ทำไมประเทศที่รวยทรัพยากรอย่างไทยต้องจน ผมยังไม่เข้าใจใครตอบได้บ้างมัยเอ่ย ????
- แล้วประเทศที่อยู่ในระดับร่ำรวยดูเหมือนจะไม่ค่อยมีทรัพยากรอะไรเลย ? คิด ๆ แล้วมันกลับตละบัด หรือเป็นเพราะประเทศเขาเหล่านั่นมีทรัพยากรประเภทมนุษย์ที่โคต ๆ ฉลาด ๆ คือผมมีความรู้สึกกว่าพวกเขาฉลาดมาตั้งบิดาของบรรพบุรุจและสืบทอดเรื่อย ๆ มาจนถึงรุ่นลูกหลานในยุคปัจจุบัน ที่มีคำเท่ ๆ ว่ายุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ยุคที่ข้อมูลข่าวสารคืออำนาจ (Information is power) ยุคที่ข้อมูลข่าวสารความรู้เป็นอาหารสมองชั้นดี ? ประชากรของประเทศผู้ที่บริโภคอย่างได้เปรียบจะร่ำรวย และหนีไม่พ้นประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศคือผู้เสียโอกาส เป็นผู้ที่เสียเปรียบ และจะค่อย ๆ จนลง ๆ ไม่มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งข้อมูลมหึมา ที่ถูกสร้างและนำเสนอด้วยกลไกลที่สลับซับซ้อนของโลกไร้พรมแดน (Cyber Space) ได้เลย แม้จะเข้าไปถึงได้แต่ก็ไม่ค้นเคย เลยบริโภคไม่เป็น ขืนบริโภคเข้าไปอาจติดคอ หรือโดนสารพิษที่ทำให้ถึงซูบซีดได้ ประเทศเขามีแค่บุคคลากรและเทคโนโลยีรวมทั้งกลวิธีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเหล่านี้เหล่านี้ใช่มัย ที่ทำให้เขาร่ำรวย ผมถามตัวเองว่า ถ้าผมบริโภคเทคโนโลยีและข้อมูลเหล่านี้เข้าไป จะทำให้ผมมีอำนาจ และจะทำให้ผมได้เปรียบในเชิงของโอกาส ? คำตอบยังไม่แน่ แต่ที่แน่ ๆ ผมจะตกลงไปในหลุมกลไกยุธศาสตร์ของประเทศผู้มั่งคั่งเหล่านี้ ถามว่าผมไม่บริโภคได้มั๊ย คำตอบถ้าคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน คิดเปรียบเทียบวิธีชีวิตย้อนหลังกลับไป พิจราณาจากสิ่งที่เคยพบ เคยเห็น เคยได้สัมผัส เคยรับรู้ และมองไปข้างหน้าในช่วงชีวิตรุ่นผม และในช่วงชีวิตของรุ่นลูก รุ่นหลาน ๆ ( Next Genertion) แล้วประเทศที่อยู่ในระดับร่ำรวยดูเหมือนจะไม่ค่อยมีพรัพยากรอะไรเลย ? คิด ๆ แล้วมันกลับตละบัด หรือเป็นเพราะประเทศเขาเหล่านั่นมีทรัพยากรประเภทมนุษย์ที่โคต ๆ ฉลาด ๆ คือผมมีความรู้สึกกว่าพวกเขาฉลาดมาตั้งบิดาของบรรพบุรุจและสืบทอดเรื่อย ๆ มาจนถึงรุ่นลูกหลานในยุคปัจจุบัน ที่มีคำเท่ ๆ ว่ายุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ยุคที่ข้อมูลข่าวสารคืออำนาจ (Information is power) ยุคที่ข้อมูลข่าวสารความรู้เป็นอาหารสมองชั้นดี ? ประชากรของประเทศผู้ที่บริโภคอย่างได้เปรียบจะร่ำรวย และหนีไม่พ้นประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ คือผู้ เสียโอกาส เป็นผู้ที่เสียเปรียบ และจะค่อย ๆ จนลง ๆ ไม่มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งข้อมูลมหึมา ที่ถูกสร้างและนำเสนอด้วยกลไกลที่สลับซับซ้อนของโลกไร้พรมแดน (Cyber Space) ได้เลย แม้จะเข้าไปถึงได้แต่ก็ไม่ค้นเคย เลยบริโภคไม่เป็น ขืนบริโภคเข้าไปอาจติดคอ หรือโดนสารพิษที่ทำให้ถึงซูบซืด ได้ ประเทศเขามีแค่บุคคลากรและเทคโนโลยีรวมทั้งกลวิธีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเหล่านี้เหล่านี้ใช่มัย ที่ทำให้เขาร่ำรวย ผมถามตัวเองว่า ถ้าผมบริโภคเทคโนโลยีและข้อมูลเหล่านี้เข้าไป จะทำให้ผมมีอำนาจ และจะทำให้ผมได้เปรียบในเชิงของโอกาส ? คำตอบยังไม่แน่ แต่ที่แน่ ๆ ผมจะตกลงไปในหลุมกลไกยุธศาสตร์ของประเทศผู้มั่งคั่งเหล่านี้ ถามว่าผมไม่บริโภคได้มัย คำตอบถ้าคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน คิดเปรียบเทียบวิธีชีวิตย้อนหลังกลับไป พิจารณาจากสิ่งที่เคยพบ เคยเห็น เคยได้สัมผัส เคยรับรู้ และมองไปข้างหน้าในช่วงชีวิตรุ่นผม และในช่วงชีวิตของรุ่นลูก รุ่นหลาน ๆ ( Next Generation) แล้ว เรามีทรัพยากรมากพอ มีสภาพแวดล้อมสาธารณสุขที่ดีพอ เรามีประชากรที่มีภูมิปัญญามากพอ และที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกๆ คน ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหน มุมได หลืบไหนของโลกก็ขาดไม่ได้ ถ้าขาดแล้วจะหมายถึงชีวิต เรามีสิ่งที่มีค่ามหาศาลที่ประเทศที่ร่ำรวยเขาไม่มี เพราะเรามีทรัพยากรด้านอาหารอย่างหลากหลายซึ่งทุกคนจะต้องบริโภค มีความสำคัญจัดอันดับได้ว่าเป็นหนึ่ง เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีพ ประเทศอย่างเช่นไทยเรามีทรัพยากรที่มีค่ามหาศาลเหล่านี้อย่างมากพอ อย่างดีพอ อย่างหลากหลายพอสำหรับการทำมาหาเลี้ยงชีพดำเนินวิธีชีวิตได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ได้อย่างครอบครัวที่อบอุ่น มั่นคง มั่งคั่ง ได้อย่างมีความสุข แล้วประเทศที่เขาร่ำรวยจากการขายเทคโนโลยี เขาอยู่ได้ไหม ถ้าไม่ได้บริโภคทรัพยากรด้านอาหารซึ่งมีค่าและคุณ่ามหาศาลจากประเทศเช่นเรา คำตอบคืออยู่ไม่ได้เลย แล้วทำมัยประเทศเขายังได้เปรียบประเทศที่ทรัพยากรอย่างเข่นไทยเรา มันกลับตละบัดใช่ไหม !!!!!! มันเป็นยุธศาสตร์และกลวิธีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของประเทศที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่รับประทานไม่ได้ แต่ทำให้ประชาชนของประเทศเช่น เราเดือดร้อนเพิ่มขึ้น ทุก ๆ ครั้งที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาปรับรุ่นใหม่ออกมา