บทที่ 6 ควิชดิชนัดแรก
Story By :Holmes
ชีวิตประจำวันที่ฮอกวอตส์ของแฮร์รี่ในช่วงเดือนแรกนั้นเป็นไปตามเดิมอย่างที่มันเคยเป็นมาตามปกติทุกอย่าง มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไป และดูจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติอย่างมากตามความคิดเห็นของแฮร์รี่ แม้ว่ารอนจะบอกว่าเขาคิดมากไปก็ตาม ชั้นเรียนปรุงยาเป็นชั้นเรียนที่แฮร์รี่ไม่ชอบมากที่สุด ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ชอบการปรุงยา แต่สเนปซึ่งเป็นอาจารย์สอนปรุงยาต่างหากเป็นสิ่งที่ทำให้เขาทำใจชอบวิชานี้ไม่ลง ตั้งแต่เขาก้าวเท้าเข้ามาที่ฮอกวอตส์ปีแรก สเนปก็แสดงออกว่าจงเกลียดจงชังเขาอย่างออกนอกหน้า และจะหาเรื่องกลั่นแกล้งเขาทุกครั้งที่มีโอกาส การถูกหักคะแนนบ้านในชั้นเรียนของสเนปถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตของแฮร์รี่ ดังนั้นแฮร์รี่จึงรู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่เขาไม่โดนสเนปหักคะแนนเลยแม้แต่คะแนนเดียวตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งจะว่าไปแล้วสเนปก็ไม่ได้ทำตัวผิดปกติต่อเขาคนเดียว อันที่จริง สเนปดูจะไม่สนใจที่จะไล่ต้อนนักเรียนให้จนมุมอีกต่อไป แม้แต่กับเนวิลล์ก็เถอะ นอกจากนี้ถ้าหากแฮร์รี่ไม่ดูผิดไป เขาสังเกตเห็นว่าสเนปมีแววตาที่แสดงออกถึงความวิตกกังวลอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลาด้วยซ้ำ "บางทีเขาอาจจะกลัว นายก็รู้ ในเมื่อ คนที่นายก็รู้ว่าใคร กลับมาอีกครั้ง และสเนปก็เป็นคนทรยศนี่ จริงมั๊ย ฉันได้ยินมาจากพ่อว่า คนที่นายก็รู้ว่าใคร ไม่ยอมปล่อยให้คนทรยศมีชีวิตอยู่หรอก " รอนบอกกับแฮร์รี่ในบ่ายวันหนึ่งหลังชั่วโมงปรุงยา หลังจากที่แฮร์รี่เอ่ยเรื่องความผิดปกติของสเนปขึ้นมา "บางทีฉันอาจจะกำลังคิดว่าจะกักบริเวณเธอสองคนยังไงดี ." เสียงนุ่มนวลเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง สเนปนั่นเอง ทำไมเสนปชอบโผล่มาข้างหลังเวลาไม่รู้ตัวทุกทีนะ "เป็นอันว่ามีเรื่องนึงที่ไม่เปลี่ยนแปลงแน่ๆ ล่ะ" แฮร์รี่พูดกับรอนในตอนค่ำที่ห้องนั่งเล่นรวม หลังจากเขาและรอนโดนสเนปสั่งกักบริเวณให้อยู่จัดเครื่องปรุงยาในคุกใต้ดินตลอดบ่าย "ยังไงสเนปก็ยังเกลียดฉันอยู่ดี..."
