฝูงบินแห่งกองบินน้อยประจวบคีรีขันธ์และจันทบุรีเข้าร่วมปฏิบัติงานกับกองทัพเรือด้วย เพื่อขับไล่เรือรบข้าศึกและล่าเรือดำน้ำลึกลับลำนั้น
             อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏว่ามีเรือรบข้าศึกล่วงล้ำเข้ามาในน่านน้ำไทยเลย นักบินได้พบหมู่เรือรบข้าศึกในทะเลหลวงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งทะเลหลวงนั้นคือน่านน้ำที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของครอบครอง และทุกชาติย่อมมีสิทธิ์ที่จะใช้ทะเลหลวงได้ ส่วนอ่าวไทยหรือน่านน้ำของไทยนั้นมีเขตลากเส้นตรงจากนราธิวาสถึงจังหวัดตราดตามแผนที่ แต่ถึงกระนั้นก็มีเนื้อที่ใหญ่โตกว้างขวางมาก เรือดำน้ำปรมาณูของข้าศึกจึงลอบเข้ามาทำงานได้โดยมีเรือรบที่อยู่นอกเขตน่านน้ำไทยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง.

             บ่ายวันนั้น...
             ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ เรือยนต์ประจำ ร.ล. หนุมานซึ่งเป็นเรือปราบเรือดำน้ำ กำลังแล่นออกจากชายฝั่งมุ่งตรงไปยังหมู่เรือปราบเรือดำน้ำสามสี่ลำ ซึ่งจอดอยู่ในอ่าวบริเวณฐานทัพเรืออันกว้างใหญ่ แวดล้อมด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย อันเป็นธรรมชาติที่สวยสดงดงามตายิ่ง
             เรือยนต์ลำนี้ขับโดยจ่าเอกคนหนึ่ง มีพลทหารเรือสองคน มีผู้โดยสาร ๕ คนคือ พล, นิกร, กิมหงวน ดร. ดิเรกและเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ซึ่งทั้ง ๕ คนนี้แต่งเครื่องแบบชุดสีดำ สวมหมวกบาเร่ต์ ติดตราเครื่องหมาย ๓ ทัพ แต่ไม่ได้ติดเครื่องหมายยศ
             คณะพรรคสี่สหายเดินทางมาประจำ ร.ล. หนุมานในฐานะผู้เชี่ยวชาญสรรพาวุธและนักวิทยาศาสตร์แห่งกองทัพไทย ทั้งนี้ตามคำสั่งของกองบัญชาการทหารสูงสุดเกี่ยวกับการปราบเรือดำน้ำปรมาณูของข้าศึกซึ่งขณะนี้ยังป้วนเปี้ยนอยู่ในอ่าวไทย ปรากฏว่าเรือหาปลาหลายลำได้พบเห็นเรือดำน้ำมหึมาลำนี้ ซึ่งชาวเรือให้สมญามันว่า “พรายทะเล” และขณะนี้กองทัพเรือของเรากำลังติดตามค้นหาทั่วบริเวณอ่าวไทย เพื่อทำลายมันให้ได้
             เมื่อเรือยนต์ลำนั้นแล่นเข้ามาใกล้หมู่เรือปราบเรือดำน้ำ ความเร็วของเรือก็ลดลงตามลำดับ จ่าเอกซึ่งทำหน้าที่บังคับเรือยนต์ลำนี้ได้นำเรือตรงเข้าไปยัง ร.ล. หนุมาน ซึ่งในเวลาเดียวกันนี้เอง พล ร.ต. วิชาญ ชัยประสิทธิ์ ร.น. ผู้บังคับหมู่เรือปราบเรือดำน้ำและ น.ท. หยด เฉลิมเกียรติ ร.น. ผู้บังคับการ ร.ล. หนุมาน ได้เตรียมการต้อนรับ ด.ร. ดิเรกกับคณะอย่างแข็งแรง นายทหารประจำเรือหลายคนยืนรวมกลุ่มอยู่เบื้องหลังผู้บังคับการและผู้บังคับหมู่ของเขา
