วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
 
 
 

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
           วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์และเป็นวัดท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่รู้จักของประชาชนชาวไทยโดยทั่วไป ในฐานะที่เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากวัดหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 14 กิโลเมตร
อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,053 เมตร อยู่ในเขตตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
องค์พระเจดีย์ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า ดอยสุเทพ แต่เดิมเป็นที่อยู่อาศัยของฤาษี มีนามว่า สุเทวะ เป็นภาษาบาลี มีความหมายว่า
เทพเจ้าที่ดี ซึ่งตรงกับความหมายของคำว่า สุเทพ นั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงได้ ชื่อว่า ดอยสุเทพ ซึ่งมาจากชื่อของฤๅษี คือสุเทวะฤาษี
      ตามประวัติได้แจ้งว่า เมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 พระเจ้ากือนา ได้ทรงสร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารไว้บนยอด เขาดอยสุเทพ
โดยได้นำเอาพระบรมธาตุ ของพระพุทธเจ้า ที่พระมหาสวามี นำมาจากเมืองปางจา จังหวัดสุโขทัย บรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์พระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
นอกจากจะเป็นวัดที่มีความสำคัญมากแล้ว ยังเป็นพระอารามหลวง 1 ใน 4 ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
(พระอารามหลวงหมายถึง วัดที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระเจาอยู่หัวฯ) ชาวเชียงใหม่เคารพนับถือพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารมากเสมือนหนึ่ง
เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มาแต่โบราณกาล
กล่าวถึงราชวงศ์มังราย เป็นวงศ์ของกษัตริย์ที่ทรงปกครองเมืองเชียงใหม่มาตามลำดับ ซึ่งพญามังรายได้สร้างเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1839
ต่อมาได้มีกษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ ผู้ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามาตามลำดับ ดังนี้
  1. พญาเม็งรายมหาราช พ.ศ.1804 ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่
  2. พญามังคราม พ.ศ.1854 3. พญาแสนพู พ.ศ.1868
  4. พญาคำฟู พ.ศ.1877
  5. พญาผายู พ.ศ.1879
  6. พญากือนา พ.ศ.1898 ผู้สร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
  7. พญาแสนเมืองมา พ.ศ.1928
  8. พญาสามฝั่งแกน พ.ศ.1945
  9. พญาติโลกราช พ.ศ.1984 ผู้ทำนุบำรุงวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
  10. พญายอดเชียงราย พ.ศ.2030
  11 . พญาเมืองแก้ว พ.ศ.2038
  12. พญาเมืองเกษกล้า พ.ศ.2068 ผู้ซ่อมแซมวัดพระธาตุ ดอยสุเทพราชวรวิหารครั้งใหญ่
  13. ท้าวชายคำ พ.ศ.2081 ผู้ก่อ สร้างเพิ่มเติมในวัดพระธาตุ ดอยสุเทพราชวรวิหาร
  14. พญาเมืองเกษกล้า พ.ศ.2086
  15. พระนางจิรประภา พ.ศ.2088
  16. พญูาอุปเยาว์ พ.ศ.2089
  17. ท้าวแม่กุ พ.ศ.2094
  18. พระนางวิสุทธเทวี พ.ศ.2107-2121
  หมายเหตุ
พญาเมืองเกษเกล้า ปกครอง 2 สมัย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2121 พม่าได้เลิกแต่งตั้งกษัตริย์ราชวงศ์เม็งราย เพราะต้องไปขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ

  การบูรณะครั้งแรก 
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สร้างโดยพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย ในปี พ.ศ.1916 (ค.ศ.1373) วัดนี้ได้รับการดูแลเอา
ใจใส่อย่างดีจากกษัตริย์ไนราชวงศ์เม็งรายทุกพระองค์ ในแต่ละสมัยมีการซ่อมแซมอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุที่พระเจดีย์มีอายุถึง 15 ปี สมควรที่จะทำการสร้าง
และปรับปรุงเสียใหม่ ดังนั้นในปี พ.ศ.2068 (ค.ศ.1525) พระเจ้าเกษเกล้า กษัตริย์องค์ที่ 12 แห่งราชวงศ์เม็งราย
ได้ไปนิมนต์พระเถระรูปหนึ่งอยู่ที่วัดอโศการาม (วัดกู่มะลัก) จังหวัดลำพูนซึ่งเป็นพระที่ประชาชนเคารพนับถือมากองค์หนึ่ง
ชื่อว่าพระมหาญาณมงคลโพธิ มาเป็นประธานในการบูรณะ ปฏิสังขรณ์พระเจดีย์โดยการขยายพระเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคือจากเดิม
สูง 5 วา กว้าง 1-43 วา เป็นสูง 11 วา กว้าง 6 วา ซึ่งเป็นขนาดที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