ค่ำวันหนึ่ง หลังจากแฮร์รี่เสร็จจากการฝึกซ้อมควิดดิช และกำลังเดินกลับไปยังห้องนั่งเล่นรวมเพียงลำพัง เขาก็สวนกับคอลีเนียส ฟัดจ์ ที่ระเบียงทางเดินอันหนึ่ง ฟัดจ์นั้นมีท่าทีที่ดูร้อนรนและกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด และแฮร์รี่ยังรู้สึกว่าฟัดจ์ที่เขาเจอตอนนี้นั้นต่างจากครั้งแรกที่เขาได้เจออย่างมาก "อ้าว แฮร์รี่ ว่าไง สบายดีหรือ" ฟัดจ์ทักทายแฮร์รี่ สุ้มเสียงของเขาฟังดูแปร่งๆ หู "ครับ แล้วท่านล่ะครับ" แฮร์รี่ตอบกลับ "สบายดีๆ เอ่อ เพิ่งเสร็จจากซ้อมล่ะซิ ฉันได้ยินว่าเธอเป็นกัปตันทีมด้วย จริงมั๊ย?" ฟัดจ์ถามหลังจากที่เขามองดูแฮร์รี่ในชุดเสื้อคลุมสีแดงสดของทีม "ครับ แล้วท่านมาที่นี่ทำไมครับ" แฮร์รี่ถามด้วยความอยากรู้ "ธุระนิดหน่อย ." ฟัดจ์ตอบค่อยๆ อย่างไม่จงใจตอบคำถามนัก "ไม่มีอะไรสำคัญนักหรอก เธออย่าสนใจเลย ตายล่ะ " ฟัดจ์หยิบนาฬิกาพกจากเสื้อคลุมขึ้นมาดู "ฉันสายมากแล้ว แฮร์รี่ ฉันต้องไปก่อนล่ะ ลาก่อนนะ" ฟัดจ์พูดพร้อมกับจับมือแฮร์รี่มาเขย่าอย่างร้อนรน "ลาก่อนครับ.." แฮร์รี่พูดและมองดูฟัดจ์ที่รีบร้อนเดินจากไปอย่างงงๆ
"นายว่าฟัดจ์ต้องมีอะไรปกปิดแน่ๆ เลย จริงมั๊ย" รอนพูดขึ้นหลังจากที่แฮร์รี่เล่าจบ "บางทีตอนนี้ข้างนอกอาจจะกำลังมีเรื่องอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นอยู่ก็ได้" แฮร์รี่ออกความเห็นบ้าง "แต่ในเดลี่พรอเฟ็ตไม่ได้บอกอะไรเลยนะ " เฮอร์ไมโอนี่บอกเพื่อนทั้งสอง "ฉันอ่านข่าวทุกวัน ไม่เห็นว่ามีเรื่องอะไรผิดปกติเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากข่าวทั่วๆ ไป" "ฟัดจ์ก็ต้องปิดข่าวแหงอยู่แล้ว" รอนพูดพร้อมกับยักไหล่ "ฉันไม่รู้ว่าพวกเราจะยังนิ่งเฉยกันอยู่ได้ยังไงตอนนี้ ในเมื่อข้างนอกนั่นต้องกำลังมีเรื่องวุ่นวายอยู่แน่ๆ" รอนหันไปสบตาแฮร์รี่ "แต่พวกเราทำอะไรไม่ได้!" เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยเสียงค่อนข้างดัง "ฉันหมายความว่า พวกเรายังเป็นแค่นักเรียนอยู่เลย เราจะไปสู้รบตบมือกับพ่อมดชั่วร้ายที่มีอำนาจได้ยังไงกัน" "แต่แฮร์รี่ทำได้นี่ จริงมั๊ย ตั้งสองครั้งมาแล้วที่ คนที่เธอก็รู้ว่าใคร พ่ายแพ้ต่อแฮร์รี่ บางทีนี่อาจเป็นชะตาชีวิตของนายนะ แบบว่า ชะตาชีวิตของวีรบุรุษ อะไรทำนองนั้น " รอนยังคงพูดเล่นอยู่ "ไม่หรอก ใช่มั๊ยแฮร์รี่ เธอคงไม่คิดอย่างรอนเขาหรอกใช่มั๊ย" เฮอร์ไมโอนี่หันมาถามแฮร์รี่ด้วยสีหน้าจริงจัง "ไม่ต้องซีเรียสขนาดนี้ก็ได้นี่เฮอร์ไมโอนี่" แฮร์รี่พูดเมื่อเห็นว่าเฮอร์ไมโอนี่จริงจังเกินเหตุ "ฉันคงไม่อยู่ๆ ก็ออกไปตามหาเขาหรอกน่า " "เธอเป็นอะไรไปน่ะเฮอร์ไมโอนี่ " รอนถามอย่างไม่เข้าใจ "เปล่าหรอก ฉันแค่ กังวลมากไปหน่อย" เฮอร์ไมโอนี่ตอบ "จะสองทุ่มแล้วหรือนี่ ฉันต้องไปแล้วล่ะ" เฮอร์ไมโอนี่พูดหลังจากก้มลงดูนาฬิกา "เธอจะไปไหนป่านนี้น่ะ" รอนถามด้วยความประหลาดใจ "ฉันต้องไปพบศาสตราจารย์มักกอนนากัล มีเรื่องเกี่ยวกับบทเรียนที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจนิดหน่อย" เฮอร์ไมโอนี่ตอบ "แล้วอย่าลืมขอการบ้านเพิ่มด้วยล่ะ" รอนตะโกนไล่หลัง โดนมีแฮร์รี่ที่หัวเราะเบาๆอยู่ข้างๆ และเฮอร์ไมโอนี่หันมาค้อนใส่รอนทีหนึ่ง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และแล้วการแข่งขันควิดดิชนัดแรกก็มาถึง กริฟฟินดอร์แข่งกับเรเวนคลอเป็นนัดเปิดสนาม ผู้คนทั้งปราสาทออกมาดูการแข่งขันอย่างคับคั่งเช่นเคย "ขอโทษทีนะ มาช้าไปหน่อย ยังไม่เริ่มใช่มั๊ย" เฮอร์ไมโอนี่กระหืดกระหอบมาสมทบกับรอนที่อัฒจันทร์ "มัวไปทำอะไรที่ไหนมานะ จะเริ่มแข่งอยู่แล้ว" รอนหันมาถาม "ก็ฉันเป็นพรีเฟ็คนี่ งานของพรีเฟ็คมีเยอะแยะจะตาย" เฮอร์ไมโอนี่ตอบอย่างหงุดหงิด "เอาเถอะ" รอนพูดอย่างเบื่อๆ "จะเริ่มแล้วล่ะ" รอนหันไปดูที่สนาม "กัปตันทีมจับมือกันได้" มาดามฮูซบอกกับกัปตันทีมของทั้งสองทีม แฮร์รี่และโช แชง เดินเข้ามาจับมือกัน ใช่แล้ว นี่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้แฮร์รี่รู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว แฮร์รี่ได้รู้ตั้งแต่เมื่อสองอาทิตย์ก่อนว่าโช แชงนั้นได้เป็นกัปตันทีมเรเวนคลอคนใหม่(โรเจอร์ ดาวีส์ กัปตันทีมคนเก่านั้นจบการศึกษาไปแล้ว) ไม่ใช่ว่าแฮร์รี่จะกังวลใจในเรื่องฝีมือของเธอหรืออะไร แต่สิ่งที่กวนใจแฮร์รี่ก็คือเขาไม่รู้ว่าโช แชง รู้เรื่องความรู้สึกของเขามากน้อยเพียงใด และจะเอาจุดนี้มาใช้ทำให้ทีมของเขาเกิดจุดอ่อนหรือเปล่า เขารู้ว่าโชไม่ใช่คนแบบบนั้น แต่ก็ไม่แน่หรอก นี่มันเกมควิดดิชนี่นา แน่นอนว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อโชนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าเมื่อปีที่แล้วจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ มากมายก็ตาม อันที่จริงแล้วเขารู้สึกเห็นใจเธอมากขึ้นอีก ในเมื่อมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจเธอมากขนาดนั้น แต่จากที่ดูๆ ตอนนี้เธอน่าจะทำใจได้มากพอควรแล้วทีเดียว เพราะแววตาของเธอที่สบตาเขาตอนที่จับมือนั้นดูมุ่งมั่นที่จะเอาชนะในการแข่งขันให้ได้ เสียงนกหวีดดังเป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขัน เชสเซอร์ในทีมของเขายังคงทำได้ดีเช่นเคย เพียงแค่สิบนาทีแรก กริฟฟินดอร์ก็ทำได้ถึงสามสิบคะแนน คอลิน ควีฟวีย์ ซึ่งเป็นคีปเปอร์คนใหม่ของกริฟฟินดอร์นั้น ถึงแม้ว่าเขาจะตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับนักกีฬาคนอื่นๆ แต่ความว่องไวของเขาก็ทำให้เขาทำหน้าที่ของเขาได้ดีทีเดียว แฮร์รี่เริ่มทำหน้าที่ของเขาทันทีตั้งแต่การแข่งขันเริ่มขึ้น เขามองดูไปทั่วทั้งสนาม มองหาวี่แววของลูกสนิชสีทอง แต่ก็ยังไม่เห็นแสงสีทองใดๆ แม้แต่น้อย โช แชงก็เช่นเดียวกับแฮร์รี่ เธอเริ่มบินวนเวียนไปทั่วสนามเช่นกัน แฮร์รี่พยายามไม่มองดูโชมากนัก เพราะนั่นทำให้เขาเสียสมาธิมากพอดู แต่กระนั้น เขาก็ยังอดที่จะหันไปมองบ่อยๆ ไม่ได้อยู่ดี จนทำให้เขาเกือบตกจากไม้กวาดเพราะลูกบลัดเจอร์ทีหนึ่ง เพื่อเป็นการทำให้สมาธิของเขากลับคืนมา หลังจากที่เขาบินวนอยู่ยี่สิบนาทีและยังไม่มีวี่แววของลูกสนิช เขาจึงเปลี่ยนจากการมองหาในสนาม(ซึ่งทำให้เขาต้องหยุดสายตาอยู่ที่โชทุกที) มาเป็นการมองไปที่บริเวณคนดูบ้าง อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญอย่างมาก แต่เขาก็บังเอิญเห็นว่าคอลีเนียส ฟัดจ์อยู่ที่อัฒจันทร์ และกำลังพูดคุยอย่างจริงจังอยู่กับดัมเบิลดอร์ ครู่หนึ่งฟัดจ์และดัมเบิลดอร์ก็เดินออกจากอัฒจันทร์ไปยังปราสาท "แฮร์รี่!" เสียงตะโกนของเฟร็ดดังมาจากข้างหลัง ทำให้แฮร์รี่หันกลับมาสู่การแข่งขันในสนามอีกครั้ง แฮร์รี่นึกอยากจะเตะตัวเขาเองนักเชียวที่มัวแต่สนใจเรื่องนอกสนาม แต่เขาก็ไม่มีเวลามาโทษตัวเขาเองมากนัก เพราะภาพที่เขาหันกลับมาเห็นก็คือ โชกำลังบินสูงขึ้นด้วยความเร็วสูงไปยังสนามฝั่งเรเวนคลอ ตรงที่มีแสงสีทองๆ ส่องประกายอยู่ แฮร์รี่รีบพุ่งไปทันที เขาอยู่ห่างจากโชมากนัก เขารู้สึกว่าคงไม่มีทางไล่ทันแน่ๆ แต่เขาก็พยายามเร่งความเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยังอยู่ห่างจากโชเกือบสิบเมตร ในขณะที่แฮร์รี่กำลังนึกเจ็บใจตัวเองและคิดว่าเขาต้องแพ้แล้วแน่ๆ เหตุการณ์ที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ลูกบลัดเจอร์ลูกหนึ่งซึ่งถูกจอร์จตีมาจากฝั่งกริฟฟินดอร์ เมื่อมันตั้งลำได้ มันก็พุ่งเข้าใส่ผู้เล่นที่ใกล้มันที่สุด และนั่นก็คือโช โชนั้นมัวแต่สนใจลูกสนิชอยู่จึงไม่ทันเห็นลูกบัดเจอร์พิฆาตลูกนั้น ทำให้เธอพลัดตกจากไม้กวาดทันที และร่างของเธอกำลังร่วงหล่นจากความสูงเกือบยี่สิบเมตร