น้องแนท : พันธุ์แม่นม
โดย นัค วิชาการ
7 กันยายน 2547
 
 


เต้าของมนุษย์นั้น
ในแง่ของการสืบพันธุ์แล้ว
มีความสำคัญเป็นอันดับสอง
รองจากบั้นท้าย
(buttock)

เราจะมองเต้าเป็นเพียง
“ตูดเทียม” ก็ได้ 
 
 


วันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังนั่งทานอาหารเวียดนามกับเพื่อนๆ จู่ๆ เสี่ยสองก็พูดถึงประเด็นเรื่องขนาดปริมาตรของเต้าน้องแนท ที่มีการถกเถียงกันอย่างแพร่หลายว่าจุ่มลงในอ่าง แล้วนํ้าจะล้น
Eureka! ออกมาหรือเปล่า

“มึงรู้มั๊ย เต้าของน้องแนทน่ะเป็นของจริง ดูจากลักษณะความยาน พวกนี้เค๊าเป็นพันธุ์แม่นม แม่เค๊า ยายเค๊า ก็คงเป็นเหมือนเค๊านั่นแหละ”

ในฐานะ นัค วิชาการ อย่างผม ทฤษฎีของเสี่ยสองนั้น น่าวิเคราะห์ครับ เขาว่าแม่นม ซึ่งเป็นอาชีพเก่าแก่ของผู้หญิงที่คอยให้นมเด็กอ่อนตามโรงพยาบาลนั้น จะมีเต้าใหญ่ มีนํ้านมเยอะเป็นพิเศษ และมีน้ำนมนานกว่าคนอื่นหลังจากคลอดลูกตัวเอง จึงสามารถเผื่อแผ่ไปรับจ้างให้นมลูกไฮโซ ที่ไม่อยาก “ยาน” ครับ

เรามาคิดกันในแง่พันธุศาสตร์ (genetics) แล้ว ทฤษฎีของเสี่ยก็น่าจะจริงในแง่ที่ว่า สมัยก่อน คน ที่สามารถเป็นแม่นมนั้นอาจจะมียีน (gene) พิเศษที่ส่งผลให้ร่างกาย ผลิตน้ำนม ได้มากและนานกว่าคนอื่น จึงสามารถทำอาชีพ เป็นแม่นมได้

[ ขออนุญาตไปหรี่แอร์ก่อนครับ
]

จากรุ่นยาย สู่รุ่นแม่ สู่รุ่นหลาน ยีนแม่นมได้ถูกถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง แต่สมัยนี้ เมื่ออาชีพแม่นมไม่มีความจำเป็นแล้ว สาวๆ ที่เป็น “พันธุ์แม่นม” จึงไปมีอาชีพดาวโป๊ดาวเปลือยแทน เรื่องนี้ต้องวิเคราะห์ครับ

อย่าไปตกอกตกใจอะไรไปกับเต้าขนาด Eureka! ของน้องแนท เพราะมันเป็นพันธุ์ของเขา

หากสาวไทยทั้งหลายเชื่อว่าเต้าขนาด Eureka! ของน้องแนทเป็นของจริงดังที่เสี่ยสองได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจว่าของตนจะไม่ล้นอ่างเลยนะครับ เพราะเต้านมของมนุษย์นั้น แท้จริงแล้วไม่ได้สลักสำคัญอะไรนักหากเรามองในแง่วิวัฒนาการครับ

Desmond Morris แห่งมหาวิทยาลัย Oxford ชี้ให้เห็นว่าเต้าของมนุษย์นั้น ดูจะไม่มีหน้าที่หลักอะไรในเชิงวิวัฒนาการเอาเสียเลย แถมยังมองว่า

เต้าของมนุษย์นั้น ในแง่ของการสืบพันธุ์แล้ว มีความสำคัญเป็นอันดับสองรองจากบั้นท้าย (buttock) เราจะมองเต้าเป็นเพียง “ตูดเทียม” ก็ได้ 

[ ขออนุญาตไปหรี่แอร์ก่อนครับ
]

….คุณ Desmond ยกตัวอย่างว่า สัตวที่เป็นบรรพบุรุษของเราอย่างลิงชนิดต่างๆ ล้วนไม่มีเต้าแบบน้องแนทกันทั้งนั้น (มีแต่เพียงหัวนมที่ยื่นออกมาจากหน้าอกอันแบนราบ) สัตว์เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีเต้า เพราะท่าเพียงท่าเดียวที่ใช้ในการร่วมสังวาสคือท่าข้างหลัง (back position หรือที่เพื่อน นัค วิชาการ บางท่านเรียกว่า “ท่าหมา”) จึงไม่จำเป็นต้องมีเต้าไว้บีบหรือมอง มนุษย์เป็นลิงพันธุ์เดียวที่มีเต้า !

