ชื่อเรื่องไทย การเปลี่ยนแปลงปริมาณธาตุอาหารในใบและก้านช่อระหว่างการออกดอกถึงผลแก่ของลำไยพันธุ์ดอ  
ชื่อเรื่องอังกฤษ of Longan (Euphoria longana Lam.) Var. E-Daw  
ผู้แต่ง สมคิด ดำน้อย
 
สาขาวิจัย วิทยาศาสตรบัณฑิต  
สถาบัน สาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้  
ปีที่พิมพ์ 2539  
ประเภท เขตกรรม  
บทคัดย่อ

การวิเคราะห์ธาตุอาหารในใบและก้านช่อ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงปริมาณธาตุอาหารในใบและก้านช่อระหว่างการออกดอกถึงผลแก่ของลำไยพันธุ์อีดอ โดยสุ่มเก็บใบและก้านช่อจำนวน 8 ตัวอย่าง จากต้นลำไยพันธุ์อีดอจำนวน 4 ต้น เป็นประจำทุกเดือนตั้งแต่ระยะดอกบานในเดือนมีนาคมกระทั่งผลลำไยสุกในเดือนสิงหาคม และวิเคราะห์ธาตุอาหารในส่วนต่าง ๆ ของผลปรากฏว่า การเปลี่ยนแปลงปริมาณธาตุอาหารในใบนั้น ธาตุไนโตรเจนมีการลดลงจาก 1.80 % ที่ระยะดอกบานเป็น 1.46 % เมื่อผลสุก ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโปแตสเซียม และธาตุทองแดง มีแนวโน้มลดปริมาณลงเมื่อมีการเจริญเติบโตของผลกระทั่งผลสุก โดยการเปลี่ยนแปลงอยู่ในช่วง 0.12-0.13 % 0.42-0.56 % และ 8.5-14.5 ppm. ตามลำดับ ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมมีการเพิ่มปริมาณขึ้นจาก 1.84 % และ 0.20 ฮ ที่ระยะดอกบานเป็น 2.94 % และ 0.28 % เมื่อผลสุกเช่นเดียวกันกับธาตุเหล็กและธาตุสังกะสีที่มีการเพิ่มปริมาณขึ้นจาก 103 ppm. และ 17.6 ppm. ที่ระยะดอกบานเป็น 318 ppm. และ 19.2 ppm. ตามลำดับ แต่มีรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอน ส่วนธาตุแมงกานีสมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณขึ้นเมื่อมีการเจริญเติบโตของผลกระทั่งผลสุก โดยการเปลี่ยนแปลงอยู่ในช่วง 146-183 ppm. สำหรับการเปลี่ยนแปลงปริมาณธาตุอาหารในก้านช่อพบว่า ธาตุไนโตรเจนในระยะที่มีการเจริญเติบโตของผลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในช่วง 1.77-2.23 % ต่อเมื่อผลสุกจึงลดปริมาณลงเป็น 1.62 % ธาตุฟอสฟอรัสในระยะที่มีการเจริญเติบโตของผลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในช่วง 0.23-0.27 % แล้วลดปริมาณลงเป็น 0.21% เมื่อผลสุก ส่วนธาตุโปแตสเซียม ธาตุแมกนีเซียม และธาตุแมงกานีส จะลดปริมาณลงเมื่อมีการติดผลคือ 1.13 % 0.18 % และ 40.3 ppm. เป็น 0.78 % 0.11 % และ 23.3 ppm. เมื่อมีการเจริญเติบโตของผลกระทั่งผลสุกตามลำดับ เช่นเดียวกับธาตุสังกะสีและธาตุทองแดงที่ลดปริมาณลงจาก 28.4 ppm. และ 17.7 ppm. ที่ระยะดอกบานเป็น 21.8 ppm. และ 7.7 ppm. เมื่อผลสุกตามลำดับ สำหรับธาตุแคลเซียมและธาตุเหล็กกลับเพิ่มปริมาณขึ้นจาก 0.78 % และ 91.0 ppm. ที่ระยะดอกบานเป็น 1.86 % และ 411 ppm. เมื่อผลสุกตามลำดับ โดยการเปลี่ยนแปลของธาตุเหล็กและธาตุสังกะสีมีรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอน ส่วนการวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารในส่วนต่าง ๆ ของผล ปรากฏว่า ในส่วนของเปลือกพบว่ามีธาตุแคลเซียมมากที่สุดคือ 1.41 % รองลงมาคือธาตุไนโตรเจน 1.06 % ธาตุโปแตสเซียม 0.67 % ธาตุแมกนีเซียม 0.15 % ธาตุฟอสฟอรัส 0.09 % ธาตุเหล็ก 56.6 ppm. ธาตุแมงกานีส 49.6 ppm. ธาตุสังกะสี 10.7 ppm. และธาตุทองแดง 6.1 ppm. ของน้ำหนักแห้งตามลำดับ ปริมาณธาตุอาหารในส่วนของเนื้อ พบว่า มีธาตุโปแตสเซียมมากที่สุดคือ 1.11 % รองลงมาคือธาตุไนโตรเจน 0.78 % ธาตุฟอสฟอรัส 0.15 % ธาตุแคลเซียม 0.07 % ธาตุแมกนีเซียม 0.05 % ธาตุเหล็ก 25.9 ppm. ธาตุสังกะสี 8.5 ppm. ธาตุทองแดง 7.8 ppm. และธาตุแมงกานีส 5.9 ppm. ของน้ำหนักแห้งตามลำดับ ปริมาณธาตุอาหารในส่วนของเมล็ดพบว่ามีธาตุไนโตรเจนมากที่สุดคือ 1.11 % รองลงมาคือธาตุโปแตสเซียม 0.53 % ธาตุฟอสฟอรัส 0.15 % ธาตุแคลเซี่ยม 0.14 % ธาตุแมกนีเซียม 0.06 % ธาตุเหล็ก 168 ppm. ธาตุสังกะสี 18.4 ppm. ธาตุแมงกานีส 14.1 ppm. และธาตุทองแดง 8.6 ppm. ของน้ำหนักแห้งตามลำดับ