แฮร์รี่ไม่มีเวลาคิดอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เขาทำไปตามสัญชาตญาณก็คือหันไม้กวาดพุ่งดิ่งตามลงไปทันทีและสามารถคว้าตัวโชไว้ได้อย่างหวุดหวิดก่อนเธอตกถึงพื้นไม่กี่เมตร แฮร์รี่รู้สึกได้ทันทีตอนที่เขาคว้าตัวโชไว้ได้ว่าโชนั้นตัวเล็กและเบาเหลือเกิน แม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าโชหนึ่งปี แต่เขาก็ตัวโตกว่าโชมากนัก แฮร์รี่ร่อนลงบนพื้นสนามพร้อมกับโชบนไม้กวาดไฟร์โบลต์ของเขา "เธอเป็นอะไรหรือเปล่า" แฮร์รี่ถามโช "จุกนิดหน่อยน่ะ" โชตอบเขาพร้อมกับเอามือกุมท้อง "แต่คงเป็นมากกว่านี้ถ้าเธอไม่ช่วยฉันไว้ " โชพูดพร้อมกับสบตาแฮร์รี่ "ขอบคุณมากนะ" โชส่งยิ้มให้แฮร์รี่ "ไม่เป็นไรหรอก " แฮร์รี่ตอบอย่างเขินๆ เขารู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที "ไม่ใช่เวลามัวแต่โรแมนติกกันอยู่นะ " เสียงของเชสเซอร์คนหนึ่งของเรเวนคลอดังขึ้นเหนือทั้งสองคน "การแข่งขันยังไม่จบนะ เธอไม่เป็นไรใช่มั๊ย" เขาหันมาถามโชและโชพยักหน้ารับ "ดีแล้ว เอ้า! นี่ไม้กวาดของเธอ" เขาโยนไม้กวาดของโชที่เขาคว้าไว้ได้ก่อนมันจะบินหายไปลงมาให้ และบินกลับเข้าสู่การแข่งขันไป "พวกเราก็กลับไปแข่งต่อดีกว่านะ" โชบอกกับแฮร์รี่ "เริ่มกันใหม่ " คำพูดนี้เหมือนจะแฝงอะไรบางอย่างนอกเหนือจากนี้อยู่ "อืม " แฮร์รี่พยักหน้ารับ และทั้งสองก็ถีบเท้าพุ่งขึ้นจากพื้นสนาม
การแข่งขันจบลงตามความคาดหมาย โดยหลังจากที่เกิดเหตุการณ์น่าหวาดเสียวแล้ว แฮร์รี่ก็ตั้งใจจดจ่ออยู่กับการแข่งขันมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดผิดพลาดซ้ำสองอีก และแฮร์รี่ก็สามารถจับลูกสนิชได้หลังจากนั้นไม่กี่นาที ทำให้กริฟฟินดอร์ชนะเรเวนคลอไปด้วยคะแนนท่วมท้น แฮร์รี่เดินยิ้มกว้างออกจากสนาม ไม่เพียงแต่ชัยชนะที่ทำให้เขาปลาบปลื้มเท่านั้น แต่การที่ได้ช่วยโชจากอุบัติเหตุนั้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาไม่อาจหุบยิ้มได้ทีเดียว ซึ่งอาการนี้คงมีแต่เพื่อนสนิทของเขาเท่านั้นที่สังเกตเห็นได้ "หุบยิ้มได้แล้วน่า" รอนล้อเขาพร้อมกับถองเข้าที่ท้องเบาๆ "จะมีความสุขอะไรนักหนาฮึ" เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างหงุดหงิด "ถามจริงๆ เถอะ ถ้าเป็นฉันที่ตกจากไม้กวาดบ้าง เธอจะช่วยฉันมั๊ย" "ก็ต้องช่วยแน่อยู่แล้วซิ" แฮร์รี่ตอบ หุบยิ้มลงเล็กน้อย "แหม ก็เธอเป็นเพื่อนฉันนี่" "แต่ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะปล่อยให้เธอตกลงมาเลย เผื่อว่าหัวกระแทกพื้นแล้วจะได้เลิกเจ้ากี้เจ้าการขึ้นมาบ้างไง" รอนพูดแทรกขึ้นแล้วหัวเราะอย่างสนุกสนาน เฮอร์ไมโอนี่ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นอีก