สิ่งสำคัญกว่าที่สัตว์เพศผู้ต้องการดู ก็คือ ก้น ครับ เพราะบรรพบุรุษของเรา (ลิง) จะเกิดอาการ “หื่น” มากเมื่อได้เห็นอวัยวะเพศหญิงที่ถูกล้อมกรอบด้วยก้อนสองก้อนที่กลมกลึงและเกลี้ยงเกลา ดังนั้นในลิงและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ขนาดของก้นจึงใหญ่ขึ้นและแฟบลงตามรอบเดือน คือเมื่อไข่ตกก้นก็จะนูนโป่งออกมา เชื้อเชิญให้สัตว์ตัวผู้เข้ามาหา พอหมดฤดูสืบพันธุ์ก้นก็จะแบนลงไป

ส่วนบั้นท้ายของมนุษย์เพศหญิงนั้น แม้จะไม่ขึ้นๆ ลงๆ ตามรอบเดือน แต่ก็เป็นสัญญาณเชิญชวนเพศชายได้อย่างดีเยี่ยม สังเกตได้ว่ารูปปั้นของหญิงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ (pre-historic women) จะมีบั้นท้ายที่โป่งนูนเป็นพิเศษ จนเมื่อสังคมมนุษย์ได้พัฒนามาเรื่อยๆ ความโป่งนูนของบั้นท้ายจึงเปลี่ยนไปตามศาสนา แฟชั่น และวัฒนธรรม ผมจำได้ว่าในอเมริกาช่วง 1990s เพื่อนสาวๆ ของผม จะกลัวที่จะมีก้นใหญ่ (big ass) กันมาก จนปลายทศวรรษดังกล่าว แฟชั่นก้นใหญ่เริ่มกลับมา ถึงขนาดที่ผู้หญิงต้องไปสรรหากางเกงแบบที่มีเสริมก้นข้างในกันเลย เรียกได้ว่า เป็นการหวนกลับไปสู่สัญชาตญาณสัตว์ที่แท้จริงก็ว่าได้

ในเมื่อบรรพบุรุษของเราไม่จำเป็นต้องมีเต้า แล้วเต้าของมนุษย์นั้น มีไว้ทำไมเล่า

คุณ Desmond อธิบายว่า เต้า -- ตราบใดที่พอจะมีอยู่บ้าง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ล้วนแต่มีบทบาทเสริมให้ผู้หญิงดูเซ็กซี่ขึ้น จะเห็นว่าขนาดของเต้าจะสวยหรือไม่สวยนั้นขึ้นอยู่กับสังคมและตัวบุคคล บางสังคมก็เห็นว่าเต้าที่ยานเป็นถุงกาแฟ เป็นสิ่งที่สวยงาม อย่างเช่นสังคมของชนเผ่าอาฟริกาบางเผ่า จะนิยมให้เด็กสาวดึงเต้าให้ยาน เพื่อความสวยงาม ส่วนบางสังคมที่เคร่งจัดเช่นคริสเตียนพวก puritan และสเปนในสมัยศตวรรษที่ 17 จะนิยมทำให้เต้าเล็กโดยการเอาผ้ามารัดเต้าของเด็กที่กำลังจะโต ไม่ให้มันโตขึ้นมา แม้แต่ชายบางกลุ่มในอเมริกาปัจจุบัน ก็มีความหมกมุ่นกับสาวตัวเล็ก เต้าเล็ก อย่างดาราโป๊เชื้อสายเอเชีย (Asian American) อย่าง Charmane Star หรือ Kobe Tai นะครับ

นี่ล่ะครับ เรื่องของนมน้องแนท ผมว่ามันเป็นตัวอย่างหนึ่งครับที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราน่าจะมาร่วมวิเคราะห์วิชาชีววิทยา(กับผม) ให้มากกว่านี้ แทนที่จะไปเสียเวลากับการกล่าวหาเธอเรื่อง ศีลธรรม นะครับ

[ ขออนุญาตไปหรี่แอร์ครับ
]

 
ติดต่อเราได้ที่>> thaifriendforum@yahoo.com

เนื้อหาทั้งหมดในเวปนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ของผู้เขียนในฐานะปัจเจกชน
หาได้เป็นความเห็นโดยรวมของกลุ่ม Thai Friend Forum ไม่