|
ข้อ 5.
กรณีคดีมีทุนทรัพย์และไม่มีทุนทรัพย์รวมอยู่ในคดีเดียวกัน
จะต้องห้ามฎีกา
ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น
ต้องพิจารณาว่าคดีนั้นมีคำขอใดเป็นคำขอหลัก
คำขอใดเป็นคำขอต่อเนื่อง
การที่โจทก์มีคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินระหว่างจำเลยที่
1 กับจำเลยที่ 2
เมื่อเพิกถอนแล้วให้จำเลยที่
1
โอนขายให้โจทก์พร้อมรับชำระราคาส่วนที่เหลือ
จึงถือว่าคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายที่ดินพิพาทเป็นคำขอหลัก
ส่วนคำขอให้ จำเลยที่ 1
ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายเป็นคำขอต่อเนื่อง
เมื่อคำขอหลักเป็นคดี
ไม่มีทุนทรัพย์ซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม
ป.วิ.พ. ม.248 วรรคสองแล้ว
แม้คำขอต่อเนื่องนั้นทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน
200,000 บาท ก็ไม่
ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงด้วย
ดังนั้น
แม้ฎีกาโจทก์ที่ว่าการขายที่ดินเป็นการ
ฉ้อฉลโจทก์
ทำให้โจทก์เสียเปรียบ
และจำเลยที่ 2
รับโอนโดยไม่สุจริตจะเป็น
ฎีกาในข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้
(ฎ.1220/2539)
Thailegal
10/12/43
|