เช้าวันต่อมา อากาศช่างสดใสเหมาะแก่การออกนอกปราสาทเป็นอย่างยิ่ง และนั่นก็ประจวบเหมาะพอดีที่พวกเขามีชั่วโมงเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษกับแฮกริดพอดี เทอมนี้แฮกริดพยายามที่จะสอนโดยไม่เอาสัตว์ประหลาดน่ากลัวหรือสัตว์ประหลาดที่เขาเพาะพันธุ์ขึ้นเองมาสอนอีก(แต่ในช่วงเดือนแรกแฮกริดนำตัวจาร์วี่มาสอน และมันก็เอาแต่พูดจาหยาบคายตลอดชั่วโมง ดัมเบิลดอร์จึงขอร้องให้เปลี่ยนเป็นสัตว์อื่น) สิ่งที่พวกเขาได้เรียนในเทอมนี้จึงเป็น "ม้ามีปีก " แฮกริดบอกหลังจากจูงม้าขนสีน้ำตาลเข้มตัวหนึ่งออกมา ซึ่งมันมีลักษณะเหมือนม้าปกติทุกอย่าง เพียงแต่ว่ามันมีปีกงอกออกมาคู่หนึ่งบริเวณกลางหลัง เด็กนักเรียนในชั้นเรียนต่างส่งเสียงครางฮือฮาในความสวยงามของมัน แต่ก็มีบางคนที่ยังคงสามารถทำให้อารมณ์ของแฮร์รี่ขุ่นมัวได้อีก นั่นก็คือมัลฟอย สิ่งหนึ่งที่แย่สำหรับแฮร์รี่ในเทอมนี้ก็คือ เขายังคงต้องเรียนวิชาเดิมกับบ้านสลิธิรินอยู่ "ก็ไม่เห็นจะแตกต่างจากม้าปกติตรงไหน ก็แค่มีปีก" มัลฟอยพูดอย่างเหยียดๆ "มันไม่ใช่แค่ม้าธรรมดาๆ ที่บินได้เท่านั้นนะ" แฮกริดพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ "เธอจะได้รู้ว่ามันมีมากมายหลายสายพันธุ์ และแต่ละพันธุ์ก็มีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวต่างๆกัน อย่างพันธุ์อบราซาน เป็นม้าบินได้ตัวใหญ่ยักษ์ ซึ่งพวกเธอคงได้เห็นมาแล้วเมื่อปีก่อน ก็ม้าของมาดามมักซีมนั่นยังไง " พูดถึงตรงนี้ แฮร์รี่สังเกตได้ว่าเคราของแฮกริดกระตุกน้อยๆ แสดงว่าเขากำลังอมยิ้มอยู่ แฮร์รี่หันไปสบตากับรอนและหัวเราะออกมาเบาๆ "หรืออย่างพันธุ์ธีสตรอล พันธุ์นี้หายากมาก เป็นม้าสีดำ บางคนบอกว่ามันนำโชคร้าย แต่มันก็มีความสามารถพิเศษ เพราะมันหายตัวได้ แล้วยังมี " แฮกริดอธิบาย
"ฉันว่าแฮกริดพัฒนาการสอนของเขาบ้างแล้วล่ะ อย่างน้อยเขาก็นึกถึงความปลอดภัยของนักเรียนบ้างแล้วนะ" รอนพูดขึ้นในห้องนั่งเล่นรวมค่ำวันนั้น "แล้วเรายังได้ความรู้อีกต่างหาก ฉันอยากให้เขาสอนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจัง" เฮอร์ไมโอนี่ออกความเห็น "แต่ฉันว่าเขาคงไม่ค่อยพอใจนักหรอกที่ม้ามันไม่มีเขี้ยวงอกออกมาน่ะ" แฮร์รี่พูด แล้วทั้งสามคนก็หัวเราะด้วยกันอย่างสนุกสนาน "นายว่าแฮกริดไปทำอะไรมาเมื่อตอนปิดภาคฤดูร้อนน่ะ ที่ดัมเบิลดอร์ให้เขาไปทำน่ะ" รอนถามความเห็นเพื่อนๆ "ก็ต้องเกี่ยวกับพวกยักษ์แน่ๆ อยู่แล้ว" เฮอร์ไมโอนี่บอก "เพราะเขาไปกับมาดามมักซีมด้วยนี่ จริงมั๊ย ฉันนึกไม่ออกเลยว่ามันจะเกี่ยวกับเรื่องอื่นได้ยังไงนอกจากเรื่องนี้" "งั๊นก็แสดงว่าพวกยักษ์ก็มาอยู่ฝ่ายเราแล้วใช่มั๊ย" รอนพูดอย่างตื่นเต้น "ก็ไม่แน่ว่าจะสำเร็จหรือเปล่านี่" แฮร์รี่พูดอย่างใช้ความคิด "อาจจะล้มเหลวก็ได้" "คงไม่มั๊ง" เฮอร์ไมโอนี่ครุ่นคิด "ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้วล่ะ" "แล้วยังเรื่องผู้คุมวิญญาณที่อัซคาบันอีกล่ะ" รอนพูดเมื่อนึกขึ้นได้ "ดัมเบิลดอร์บอกว่าพวกนั้นจะกลายเป็นสมุนชั้นดีของ คนที่นายก็รู้ว่าใคร ทันทีที่เขาเอ่ยปากนี่" "ดัมเบิลดอร์คงจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้วล่ะ เธอไม่เห็นมีข่าวอะไรผิดปกติเกี่ยวกับอัซคาบันใช่มั๊ยเฮอร์ไมโอนี่" แฮร์รี่หันมาถามเฮอร์ไมโอนี่ "อ๋อ ใช่ ไม่มีอะไรผิดปกตินี่" เฮอร์ไมโอนี่ตอบ "นักโทษก็ยังถูกส่งไปขังที่อัซคาบันเหมือนเดิม " "แสดงว่าดัมเบิลดอร์น่าจะยับยั้งเหตุการณ์ต่างๆ ไว้ได้ทันท่วงทีซินะ" แฮร์รี่สรุป "ถ้าอย่างนั้นโอกาสที่ฝ่ายเราจะชนะก็มีอยู่มาก จริงมั๊ย" "แต่ก็แปลกนะ " รอนพูดขึ้น "ทำไม คนที่นายก็รู้ว่าใคร ถึงไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร ทั้งๆ ที่เขาน่าจะบุกยึดกระทรวงเวทมนตร์ทันทีที่เขากลับมาได้แล้ว คือ..ถึงแม้ว่าจะมีการปิดข่าวก็เถอะ" รอนเสริมขึ้น "ถึงจะปิดข่าวยังไง แต่เรื่องก็ไม่น่าเงียบหายไปได้ขนาดนี้" "ยังไงซะนั่นก็ยังไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมากังวลกันตอนนี้หรอก " เฮอร์ไมโอนี่บอกเพื่อนทั้งสอง "ที่เธอสองคนควรจะกังวลตอนนี้ก็คือการบ้านของมักกอนนากัลที่ต้องส่งพรุ่งนี้มากกว่า พวกเธอยังทำไม่เสร็จนี่จริงมั๊ย" พูดจบเฮอร์ไมโอนี่ก็ลุกขึ้น "นั่นเธอจะไปไหนอีกแล้วล่ะ การบ้านของเธอเสร็จแล้วหรือ?" รอนร้องถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ "เสร็จตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว " เฮอร์ไมโอนี่ตอบ "ตอนนี้ฉันต้องออกไปเดินตรวจตามหน้าที่ของพรีเฟ็คก่อน เชิญพวกเธอปวดหัวกับการบ้านกันไปเถอะนะ" เฮอร์ไมโอนี่พูดและยิ้มเยาะเย้ยนิดๆ ก่อนจะหายออกไปทางช่องรูปภาพ "นายว่าเขาชักจะเหมือนเพอร์ซี่เข้าไปทุกทีแล้ว จริงมั๊ย?" รอนส่ายหัวและทำหน้าเอือมระอาเหมือนสีหน้าทุกครั้งที่เขาทำตอนพูดถึงเพอร์ซี่ไม่มีผิดเพี้ยน