การบริโภคสินค้าเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น นั่นมันหมายถึงการนำทรัพยาการที่มีคุณค่าจำนวนมากไปแลกกับสิ่งที่ไม่ค่อยมีค่า ไม่มีความสำคัญได้แค่เพียง 1 เครื่อง หรือ 1 คัน หรือ 1 ชิ้น ฯลฯ นั่นมันหมายถึงเรากำลังถูกเอาเปรียบ กำลังถูกชี้ชวนให้เป็นผู้ที่มีความสามารถ ให้เราพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเราให้เป็นคนนำสมัย กำลังถูกใช้ขบวนการอันชาญฉลาดที่จะให้เราทำในสิ่งที่เราเสียเปรียบ กำลังถูกหลอกให้ทำในสิ่งที่เราไม่มีทางชนะประเทศเช่นเขาได้เลย ยิ่งวิ่งตามก็จะยิ่งเสียเปรียบ เขาใช้ขบวนการทางปัญญา ได้อย่างสมเหตุสมผลโดยที่เราไม่รู้สึกตัวเลย ถึงขนาดให้เปิดประตู เปิดหน้าต่าง และท้ายที่สุดให้ตีผนังฝากั้นของประเทศออก เพื่อที่จะให้ประเทศของเขาทำในสิ่งที่เขาได้เปรียบได้อย่างสบายใจเฉิบ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการบริหารประเทศที่ผู้บริหารและทีมแต่ละพรรคต่างมั่นใจว่าล้วนแต่เป็นบุคคลากรที่เต็มเปี่ยมด้วยความสามารถและคุณภาพ ต่างหมุนเวียนสลับกลับเปลี่ยนกันขึ้นบริหารประเทศ ทำการบริหารวันแล้ววันเล่า นับเวลารวมมากกว่า 60 ปี ผลออกมาดั่งที่เห็น ๆ กันในปัจจุบันดีเยี่ยมเหมือนที่แถลงไว้จริง ๆ ??????? ปัจจุบันได้ยินข่าวจากผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายว่า ถ้าจะให้พื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น จะต้องเข้าไปเพิ่มศักยะภาพการเงินและภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Section) หรือภาคการผลิต ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ว่ามันแก้ไขปัญหาได้ตรงไหน เห็นยิ่งแก้ก็ยิ่งทรุด ด้านภาคอุตสาหะกรรมก็เป็นของคนส่วนน้อยของประเทศ แถมยังเป็นของคนชาติอื่นเป็นส่วนใหญ่ ถ้ำไม่ใช่เป็นของคนชาติอื่น อย่างน้อยก็ต้องใช้ทรัพยากร มนุษย์และเทคโนโลยีราคาแพงจากประเทศอื่นแน่ ๆ ผลประโยชน์ที่เราได้แน่ๆ คือมีการจ้างงานประเภทคนใช้แรงงานเพิ่มขึ้น การตกงานลดลง ส่วนบุคลาการชั้นมันสมองก็จะทำการจ้างบ้าง วางนโยบายในทุกคนขึ้นต้นไม้ ดูเสมือนว่ายิ่งปรับก็ยิ่งสูง แต่ห้ามวางมือ จะตกลงมาตายทันที ความมั่งคง และความปลอดภัยของชีวิตไม่มีเลย มันพัฒนาตรงไหน มันจะพื้นตัวได้อย่างไร วัตถุดิบราคาแพงส่วนใหญ่ก็ของนอก ถ้าเป็นวัตถุดิบราคาถูกจะใช้ของเรา ทรัพยากรจะถูกนำไปใช้ล่วงหน้าแล้วเป็น 1000 ปี และถูกนำไปใช้ในอัตราผลตอบแทนที่เสียเปรียบ และมีผลให้เสียสมดุลของธรรมชาติในที่สุด บุคลาการชั้นมันสมองก็ของนอก