             เรือยนต์ลำนั้นแล่นมาเทียบกราบขวา ร.ล. หนุมานอย่างแช่มช้า พลทหารเรือสองคนช่วยกันยึดเรือไว้ ดร. ดิเรกพาสามสหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ เดินขึ้นบันได ร.ล. หนุมานในท่าทางกระฉับกระเฉง ทันใดนั้นเอง พล ร.ต. วิชาญก็พาผู้บังคับการเรือเข้ามาต้อนรับ ซึ่งท่านนายพลเรือได้รู้จักคุ้นเคยกับ ดร. ดิเรกมาเป็นอย่างดี เพราะนายแพทย์หนุ่มเป็นผู้สร้างเครื่องฟังเสียงแบบใหม่ “ดิเรกไฮโดรโฟนิค” ให้แก่กองทัพเรือและเขาเป็นผู้ฝึกสอนวิธีใช้แก่พวกทหารเรือทั้งหลาย นอกจากนี้ ดร. ดิเรกยังได้มีการติดต่อกับกองทัพเรืออยู่เสมอ
             คณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ และท่านนายพลเรือต่างยกมือวันทยาหัตถ์พร้อม ๆ กัน ดร. ดิเรกยื่นมือให้พล ร.ต. วิชาญจับด้วยสันถวไมตรีอันสนิทสนม
             “สบายดีหรือครับ อาจารย์”
             ดร. ดิเรกสั่นศีรษะ
             “ไม่สบายหรอกครับท่าน กินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว เกี่ยวกับเรือดำน้ำปรมาณูของข้าศึก ผมไม่เข้าใจเลยที่เครื่องไฮโดรโฟนิคใช้ทำงานไม่ได้ผล”
             ท่านนายพลเรือยิ้มเล็กน้อย และแนะนำ นท. หยด เฉลิมเกียรติ ร.น. ให้รู้จักกับ ดร. ดิเรก ณรงค์ฤทธิ์ ซึ่งนายทหารแห่งราชนาวีผู้นี้ได้เรียนเพิ่มเติมที่ประเทศอังกฤษ ๓ ปี เพิ่งกลับมาเมืองไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้จึงไม่รู้จักกับนายแพทย์หนุ่ม แต่ก็ได้ยินชื่อเสียงของ ดร. ดิเรกมานานแล้ว ในฐานที่เป็นนายแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ และเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยอดเยี่ยมของโลกคนหนึ่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยกย่องชมเชยเขามาก
             ดร. ดิเรกกับผู้บังคับการ ร.ล. หนุมานได้ทักทายกันเป็นอย่างดี แล้วนายแพทย์หนุ่มก็หันมาทางคณะของเขาแนะนำให้รู้จักกับ พล ร.ต. วิชาญและ น.ท. หยด
             นิกรมีความข้องใจอย่างยิ่งเมื่อ ดร. ดิเรกบอกเขาว่า ท่านนายพลเรือผู้นี้เป็นผู้บังคับหมู่เรือปราบเรือดำน้ำ ทั้งสองฝ่ายสนทนากันสักครู่ นิกรก็ถือโอกาสถามท่านนายพลเรือ
             “ท่านครับ ประทานโทษเถอะครับ ผมอยากจะเรียนถามอะไรสักหน่อย ท่านมียศเป็นพลเรือตรี ไหงมีตำแหน่งเล็กนิดเดียว เป็นแต่ผู้หมู่เท่านั้น อย่างน้อยก็ควรจะเป็นผู้บัญชาการซีครับ”
             พล ร.ต. วิชาญยิ้มให้นิกร
