การศึกษาของรังสีแกมมา ต่อการเจริญเติบโตและการกลายพันธุ์ของลำไย
ได้ทำการทดลองในปี พ.ศ. 2535 - 2537 ณ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตลำปางโดยให้รังสีแกมมาในระดับปริมาณรังสีต่างกันคือ
0 10 20 30 40 50 และ 60 Gy (Gray) กับผลของลำไย 4 พันธุ์คือ พันธุ์ดอ
แห้ว ชมพู และเบี้ยวเขียว โดยใช้เครื่อง Gmmator มีการให้รังสี 2
แบบคือ แบบเฉียบพลันและแบบเป็นช่วง พบว่าปริมาณรังสีที่เพิ่มขึ้นทั้ง
2 วิธีการ มีผลทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกลดลง โดยเฉพาะพันธุ์ดอมีความไวต่อรังสีมากกว่าพันธุ์อื่นในปริมาณรังสี
30 Gy เท่ากัน สำหรับเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดของต้นลำไยอายุ 12 เดือน
ที่เจริญเติบโตในถุงพลาสติกนั้น พันธุ์ดอมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดน้อยกว่าพันธุ์อื่น
ในปริมาณรังสี 60 Gy เท่ากัน และเมื่อสุ่มย้ายปลูกลงแปลง วัดเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดในแปลงปลูก
(อายุต้นลำไย 16 เดือน) พบว่าพันธุ์ดอและพันธุ์สีชมพูมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดน้อยกว่าพันธุ์แห้วและพันธุ์เบี้ยวเขียว
ส่วนความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นเหนือพื้นดิน 3 ซม. พบว่าการเจริญเติบโตในถุงพลาสติกเมื่ออายุ
12 เดือน ในการให้รังสีแบบเฉียบพลัน และแบบเป็นช่วง ระดับปริมาณรังสีที่เพิ่มขึ้นทำให้การเจริญเติบโตลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
นอกจากนี้พันธุ์ของลำไยทั้ง 4 พันธุ์มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญด้านการเจริญเติบโตด้วย
โดยพันธุ์ดอจะมีความไวต่อรังสีมากกว่าพันธุ์สีชมพู เบี้ยวเขียว และแห้ว
เมื่อทำการสุ่มปลูกในแปลง เก็บข้อมูลทางด้านการเจริญเติบโตต่อไปเป็นเวลา
4 เดือน จนกระทั่งต้นกล้าลำไยอายุ 16 เดือน ระดับปริมาณรังสีแต่ละระดับและพันธุ์ลำไยทั้ง
4 พันธุ์ มีการเจริญเติบโตทางด้านความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในวิธีการให้รังสีแบบเฉียบพลัน
ส่วนในวิธีการให้ให้รังสีแบบเป็นช่วง พันธุ์ลำไยทั้ง 4 พันธุ์มีการเจริญเติบโตที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
แต่ระดับปริมาณรังสีแต่ละระดับไม่ก่อให้เกิดความแตกต่างกันทางสถิติ
|