เครื่องไม้เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก็ของนอกเกือบทั้งนั้น เป็นพื้นฟูประเทศหรือ เราได้แค่เพิ่มรายได้จาการจ้างแรงงานเพิ่มเท่านั้น แต่กลับไปสูญต้นทุนกอนใหญ่ของค่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะต้องซื้อเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับยุธวิธีกลไกการได้เปรียบทางการค้าของประร่ำรวยยิ่งเร่งเข้าไปกระตุ้นมันไม่ใช่ยิ่งเข้าไปส่งเสริมเร่งทำให้เสียเปรียบต่างชาติเขาหรือ ? ถ้าวิธีนี้ถูกต้อง สิ่งที่ทำหลายสิบปีที่ผ่ามา จึงมีผลออกมาดั่งที่เห็น ๆ กันในปัจจุบัน ทรัพยากรที่มีค่าถูกนำไปใช้จนเสียสมดุลธรรมชาติ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยิ่งลำบากมากขึ้น สัดส่วนระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งมากขึ้น ช่วงรายได้ ของประชากรก็ยิ่งเพิ่มความแตกต่างมากขึ้น รายได้ต่อคนของประชากรส่วนใหญ่ยิ่งน้อยลง เกษตรกรเจ้าของปัจจัยการผลิตซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศก็ยิ่งจนลง ทรัพยากรถูกนำไปใช้อย่างเสียเปรียบทางการค้ากับต่างประเทศก็ยิ่งทวีคูณขึ้น ราคาของเทคโนโลยียิ่งแพงขึ้นเมื่อเทียบกับสินค้าอันมีคุณค่าของเรา ยิ่งทำให้รายได้ประชาติสูงขึ้นก็ยิ่งทำให้รายได้ของแต่ละคนตกต่ำลง
- เรื่องสถาบันการเงิน ผลพวงจากการหมุนเวียนสลับกลับเปลี่ยนกันขึ้นบริหารประเทศ ทำการบริหารวันแล้ววันเล่า บันเวลารวมมากกว่า 60 ปี ผลออกมาดั่งที่เห็น ๆ กันในปัจจุบันดีเยี่ยมเหมือนที่แถลงไว้จริง ๆ ??????? ดอกเบี้ยเงินฝากแค่ประมาณร้อยละ 1.75 สตางค์ ต่อเดือน ฝากเงินไว้ปีหนึ่ง สิ้นปีนั่งรถเท็กซีไปรับดอกเบี้ยคิดไปคิดมาค่ารถเท็กซี่มากกว่าอัตราดอกเบี้ยเสียอีก คิดว่าถ้ายังเป็นเช่นนี้ ในอีกสัก 3 ปีข้างหน้า นำเงินไปฝากธนาคาร จะต้องเสียค่าดูแลรักษาเงินให้นายธนาคารเหมือนกับเอาเงินไปเข้าโรงจำนำ มันจะแตกต่างกันเพียงแต่เข้าโรงจำนำเป็นการเอาของไปฝากไว้แล้วรับเงินกลับมา แต่ไปธนาคารจะเป็นการนำเงินไปให้เขาแล้วเอาสมุดฝากพร้อมตัวเลขกลับมา ใครมีความรู้ช่วยอธิบายหน่อยครับ ???????
- สำหรับสินค้าการเกษตรมีการสนับสนุนส่งเสริมบ้างเหมือนกันแต่ค้อนข้างน้อย ยิ่งสนับสนุนทุเรียนเหลือกิโลละ 5 บาทที่ราคาฟาร์ม ยางพารา ซึ่งมีส่วนแบ่งของตลาดโลกเกือบทั้งหมด แต่ทำไมราคายังต่ำเกือบไม่คุ้มต้นทุน ถ้าคิดเฉพาะค่าที่ดินและพันธุ์ค่าปุ๋ยและค่าอื่น ๆ ไม่รวมต้นทุนค่าแรงและค่าเสียโอกาส ก็เป็นแบบนี้เหมือนกับสินค้าการเกษตรทุก ๆ ตัว มีใครช่วยได้บ้าง บอกหน่อยครับ !!!!!!!!!
