โลกใบเล็กของซัลมาน

โลกใบเล็กของซัลมาน

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์

            ข้าพเจ้าไม่ได้รู้จักซัลมานโดยตรง  เป็นการยากมากที่ใครจะเข้าถึงตัวชายชาวประมงผู้นี้  ไม่ใช่เพราะด้วยร่างกายสูงใหญ่น่าเกรงขาม  แต่ด้วยแววตาเกรี้ยวกราดไม่เป็นมิตรกับใครและวาจาสามหาวซึ่งเขาพร้อมจะพ่นใส่ตลอดเวลา  ไม่เลือกว่าคนนั้นจะเป็นใคร—นั่นแหละที่ทำให้ซัลมานถูกจำกัดอยู่ในโลกใบเล็กซึ่งใกล้พังทลายของตน…

ข้าพเจ้าละลายเวลาช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาให้สูญเปล่าไปบนชายหาดภาคใต้ทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน  ในช่วงหน้าร้อนซึ่งจิตใจอยากเขียนหนังสือเยียบเย็นเป็นน้ำแข็งเช่นนี้  ไม่มีอะไรดีไปกว่าปล่อยให้ตัวเองท่องเที่ยวไปเรื่อยเปื่อย  ข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งความหวังไว้ว่าจะกลับไปหาธรรมชาติของทะเล  ไม่ได้หวังถึงความสวยงามอะไรเช่นนั้น!  ข้าพเจ้าจึงไม่รู้สึกผิดหวังเมื่อได้ไปพบเห็นทะเลซึ่งมีความหมายเพียงห้วงน้ำเค็มที่เผอิญผุดขึ้นในเมืองอันแออัดไปด้วยผู้คน

(ข้าพเจ้าเป็นนักเขียน  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมองโลกอย่างเข้าใจ  ข้าพเจ้าเข้าใจเอาว่า  ในเมื่อธุรกิจซื้อขายที่ดินชายทะเลเข้มข้นถึงขนาดเลือดท่วมหาดทราย  นั่นก็หมายถึงว่าไม่มีสิ่งใดต้องคำนึงถึงอีก  ข้าพเจ้าย่อมเลิกหวังถึงความสวยงามใด ๆ จากชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นเรื่องเหลวไหล  สิ่งที่ข้าพเจ้าควรทำก็คือ  ร่วมสนุกกับบาร์เหล้าหรือดิสโกเธคบนหาดทรายที่นักธุรกิจชายทะเลสรรคิดมาบำเรอ  เช่นเดียวกับเมื่อเดินทางไปพร้อมเรือทัวร์ทะเลของบริษัทใหญ่ ๆ ข้าพเจ้าก็พลอยสนุกสนานไปกับย่านถนนสีลมซึ่งยกขึ้นมาไว้บนเรือ  จิตใจไม่เรียกร้องที่จะดำลงไปดูปะการังใต้ทะเลอีก  ข้าพเจ้าพยายามทำให้คล้อยตามว่า  ทุกสิ่งอันสนุกสนานและควรค่าสำหรับการท่องเที่ยว  ได้รับการจัดสรรไว้บนเรือโดยหัวคิดโปร่งใสของนักธุรกิจบริการเหล่านั้นแล้ว  ด้วยการลงทุนแข่งขันที่สูงทั้งมูลค่าและชีวิต  และนั่นเป็นเหตุผลเพียงพอที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่ตกอกตกใจเมื่อรู้ว่า  เรือเหล่านั้นได้ทิ้งสมอลงทำลายป่าปะการังโดยไม่เห็นความสำคัญใด ๆ)

คืนวันหนึ่ง  ข้าพเจ้ามาถึงกระบี่และเข้าพักในโรงแรมอันดามัน  อินน์  บนหาดเล็ก ๆ ทางตะวันตกของตัวเมืองราวหกกิโลเมตร  ข้าพเจ้านึกติดใจตัวโรงแรมนี้จากภาพในนิตยสารท่องเที่ยว  ซึ่งแทนที่จะขนานไปกับชายหาดเหมือนโรงแรมชายทะเลอื่น ๆ  อาคารหกชั้นกลับสร้างเป็นรูปจันทร์เสี้ยว  ปลายทั้งสองเกี่ยวติดหาดทรายขาดสะอาด  ในตัวโรงแรมมีธุรกิจบริการพร้อมมูล  ทั้งบาร์เหล้า  เธค  มินิเธียเตอร์  ศูนย์สุขภาพ  และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ใหญ่บนระเบียงดาดฟ้า  ด้านหน้าโรงแรมซึ่งล้อมไว้ด้วยตัวอาคารรอบสามด้านเป็นลานกว้างปูกระเบื้องโมเสก  มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่มากอยู่อีกสระหนึ่ง  ซึ่งหากคนสักร้อยลงไปใช้พร้อมกับก็ยังไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใด ๆ ใกล้ขอบสระมีบาร์เปิดขายเครื่องดื่มทุกชนิด ข้าพเจ้าอดนึกชมเจ้าของโรงแรมไม่ได้ที่คิดใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากบริเวณว่างตรงนี้  แทนที่จะสูญเสียไปกับสวนหย่อมหรือลานจอดรถเหมือนโรงแรมอื่น ๆ