             “ตำแหน่งของราชนาวีไม่เหมือนกับทหารบกครับคุณนิกร ทหารบกเป็นสิบตรี สิบโทหรือสิบเอก ก็มีตำแหน่งเป็นผู้บังคับหมู่ แต่ว่าอำนาจหน้าที่ของเขาก็คือปกครองบังคับบัญชาทหารในหมู่ของเขาเพียงหมู่เดียวซึ่งมีไม่กี่คน”
             “แล้วทหารเรือล่ะครับ” นิกรถามอย่างสนใจ
             “ทหารเรือหรือครับ คำว่าผู้บังคับหมู่ก็หมายความว่า เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบเรือรบหมู่หนึ่ง อย่างผมอย่างงี้ ผมเป็นผู้บังคับหมู่เรือปราบเรือดำน้ำ ผมต้องควบคุมบังคับบัญชาเรือปราบเรือดำน้ำถึง ๔ ลำ”
             “โอ้โฮ” นิกรร้องขึ้นดัง ๆ “ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ตำแหน่งเล็ก ๆ นี่ครับ แล้วผู้บังคับหมวดล่ะครับ”
             “ผู้บังคับหมวดก็คือเจ้านายของผม พลเรือโทประมาณ สุรพลครับ กำลังเรือรบสองหมู่เป็นหนึ่งหมวด ฉะนั้นสำหรับตำแหน่งของทางทหารเรือแล้ว ผู้ที่เป็นผู้บังคับหมวดเรือต่าง ๆ ก็ต้องเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่และเป็นคนสำคัญในราชนาวี”
             กิมหงวนพูดเสริมขึ้น
             “ถ้ายังงั้นผู้บังคับการก็เป็นลูกน้องผู้บังคับหมู่น่ะซีครับ”
             น.ท. หยดยิ้มให้เสี่ยหงวน
             “ถูกแล้วครับ ผู้บังคับการเรือต้องอยู่ในบังคับบัญชาของผู้บังคับหมู่”
             “ว้า” อาเสี่ยคราง “ตรงกันข้ามกับทหารบกนี่ครับ ทหารบกถ้าเป็นผู้บังคับการก็สั่งขังผู้บังคับหมวดหรือผู้บังคับหมู่อย่างสบาย”
             ผู้บังคับการ ร.ล. หนุมานหันไปพยักหน้าเรียกนายทหารประจำเรือกลุ่มนั้นให้เข้ามาหา แล้วเขาก็แนะนำให้รู้จักกับคณะพรรคสี่สหายทีละคน คือ น.ต. สุภาพ ฤทธิไกร ร.น. ต้นเรือ ร.อ. สมยศ วงสุวรรณ ร.น. ต้นปืน ร.อ. ชาติ บุญประดับ ร.น. ด้นกล และ ร.อ. อนันต์ ราชวัลลภ ร.น. ต้นหน นอกจากนี้ก็มีนายแพทย์ประจำเรือ นายทหารพลาธิการ และนายทหารประจำหน้าที่อื่นอีกหลายคน
             ทุกคนได้แสดงความยินดีต่อ ดร. ดิเรกกับคณะซึ่งถูกส่งมาประจำเรือปราบเรือดำน้ำลำนี้ เพื่อร่วมมือกันล่าพรายทะเลหรือเรือดำน้ำปรมาณูของข้าศึก
             ในที่สุดท่านนายพลผู้บังคับหมู่เรือได้กล่าวว่า
             “ผมสั่งให้ผู้บังคับการเขาจัดห้องพักไว้ให้อาจารย์กับคณะแล้วครับ และสั่งให้เขาเอาใจใส่เป็นพิเศษ ตามคำสั่งของท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด”
             ดร. ดิเรกก้มศีรษะเล็กน้อย
