เข้าได้เฉพาะเพศผู้
ช. อนุเกิน
 


วันนี้เช้าวันเสาร์สดใส สาม สุวรรณตื่นเช้าเป็นพิเศษ แม่โทรฯ มาสั่งตั้งแต่เมื่อคืน วันนี้วันเกิดเบญจเพศแล้ว ลูกควรไปไหว้พระธาตุปีเกิดเสียทึี

ชายหนุ่มว่าง่าย อายุเท่าไหร่ เขาก็ยังเป็นเด็กว่าง่ายกับแม่เสมอ ลุกจากเตียงได้ ก็เดินผิวปากอย่างอารมณ์ดี อาบน้ำแต่งตัว ขับรถออกไปรับคู่หู เขายังไม่มีคู่ควง เลยได้แต่ควงเพื่อน วันนี้วันดี เขาไม่อยากว้าเหว่

ราหู แจ่มยังนอนฝัน ฝันเหมือนเดิมทุกที หนุมานรบกับก็อดซิลา รบกันจนเมืองพังแล้วก็บินไปสู้บนฟ้า เง็กเซียนฮ่องเต้ไล่ให้ลงมาสู้ข้างล่าง หนุมานดำลงไปใต้บาดาล ก็อดซิลาก็ยังตามมาอีก แต่ เอ... คราวนี้ หนุมานถูกรัดคอซะแน่น หายใจไม่ออก ดิ้นอึกอักไปมา ในใจก็นึกสาปแช่งผู้กำกับที่เปลี่ยนบทโดยไม่บอกกล่าว ราหู แจ่มมีความรู้สึกเหมือนว่าจะจมน้ำ ได้ยินเสียงเรียกชื่อไกล ๆ ลืมตาขึ้นมาก็เห็นสาม สุวรรณเขย่าตัวเขาอยู่ ราหู แจ่มน้ำตาคลอ นี่ถ้าไม่ได้เพื่อน เขาคงจมน้ำตายพร้อมหนุมานไปแล้ว นึกขึ้นมาได้ดังนี้ ก็กอดเพื่อนเสียแน่นด้วยความซึ้งใจ สาม สุวรรณไม่ซึ้งด้วย แทนที่จะกอดตอบ กลับเอื้อมบาทถีบมิตรรักกลิ้งหลุน ๆ ลงมาจากเตียง

ลุกขึ้นมาได้ วิญญานกวนอูก็เข้าสิงราหู แจ่ม แต่ก่อนจะอ้าปากบริภาษ สหายผู้มีคุณก็บอกว่าวันนี้วันเกิด จะมาชวนไปทำบุญ กวนอูยืนทำตาปริบ ๆ สามหน ก่อนตัดสินใจจะออกจากร่าง แล้วก็อนุโมทนาให้พรทั้งที่ฟันยังไม่ได้สีหยั่งนั้นแหละ

สองเขามาถึงวัดพระธาตุเธอตอนสายหน่อย ๆ ดีนะที่สาม สุวรรณเกิดปีคู่ ขับรถออกนอกเวียงไปสักครึ่งชั่วโมงก็ถึงวัดพระธาตุเธอแล้ว ถ้าเกิดปีคี่ก็ต้องตะกายดอยไปไหว้พระธาตุเขาโน่นแน่ะ สองสหายไม่ค่อยได้เข้าวัดเข้าวาบ่อยนักหรอก ท่าทางเลยเก้ ๆ กัง ๆ พอสมควร สาม สุวรรณนั้นรังเกียจพุทธพาณิชย์โดยคนห่มเหลืองมาแต่ไหนแต่ไร ก็เลยพาลไม่อยากเข้าวัดไปเสียเลย ส่วนราหู แจ่มนั้น ตอนเด็กเคยมีเรื่องกับหมาวัด โดนงับไปหนึ่งเขี้ยว ถูกจับไปฉีดยารอบสะดือเสียหลายเข็ม เลยเข็ดวัดนับแต่บัดนั้น นี่ถ้าแม่ไม่โทรฯ มากำชับกำชาสาม สุวรรณ และราหู แจ่มไม่อยากจะตามใจเพื่อนล่ะก็ อย่าหมายเลยว่าสองสหายจะย่างกรายมาแถวนี้