แต่เลยจากลานกว้างนั่นออกไปข้างหน้า  แทนที่จะเป็นหาดทราย  กลับกลายเป็นกระท่อมไม้สัปรังเคหลังหนึ่งในดงมะพร้าว  คั่นส่วนโรงแรมไว้ด้วยพุ่มรั้วเตี้ย ๆ หาดของโรงแรมจึงมีเพียงเฉพาะด้านปีกทั้งสองข้าง  แวบแรกที่มองออกไปจากโรงแรม  ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึกขัดแย้งอย่างบอกไม่ถูก  ข้าพเจ้าอยากเห็นหาดทรายที่ค่อย ๆ ลาดลงไปในน้ำทะเลมากกว่าจะมีอะไรมาขวางสายตาอยู่เช่นนี้  แต่ครั้นถึงตอนเช้า  เมื่อได้เห็นสายหมอกบาง ๆ คลุมดงมะพร้าว  เห็นควันไฟสีขาวชำแรกกรุ่นขึ้นมาเหนือหลังคากระท่อม  เห็นเรือหาปลาแบบชาวบ้านลำหนึ่งปล่อยให้คลื่นเล็ก ๆ ซัด หยอกอยู่หน้ากระท่อม  ข้าพเจ้าก็อดนึกชมเชยความคิดเจ้าของโรงแรมไม่ได้อีก  ข้าพเจ้าเชื่อว่าแขกทุกคนคงรู้สึกยินดีต่อทิวทัศน์อันสวยงามประหนึ่งภาพวาดดังกล่าวเมื่อได้มองออกไปจากโรงแรมในยามเช้าเช่นนี้  ข้าพเจ้าเห็นแขกที่มาพักหลายคนโผล่หน้าออกมาถ่ายภาพเก็บไว้ดุจเดียวกับข้าพเจ้า  จริง ๆ แล้วข้าพเจ้าเคยเห็นภาพนี้มาก่อนในเอกสารแนะนำของโรงแรม  แต่คิดไปว่านั่นเป็นภาพหมู่บ้านชาวประมงใกล้เคียงที่ใดที่หนึ่ง  ไม่นึกว่าเจ้าของโรงแรมจะหัวใสจัดมาโชว์ไว้ตรงหน้าแบบนี้

แต่ต่อมาข้าพเจ้าก็ได้รู้ว่า  นั่นหาใช่อวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของโรงแรมไม่  ทว่านั่นแหละคือโลกใบเล็กของซัลมาน…  โลกอันปวดร้าวและน่าหัวเราะเยาะในขณะเดียวกัน!

 

ก่อนรู้จักกับโลกของซัลมานเล็กน้อย  ข้าพเจ้าได้ลงไปเดินเล่นแถวนั้น  และนึกแปลกใจเมื่อเห็นเรือกอและใหม่เอี่ยมสีสันแสบตาลำหนึ่งเกยหาดอยู่ห่างจากกระท่อมราวสี่สิบก้าว  ขณะอีกลำเป็นเรือประมงเล็กจอดลอยอยู่ในทะเลหน้ากระท่อม  ข้าพเจ้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าชาวประมงแถบนี้ใช้เรือกอและออกหาปลาด้วย  เคยเห็นก็แต่ทางสงขลา  ปัตตานี  ยะลา  หรือไม่ก็นราธิวาส

หญิงวัยต่ำกว่าสามสิบขอร้องข้าพเจ้าให้ช่วยถ่ายภาพให้ด้วยกล้องของหล่อน  หล่อนโพสต์ท่าข้างเรือกอและเหมือนเป็นนางแบบอาชีพ  ข้าพเจ้าเชื่อว่าภาพจะออกมาสวยแน่นอน  ด้วยเรือนร่างได้สัดส่วนและหน้าตาดูดีของหล่อนกับสีสันร้อนแรงของเรือ  แม้ฝีมือถ่ายภาพของข้าพเจ้าจะแสนธรรมดาก็ตาม

ข้าพเจ้ารู้สึกเพลิดเพลินอยู่หน่อย ๆ  ที่ได้ช่วยเหลือใครเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้  และข้าพเจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าช่วยถ่ายภาพให้  เมื่อรู้ว่าสามีของหล่อนยังนอนอย่างขี้เกียจอยู่บนโรงแรม  เราเจอเด็กชายหญิงหน้าตาน่าเอ็นดูคู่หนึ่ง  ข้าพเจ้าได้รู้ในเวลาต่อมาว่านั่นเป็นลูกของซัลมาน  ทั้งคู่หน้าคม  ผิวเข้ม  ดวงตาดำขลับใสแป๋วและสวยมาก  คุณผู้หญิงซึ่งข้าพเจ้าเพิ่งรู้จักเข้าไปทักทายและโอบกอดหนูน้อยทั้งสองเหมือนพิศวาส  เด็กทั้งคู่ไม่ตื่นกลัวใด ๆ ข้าพเจ้าไม่แปลกใจ  เด็กชาวประมงในทุกที่ที่ข้าพเจ้าเจอมล้วนคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวเสียยิ่งกว่าผ้าห่มนอนของตน  แต่พอถึงตอนคุณผู้หญิงขอถ่ายภาพด้วย  ทั้งคู่กลับฉายแววตระหนกในสีหน้า  หันมองไปทางกระท่อมอย่างวิตกกังวล

หล่อนหัวเราะและยัดแบงก์ใส่มือเด็กหญิงอย่างรู้ประเพณี  ข้าพเจ้าขึ้นฟิล์มเตรียมถ่าย  แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเด็กหญิงพยายามคืนเงินกลับ  จนคุณผู้หญิงต้องบอกเหมือนบังคับให้รับไว้นั่นแหละ  ทั้งคู่จึงหันมองไปทางกระท่อมอีกแวบหนึ่งราวนัดกันไว้  ก่อนจะยอมมายืนเบียดทั้งสองข้างของเจ้าของเงิน

หนูน้อยทั้งสองหน้าตาไม่ดีเอาเสียเลย  แม้จะมองผ่านเลนส์กล้อง  ข้าพเจ้าจำต้องบอกให้ยิ้ม  แต่ก็ได้รับเพียงรอยยิ้มแกน ๆ เหมือนกับว่าทั้งคู่กลัวกล้องเป็นนักหนา  ไม่น่าเป็นไปได้เพราะไม่มีใครร้องไห้หรือวิ่งหนีอย่างที่เด็กกลัวกล้องเป็นกัน

แล้วข้าพเจ้าก็ได้รู้ว่าทั้งคู่กลัวมันจริง ๆ เมื่อมีชายคนหนึ่งเดินตรงมาจากดงมะพร้าว  เพียงแรกเห็น  เด็กทั้งคู่ก็ตกอยู่ในอาการหวาดกลัวจนลาน  ข้าพเจ้าคิดว่าทั้งคู่เตรียมออกวิ่ง  แต่ด้วยความหวาดกลัวที่มีมากเกินไปเท้าจึงตรึงอยู่กับที่  เมื่อชายคนนั้นเข้ามาใกล้  เนื้อตัวทั้งคู่ยิ่งสั่นเทาอย่างน่ากลัว

