รอหรือไม่รอการลงโทษ
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 56 บัญญัติว่า
"ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกและในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินสองปี
ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับ
โทษจำคุกมาก่อน
หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน
แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
เมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ
ประวัติ ความประพฤติ
สติปัญญา
การศึกษาอบรม สุขภาพ
ภาวะแห่งจิต นิสัย
อาชีพและสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น
หรือสภาพความผิด
หรือเหตุอื่นอันควรปราณีแล้ว
เห็นเป็น การสมควร
ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษไว้
หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้
แล้วปล่อยตัวไปเพื่อให้โอกาสผู้นั้นกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลได้กำหนด
แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่
ศาลพิพากษาโดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้
เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดนั้น
ศาลอาจกำหนดข้อเดียวหรือหลายข้อ
ดังต่อไปนี้
(1)
ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราว
เพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถาม
แนะนำ ช่วยเหลือ
หรือตักเตือน
ตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ
หรือจัดให้กระทำ
กิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่เจ้าพนักงานและผู้กระทำความผิดเห็นสมควร
(2)
ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ
(3)
ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือการประพฤติใดอันนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก
(4)
ให้ไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ
ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ
หรือความเจ็บป่วย
อย่างอื่น ณ
สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด
(5) เงื่อนไขอื่น ๆ
ตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อแก้ไขฟื้นฟูหรือป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดกระทำหรือ
มีโอกาสกระทำความผิดขึ้นอีก
เงื่อนไขตามที่ศาลได้กำหนดตามความในวรรคก่อนนั้น
ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคำขอของผู้กระทำ
ความผิด
ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น
ผู้อนุบาลของผู้นั้น
พนักงานอัยการ
หรือเจ้าพนักงานว่า
พฤติการณ์ที่
เกี่ยวแก่การควบคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดได้เปลี่ยนแปลงไป
เมื่อศาลเห็นสมควร
ศาลอาจแก้ไข
เพิ่มเติม
หรือเพิกถอนข้อหนึ่งข้อใดเสียก็ได้
หรือจะกำหนดเงื่อนไขข้อใดตามที่กล่าวในวรรคก่อนที่ศาลยังมิได้
กำหนดไว้เพิ่มเติมอีกก็ได้"
เสพยาบ้าในขณะขับรถ
รอการลงโทษหรือไม่
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่
1030/2543 และ 1031/2543 ว่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
1030/2543
การเสพเมทแอมเฟตามีนในขณะขับรถเป็นความผิดร้ายแรง
ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
เป็นผลให้มี
ผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ
ทำให้ประเทศชาติต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลในวัยทำงานไปโดยใช่เหตุจำนวน
มาก จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนขณะขับรถยนต์บรรทุก
แม้จำเลยจะไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและมี
ภาระต้องเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว
ยังไม่เพียงพอที่จะนำมารับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
1031/2543
แม้การที่จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นผุ้ขับรถ
จะถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง
แต่รถยนต์ที่
จำเลยขับขณะถูกจับกุมดำเนินคดีนี้เป็นเพียงรถยนต์กระบะมิใช่รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่หรือรถยนต์โดยสาร
หากมีความเสียหายเกิดขึ้นโดยปกติย่อมรุนแรงน้อยกว่ารถยนต์ประเภทดังกล่าว
ประกอบกับไม่ปรากฏว่า
จำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน
จึงควรรอการลงโทษจำคุกจำเลย
(คำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
ปี 2543 เล่ม 3 หน้า 77,79)
Thailegal
04/01/44
|