คิดไปคิดมา กลับมาประมวลจากข่าวสารที่รับรู้จากสื่อต่าง ๆ ผมมั่นใจว่ามีวิธีเดียวที่จะช่วยให้ประเทศของเราอยู่ได้ คือการพัฒนาตามแนวทางของในหลวงของปวงชนชาวไทย คือการพัฒนาแบบพอเพียง ซึ่งจะเป็นวิธีที่จะช่วยให้แก้ปัญหาที่มันกลับตละบัดอยู่ในปัจจุบัน จะช่วยทำให้ประเทศที่มีทรัพยากรอันมีค่ามหาศาลอย่าง ประเทศเช่นไทยเรามีความร่ำรวย และจะทำให้ประเทศที่มีแต่เทคโนโลยีจนลง เพียงแค่เราชาวไทยช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลแก่ชาวไทยทุกคนรับรู้ว่า ประเทศเราเป็นประเทศที่ทรัพยากรที่มีค่ามหาศาล ยังมีเพียงพอที่สามารถ จะร่ำรวยกว่าประเทศอื่นเขาได้ สามารถดำเนินวิธีชีวิตได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ได้อย่างครอบครัวที่อบอุ่น มั่นคง มั่งคั่ง ได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องดิ้นรนเหมือนในปัจจุบัน เพียงแค่คนส่วนใหญ่ของประเทศต้องทำได้ คือต้องปรับแนวความคิดและเปลี่ยนพฤติกรรมการอุปโภคและการลงทุนที่ไม่สนับการเสียเปรียบประเทศที่มีสินค้าด้านเทคโนโลยีที่มีราคาแพง ต้องทำให้สินค้าที่มีความสำคัญต่อชีวิตเป็นสินค้าที่มีค่าและคุณค่าอันมหาศาลให้มีความสำคัญจัดอันดับได้ว่าเป็นหนึ่ง เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีพ ข้อย้ำว่าทุกคนต้องบริโภค และกลับแนวความคิดสินค้าด้านเทคโนโลยี เป็นสินค้าที่ไม่จำเป็น ประเทศที่มีสินค้าประเภทเทคโนโลยีจะไม่สามารถอยู่ได้เลย ถ้าไม่ได้บริโภคสินค้าด้านการเกษตร เห็นไหมว่าทิษฎีการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเพียงพอของในหลวงนั้นเป็นความจริง ถ้าเราทำได้ ราคาสินค้าด้านเทคโนโลยีละลดลงเรื่อย ๆ และจะส่งผลให้ราคาที่สำคัญต่อชีวิตมีราคาสูงขึ้น มองในแง่ของการค่าขาย กับ ต่างประเทศ แต่ในแง่ของคนไทยแล้วราคายังเหมือนเดิม เออคิดแล้วจะเป็นไปได้อย่างไร ? ยังเป็นไปได้และเป็นจริงได้ ถ้าค่าของเงินของเรามีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเงินตราต่างประเทศ มูลค่าของเงินมันจะเพิ่มขึ้นเองถ้าสินค้าของเรานั้นสำคัญต่อการดำรงชีพ ซึ่งมันก็เป็นจริงอยู่แล้ว เพียงแต่กลไกทางการค้ากับต่างประเทศในปัจจุบันถูกใช้ยุธวิธีให้เราเสียเปรียบแค่นั้นเอง ต้องปรับกลไกทางการค้าให้ได้ ขอย้ำอีกครั้งว่าสินค้าด้านเทคโนโลยีนั้นไม่ใช่สินค้าที่สำคัญต่อชีวิต เราสามารถอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องนำเข้าสินค้าประเภทนี้เลย ประเทศที่มีสินค้าที่มีค่ามหาศาลเช่นเรา ลองไม่อุปโภคสินค้าประเทคโนโลยีสัก 6 เดือน ถามว่าเราจะตายหรือไม่ ไม่มีทางตาย แต่ลองไม่ให้ประเทศที่มีเทคโนโลยีบริโภคสินค่าที่มีคูณค่าของเราสัก 6 เดือนประเทศเหล่านั้นไม่มีทางมีชีวิตรอดอยู่ได้เลย ถ้าทำได้ราคาสินค้าข้องประเทศเช่นเราปรับได้ในพริบตา แต่ถ้ายังปล่อยให้เป็นไปตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทุกคนจะรู้ได้เลยว่าชตากรรมจะเป็นอย่างไร
ทำไมประเทศที่รวยทรัพยากรอย่างไทยต้องจน ผมยังไม่เข้าใจใครตอบได้บ้างมัยครับ ?????????