ประวัติศาสตร์ไทยหน้า2

Mainmenu
ประวัติศาสตร์ไทย
ประวัติผู้จัดทำ
ประวัติครอบครัว
การศึกษา
ความประทับใจ
กลับหน้าหลัก

 

      ทางเหนือ  ตั้งแต่ราวปี พ.ศ.1000เป็นต้นมา มีการรวมตัวกันขึ้นเป็นแค้วนหริภุญชัย 
โยนกเชียงเสน และเงินยางเชียงแสน  ชึ้งต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาเป็นล้านนา รุ้งเรืองร่วมสมัย
กับสุโขทัยและอยุธยา
      ภาคกลาง  บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา-ท่าจีนมีแคว้นทวารวดีที่เติบโตขึ้นมาในช่วง  
พ.ศ.  1100-1500มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนครปฐมหรือนครไชยศรีทวารวดีสิ้นสุดความเป็น
รัฐลงด้วยเหตุผลสองประการคือการเปลียนทางเดินของลำน้ำและอิทธิพลขอมที่แผ่ขยายเข้ามา
ตั้งเมืองละโว้ขึ้นเป็นศูนย์กลางแทน
      ละโว้ รุ้งเรืองขึ้นมาหลังปี  พ.ศ.  1500 แทนที่รัฐเดิมของทวารวดีอย่างนครชัยครีเทพ
โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ลุ้มแม่น้ำลพบุรี  เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลงในราวพุทธศตวรรษที่  18  หลัง
ยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่  7  พร้อมกับการเกิดขึ้นของสุโขทัย    ละโว้ก็ลดบทบาทลงไปด้วย