นั่นคือครั้งแรกที่ข้าพเจ้าเผชิญหน้ากับซัลมาน ชายผู้นี้มีโครงร่างใหญ่ นุ่งเพียงกางเกงชาวเลตัวเดียว  ท่อนบนปล่อยผิวคล้ำเกรียมแดดไว้กับขนหน้าอกรุงรัง  ในรูปหน้าเรียวยาวคมเข้มนั้นประดับด้วยดวงตาดำขลับ  แลเห็นกองไฟเริงโรจน์อยู่ภายใน  บอกถึงความมาดร้ายจนข้าพเจ้าต้องหลบ  ทว่าในแวบนั้นข้าพเจ้ายังทันเห็นความขื่นแค้นที่เกาะกินดวงตาคู่นั้นอยู่เหมือนเชื้อไข้  เช่นเดียวกับร่างโตใหญ่ที่ไม่อาจซ่อนริ้วรอยของโรครุมเร้าบางอย่างไว้ได้

“เอามานี่  เขาตะคอกเสียงดุดัน  ลูกสาวของเขายื่นมือแบแบงก์ให้อย่างขลาด ๆ ข้าพเจ้า   รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาฉับพลัน  เห็นคุณผู้หญิงก็อยู่ในอาการฮึดฮัดไม่ผิดกัน

ซัลมานคว้าแบงก์ขึ้นมาขยำ  และโดยไม่คาดคิด  เขาขว้างก้อนแบงค์นั่นใส่หน้าข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าสั่นเทิ้มเหมือนโดนถ่มน้ำลายรด  แต่ก่อนจะทันแสดงกิริยาใด ๆ โต้ตอบ  ซัลมานก็ตะคอกตามมา

“กูขอซื้อฟิล์มข้างในด้วยเงินโสโครกนั่น”

“นี่มันอะไรกัน?!…  จะมากไปแล้วนะ”  คุณผู้หญิงเจ้าของกล้องแหวขึ้นอยู่ไม่เกรงกลัว  แต่ซัลมานก็ทำให้หล่อนต้องกลัวจนได้  เมื่อเขาสาวเท้าเข้าไปหาพร้อมใบหน้าถมึงทึง

ข้าพเจ้าตะลึงจนตัวชา  เมื่อเรียกสติคืนมา  ข้าพเจ้าพยายามสรุปสถานการณ์ทั้งหมดในเวลาจำกัด  และโดยไม่โต้ตอบด้วยคำพูดใด  ข้าพเจ้าปลดฟิล์มให้เขาไป  คุณผู้หญิงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ  เปล่งคำขู่ว่าจะฟ้องเจ้าของโรงแรมด้วยเรื่องที่ถูกคุกคามนี้  บางทีซัลมานอาจต้องไปนอนในห้องขัง  และซัลมานเพียงยิ้มเยาะ  และโดยไม่พูดอะไรอีก  เขาบิดหูลูกทั้งสองลากเดินขนาบข้างตัวเองกลับกระท่อม  เด็กน้อยไม่ร้องให้ได้ยินสักแอะ

ข้าพเจ้าเดาเรื่องทั้งหมดไม่ได้เลย ต้องมีใครสักคนหนึ่งให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ได้         ซัลมานเข้ามาเป็นสุดยอดปรารถนาของคนที่ข้าพเจ้าอยากรู้จัก  แม้จะด้วยความเกลียดชังและขยะแขยงต่อพฤติกรรมซึ่งเขาแสดงออกมาให้เห็นเบื้องหน้าก็ตาม

คนซึ่งช่วยให้ข้าพเจ้าพอรู้จักโลกใบเล็กของซัลมานคือ  เด็กหนุ่มบาร์เทนเดอร์ที่ชื่อแหลม  เขาเคยมีที่ดินติดเขตรั้วกับซัลมาน  (ส่วนที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกบัดนี้)  ครอบครัวเขาก็เป็นเช่นครอบครัวอื่น ๆ  ที่ตาลุกพองเมื่อนายหน้าค้าที่ดินเสนอราคาแสนงามให้  แหลมเล่าว่าทันทีที่ผืนดินหลุดจากมือ  ครอบครัวของเขาก็ถึงกาลกระจัดพลัดพราย  แต่ละคนต่างกำส่วนแบ่งของตนแยกย้ายกันไปตามครรลองของตัวเอง  เขาได้มาสองล้าน  ทว่าชั่วระยะเวลาแค่ปีเศษ  เขาก็ผลาญมันเสียเกลี้ยง  “ผมเป็นไทยพุทธนายก็รู้…  ศาสนาของเราเปิดทางให้อบายมุขเข้าเล่นงานได้ไม่จำกัด”  ข้าพเจ้ายังจำเสียงหัวเราะอย่างจริงใจแต่ฟังดูเหมือนเย้ยหยันของเขาได้ดี  เมื่อเขาเล่าถึงวิธีผลาญเงินสองล้านให้หมดไปในเวลารวดเร็วเช่นนั้น

(ถึงวันนี้ข้าพเจ้าไม่มีความแปลกใจใด ๆ เหลืออยู่เลย  ต่อการได้ยินว่าชาวประมงแต่ละคนซึ่งขายที่ของตนไปผลาญเงินกันเก่งมาก  ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา  คนไม่เคยมีเงินจำนวนร้อยติดบ้าน  ครั้นเกิดมีเงินล้มหลามจนทับอก  เป็นไปได้ง่ายเหลือเกินที่จะคำนวณค่าของมันผิดพลาด  คนจนซึ่งเผอิญมีเงินไม่ฉลาดในการใช้มันเท่าพวกเศรษฐีหรอก  ข้าพเจ้าเคยได้ยินมาว่า  บางคนเอาเงินไปซื้อสวนยางพาราหรือไม่ก็สวนปาล์ม  บ้างก็อุตริไปลงทุนสัมปทานเส้นทางรถโดยสาร  ทั้ง ๆ ที่ตัวเองผูกพันอยู่กับการหาปลาหากุ้งมาแต่หัวเท่ากำปั้น  และความไม่ชำนาญต่ออาชีพใหม่ก็ผลาญเงินทองไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย  หลายคนจังงังกับความร่ำรวยของตนแล้วเดินหลงไปในเส้นทางอบายมุข  มีอีกหลายคนที่โดนเพื่อนฝูงญาติพี่น้องหลอกต้มจนหมดตัว  ข้าพเจ้าเคยเศร้าใจมากเมื่อได้ยินมาว่าตายายคู่หนึ่งขายที่ตรงปลายแหลมหน้าเกาะพีพีได้ถึงยี่สิบล้าน  แต่ช่วงเวลาสองปีที่ขึ้นมามีชีวิตบนฝั่ง  แกใช้มันหมดไปถึงสิบแปดล้าน  เล่าต่อกันว่าบางคราวแกเหมารถทัวร์โดยสารเป็นสิบคันขนคนขึ้นไปทอดกฐินถึงเชียงใหม่  สาเหตุใหญ่ที่แกทำเงินหายไปอย่างน่าเศร้าใจก็ด้วยเรื่องที่เจ้าอาวาสวัดรูปหนึ่งซึ่งแกไม่ได้รู้จักมักคุ้นมาก่อน  คะยั้นคะยอให้แกสร้างโบสถ์ให้กับวัด  คราวนั้นทั้งคู่สูญเงินไปร่วมหกล้าน)

