|
|
|
ชื่อเรื่องไทย |
รายได้และการตลาดของลำไยอบแห้งในเขตอำเภอป่าซาง และอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน |
|
ชื่อเรื่องอังกฤษ |
ไม่ปรากฏ |
|
ผู้แต่ง |
กาญจวรรณ จันทร์คำ |
|
สาขาวิจัย |
เศรษฐศาสตรบัณฑิต |
|
สถาบัน |
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
|
ปีที่พิมพ์ |
2543 |
|
ประเภท |
การตลาด |
|
บทคัดย่อ
|
จากการศึกษาถึงรายได้และการตลาดของลำไยอบแห้งของเกษตรกรในเขตอำเภอป่าซางและอำเภอเมือง
จังหวัดลำพูน โดยได้ทำการสัมภาษณ์ประชากรตัวอย่าง 40 ราย ได้ผลดังนี้เกษตรกรผู้แปรรูปลำไยอบแห้งส่วนใหญ่เป็นเพศชาย
อายุระหว่าง 36-45 ปี ส่วนมากมีประสบการณ์ในการแปรรูปลำไยอบแห้งมาแล้ว
2-5 ปี รองลงมามีประสบการณ์การแปรรูปลำไยอบแห้งในปี 2543 เป็นปีแรก
มีจำนวนเตาอบเป็นของตนเองจำนวน 1-3 เตา การแปรรูปลำไยอบแห้งเป็นงานที่ทำได้ตามฤดูเท่านั้น
ผู้แปรรูปส่วนใหญ่มีอาชีพรับราชการจึงทำการแปรรูปลำไยอบแห้งเป็นอาชีพเสริม
เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ลำไยที่นำมาอบแห้งนั้นมาจากสวนของตนเอง
ซึ่งมีจำนวน 5-10 ไร่ และซื้อจากแหล่งอื่น ในปี 2543 ลำไยอบแห้งมีราคาถูกกว่าทุกปีที่ผ่านมาแม้แต่ปี
2540 ซึ่งถือได้ว่าเป็นปีที่มีผลผลิตมากเช่นกันแต่ราคาของลำไยอบแห้งไม่ต่ำลงเท่ากับในปี
2543 โดยในปีนี้ช่วงต้นฤดูราคาลำไยอบแห้งอยู่ในเกณฑ์ดีและมีการปรับตัวของราคาลดลงเรื่อยๆ
จนถึงช่วงปลายฤดูในเดือนพ.ย. ลำไยอบแห้งมีราคาถูกมาก เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากผลผลิตลำไยอบแห้งมีมากจนล้นตลาดไม่สามารถส่งออกได้ทันตามการผลิตที่เพิ่มขึ้น
ประกอบกับลำไยอบแห้งที่ส่งออกไปขายยังต่างประเทศนั้นอบไม่แห้งดี ทำให้เกิดเชื้อราเมื่อส่งไปถึงต่างประเทศเกิดการตีกลับของผลผลิตจำนวนมาก
ส่งผลให้ราคาลำไยลดต่ำลงทางด้านต้นทุนการผลิตในปี 2543 ลำไยสดเป็นวัตถุดิบหลักในการแปรรูปมีราคาถูกจึงเป็นผลดีแก่ผู้แปรรูป
แต่พบกับปัญหาทางด้านราคาเชื้อเพลิงคือ น้ำมันดีเซลมีการปรับราคาสูงขึ้นในปี
2543 เนื่องจากผู้แปรรูปได้ใช้เตาอบลำไยที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง
ถึงร้อยละ 52.78 ที่เหลือเป็นเตาอบที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง เกษตรกรส่วนมากมักจะนำลำไยที่อบแห้งได้ไปร่อนคัดเกรดที่จุดขาย
และผู้รับซื้อลำไยบรรจุหีบห่อทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการบรรจุหีบห่อ
ส่วนเกษตรกรที่ไมีเตาอบเป็นของตนเองจะนำลำไยไปอบแห้งที่โรงงานรับจ้างอบลำไยในราคา
กิโลกรัมละ 2-2.5 บาท กำไรที่ได้จากการขายผลผลิตลำไยอบแห้งต่อเตาในแต่ละช่วงของฤดูกาลผลิตไม่เท่ากัน
โดยการแปรรูปและขายในช่วงปลายเดือน มิ.ย.-กลางเดือน ส.ค. จะได้กำไรประมาณ
14,000-18,000 บาท/เตา ในช่วงกลางเดือนส.ค.- ปลายเดือน ส.ค. จะได้กำไร
5,000-6,000 บาท/เตา ส่วนช่วงเดือนก.ย.-พ.ย. มักจะขาดทุนถึง 3,000-5,000
บาท/เตา ลำไยอบแห้งจะขายให้กับพ่อค้าทั่วไปที่มาตั้งจุดรับซื้อตามฤดูกาลและจุดรับซื้อทั่วไป
โดยพิจารณาจากราคาของแต่ละที่ที่รับซื้อ ความสามารถในการต่อรองราคา
และขนาดของเครื่องร่อนเป็นสำคัญ
ปัญหาที่สำคัญของการแปรรูปลำไยอบแห้งปี 2543 คือ ปัญหาทางด้านราคาผลผลิตตกต่ำ
และต้นทุนการผลผลิตที่สูงขึ้น
|
|