             “ขอบคุณครับ เสื้อผ้าของพวกเราและเครื่องมือวิทยาศาสตร์ของผมจะมาถึงสนามบินสัตหีบในราว ๑๖.๐๐ น. วันนี้ พร้อมด้วยคนของผมอีกหนึ่งคน เมื่อเครื่องมือของผมมาถึงเรียบร้อย ผมจะทำการตรวจสอบเรด้าใต้น้ำและเครื่องไฮโดรโฟนิคประจำเรือลำนี้ทันที ผมไม่เข้าใจเลยที่เครื่องมือของผมค้นหาตำแหน่งเรือดำน้ำของข้าศึกไม่พบ รายงานของท่านที่ผมได้อ่านรายละเอียดจากกองบัญชาการทหารสูงสุดทำให้ผมกลุ้มใจมาก ผมไม่เชื่อว่าเครื่องมือของผมไร้สมรรถภาพ แต่ผมคิดว่าเรือดำน้ำปรมาณูลำนี้อาจจะมีเครื่องมือพิเศษบางอย่างที่บังคับเรด้าใต้น้ำและเครื่องฟังเสียงเรือดำน้ำของผมให้ทำงานไม่ได้ผล”
             พล ร.ต. วิชาญยิ้มเล็กน้อย
             “ทางกองทัพเรือก็เข้าใจอย่างนี้ครับ ท่านผู้บัญชาการทหารเรือถึงได้รายงานไปทางกองบัญชาการทหารสูงสุดขอให้อาจารย์กับคณะมาร่วมงานล่าพรายทะเล เพราะถ้าอาจารย์ได้คุมเรด้าใต้น้ำและเครื่องไฮโดรโฟนิคของอาจารย์ด้วยตนเองแล้ว ถ้าเรือ “หนุมาน” พบเรือดำน้ำปรมาณูเมื่อไรมันก็ต้องตกเป็นเหยื่อทุ่นระเบิดน้ำลึกของเราทันที”
             นายแพทย์หนุ่มยิ้มอย่างภาคภูมิ
             “ออไร้ ผมจะต้องล่าพรายทะเลให้ได้ด้วยเครื่องมือพิเศษของผมที่กำลังเดินทางมา ไฮโดรโฟนิคแบบใหม่ของผมวิเศษจริง ๆ แม้แต่เสียงปลาขยับเหงือกหรือทำปากขมุบขมิบใต้น้ำเราก็ได้ยินถนัด มันไม่มีทางที่จะหนีเราไปได้ นอกจากนี้ผมยังนำระเบิดปรมาณูขนาดจิ๋วมาด้วยซึ่งเป็นระเบิดเวลา ถ้าเรือดำน้ำข้าศึกดำกบดานนิ่งเฉยอยู่ที่ใด และเรด้าใต้น้ำจับตำแหน่งได้ เราก็จะส่งมนุษย์กบหรือประดาน้ำเอาระเบิดไปเกาะติดเรือมัน รับรองว่าตูมเดียวกลายเป็นเศษเหล็กชิ้นเล็กชิ้นน้อย”
             พวกนายทหารเรือทำหน้าเลิ่กลั่กไปตามกัน ผู้บังคับการถาม ดร. ดิเรกว่า
             “ระเบิดปรมาณูขนาดจิ๋วของอาจารย์จะเกิดการระเบิดขึ้นเองเพราะถูกความร้อนหรือเหตุอื่น ๆ ได้ไหมครับ”
             ดร. ดิเรกลืมตาโพลง
             “โน – มือชั้นผมทำอะไรต้องรอบคอบ มันจะระเบิดก็ต่อเมื่อเราติดหัวชนวนระเบิดและตั้งเวลาให้มันระเบิด ตามธรรมดาเอาฆ้อนหรือขวานทุบก็ไม่ระเบิด”
             น.ท. หยดยิ้มแห้ง ๆ
             “ถึงเช่นนั้นก็ไม่น่าทดลองเล่นนะครับ เรือ “หนุมาน” มีระวางเพียง ๑,๒๐๐ ตันเท่านั้น ระเบิดตูมเดียวก็คงไม่มีอะไรเหลือ”
             ท่านนายพลผู้บังคับหมู่เรือปราบเรือดำน้ำพูดตัดบท
             “เชิญอาจารย์กับคณะไปที่ห้องพักเถอะครับ ประเดี๋ยวจะได้รับประทานน้ำชาเวลาบ่าย เรื่องเสื้อผ้าและเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่กำลังเดินทางมาโดยเครื่องบินพิเศษของกองทัพอากาศ ไม่จำเป็นจะต้องห่วงครับ ผมจะส่งทหารไปรับที่สนามบินให้เรียบร้อย”