จากคำบอกเล่าของแหลม  ข้าพเจ้ายิ่งแปลกใจเมื่อรู้ว่าเดิมทีซัลมานเป็นคนดีที่น่าคบหา  รักลูกรักเมียยิ่งกว่าใคร ๆ หมด  ตอนได้ลูกสาวเขาซื้อแพะมาฉลองถึงครึ่งโหล  ครั้นถึงคราวลูกชายคนต่อมา  ชาวประมงในละแวกนี้ต่างก็อิ่มเอมกับแพะถึงสิบสองตัว

“มันเป็นคนโง่  มันถึงเป็นแบบนี้…  มันโง่ที่สุดในศตวรรษนี้เลยนะนาย”  แหลมหัวเราะแห้งแล้ง

ก่อนอันดามัน  อินน์จะเข้ามายึดครองเวิ้งอ่าวเล็ก ๆ สวยงามนี้ไว้  แหลมระลึกถึงคืน         วันเก่า ๆ ให้ข้าพเจ้าฟังว่า  หาดทรายตรงนี้สวยกว่าที่เห็นอยู่หลายเท่านัก  มีนักธุรกิจเข้ามาลองทำบังกะโลสองสามเจ้า  แต่ไม่นานก็ต้องล้มเลิกไป  ความจริงหาดนี้อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง  น่าจะมีนักท่องเที่ยวแห่กันมาเยอะ  แต่ด้วยถนนที่ไม่สะดวก  ประกอบกับหมู่บ้านชาวประมงปลูกกระจายเต็มเวิ้งอ่าวจนนักท่องเที่ยวไม่มีสัดส่วนเป็นของตัวเองเพียงพอ  ทั้งสองอย่างนั่นแหละที่ปิดกันนักท่องเที่ยวไว้

เมื่อสี่ปีก่อนนี้เองที่อันดามัน  อินน์เข้ามาสำรวจหาดนี้เพื่อเตรียมสร้างโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งเริ่มล้นจากเกาะพีพี  แหลมบอกกับข้าพเจ้าว่านายหน้าซื้อที่ดินเข้ามาได้จังหวะเหมาะเจาะขณะชาวประมงกำลังสูญสิ้นความหวังในห้วงน้ำเบื้องหน้า  เปรี้ยวหวานมันเค็มซึ่งพวกเขาเคยตักตวงใส่เรือเกือบเหลือแต่ความห่วงเปล่า  พวกนายหน้าเลยทำงานอย่างสะดวกง่ายดาย

“มันก็มียึกยักบ้างแหละนาย”  แหลมหัวเราะเบา ๆ ขณะผสมเครื่องดื่มให้แขก  “เรื่องไรใครจะโง่  ก็ทุกคนต่างรู้กันอยู่นี่ว่ายังไงเสียพวกโรงแรมมันต้องการที่จนได้  ยึกยักให้ราคาสูงขึ้นมาหน่อย  อย่างว่า…  ก็ยังมีไอ้พวกปอดแหก  กลัวเขาจะไม่เอาจริง  เลยรีบขายไปไร่ละสี่ซ้าห้าล้าน  อย่างของผมนั่นพ่อแกดึงขึ้นมาได้ถึงแปดล้าน  ไร่กับอีกหน่อยหนึ่ง  เฮอะ  ว่าไปแล้วที่ของบังมานนั่นไม่ถึงไร่เสียด้วยซ้ำ  แต่ตอนหลังราคาขึ้นไปถึงสิบล้าน  มันยังไม่ยอมขาย…”

“ตอนนี้ไม่ปาเข้าไปร่วมยี่สิบล้านแล้วหรือ

แหลมหันมาจ้องด้วยสายตาเหมือนตำหนิที่ข้าพเจ้าทำตาโต  เขายักไหล่พลางพูด  “นายลองไปติดต่อขอซื้อดูสิ  อาจมีเรื่องสนุก ๆ เกิดขึ้นก็ได้”

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจในเสียงหัวเราะของแหลมตอนนั้น  แต่ต่อมาเมื่อได้ทำความรู้จักกับโลกของซัลมานมากขึ้น  ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากค้ากำไรกับที่ดินผืนงามนั่นหรอก

 

ข้าพเจ้าได้รู้มาอีกอย่างว่าพ่อของซัลมานนั้นหัวดื้อมาก  ดื้อจนบางครั้งดูเหมือนคนขี้โกง  นั่นอาจพอเป็นเหตุผลหนึ่งที่บอกถึงความหัวดื้อซึ่งซัลมานมีอยู่ก็ได้  แหลมเล่าว่าคราวหนึ่งเรือแกถูกเฉี่ยวจมลงขณะเข้าร่องน้ำใหญ่  แกเรียกค่าเสียหายเท่ากับเรือใหม่เอี่ยมลำหนึ่ง  พร้อมตีราคาปลาและค่าทำขวัญตัวเองเสร็จสรรพ  ทั้ง ๆ ที่เรือมีทางงมขึ้นมาได้เช่นนั้นแหละ  แต่แกก็อ้างว่านั่นเป็นความเชื่อของแก  เรือซึ่งประสบคราวเคราะห์เข้าครั้งหนึ่งมีอันต้องเป็นไปในครั้งต่อ ๆ มาจนได้  คู่กรณีไม่ยอมเล่นด้วย  แต่เมื่อถูกลูกซองจ่อหัวเข้าก็ยากที่จะยืนกราน