ซื้อดอกไม้ธูปเทียนได้คนละชุด ถอดรองเท้าฝากไว้ด้านนอกแล้ว เขาสองก็เดินอย่างเรียบร้อยสำรวมเข้าไปด้านใน พระธาตุเธอเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ฐานสี่เหลี่ยมกลีบบัว ตั้งเด่นเป็นประธาน องค์พระธาตุไม่ใหญ่นัก ถูกล้อมไว้ด้วยรั้วเล็ก ๆ อีกชั้นหนึ่ง เหลียวมองไปมาก็เห็นผู้คนจุดธูปไหว้พระธาตุอยู่มุมหนึ่ง สาม สุวรรณ ก็เดินไปจุดธูปเทียนไหว้กับเขาด้วย ก้มกราบสามจบ เหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นคู่หู เลยเดินวนออกมา เห็นราหู แจ่มยืนอยู่ตรงแถวรั้วที่ล้อมพระธาตุเธอไว้ ทำหน้านิ่วคล้ายกับปวดท้อง เดินเข้าไปหา พยักหน้าทำนองถาม ราหู แจ่ม ยกมือชี้ให้ดูป้ายตรงทางเข้า

"เข้าได้เฉพาะเพศผู้" สาม สุวรรณอ่านตาม แล้วก็ทำคิ้วขมวด

"มันเป็นประเพณีน่ะโยม" ธรรมบุตรี พระภิกษุณีเจ้าอาวาสยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบอย่างอ่อนโยน วัดพระธาตุเธอเป็นวัดที่พระภิกษุณีประจำอยู่ ส่วนวัดพระธาตุเขาเป็นวัดที่พระภิกษุสงฆ์ประจำ พระเขาแยกกันอยู่ตามเพศ เพราะถือว่าแม้จะเป็นสหายธรรมร่วมกัน แต่ก็เป็นศัตรูต่อพรหมจรรย์ของกันและกัน และถึงแม้สมณะจะแยกกันอยู่ตามเพศ ก็ไม่ได้หวงห้ามให้ศาสนิกชนนับถือพระตามอวัยวะ(เพศ)แต่ประการใด ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของโครโมโซมเอ็กซ์กะวาย ดังนั้น สาม สุวรรณ กะราหู แจ่ม เลยมาทำบุญวัดนี้ได้ และนมัสการเรียนถามปัญหาเรื่องป้ายที่ทำให้สองสหายคิ้วขมวดอยู่จนถึงบัดนี้ได้

"ประเพณีอะไรขอรับ" คิ้วของราหู แจ่มยังปรึกษากันอยู่ คนห่างวัดหยั่งเขาไม่แน่ใจคำศัพท์ที่ใช้กับพระกับเจ้าสักเท่าไหร่ แต่คิดว่าพูดลงท้ายด้วยขอรับดีกว่าครับแหง ๆ

"ก็ประเพณีที่ผู้หญิงจะไม่เข้าไปนมัสการพระธาตุด้านในไงโยม"

"พระพุทธเจ้าห้ามไว้หรือขะรับ" สาม สุวรรณเลียบเคียงถาม เขาตกลงใจคุยศัพท์กับพระเหมือนเพื่อน แต่เพื่อความเท่ห์ก็ต้องมีการอิมโพรไวส์สักนิดหน่อย

"พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้บัญญัติหรอก แต่เป็นประเพณีของบ้านเราเอง สักพันกว่าปีมาแล้วกระมัง สมัยยังนับถือผีกันอยู่น่ะ ผู้ชายต้องมีวิชา ต้องมีคุณไสยอะไร ผู้หญิงเขาไม่ต้องมี แต่เขาเชื่อว่าผู้หญิงจะทำให้เสื่อม" เจ้าอาวาสตอบยาวทีเดียว แต่ไม่มีทีท่าเหนื่อย

