|
|
|
ชื่อเรื่องไทย |
การวิจัยระบบปลูกพืชแซมในสวนลำไยเขตใช้น้ำฝนจังหวัดพะเยา
|
|
ชื่อเรื่องอังกฤษ |
Research on Inter-cropping in Longan Plantation in
Rainfed Area at Phayao |
|
ผู้แต่ง |
ปกาสิต เมืองมูล, รังสรรค์ คีรีทวีป, ประชา เดือนดาว,
แสวง เบ็ญชา, วิลาสลักษณ์ ว่องไว, บุญศรี
อิทรประชิต
|
|
สาขาวิจัย |
รายงานวิจัย |
|
สถาบัน |
รายงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 กรมวิชาการเกษตร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ |
|
ปีที่พิมพ์ |
2540 |
|
ประเภท |
เขตกรรม |
|
บทคัดย่อ
|
ระบบพืชในสภาพที่ดอนอาศัยน้ำฝนจังหวัดพะเยา มีหลายระบบที่เหมาะสมกับเกษตรกร
และสภาพพื้นที่ ทำการทดสอบ ระบบพืชลำไย กล้วย น้อยหน่า และถั่วลิสง
โดยลักษณะเด่นในตัวพืชแต่ละชนิดคือ พืชประธานเป็นพืชเศรษฐกิจ ผลตอบแทนสูง
มีตลาดต้องการ และเกษตรกรมีความสนใจ พืชร่วมระบบอื่นๆ เช่นกล้วย ให้ร่มเงาในระยะแรกของการปลูกลำไย
น้อยหน่าปลูกแทรกในระหว่างแถวที่ว่างเมื่อลำไยยังเล็ก ส่วนถั่วลิสงบำรุงดินและเป็นพืชให้ผลผลิตระยะสั้น
จากผลการวิจัย 3 กรรมวิธีคือ 1. ลำไย+น้อยหน่า 2. ลำไย+น้อยหน่า+ถั่วลิสง
และ 3. ลำไย+น้อยหน่า+กล้วย+ถั่วลิสง พบว่าผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรในช่วง
3 ปีแรก ในกรรมวิธีที่ 1 ให้ผลตอบแทน -1,314 , -565 และ -500 บาทต่อไร่
กรรมวิธีที่ 2 ให้ผลตอบแทน -797 , -373 และ -288 บาทต่อไร่ ส่วนกรรมวิธีที่
3 ให้ผลตอบแทน -426 , 367 และ 510 บาทต่อไร่ เมื่อเปรียบเทียบกับผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปร
จากการปลูกถั่วลิสงเพียงอย่างเดียวของเกษตรกรแปลงข้างเคียง ได้ผลตอบแทน
431 , 381 และ 401 บาทต่อไร่ ในขณะที่ผลตอบแทนรวมทั้ง 3 ปี ได้ผลตอบแทน
-2,379 , -1,458 และ 451 บาทต่อไร่ เทียบกับระบบเดิมของเกษตรกร 1,214
บาทต่อไร่ ผลตอบแทนในช่วง 3 ปีแรกของกรรมวิธีที่ 1 และ 2 ให้ผลติดลบ
เนื่องจากเป็นการลงทุนในรูปปลูกสร้างสวนไม้ผลปลูกใหม่ยังไม่ให้ผลตอบแทนในรูปผลผลิต
ผลตอบแทนจากถั่วลิสงในกรรมวิธีที่ 2 และ 3 จะได้มากที่สุดในปีแรก เนื่องจากปลูกเต็มพื้นที่
ส่วนในปีต่อไปจะปลูกได้จำนวนแถวน้อยลง เพื่อไม่ให้ไปรบกวนระบบรากของลำไยในช่วงเตรียมดิน
น้อยหน่าเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 3 (หลังปลูก 2 ปี) สามารถเก็บผลผลิตได้จนกว่า
จะมีผลต่อทรงพุ่มของลำไยประมาณ 6-7 ปี ขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโตของลำไย
ส่วนกล้วยจะเก็บผลผลิตเพียง 3 ปี และจะตัดทิ้งทั้งหมด เพื่อให้ลำไยซึ่งมีระบบรากแข็งแรงดีแล้ว
เติบโตได้เต็มที่
|
|