“บังมานชอบอ้างอยู่เสมอ…”  แหลมเล่าต่อ  “โดยเฉพาะกับพวกนายหน้าว่าป๊ะมันสั่งนักสั่งหนา  “เราคนทะเล  ได้มีผืนดินให้ตีนเหยียบ  นับเป็นความกรุณาสูงสุดของพระเจ้า”  นี่…  บังมานชอบอ้างคำนี้  นายว่ามันฉลาดไหมล่ะ  ทั้งป๊ะทั้งพระเจ้าของมันช่วยกันดึงราคาที่ดินขึ้นไปถึงสิบล้าน  แต่สุดท้ายมันก็โง่นั่นแหละมันยังบอกเขาอยู่นั่นแล้วว่าวิญญาณป๊ะมันไม่ยอม  ก็ป๊ะมันตายไปก่อนพวกโรงแรมจะเข้ามาตั้งสองปี  แกจะไปรู้ได้ไงจริงมั๊ยถ้าอยากรู้นะนาย  ลองไปดูที่หลุมศพหลังกระท่อมมันสิ  นายอาจได้ยินป๊ะของมันร้องไห้ที่มีลูกชายโง่ไม่ผิดเต่าทะเล

“เขาอาจมีเหตุผล…”

“เหตุผลอะไรอีกเล่านาย?!”  แหลมสวนขึ้นทันควัน  “มันโง่น่ะไม่ว่า  บังมานมันคงคิดว่า  ยึกยักไปอีกหน่อย  ราคาจะได้สูงขึ้นอีก  ก็นายลองหันไปดูสิ  ที่ของมันอยู่กลางหาดเป๊ะ  งามออกปานนั้น  ยังไง ๆ พวกโรงแรมต้องสู้ราคาอยู่แล้ว  แต่ปรากฏว่า…เฮอะ!…”  เขาตามด้วยเสียงหัวเราะประหลาด ๆ ฟังเหมือนสะอึก

“ขอเบียร์อีกขวดเถอะ”  ข้าพเจ้าว่า

ยิ่งฟังข้าพเจ้ายิ่งฉงน  ครึ่งหนึ่งข้าพเจ้าเชื่อตามที่แหลมว่า  แต่อีกครึ่งเกิดสังหรณ์ใจแปลก ๆ แหลมเล่าให้ฟังต่อไปเป็นฉาก ๆ ว่า  หลังจากพวกนายหน้ากว้านซื้อที่ดินจนหมดทั้งเวิ้งอ่าวแล้ว    ยังคาราคาซังอยู่ก็แต่ที่ของซัลมาน  จำเพาะว่าที่ตรงนั้นมีผลอย่างมากต่อโครงสร้างของโรงแรมเสียด้วย  ข้าพเจ้าเองยังนึกกลัวเหตุการณ์ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนที่คนทั้งหลายกลัวกันในตอนนั้น  ต่างคาดกันว่าซัลมานคงโดนเก็บเพื่อให้ปัญหานี้ยุติ  แต่โชคเป็นของซัลมาน  ด้วยเจ้าของโรงแรมเป็นผู้มีอิทธิพล  และจำเพาะว่าอิทธิพลที่ว่านั้นเกี่ยวพันแน่นแฟ้นกับสมาชิกสภาผู้แทนราฎรคนหนึ่งของจังหวัด  พวกเขาคงฉุกคิดได้ว่าหากซัลมานกลายเป็นศพไป  นั่นเท่ากับเปิดจุดอ่อนให้คู่แข่งขันของท่านผู้แทนโจมตีได้  ดังนั้นจึงยอมเปลี่ยนโครงสร้างของโรงแรมเสียใหม่ให้เป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมล้อมโลกของซัลมานไว้  ข้าพเจ้านึกนิยมในความคิดนี้  นอกจากเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีแล้ว  ยังได้ตัวโรงแรมซึ่งดูสวยแปลกตาซ้ำทัศนียภาพหน้าโรงแรมที่  ‘ได้เปล่า’  และโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อนก็ทรงเสน่ห์อย่างไม่มีใดเทียบ

ทุกอย่างช่างเข้าข้างเจ้าของโรงแรมเหมือนมีใครแกล้ง  รัฐอนุมัติเงินตัดถนนเข้ามาทันทีที่โรงแรมเริ่มเทเสา  ธุรกิจบริการนักท่องเที่ยวชวนกันมาบานสะพรั่งตลอดแนวฝั่งด้านนี้  หมู่บ้านชาวประมงถูกถอนรากถอนโคนจนหมดสิ้นในช่วงระยะเวลาแค่ปีเดียว  กลายเป็นสิ่งหายากให้นักท่องเที่ยวผู้นิยมธรรมชาติใฝ่หา  บัดนี้ หกกิโลเมตรจากตัวเมืองตามถนนเลียบชายฝั่ง  ข้าพเจ้าเห็นแต่บังกะโล  รีสอร์ท  บาร์เหล้า  แหลมบอกสิบกิโลเมตรจากนี่ไปทางตะวันตกก็ไม่ต่างอันใดกัน  ถึงตอนนี้ข้าพเจ้าไม่แปลกใจเลยที่ในเอกสารแนะนำของโรงแรม  หรือในนิตยสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยวคราวใดมีภาพของโรงแรมอันดามัน  อินน์ปรากฎ  ก็จะต้องมีสักภาพหนึ่งถ่ายจากมุมซึ่งคล้ายต้องการบอกว่า  เพียงคุณมาพักที่นี่คุณก็สามารถเห็นบ้านชาวประมงอันเงียบสงบน่าอยู่  โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องกระดิกตัวออกจากห้องเลย…

ข้าพเจ้าไม่อยากจะเชื่อ  แต่ข้าพเจ้ารู้ว่าที่แหลมพูดนั้นเป็นความจริง  เขาบอกว่ากว่าครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยว  โดยเฉพาะชาวต่างประเทศ  ที่เลือกอันดามัน  อินน์ก็เพราะประทับใจเมื่อเห็นภาพโลกใบเล็กของซัลมาน!