"ทำไมเขาเชื่อว่าผู้หญิงเก่งกว่าผู้ชายล่ะขอรับ ไม่มีคุณไสย ก็เอาชนะคุณไสยได้" ราหู แจ่มสงกา รู้สึกคันในใจขึ้นมาครามครัน

"ก็ผู้หญิงมีโยนีไง โยนีนี่ยิ่งใหญ่มากเลยนะ เป็นที่เกิดของมนุษย์ สมัยพระพุทธเจ้าทรงเผยแพร่พระพุทธศาสนาในอินเดียท่านคุยกับพวกพราหมณ์ของพวกฮินดู ท่านโต้พวกพราหมณ์ว่า "พราหมณ์เกิดจากพรหมนั้นมีที่ไหน พราหมณ์เกิดจากโยนีของมารดาทั้งนั้น"" ท่านเจ้าอาวาสยิ้มน้อย ๆ ก่อนพูดเหมือนรู้ใจสองสหายว่า "กำลังเถียงในใจใช่ไหมล่ะ ว่าผู้ชายก็มีคุยหะ" ยกน้ำชาจิบแก้คอแห้งเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ

"เขาไม่ได้บอกว่าผู้หญิงอยู่เหนือผู้ชายนะ เพียงแต่เป็นกลอุบายทางสังคมเท่านั้นเอง ทำนองว่าผู้หญิงผู้ชายเขามีบทบาทต่างกัน เขาก็เลยแยกว่าใครทำอะไรได้บ้าง แบ่งหน้าที่กันทำ คนบุราณเขาคิดจารีตขึ้นมาให้เกิดความเคารพนับถือซึ่งกันและกันก็เท่านั้น" อธิบายจบก็ยิ้มด้วยความปรานี

"เข้าใจแล้วขะรับ แต่..." สาม สุวรรณถอนใจเฮือกใหญ่ "แต่ติดป้ายอย่างนี้ กระผมรู้สึกว่าเพศชายหยั่งกระผมนั้นอ่อนแอเหลือเกิน กลัวผู้หญิงทำให้วิชาตัวเองเสื่อม ทำไมมันง่ายจัง ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วนะขอรับ เดี๋ยวนี้ผู้ชายก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้หญิง ผู้ชายหลายคนก็เลี้ยงลูก ทำกับข้าวหรือทำงานบ้านได้ดีไม่แพ้ผู้หญิง ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกว่าหน้าที่อะไรเป็นของผู้ชายผู้หญิงกันอีก ดูสิขนาดจะเรื่องพระธาตุยังเข้าใกล้ได้มากกว่า ทำยังกับพวกเราอ่อนแอกว่า ถึงได้ให้เกียรติเพื่อเป็นการคุ้มครองพวกเรา"

"ที่สำคัญ" ราหู แจ่มคันปากยิบ ๆ พอสหายพูดจบก็รีบต่อทันทีก่อนที่ท่านเจ้าอาวาสจะกล่าวตอบ "เขียนว่าเพศผู้ กระผมรู้สึกว่าหมาแมวตัวผู้ก็ได้สิทธิ์เท่ากันกับกระผม ถูกแบ่งแยกให้ไปอยู่กลุ่มเดียวกับสปีชีส์เดรัจฉานยังไงไม่รู้"

"เออ ช่างคิดกันเนาะ อาตมาไม่ทันนึกถึงเลย" จิบน้ำชาแล้วพูดต่อ "เรื่องสิทธิกับประเพณีนี่จะว่าไปมันจะคนละเรื่องก็ได้ จะเรื่องเดียวกันก็ได้ พระพุทธเจ้าท่านให้สิทธิคนที่เลือกจะเชื่อนะ ถึงได้มีกาลามสูตรไว้ไง แต่ประเพณีมันก็มีหน้าที่ของมัน เรื่องสิทธินี่มันเรื่องใหม่มันมาหลังประเพณี อยู่ ๆ มาบอกว่าของเก่าถอดทิ้งใส่มิ้งดีกว่าไม่ได้หรอก"

