ชื่อเรื่องไทย อิทธิพลของปุ๋ยทางใบต่อปริมาณธาตุอาหารและการออกดอกของลำไยพันธุ์อีคอ และสีชมพู  
ชื่อเรื่องอังกฤษ ไม่ปรากฏ  
ผู้แต่ง กิติโชติ จันทร์ศรีตระกูล
 
สาขาวิจัย วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต  
สถาบัน สาขาวิชาพืชสวน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  
ปีที่พิมพ์ 2537  
ประเภท เขตกรรม  
บทคัดย่อ

การศึกษาผลของปุ๋ยทางใบ ต่อปริมาณธาตุอาหาร และการออกดอก ของลำไยพันธุ์อีดอ และสีชมพู ณ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยใน ปีการเพาะปลูก 2534-2535 ทำการพ่นปุ๋ยโมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต (0- 52-34;MPP) และปุ๋ยสูตร 7-13-34+12.5Zn (NK) ที่ระดับความเข้มข้น 2500 5000 และ 7500 ppm ตั้งแต่ใบเพสลาดจำนวน 3 ครั้ง ห่างกันครั้ง ละ 7 วันผลปรากฎว่า ลำไย ทั้ง 2 พันธุ์ตอบสนองต่อปุ๋ย NK ใน การออกดอกได้ดีกว่าปุ๋ย MPP โดยที่ระดับความเข้มข้นของ ปุ๋ย 2500 และ 5000 ppm สำหรับพันธุ์อีคอ และ 2500 ppm สำหรับสายพันธุ์ สีชมพูจะให้ เปอร์เซ็นต์การออกดอกสูงสุด คือ 94.0 และ 78.5 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ขณะที่ control มีเปอร์เซ็นต์การออกดอกเท่ากับ 87 และ 72 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนในปีการเพาะปลูก 2535-2536 ทำการพ่นปุ๋ย NK ที่ระ ดับความเข้มข้น 2500 5000 7500 และ 10000 ppm ทำเช่นเดียวกับปี แรก พบว่า การให้ปุ๋ยทุกระดับความเข้มข้นและ control ให้เปอร์เซ็นต์ การออกดอกไม่แตกต่างกันทางสถิติในลำไยทั้ง 2 พันธุ์ แต่มีแนวโน้มช่วย เร่งการผลิตา (ช่อดอกหรือช่อใบ) และเพิ่มขนาดของช่อดอกเมื่อเพิ่มระดับ ความเข้มข้นของปุ๋ย สำหรับปริมาณธาตุอาหารในใบและกิ่งลำไย ในช่วง แทงช่อดอกมีปริมาณ คาร์โบไฮเดรต ที่ไม่อยู่ในรูปโครงสร้าง (TNC) สูงขึ้น ขณะที่ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (TN) ค่อนข้างคงที่ โดยต้นที่มีการออกดอก มากจะมีปริมาณ TNC สูง TN ต่ำ และอัตราส่วน TNC/TN สูงกว่าต้นที่ ออกดอกน้อย สำหรับปริมาณฟอสฟอรัส (P) มีการเพิ่มขึ้นตามลำดับความ เข้มข้นของปุ๋ยที่ให้ทั้ง 2 ชนิด และปริมาณสังกะสี (Zn) ในใบและกิ่งก็มีการ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเพิ่มระดับความเข้มข้นของปุ๋ย NK เช่นกัน ส่วน ปริมาณโพแทสเซียม (K) นั้นผันแปรไม่มีรูปแบบที่แน่นอนใน ลำไยทั้ง 2 พันธุ์ อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของปุ๋ยทางใบยังมีความสัมพันธ์ กับสภาพภูมิอากาศ ในด้าน การออกดอกอย่างมากด้วย โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝน และอุณหภูมิต่ำ ที่ได้รับก่อนแทงช่อดอก