 

บางเรื่องราวของซัลมานซึ่งแหลมเล่าสู่ข้าพเจ้าฟัง  นำความรู้สึกปวดร้าวมาให้อย่างไม่น่าเป็น  (ข้าพเจ้ามักรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยการพยายามทำความเข้าใจ  แต่ช่วยไม่ได้  หากบางครั้งข้าพเจ้าตกอยู่ในอารมณ์อ่อนไหวจนเกิดความรู้สึกเห็นใจขึ้นมา)

หลังลงพุ่มไม้เตี้ย ๆ เป็นรั้วแบ่งโลกใบเล็กของซัลมานออกจากโลกใบใหญ่อย่างชัดเจนแล้ว  ตามคำบอกเล่าของแหลม  ชีวิตของซัลมานก็ยิ่งตกต่ำลง  เขาเริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคน  จากใจดีเยือกเย็นกลายเป็นหงุดหงิดง่ายและไร้เหตุผล  ดวงตาซึ่งเคยสงบอ่อนโยนก็เปลี่ยนมาเป็นขุ่นเคืองเกรี้ยวกราด  โลกใบเล็กของซัลมานซึ่งงดงามในภาพหรือจากสายตาที่มองไปจากโรงแรม  ข้าพเจ้าเริ่มมองเห็นว่าแท้แล้วคือนรกร้อนเร่าซึ่งกำลังหลอมไหม้คนสี่คนที่อยู่ข้างใน

แหลมเล่าว่าซัลมานออกทะเลต่อมาอีกสองปี  สำหรับปูปลาที่หากินเพียงในครอบครัว  เขาคงพออยู่ไปได้  แต่เหตุที่ทำให้ซัลมานเลิกออกทะเลโดยเด็ดขาดก็เพราะว่า  ทุกเช้าเมื่อเขากลับเข้ามานักท่องเที่ยวชอบไปรอถ่ายภาพเขา  โดยเฉพาะตอนเขาดับเครื่องแล้วหันมาจ้ำพายเรือขึ้นเกยหาด  ซัลมานตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับทุกคน  ยิ่งเฉพาะพวกไปจากโรงแรมด้วยแล้ว  เขาแทบจะเคี้ยวกลืนเลยทีเดียว  เขาหงุดหงิดกับพวกถ่ายภาพ  และถูกจับไปนอนห้องขังอยู่บ่อย ๆ เนื่องเพราะไปทำร้าย   ร่างกายพวกนั้นเข้า  จนที่สุดความหงุดหงิดนั่นเองที่ทำให้เขาจามเรือทิ้ง

“อ้าว…  แล้วเรือสองลำนั่น?…”

“นายจะเอาเบียร์อีกขวดไหม  พร้อมคำถาม  บาร์เทนเดอร์หนุ่มเลื่อนขวดเบียร์มาวางหน้าข้าพเจ้า  “ไอ้สองลำที่เห็นนั่นเรือของโรงแรมทั้งเพ…  นายลองไปดูสิ  ไอ้ลำที่อยู่หน้ากระท่อมน่ะตะไคร่จับเสียเขียวอื๋อ  เขาเอาไปลอยไว้เฉย ๆ ดูสวยงามตาเท่านั้นแหละอย่างว่า…  เกิดถ่ายรูปไปแล้วไม่มีเรือเลยสักลำ  มันก็กระไรอยู่จริงมั๊ย? …  อย่างอีกลำนั่นก็เหมือนกัน  เพราะพวกฝรั่งไปเห็นเรือกอและสีสวย ๆ เข้า  เลยถามถึงอยู่เรื่อย  นั่นสั่งทำจากปัตตานีโน่นเพิ่งได้มาสักเดือนนี่แหละ”  เขาหันไปจัดเครื่องดื่มให้ลูกค้าที่เข้ามาใหม่  ก่อนวกกลับมาหาข้าพเจ้าอีก  “บังมานมันเคย  ยัวะจะจามเรือที่ลอยอยู่หน้ากระท่อมมันเสียให้ได้  แต่อย่างว่า…  เรือนั่นลอยอยู่ในทะเล  ไม่ใช่เขตที่มันจะใหญ่ได้อีก  มันเคยโดนจับเพราะเรื่องนี้ตั้งสองครั้งแน่ะ”

ถึงอย่างไรซัลมานก็ยังโดนตำรวจจับอยู่เรื่อย  โดยมากแล้วเกิดจากเขาไปชกปากนักท่องเที่ยวที่จ้างลูกชายหญิงของเขาถ่ายภาพด้วย  ข้าพเจ้าเผลอลูบปากเมื่อนึกขึ้นมาว่าตัวเองช่างโชคดีเสียกระไรที่ไม่ทำให้ซัลมานโดนจับอีกในเช้าวันนั้น

คิดดูอีกทีก็เป็นเรื่องน่าขันที่นักท่องเที่ยวชวนกันไปยืนมองโลกของซัลมานเหมือนเป็นอาหารน่าลิ้มลอง  แต่ด้วยการกระทำซึ่งไม่มีคนผิดเช่นนี้แหละที่ก่อความพินาศแก่โลกของซัลมาน  อย่างน้อยเราก็เห็นกันอยู่ว่า  การที่ชาวประมงเช่นซัลมานไม่ได้ออกทะเลอีก  นับเป็นเรื่องร้ายแรงพออยู่แล้ว  แต่การที่ต่อมาซัลมานเกิดเปลี่ยนใจบอกขายที่ดินของตนไปนั้น  ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าเชื่อว่าโลกของซัลมานถูกรุกรานอย่างหนัก

จากคนซึ่งเคยยืนยันอย่างเด็ดเดี่ยว  คนซึ่งเงินสิบล้านไม่สามารถละลายใจให้อ่อนตามได้อย่างซัลมาน  ไม่ว่าเขาจะแข็งขืนเพราะความรักในผืนดิน , วิญญาณพ่อ , ศรัทธตอองค์อัลลอฮ์  หรือเพราะวิธีการทางธุรกิจก็แล้วแต่  ถึงวันนี้จิตใจอันแข็งแกร่งนั้นกลับอ่อนยวบลงอย่างราบคาบ  หลังฟังเรื่องราวจากแหลมจบลง  ข้าพเจ้าพยายามคิดสรุป  ข้าพเจ้ามองเห็นผู้รุกรานซัลมาน  แต่มองไม่เห็นว่าใครกระทำผิดกฎหมาย  ข้าพเจ้ายังเห็นอีกแง่หนึ่งว่าซัลมานไม่ได้สูญเสียเฉพาะเงินสิบล้าน  ไม่ได้สูญเสียเฉพาะที่ดินของตนแต่เขากำลังสูญเสียครอบครัว  เขาถูกบีบให้ยอมรับความพ่ายแพ้และนำมาซึ่งการสูญเสียตัวเอง  นั่นเองที่ทำให้เขาสูญเสียความเป็นพ่อที่ดีของลูก  สูญเสียความเป็นผัวที่ดีของเมีย…