"ธัมโมสังโฆ ทั่นทันสมัยจัง" ราหู แจ่มชมชื่นโดยไม่ปกปิด

"แหม เป็นพระก็ต้องรู้เรื่องโลกด้วย ธรรมะหรือความจริงมีสองส่วนไง โลกธรรมกับปรมัตถธรรม ก็ต้องเข้าใจทั้งสองอย่าง ไปปฏิเสธอย่างใดอย่างหนึ่งทิ้งไม่ได้หรอก เอ้า กลับเข้ามาเรื่องสิทธิกับประเพณีต่อ ประเพณีมันเป็นความเชื่อ มนุษย์อยู่ได้ก็ด้วยความเชื่อ ไปทำลายความเชื่อเขา ไปว่าเขางมงาย ก็มีแต่ฆ่ากันตายเท่านั้น ถ้าเห็นว่าเรื่องสิทธิดี ก็ต้องสร้างความเข้าใจและการยอมรับในวงกว้าง มากำปั้นทุบดินว่าสิทธิสำคัญกว่าประเพณีมันก็เท่ากับดูถูกปู่ย่าตายายตัวเองเท่านั้น วิธีที่ฉลาดก็คือทำสิทธิให้กลายเป็นประเพณีไปซะ อย่าลืมว่าอะไรที่มันไม่มีอยู่ในรากเหง้าตัวเอง เอามายัดเยียดปลูกยังไงก็ไม่ขึ้นหรอก แล้วถึงเวลาที่เขาจะเปลี่ยนความเชื่อกันว่าผู้หญิงกับผู้ชายก็ไม่ทำให้พระธาตุเสื่อมได้เหมือน ๆ กัน ประเพณีเปลี่ยนไปยังไง พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่เดือดร้อนหรอก พระธรรมท่านไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าใครจะเข้าใกล้พระธาตุได้หรือไม่ได้" เจ้าอาวาสเริ่มคอแห้ง สาม สุวรรณกุลีกุจอรินน้ำชาให้ จิบแล้วก็อธิบายต่อ

"ส่วนเรื่องเพศผู้ไม่มีอะไรมากหรอก สมัยก่อนเขามีพญานาค เทวดา พรหม พระอินทร์ พวกนี้ก็มาเฝ้าพระพุทธเจ้ากันบ่อย ถ้าเขียนว่าให้ผู้ชายเข้าอย่างเดียวก็จะเป็นการกีดกันพญานาคชาย เทวบุตร หรือพระอินทร์ไป ยิ่งพวกพรหมไม่มีเพศ เดี๋ยวจะน้อยใจไม่มาเฝ้าพระธาตุกัน ไม่ได้หมายถึงหมาแมวที่ไหนหรอก พวกนี้อ่านหนังสือไม่ออกไม่ใช่เหรอ มีป้ายหรือไม่มีก็ไม่รู้เรื่องทั้งนั้นแหละ" พูดจบก็ขยับลุก แล้วเรียกให้สองสหายตามมาด้วย

เดินมาถึงป้ายเจ้าปัญหา ท่านยืนมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เอื้อมมือปลดป้ายที่แขวนอยู่นั้นลงมา ส่งยื่นให้สาม สุวรรณ "เอ้า แฮ็ปปี้เบิร์ธเดย์"

ชายหนุ่มยืนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนยกมือไหว้แล้วรับป้ายนั้นมาถือไว้ "ทำไม ท่านทราบขะรับ?"