             ครั้นแล้ว พล ร.ต. วิชาญก็พาคณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ เดินลงบันไดไปใต้ท้องเรือ ผู้บังคับการกับคณะนายทหารประจำเรือติดตามไปด้วย
             ก่อนค่ำวันนั้นเอง กระเป๋าเสื้อผ้าของสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ พร้อมด้วยลังไม้ฉำฉาขนาดใหญ่สี่ลังซึ่งบรรจุเครื่องมือวิทยาศาสตร์อันมีค่ายิ่ง ก็ถูกส่งมายัง ร.ล. หนุมาน โดยเจ้าแห้วติดตามมาด้วย ซึ่งเจ้าแห้วเป็นผู้ควบคุมสิ่งของเหล่านี้มาจากสนามบินดอนเมือง และกองทัพอากาศกับกองทัพเรือได้มีการติดต่อกันโดยทางวิทยุตลอดเวลา
             หลังจากอาหารค่ำผ่านพ้นไปแล้ว ดร. ดิเรกได้ขลุกอยู่ในห้องสัญญาณตลอดเวลา น.ท. หยด เฉลิมเกียรติ ร.น. ผู้บังคับการเรือ และนายทหารหนุ่มซึ่งมียศเป็นเรือตรีร่วมปฏิบัติงานทดสอบสมรรถภาพเครื่องเรด้าใต้น้ำและเครื่องไฮโดรโฟนิคสำหรับฟังเสียงเรือดำน้ำอย่างใกล้ชิด ส่วนพล, นิกร, กิมหงวน เจ้าคุณปัจจนึก ฯ และเจ้าแห้วพักผ่อนอยู่ในห้องพักซึ่งเป็นห้องแคบ ๆ มีเตียงนอนซ้อนกันสองแถว แถวละ ๓ เตียง และมีโต๊ะเก้าอี้อยู่ทางด้านริมช่องกระจก
             ถึงแม้เรือจอด ร.ล. หนุมานก็ติดไฟมีสตีมพอที่จะออกเรือได้ ภายในเรือมีไฟฟ้าสว่างไสว ได้ยินเสียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าครางกระหึ่มตลอดเวลา เรือรบทุกลำในฐานทัพเรือสัตหีบอยู่ในสภาพเตรียมพร้อม มีนายทหารและทหารประจำเรือครบถ้วน
             ดร. ดิเรกได้สอบถามรายละเอียดจากผู้บังคับการเรือและเรือตรีหนุ่มเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องฟังเสียงเรือดำน้ำอันเป็นประดิษฐกรรมของเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน นับตั้งแต่ ร.ล. หนุมานได้พบเรือดำน้ำปรมาณูของข้าศึกลำนั้นซึ่งโผล่ออกมาจากหลังเกาะช้าง เป็นการซักยิ่งกว่าทนายความซักพยานเสียอีก น.ท. หยดและ ร.ต. พจน์ได้เล่าให้นายแพทย์หนุ่มฟังตามตรง
             ดร. ดิเรกใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงในเรื่องนี้ ในที่สุดสีหน้าอันเคร่งเครียดของเขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใส นายแพทย์หนุ่มกล่าวขึ้นอย่างมั่นใจว่า
             “เครื่องฟังเสียงเรือดำน้ำและเรด้าของผมไม่ได้เสื่อมคุณภาพเลย ผมพอจะรู้แล้วว่าเรือดำน้ำปรมาณูของพวกแดงมีวิธีหลบซ่อนตัวอย่างไร เครื่องมือของผมจึงค้นหามันไม่ได้ อ้า – ท่านผู้บังคับหมู่ ท่านอยู่ประจำเรืออะไรนะ ผู้การ”
             “ท่านอยู่ประจำเรือพาลีครับ”