 

“ยี่สิบบาทก็ไม่มีใครซื้อหรอกนาย”

ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับแหลม  แต่ชักไม่ชอบเสียงหัวเราะที่ไม่รู้จักเวล่ำเวลาของเขาขึ้นมาตงิดๆ เขาเล่าให้ฟังต่อมาว่า  หลังจากซัลมานบอกขายที่ของตนไปไม่นาน  นายหน้าค้าที่ดินคนหนึ่งก็เข้ามาติดต่อและตกลงกันได้ในวงเงินแปดล้าน  แต่หลังจากนั้น  นายหน้าก็พาหน้าหลบไป  ไม่ยอมโผล่มาให้เห็นอีก

แหลมแจกแจงให้เห็นว่า  จริง ๆ แล้วหากใครกล้าลงทุนในที่ของซัลมานมีแต่ฟันกำไรเหนาะ ๆ อย่างน้อยก็ร่วมสี่ห้าล้านบาทในช่วงเวลาไม่ทันข้ามสองเดือนด้วยซ้ำ  เขาออกความคิดให้ฟังว่าหากเขาซื้อที่ตรงนั้นมา  เขาจะสร้างอาคารสูง ๆ ขึ้นบังทิวทัศน์ทางทะเลของโรงแรมไว้  เพียงแค่นี้เจ้าของโรงแรมก็ต้องแจ้นมาพูดจากทางธุรกิจด้วย  คราวนี้เขาจะหักกำไรเอาทั้งจากที่ดินและสิ่งก่อสร้างนั่นเลยทีเดียว

แต่ก็ไม่มีใครกล้า…  เหมือนกับที่นายหน้าคนนั้นวิ่งกลับไม่ยอมเหลียวหลัง  แหลมบอกว่าอิทธิพลของเจ้าของโรงแรมที่มีมาแต่เดิมและยิ่งเติบโตขึ้นนั้น  ไม่มีใครหาญกล้าเข้าไปแตะเนื้อข้างจมูกของเขาหรอก  ทั้งแม้กลุ่มคู่แข่งขันของท่านผู้แทนจะยังมิได้สลายไป  ทว่าก็ไม่อาจยื่นมือเข้ามายุ่มย่ามในงานนี้ได้  เมื่อรู้กันทั่วว่าหุ้นส่วนสำคัญที่เข้ามาสมทบในอันดามัน  อินน์เป็นนายทหารใหญ่แห่งกองทัพบกซึ่งอำนาจกำลังบานสะพรั่งอยู่ในปัจจุบัน  ซัลมานจึงมีแต่จะถูกปล่อยให้ตายไปเงียบ ๆ อย่างเจ็บช้ำใจ

“นายเห็นหรือยังล่ะว่ามันโง่ที่สุดในศตวรรษ  เขาหัวเราะคล้ายกำลังเล่าเรื่องตลก

แหลมบอกว่ายังมีอีกคนหนึ่งที่กล้าเสนอราคาให้ซัลมาน  ซึ่งข้าพเจ้าดูแล้วช่างเป็นราคาที่ต่ำจนน่าใจหาย  คนคนนั้นมิใช่อื่นไกลหากแต่คือเจ้าของโรงแรมนั่นเอง  ถึงตอนนี้เขาไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่ต้องได้ที่ดินผืนนั้นมาไว้ในครอบครองอีกแล้ว  เขาเพียงเสนอเงินให้เปล่ากับซัลมานเดือนละสี่พันบาท  ให้ซัลมานออกเรือตามปกติ  เขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับปลาซึ่งซัลมานจะหามาได้สักตัว  เพียงแต่เขาอยากเห็นซัลมานเป็นชาวประมงที่ทำตัวเช่นชาวประมงจริง ๆ นั่นรวมไปถึงว่าซัลมานจะต้องไม่หงุดหงิดเมื่อนักท่องเที่ยวขอถ่ายภาพด้วย  หรือหากเขาฉลาดพอ  ยอมให้นักท่องเที่ยวนั่งเรือเล่นบ้าง  เขาก็อาจได้โบนัสพิเศษก้อนงาม

“  ‘บางทีแกอาจได้ทิปจากพวกขอถ่ายรูปนั่นนะ’  เถ้าแก่พูดให้มันเห็นแบบนี้แหละ…”  แหลมเลียนเสียงสูงของเจ้าของโรงแรมขณะเล่า  “  ‘อย่างแกให้พวกนั้นนั่งเรือเล่น  ใครจะใจจืดใจดำไม่ออกค่าน้ำมันให้แก่  ยังมีค่าทิปนั่นอีก…’  ไม่ทันเถ้าแก่จะว่าอะไรต่อ  มันจวกโครมเข้าปากครึ่งจมูกครึ่ง  แถมยังโง่  ถ่มน้ำลายรถหน้าเถ้าแก่เสียอีกแน่ะ”

ข้าพเจ้านึกไม่ออกว่าหากตัวเองตกอยู่ในภาวะเช่นนั้นบ้างจะเลือกเอาอย่างไหน  บางที     ซัลมานก็แข็งเกินไป  ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น  ข้าพเจ้าพอเข้าใจและนึกสงสารเมียของเขา  หล่อนเป็นผู้หญิง  จะทนต่อหน่วยตาดำ ๆ บอกแววหิวโหยของลูกได้อย่างไร  ซัลมานไม่ได้ออกทะเลอีก  และเขารู้ดีว่าเงินใช้จ่ายในครอบครัวทุกวันนั้นได้มาจากไหน  นั่นเองที่เป็นเหตุให้หล่อนโดนทุบตีอยู่เป็นประจำ  บางครั้งก็พาลมาถึงลูก

เขาว่าหล่อนไม่รักศักดิ์ศรี!