"โฮ้ย ผู้ชายยุคนี้เขาเข้าวัดกันที่ไหน ถ้าไม่อกหัก ขอหวย รึเป็นวันเกิดก็ไม่นึกถึงเรื่องเข้าวัดเข้าวาหรอก แต่โยมตั้งใจมาทำบุญอย่างเดียวนี่ คงเป็นวันเกิดแหละ เดาง่ายนิดเดียว แต่ก็ดีนะ โยมกับเพื่อนโยมใจกล้ามาคุยกับอาตมาเรื่องป้ายนี่ อาตมาก็ผู้หญิงไม่ทันนึกว่าเขียนอย่างนี้จะเป็นการทำร้ายจิตใจผู้ชายไปได้ ยุคนี้มันยุคติดป้าย สุขาหญิงกับสุขาชายยังแยกเลย ก็เลยติดป้ายบอกไว้เฉย ๆ จะได้เป็นสัดส่วน จริง ๆ ข้างในก็ไม่ค่อยให้ใครเข้าไปหรอก เว้นแต่เวลามีงานหรือทำความสะอาด มีป้ายหรือไม่มีป้ายพระธาตุท่านก็ไม่เสื่อมหรอก พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่เสื่อม เพราะตัวท่านอยู่ในพระธรรม พระธรรมยุคไหนสมัยไหนก็ไม่มีวันเสื่อม ท่านสอนไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น ป้ายนิดเดียวถือไว้ก็หนักเปล่า ๆ แล้วเรื่องประเพณีก็รู้กันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกเขาก็รู้กัน เลิกรู้ เลิกเชื่อ เลิกทำกันเมื่อไหร่ ก็เป็นเรื่องอนิจจัง ธรรมดาน่ะโยม" ท่านเจ้าอาวาสพูดเสียยืดยาว

สองสหายขับรถกลับเข้าเมืองด้วยจิตผ่องแผ้ว ไม่มีวันเกิดปีไหนที่นำความเบิกบานให้สองเขาถึงปานนี้ ไปวัดเพราะหวังจะเอาบุญจากวัด ไม่คิดว่าจะเจอเหตุที่ทำให้ใจแป้วหม่นหมอง แต่ก็แจ่มจรัสเจิดจ้าขึ้นมาได้ในภายหลัง เป็นบุญทั้งของวัดและบ้านที่หันหน้าเข้าหากัน คุยฉันมิตรด้วยใจสะอาด ปราศจากท่าทีแห่งการฟันฟาด พระธาตุท่านคงศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธิ์ในการทำลายรังสีอำมหิต การสนทนาระหว่างพระและปุถุชนจึงเป็นไปด้วยความเจริญ ไม่ต้องวิ่งโร่ไปฟ้องเสนาบดีฝ่ายวัฒนธรรม ให้ทำเรื่องส่งต่อไปคณะกรรมการสิทธิชายและเด็กเพื่อถามไปยังคณะกรรมการพุทธศาสนาแห่งชาติ แล้วก็ส่งจดหมายมาถามเจ้าอาวาส ตัดโอกาสเหล่าสื่อมวลสัตว์ที่มักกระหายรุมทึ้งน้ำผึ้งหยดเดียว

โอ้ โชคดีเหลือเกิน ที่กรุงรัตนโกสินทร์ยังไม่สูญสิ้นคนดี จึงไม่เกิดเรื่องเวียนหัวซับซ้อนปานนั้น เป็นวารวันที่ธรรมาธิปไตยเบิกบาน สิทธิหญิงชายเท่าเทียม เปี่ยมความนับถือให้เกียรติซึ่งกันและกัน สยามสุขสันต์บันเทิงไปตราบชั่วฟ้ากัลปาวสาน

 
ติดต่อเราได้ที่>> thaifriendforum@yahoo.com

เนื้อหาทั้งหมดในเวปนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ของผู้เขียนในฐานะปัจเจกชน
หาได้เป็นความเห็นโดยรวมของกลุ่ม Thai Friend Forum ไม่