   ราชธานีสุโขทัย  

        ชื่อของเมืองที่แปลว่า  "รุ้งอรุณแห่งความสุข"และคำกล่าวที่รู้จักกันดีว่า...เมืองสุโขทัย 
ในน้ำมีปลา  ในนามีข้าวทำให้ภาพของสโขทัยเป็เมืองแห่งความฝัน  นครแห่งคและอดีตที่มิ
อาจหวนคืนราวปีพ.ศ.1700   กว่า     ปรากฏข้อความในสิลาจาลึกวัดศรีชุม  
ชึ้งเขียนขึ้นโดย
พระมหาเถรศรีศรัธาระบุว่า พ่อขุนนาวนำถุมในนครสุโขทัยและศรีสัชนาแห่งลุ่มน้ำยมแสดง
ให้เห็นว่าสุโขทัยเริมมีฐานะฬนแคว้นขึ้นมาแล้วโดยมีพ่อขุนนาวเป็นเจ้าเมืองในช่วงนี้ อิทธิพล
ของขอมเริ่มเสื่อมลงหลังจากยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724-17641)   เนื่องจาก
สงครามและการเกณฑ์แรงงานการสร้างศาสนสถานต่างๆ นอกจากนี้พ่อขุนศีรนาวนำถุมก็ใช้
วิธีให้โอรสคือพ่อขุนผาเมืองแต่งงานกับธิดาของกษัตริย์กัมพูชาอยู่ในฐานะ     "เมืองพ่อตา"  
กับ  "ลูกเขย"  พ่อขุนผาเมืองจึงได้รับการขนานนามเป็น  "ศรีอินทรบดินทราทิตย์"  หลังจาก
ที่พ่อขุนศรีนาวนำถุมรวบรวมแคว้นสุโขทัยขึ้นแล้ว      ไม่นานก็เกิดเหตุการวุ่นวายขึ้น โดยมี 
"ขอม"  พวกหนึ่งเข้ามาแย่งชิงอำนาจพวกขอมเข้ามายึดเมืองได้ในที่สุด     และเป็นไปได้ว่า
พ่อขุนศรีนาวนำถุมเชืยชีวิไป้แล้วช่วงนี้  พ่อขุนผาเมืองชึ้งครองเมืองราดอยู่ จึงรวมกับพ่อขุน
บางกลางหวาชึ่งมิได้ระบุแน่ชัดว่ากำลังครองเมืองใดอยู่  รวบรวมกำลังไปชิงเมืองขุโขทัยคืน
มาได้สำเร็จ  พ่อขุนผาเมืองจึงยกเมืองให้พ่อขุนบางกลางหาวพร้อม
ทั่งมอบนาม
"ศรีอินทราบดินทราทิตย์"  ให้ด้วย  หลังจากนั้นการขยายอณาเขตของสุโขทัยก็เริมขึ้นถือเป็น
ช่วงเวลาการกวาดต้อนผู้คน 
     และรวบรวมบ้านเมืองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร  
หลังพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ขึ้ครองราชได้ไม่นาน  ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดที่อยู่ใกล้
เมืองสุโขทัย
ก็ยกทับมายึดเมืองตากนี้เองที่ปรากฏเรื่องราวอันกล้าหารของเจ้ารามคำแห่งที่ไสช้างเข้าขวาง
ขุนสามชนจนได้ชัยชนะแสดงให้เห็นว่ากำลังของอาณาจักรสุโขทัยนั้นยังมิได้รวมกันเป็นปึก
แผ่น  ยังต้องอาศัยการทำศึกปราบปรามอยู่บ่อยครั้ง
   พ่อขุนรามคำแหง :  กษัตริย์ผุ้มีชื่อเสียงมากที่สุดของสุโขทัยพระองค์มีชื่อเสียงในฐานะ
ผู้สร้างกรุงสุโขทัยให้เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด         เป็นผู้คิดประดิษฐอักษรไทยและเป็นผู้สร้าง
ศิลาจาลึกบอกเล่าเรื่องราวในยุคสมัยของพระองค์     ในยุคนี้อานาเขตของสุโขทัยแผ่ขยายออก
ไปกินบริเวณถึงตอนล่างของลุ่มแม่น้ำปิง  ลุ่มน้ำยม  ลุ่มแม่น้ำน่าน  และตอนบนของแม่น้ำป่าสัก 
อาณาเขตของสุโขทันดังที่ปรากฎนั้น
กว้างใหญ่ไพศาลจนถึงเวียงจัน  เมืองแพร่      เมืองน่าน
ชียงแสน  พะเยา  นี้ก้ชี้ให้เห็นว่าสุโขทัยมีการติดต่อกับรัฐเหล่านี้จริง      และการติดต่อ
ค้าขาย
นี้เองที่นำมาวึ่งความรุ่งเรืองของสุโขทัย  ออออันสอดคล้องกับข้อความที่ปรากฏในศิลาจารึกว่า
      ...เพื่อนจูงวัวไปค้า  ขี่ม้าไปขาย  ใครจักใคร่ค้าช้างค้า  ใครจักใครค้าม้าค้า  ใครจักใคร่ค้า
เงือนค้าทองค้านโยบายการค้าแบบเสรี  และการที่...เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ลู่ทาง  คือการไม่
เก็บภาษีนี้   ทำให้สุโขทัยเติบโตขึ้นเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญทางศิลปวัฒนธรรม  คนแต่ละกลุ่ม
ที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับสุโขทัยต่างก็ได้นำวัฒนธรรมเฉพาะของตนมาด้วยการเปิดรับและการ
ถ่ายทอดวัฒนธรรม  ทำให้สุโทัยเป็นแหล่งกำเนิดพระพุทธรูปสำริดอันงดงามที่ได้ถ่ายทอดมา
จากดินแดนอิสาน   พร้อมๆกันนี้สุขโทัยก็ได้ประยุกต์ศิลปวัฒนธรรมบางอย่างขึ้นมาเป็นรูปแบบ
เฉพาะของตัวเอง     แต่  ณ  วันนี้  ความรู้เล่านี้ก็ถูกคัดค้านอย่างมาก  โดยนักวิชาการที่ทักท้วงว่า
พ่อขุนรามคำแหงมิได้เป็นผู้ประดิษฐอักษรไทย  รวมทั้งสิราจารึกก็มิได้แต่งขึ้นในสมัยพระองค์
แต่ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยต้นรัตนโกสินทร



                  
                         ภาพอาณาจักรสุโขทัย
 


Page => 1: 2 : 3 : 4 : 5
1