ความเป็นมาของชื่ออำเภอ

ประวัติความเป็นมาของอำเภอท่าฉาง

 

ความเป็นมาของชื่ออำเภอ

       เมืองโฉลกเดิมชาวบ้านเรียกว่า "เมืองโละ" แปลว่า "โชค" ใครอยู่เมืองนี้จึงเป็นผู้มีโชค เพราะเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ทะเล อากาศดี ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ การที่คนพื้นเมืองเรียกเมืองโฉลกว่า เมืองโละ เพราะคำว่าโฉลก เป็นสำเนียงกรุง ชาวกรุงออกสียง ฉะ-โหลก แต่ชาวใต้ออกเสียง ชะ-โละ แล้วตัดพยางค์หน้าออกตามธรรมเนียมชาวใต้ คงเหลือ โละ คำเดียว ชาวใต้จึงเรียก เมืองโฉลก ว่า เมืองโละ

        คลองท่าฉาง เดิมชื่อ คลองโละ (คลองท่าฉางยาวเหยียดตั้งแต่ปากอ่าวท่าฉาง ผ่านตำบลคลองไทร ตำบลท่าฉาง ตำบลเขาถ่าน ตำบลเสวียด และตำบลปากฉลุย) อำเภอท่าฉางปัจจุบัน ก็คือ   เมืองโละ แต่เปลี่ยนชื่อเป็น "ท่าฉาง" สมัยพระยาวจี  สัตยานุรักษ์ ในสกุล ศรียาภัย เจ้าเมืองไชยา มาตั้งฉางข้าวที่เมืองโละ (บริเวณที่ตั้งอำเภอท่าฉางเก่า) เพื่อนำข้าวจากบ้านท่าล่องมาตามลำคลองบ้านท่ามาเก็บไว้ที่ฉางข้าว แล้วส่งออกไปจำหน่ายทางคลองท่าฉาง คือ คลองโละต่อไป  ต่อมาจึงเรียกเมืองโละ ว่า "ท่าฉาง" และว่า บ้านท่าก่อนนี้เรียกว่า "เมืองโละ" ที่บ้านท่ามีบ่อน้ำบ่อหนึ่งก็เรียก "บ่อโละ" เมืองโละนั้นเดิมคือ อำเภอท่าฉางไปจนถึงฝั่งซ้ายอำเภอพุนพิน (ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี) ไปจดคีรีรัฐ

ประวัติการจัดตั้งอำเภอ

      ตามประวัติเมืองไชยา ท่าทอง คีรีรัฐ เวียงสระ ทั้งสี่เมืองนี้เป็นเมืองโบราณสมัยศรีวิชัย (อาณาจักรศรีวิชัย พ.ศ. 1200-1800) อาณาเขตเมืองไชยาครอบคลุมเมืองโฉลก เมืองโฉลกจึงรวมอยู่ในเมืองไชยาและเป็นเมืองศรีวิชัยเช่นเดียวกัน จนถึง พ.ศ. 1800 อาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมอำนาจ เมืองทั้งสี่จึงแยกตัวออกมาจากอาณาจีกรศรีวิชัย เมืองโฉลกซึ่งรวมอยู่ในเมืองไชยาก็แยกตัวออกมาพร้อม ๆ กับเมืองไชยาและเมืองอื่น ๆ แต่แยกตัวเป็นอิสระขึ้นตรงกับกรุงสุโขทัยซึ่งขณะนั้นเป็นราชธานีของไทย (กรุงสุโขทัย พ.ศ. 1800-1921) ซึ่งมีท้าวอู่ทองครองเมืองอู่ทองและเป็นพระยามหานครปกครองเมืองใกล้เคียงด้วย  ผู้ครองเมืองโฉลกคนหนึ่งชื่อ ท้าวราช และน่าจะเป็นผู้ครองเมืองโฉลกคนแรกสมัยเดียวกับท้าวอู่ทอง เพราะบรรดาศักดิ์เป็นท้าวราชด้วย ผู้ครองเมืองโฉลกจึงมีบรรดาศักดิ์สูงกว่าหรือเท่าเจ้าเมืองไชยา ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยา ด้วยเหตุนี้มืองโฉลกจึงแยกตัวเป็นอิสระขึ้นตรงต่อกรุงสุโขทัยไม่ขึ้นกับเมืองไชยา และสิ้นสุดตำแหน่งหัวเมืองโฉลก ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมืองโฉลกต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนเป็นอำเภอท่าฉางปัจจุบัน ส่วนที่เหลือไปรวมกับอำเภอพุนพิน

วิวัฒนาการของเมืองโฉลก(เริ่มแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4)

        ร.4 (พ.ศ.2393-2411) โปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองท่าฉาง เป็นเมืองกาญจนดิษฐ์            

        ร.ศ.115 (พ.ศ. 2439) ร.5 โปรดเกล้า ฯ ให้แบ่งเขตการปกครองทั่วราชอาณาจักร เป็นมณฑลเทศาภิบาล ให้รวมเมืองชุมพร หลังสวน ไชยา กาญจนดิษฐ์ เป็นมณฑลชุมพร ตั้งศาลารัฐบาลที่ชุมพรเป็นอันสิ้นสุดตำแหน่งหัวเมืองโฉลก

       ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) ร.5 โปรด ฯ ให้รวมเมืองไชยา กาญจนดิษฐ์ คีรีรัฐ เป็นเมืองเดียวกัน เรียกว่า เมืองไชยา ตั้งศาลากลางขึ้นที่บ้านดอน เมืองไชยาเดิมจึงลดฐานะเป็นอำเภอ เรียกว่า อำเภอพุมเรียง เมืองกาญจนดิษฐ์เปลี่ยนเป็นอำเภอกาญจนดิษฐ์ เมืองคีรีรัฐเปลี่ยนเป็นอำเภอคีรีรัฐ (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอขนอนแล้วเปลี่ยนเป็นอำเภอคีรีรัฐนิคมในปัจจุบัน) บริเวณที่ตั้งศาลากลางเมืองไชยาที่บ้านดอนเป็นอำเภอบ้านดอน 

       ร.ศ. 124 (พ.ศ. 2449) ร.5 โปรด ฯ ให้โอนอำเภอลำพูน อำเภอพนม อำเภอพระแสง จากเมืองนครศรีธรรมราชมาขึ้นกับเมืองไชยา

      ร.ศ. 129 (พ.ศ. 2453) ต้นสมัยรัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2453-2468) พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กระทรวงมหาดไทยประกาศยกฐานะเมืองโฉลกบางส่วน คือท้องที่ในเขตปกครองของอำเภอท่าฉางเป็นกิ่งอำเภอ และเปลี่ยนชื่อโฉลกให้เป็นท่าฉาง เมืองโฉลกส่วนนั้นจึงเป็นกิ่งอำเภอท่าฉาง อำเภอพุมเรียงส่วนที่เหลือตั้งมะลวน หัวเตย ลงมาไปรวมกับเขาศรีวิชัยด้วยให้รวมเป็นอำเภอพุนพิน

      พ.ศ. 2458 ร.6 โปรด ฯ ให้ย้ายศาลารัฐบาลมณฑลชุมพรมาตั้งที่อำเภอบ้านดอน

      29 กรกฎาคม 2458 ร.6 โปรด ฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองไชยาเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี เปลี่ยนชื่อมณฑลสุราษฎร์ เปลี่ยนชื่ออำเภอพุมเรียงเป็นอำเภอเมืองไชยา (คงตั้งอยู่ที่บ้านพุมเรียงต่อไป) กิ่งอำเภอท่าฉางจึงขึ้นกับอำเภอเมืองไชยา และให้ย้ายมณฑลสุราษฎร์มาตั้งที่สวนสราญรมย์(ต่อมาก็ย้ายกลับไปตั้งที่บ้านดอนตามเดิม)

      พ.ศ. 2459 ร.6 โปรด ฯ ให้มณฑลสุราษฎร์ มณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลปัตตานี เป็นมณฑลภาค เรียกว่า "ภาคปักษ์ใต้" มีอุปราชปกครองบังคับบัญชาเหนือสมุหเทศาภิบาล ตั้งศาลว่าการที่สงขลา และโปรด ฯ ให้เปลี่ยนคำว่า "บริเวณ" และ "เมือง" เป็นจังหวัดทั่วประเทศ เมืองสุราษฎร์ธานีจึงเปลี่ยนเป็นจังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งแต่นั้นมา

       พ.ศ. 2468 (รัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2468-2477) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรด ฯ ให้ยุบเลิกมณฑลภาคและตำแหน่งอุปราชทุกภาค

       พ.ศ. 2469 เดือนเมษายน ร.7 โปรด ฯ ให้ยุบมณฑลสุราษฎร์ ให้จังหวัดที่อยู่ในปกครองไปขึ้นมณฑลนครศรีธรรมราช (ประกาศเมื่อมีนาคม 2468) จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงขึ้นกับมณฑลนครศรีธรรมราช

       พ.ศ. 2476 ร.7 โปรด ฯ ให้ยุบเลิกมณฑลเทศาภิบาลและตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลทุกมณฑล เมืองไชยา กาญจนดิษฐ์ คีรีรัฐ ซึ่งรวมเป็นจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทยแต่นั้นมา

        รัชกาลที่ 8 (พ.ศ.2477-2489) พ.ศ. 2481 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาอนันทมหิดลทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนนามอำเภอเมืองไชยา เป็น อำเภอไชยา อำเภอบ้านดอน เป็น อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี กิ่งอำเภอท่าฉางจึงขึ้นกับอำเภอไชยา และโปรด ฯ ให้ยกฐานะกิ่งอำเภอท่าฉาง เป็น อำเภอท่าฉาง ขึ้นตรงกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2483 ในรัชกาลที่ 8 นี้เอง

ประวัติเหตุการณ์สำคัญของอำเภอ

       เมื่อ พ.ศ. 2531 ช่วงเดือนธันวาคม เป็นฤดูมรสุมของภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับอิทธิพลจากพายุเกย์ ทำให้หลายอำเภอต้องจมอยู่ใต้น้ำ ก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย ที่ว่าการอำเภอท่าฉางหลังเก่า อยู่ในตำบลท่าฉาง และอยู่ริมคลองท่าฉาง ได้ถูกน้ำท่วมจนถึงชั้นสองของอาคารเอกสารและวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกน้ำท่วมเสียหายใช้ประโยชน์ไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องย้ายที่ว่าการอำเภอท่าฉาง ไปสร้างใหม่ในที่ดอน ณ ตำบลเขาถ่าน(ที่ว่าการอำเภอท่าฉางปัจจุบัน)

 

  

 

      

    

        

1