   การก่อสร้างเพิ่มเติม
นับจากที่ได้บูรณะครั้งแรกมาได้ 13 ปี คือ พ.ศ.2081 (ค.ศ.1538) พระเจ้าชายคำ พระโอรสของพระเจ้าเกษเกล้า ได้ขึ้นครองราชย์เมืองเชียงใหม่ ได้ไปนิมนต์พระมหาญาณมงคลโพธิองค์เดิมมาเป็นประธานในการก่อสร้างอีกครั้งหนึ่ง โดยพระองค์ได้พระราชทานทองคำหนักประมาณ 1,700 บาท
ให้ช่างทำเป็นแผ่นทองคำจังโกปิดทั่วองค์พระเจดีย์ และพระองค์ยังได้พระราชทานเงินสดอีก 6,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างพระวิหารด้านหน้า
และด้านหลัง ศาลาระเบียงรอบองค์พระเจดีย์ทั้ง 4 ด้านและจิตรกรรมฝาผนังทั้งหมด ดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ทุกวันนี้
ในปี พ.ศ.2100 (ค.ศ.1557) พระมหาญาณมงคลโพธิ แม้ท่านจะมีอายุมากแล้ว แต่ท่านก็ยังแข็งแรงดีและพร้อมที่จะทำงาน ท่านได้เป็นประธานก่อสร้างบันไดพญานาค
ขนาดความยาว 306 ขั้น จากล่างถึงบน ท่านทำหน้าที่ควบคมงานก่อสร้างด้วยตนเอง ตัวพญานาคทั้ง 2 ข้าง ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
ตกแต่งอย่างปราณีต พญานาคแต่ละตัวมี 7 หัว บันไดนาคนี้สร้างมานานกว่า 400ปี มีการชำรุดไปบ้างแต่ก็ได้รับการบำรุงซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา จนทำให้พวกเราทุกคนได้เห็นบันไดนาคอยู่ในสภาพเดิมตราบเท่าทุกวันนี้

  รายนามเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ
นับเป็นเวลาหกร้อยกว่าปีมาแล้วที่พระเจ้ากือนาได้ทรงสร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร มาเมื่อปี พ.ศ.1916 พระธาตุดอยสุเทพได้ชำรุด
และซ่อมแซมมาหลายครั้งแล้ว เจ้าผู้ปกครองนครเชียงใหม่ ในราชวงศ์เม็งรายทุกพระองค์ต่างก็ให้ความสนใจและเอาใจใส่ต่อการทำนุบำรุงพระธาตุดอยสุเทพ
ด้วยดีมาตลอดหลังจากการเปลี่ยนแปลง
การปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อปี พ.ศ.2475 เจ้าแก้วนวรัฐ จึงได้มอบสิทธิอำนาจต่าง ๆ ให้แก่ทางคณะสงฆ์ปกครองดูแลพระธาตุดอยสุเทพโดยตนเองในชั้นแรกได้ไปนิมนต์ครูบาเถิ้ม วัดแสนฝาง มาเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ องค์แรกเพื่อดูแลและรักษาพระเจดีย์แทนพระองค์จากนั้นก็มีการเปลี่ยนเจ้าอาวาสมาตลอดรวม 7 รูปแล้วดังนี้
  1. ครูบาเถิ้ม จากวัดแสนฝาง
  2. ครูบาปัญญา จากวัดสันป่าขุย อำเภอสันกำแพง
  3. พระครูอนุสรณ์ จากวัดหมื่นล้าน
  4. พระปลัดคำใส จากวัดดอยสุเทพราชวรวิหาร
  5. พระครูญาณลังกา จากวัดทุงยู
  6. พระครูสุวรรณธรรมธาดา จากวัดเมืองมาง
  7. พระญาณสมโพธิ วัดดอยสุเทพราชวรวิหาร
        
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาวัด พระธาตุดอยสุเทพเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมธาตุองค์หนึ่ง เหมือนกับพระเจดีย์ทั่วๆ ไป ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวัด
มีฐานะเป็นเพียงสำนักสงฆ์เท่านั้น ต่อมาในสมัยเจ้าอาวาสองค์ที่ 5 พ.ศ.2494 (พระครูญาณลังกา) พระธาตุดอยสุเทพ ได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็น
วัดราษฎร์จากกรมการศาสนาอย่างถูกต้องโดยให้ชื่อว่า วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
จากการที่ได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นวัดราษฎร์อย่างถูกต้องแล้ว ต่อมาอีก 12 ปี คือ ปี พ.ศ.2506 วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารก็ได้รับคัดเลือกให้ยกฐานะ
จากวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร
         
รถรางไฟฟัาได้นำมาใช้บริการประชาชนผู้สูงอายุมานานกว่า 10 ปี ตอนแรกๆ ก็ใช้เพียงขนของสัมภาระขึ้น-ลงพระธาตุเท่านั้น ต่อมาภายหลังได้ทำการ
ปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้ดีขึ้น จึงใช้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อายุการใช้งานรถรางไฟฟ้านานมากแล้วทางวัดจึงได้ทำการปรับปรุงและ
พัฒนาครั้งใหญ่เพื่อจะนำมาเสริมสร้าง
บริการที่ดีและปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวด้วยความมั่นใจยิ่ง

 
วัดพระธาตุดอยสุเทพ, วัดพระสิงห์, วัดเจ็ดยอด, วัดสวนดอกวัดเจดีย์หลวง, วัดเจดีย์เหลียม, วัดเชียงมั่น, วัดอุโมงค์
1