             “ผมจะไปพบท่านเดี๋ยวนี้ เพื่อเจรจากับท่านในเรื่องนี้ ผมต้องการมนุษย์กบที่มีความสามารถพิเศษสักสี่ห้าคนและอยากจะได้โดยเร็วที่สุด ท่านนายพลผู้บังคับหมู่เรือปราบเรือดำน้ำคงจะหาให้ผมได้ไม่ใช่หรือครับ”
             “ได้ซิครับอาจารย์ ที่ฐานทัพเรือนี้มีมนุษย์กบที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดีเลิศมาแล้วมากมายทีเดียว อาจารย์จะไปพบผู้บังคับหมู่เดี๋ยวนี้หรือครับ”
             “ออไร้ ผมอยากไปพบท่านเร็วที่สุด บางทีพรุ่งนี้ผู้การจะต้องนำเรือนี้เดินทางไปเกาะช้างเพื่อให้ผมได้ไปสำรวจตำแหน่งที่เรือดำน้ำดำลงไป ผมกล้าเอาหัวผมเป็นประกัน ถ้าอ้ายพรายทะเลลำนี้ยังป้วนเปี้ยนอยู่ในอ่าวไทยละก้อ ผมจะต้องทำลายมันให้ได้ กัปตันและพวกลูกเรือจะต้องเป็นผีเฝ้าอ่าวไทยแน่ ๆ”
             ร.ต. พจน์ยิ้มให้ ดร. ดิเรกแล้วพูดเบา ๆ
             “ผมเชื่อมืออาจารย์ครับ”
             น.ท. หยดยกนาฬิกาข้อมือดูเวลาแล้วกล่าวกับนายแพทย์หนุ่ม
             “อาจารย์จะไปพบกับผู้บังคับหมู่ก็เชิญซิครับ ผมจะพาไป แต่จะต้องส่งสัญญาณไฟไปเรียนถามท่านเสียก่อน ขึ้นไปบนดาดฟ้าเถอะครับ”
             ใน ๑๐ นาทีนั้นเอง ดร. ดิเรกกับ น.ท. หยดก็ลงเรือยนต์ประจำ ร.ล. หนุมานมุ่งตรงไปยัง ร.ล. พาลี เรือปราบเรือดำน้ำอีกลำหนึ่งซึ่ง พล ร.ต. วิชาญ ชัยประสิทธิ์ประจำอยู่ที่เรือลำนั้น
             เมื่อได้พบกับท่านนายพลเรือ ดร. ดิเรกก็ได้ให้ความคิดเห็นอันเป็นสาระประโยชน์ยิ่ง ในที่สุดเขาก็ขอมนุษย์กบจำนวนหนึ่งสำหรับทำงานปราบเรือดำน้ำปรมาณูลำนี้ และขออนุมัติให้ น.ท. หยดนำเรือ “หนุมาน” เดินทางไปเกาะช้าง ซึ่งท่านผู้บังคับหมู่ก็ไม่ขัดข้อง
             “ตกลงครับอาจารย์ พรุ่งนี้ตอนสายผมจะส่งมนุษย์กบสี่คนไปที่เรือ “หนุมาน” ส่วนการออกเรือผมจะสั่งทีหลัง”
             “ขอบคุณมากครับ สำหรับมนุษย์กบต้องการทหารเรือที่มีร่างกายแข็งแรงจริง ๆ นะครับ ควรจะเลือกคนล่ำสันหน้าอกใหญ่”
             “ได้ครับ ผมมีอยู่หลายคนหน้าอกเบ้อเริ่ม ๆ ทั้งนั้น อาจารย์เห็นต้องชอบแน่ สามารถปฏิบัติงานได้ดี ว่ายน้ำคล่องเหมือนปลา แต่ละคนเฉลียวฉลาดและกล้าหาญ ผ่านการฝึกมามากต่อมากแล้ว มีความทรหดอดทนที่สุด”
             “ออไร้ ออไร้ ผมจะใช้มนุษย์กบลงสำรวจใต้ทะเลบางแห่ง โดยร่วมงานกับผู้ช่วยของผม ถ้าหากว่าเราพบเรือดำน้ำปรมาณูลำนั้นกบดานอยู่ที่ใด ผมก็จะทำลายมันเสียด้วยระเบิดปรมาณูขนาดจิ๋วของผม”
             ดร. ดิเรกได้สนทนากับท่านนายพลเรือเป็นเวลาชั่วโมงเศษ จึงชวน น.ท. หยดลาท่านผู้บังคับหมู่เรือปราบเรือดำน้ำกลับ ร.ล. หนุมาน
อ่านหน้าต่อไป