PANZER
       หน่วยยานเกราะเยอรมัน
รถถัง T 34 ของรัสเซีย คู่ปรับตัวฉกาจของหน่วยยานเกราะของเยอรมัน รถถังรุ่นนี้ติดตั้งปืนใหญ่ขนาดความกว้างปากลำกล้อง 76 มม. ที่สามารถทำลายรถถังเยอรมันได้ทุกชนิด แม้กระทั่งรถถัง Panzer V - Panther จะมีก็แต่รถถัง Tiger และ Tiger II เท่านั้น ที่พอจะต้านทานมันได้ T 34 ถูกผลิตออกมาอย่างมากมาย ด้วยจำนวนที่มหาศาลนี่เอง ที่ทำให้รถถังที่ทรงประสิทธิภาพของเยอรมัน ไม่สามารถต้านทานการรุกของรัสเซียได้
   การสั่งการเพื่อให้หน่วย Panzer ไปจากกองทัพกลุ่มกลาง ทำให้กองทัพเยอรมันเคลื่อนที่ได้ล่าช้า และทำให้ฤดูหนาวมาถึง ก่อนการยึดกรุงมอสโคว์ และทำให้โอกาสที่จะยึดเมืองหลวงต้องหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย ทหารหน่วย Panzer ต้องประสบกับความยากลำบากเมื่อฤดูหนาวที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์ถึง ลบ สามสิบองศา เครื่องยนต์ของรถถังไม่สามารถติดเครื่องได้ น้ำมันจับตัวเป็นน้ำแข็ง มีบ่อยครั้งที่รถถังต้องติดเครื่องอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เครื่องอุ่นอยู่ ทำให้เปลืองเชื้อเพลิง เมื่อไม่สามารถติดเครื่องรถถังได้ พลประจำรถต้องใช้กองไฟจุดไว้ใต้รถถัง เพื่อให้เกิดความร้อน ฤดูหนาวแรกในรัสเซียในปี 1941 สร้างความเสียหายให้กับเยอรมัน และสร้างโอกาสให้กับรัสเซียอย่างมาก ในการมีเวลาฟื้นตัว

    วันที่ 6 ธันวาคม 1941รัสเซียเปิดฉากการตีโต้ และทำให้เยอรมันต้องปรับแนวรบที่เป็นฝ่ายรุก มาเป็นการตั้งรับ การเข้าตีของรัสเซียครั้งนี้ สร้างความตกตะลึงให้กับทหารเยอรมัน ยานเกราะจำนวนมากถูกทำลาย รัสเซียโจมตีอย่างหนักรอบๆมอสโคว์ ในช่วงตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 1942 โดยหวังที่จะทำลายกองทัพกลุ่มกลางของเยอรมันให้สิ้นซาก แต่ความแข็งแกร่งของทหารรัสเซียยังมีไม่เพียงพอ ประกอบกับทหารเยอรมันสู้อย่างยิบตา ทำให้วัตถุประสงค์ของรัสเซียในครั้งนี้ ไม่ประสบความสำเร็จ

    ในปี 1942 ช่วงเดือนเมษายน มีการประมาณกันว่า เยอรมันสูญเสียยานเกราะไปถึง 79 เปอร์เซนต์นับจากเปิดยุทธการบาร์บารอสซ่าเข้าไปในรัสเซีย การสูญเสียยานเกราะจำนวนมากนี้ ทำให้เยอรมันสูญเสียศักยภาพในการเคลื่อนที่ ในขณะเดียวกำลังเสริมใหม่ก็ยังมาไม่ถึง ทำให้หน่วย Panzer ต้องใช้อาวุธและยานเกราะทุกชนิดที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า รวมถึงการนำอาวุธและยานเกราะของรัสเซียที่ยึดมาได้มาใช้ด้วย
   สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้หน่วย Panzer ต้องประสบกับความสูญเสียในรัสเซีย ก็เนื่องมาจาก การประเมินหน่วยรถถังของรัสเซียผิดพลาด นั่นก็คือ รถถังแบบ T 34 ซึ่งติดตั้งปืนใหญ่ 76 ม.ม. เหนือกว่าปืนใหญ่ของ Panzer III มีเกราะหนากว่าทั้ง Panzer III และ IV มีสายพานที่กว้างทำให้เคลื่อนที่ในพื้นที่ที่เป็นเลน โคลนได้ดีกว่ารถถัง Panzer ของเยอรมัน

    เยอรมันได้พบกับ
รถถัง T 34 ของรัสเซียครั้งแรกในเดือน ต.ค. 1941 กองพล Panzer ที่ 4 ของเยอรมันได้รับความเสียหายอย่างมาก หน่วย Panzer ไม่สามารถหยุดยั้งรถถัง T 34 ของรัสเซียได้ด้วยปืนใหญ่ต่อสู้รถถังขนาด 37 ม.ม. ของ Panzer III  รถถัง T 34 ของรัสเซียบางคันถูกยิงอย่างจังหลายนัด แต่ก็ไม่เป็นไร วิธีเดียวที่หน่วยรถถัง Panzer จะหยุด T 34 ได้ก็คือ ต้องเข้าไปให้ใกล้ที่สุด และจะยิ่งเป็นการดีถ้าเป็นด้านหลัง เพราะเกราะด้านหลังของรถถังจะบางมาก การกระทำเช่นนี้ เสี่ยงต่อการถูกยิงก่อนจากรัสเซีย และเสี่ยงต่อการถูกทหารราบที่ติดตามรถถัง T 34 ทำลายด้วยกับระเบิดรถถัง รถถัง Panzer III บางคันต้องเข้าไปทำลาย T 34 ในระยะ 5 เมตร ทางด้านหลัง โชคยังเข้าข้างเยอรมัน ที่พลประจำรถของรัสเซีย ด้อยประสบการณ์กว่า และรถถัง T 34 ก็ไม่มีวิทยุประจำรถเสียเป็นส่วนมาก การติดต่อสื่อสารระหว่างรถถังแต่ละคัน จึงทำได้ลำบาก
หน้าหลัก    หน้า 1      หน้า 2      หน้า 3      หน้า 4      หน้า 5      หน้า 6      หน้า 7    

หน้า 8      หน้า 9     หน้า 10      หน้า 11
ประสบการณ์ 1 ปีในติมอร์
ประสบการณ์ 1 ปีในภาคใต้
saniroj@yahoo.com
1