เปล่าหรอก  นะซาอี – เมียของเขาทรุดโทรมและผิวหยาบเกินกว่าจะเดินเหินเข้าห้องโน้นออกห้องนี้ในอันดามัน  อินน์ได้  แต่หล่อนได้เงินอย่างลับ ๆ  จากเจ้าของโรงแรมเดือนละสองพันบาทแลกกับข้อเสนอเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นว่าให้หล่อนหุงต้มด้วยไม้ฟืนในตอนเช้ามืด  เพื่อให้ควันไฟลอยกรุ่นอยู่เหนือหลังคากระท่อมดูสวยงามตา  หรือไม่ก็ให้นุ่งปาเต๊ะ  แต่งตัวแบบชาวเล  บางครั้งหากปลอดตาซัลมาน  เป็นไรไปหากหล่อนยอมให้นักท่องเที่ยวขอถ่ายภาพบ้าง  โดยเฉพาะอย่างหลังนี่เองที่ทำให้หล่อนพอมีรายได้พิเศษซื้อขนมให้ลูกได้กินบ้าง  แต่ก็เสี่ยงกับการโดนทุบตีอย่างมากนั่นด้วย

“เอาเบียร์อีกนะนาย

“ขอรีเจนซีหน่อยดีกว่า”

บาร์เทนเดอร์ยิ้มให้อย่างแปลกใจ  ข้าพเจ้ารู้สึกวันนี้อากาศอบอ้าวผิดปกติ  ถึงกระนั้นเสียงร้องหนัก ๆ ขอร๊อคเกอร์หนุ่มอย่างแจ็คสัน  บราวน์กับเพลง  ‘เวิร์ลด์  อิน  โมชัน’  จากอีกฟากของบาร์ยังแผดมาให้ได้ยิน

ข้าพเจ้ามองผ่านชุดว่ายน้ำยั้วเยี้ยทั้งในสระและขอบสระตรงไปยังพุ่มรั้วเตี้ย ๆ ข้างหน้า  เพ่งมองเด็กชายหญิงซึ่งกำลังเกาะพุ่มไม้จ้องมองความเคลื่อนไหวในลานหน้าโรงแรมอยู่  แต่เพียงครู่เดียวที่ข้าพเจ้ามอง  ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาจากกระท่อม  ลากเด็กทั้งสองกลับไปอย่างลนลาน

“มันคิดว่าตัวเองฉลาด”  บาร์เทนเดอร์คู่สนทนาเลื่อนแก้วมาให้ข้าพเจ้า  “แต่ที่สุดเห็นไหมว่าเป็นไง  นายอาจยิ้มเยาะผม  ใช่ผมขายที่ไป  แล้วผมอาจโง่ที่ผลาญเงินจนหมด  ต้องกลับมาเป็นลูกจ้างของที่นี่อีก  แต่เห็นมั๊ยว่าอย่างน้อยผมก็มีกิน  มีความสุขดี  สนุกดีด้วย  ผมยังได้แต่งชุดสวย ๆ อย่างนี้  แต่บังมานมันมีอะไรบ้างล่ะ  เฮอะ!  มันก็รู้อยู่เต็มอกว่ามันพลาด  ศักดิ์ศรีที่มันใช้ด่าเมียน่ะกินไม่ได้หรอก  จริง ๆ แล้วมันก็เป็นลูกจ้างโรงแรมเหมือนกันละว้า”

“โลกมันแตกต่างกันเหลือเกินนะ…”  ข้าพเจ้าพึมพำหลังถอนแก้วออกจากปาก  สายตายังจับอยู่ที่โลกใบเล็กของซัลมาน

“นายว่าไรนะ

“เปล่า”  ข้าพเจ้าหันกลับมายิ้มให้เขา  “แกดูเก๋มากกับชุดทักซิโดนี่”

เขายิ้มรับขณะก้มลงสำรวจตัวเอง  ข้าพเจ้าไม่บอกเขาหรอกว่า  เมื่อครู่นั้นข้าพเจ้าได้คิดถึงโลกใบเล็กของซัลมานและโลกใบใหญ่ที่นั่งดื่มเหล้าอยู่นี้ว่าอย่างไรบ้าง…

 

แทนที่จะข้ามไปเกาะพีพีตามกำหนดเดิมในเช้าวันรุ่งขึ้น  ข้าพเจ้าใช้เวลาอยู่ที่อันดามัน  อินน์อีกวันหนึ่ง  ตลอดทั้งวันข้าพเจ้าได้แต่เดินเลียบ ๆ เคียง ๆ โลกใบเล็กของซัลมาน  บ้างก็นอนบนหาดทรายจ้องดูความเคลื่อนไหวในโลกใบนั้นเหมือนคนไม่มีอะไรทำ

(สมองข้าพเจ้าทำงานหนักขณะเฝ้ามองโลกของซัลมาน  คิดถึงแต่ข้อเสนอแนะของเพื่อนคนหนึ่งที่บอกว่า  ในห้วงเวลาห้าสิบปีต่อไปข้างหน้านี้  เนื้อหาวรรณกรรมจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติ  เพราะนี่เป็นกระแสซึ่งได้รับการป่าวร้องและขานรับอึงอลไปทั่วโลก  นี่คือโอกาสซึ่งข้าพเจ้าควรรีบฉกฉวย  ข้าพเจ้าได้ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาในช่วงหกเดือนมานี้ว่าจะหยิบแง่มุมไหนมาเขียนเป็นนวนิยายสักเรื่อง  เมื่อมาเจอโลกใบเล็กของซัลมานเข้า  ข้าพเจ้าคล้ายจะได้กลิ่นอาหารในจานซึ่งคิดถึงมานานแต่ก็เป็นเพียงกลิ่น…  ด้วยข้าพเจ้าไม่แน่ชัดในสาเหตุที่ทำให้ซัลมานหวงแหนผืนดินของตนยิ่งกว่าอะไรหมด--  เพราะพ่อ?  เพราะพระอัลลอฮ์?  หรือเพราะความโง่เขลาทางธุรกิจ  ข้าพเจ้ามองเห็นเพียงบางสิ่งบางอย่างที่รุกรานสู่โลกใบเล็กนี้  แม้จะเป็นการรุกรานอย่างเหี้ยมเกรียมและเลือดเย็น  แต่มันก็เป็นได้เพียงซับพล็อตในนวนิยายหากข้าพเจ้าคิดจะเขียน  ข้าพเจ้าลองให้ซัลมานเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติคนหนึ่ง  ทว่าหลังจากเรียบเรียงเรื่องราวในความคิดดูแล้ว  มันก็เป็นเพียงการทดลองอันโง่เขลา…  ข้าพเจ้าพยายามมองโลกใบเล็กของซัลมานด้วยความเข้าใจ  ใช้ทั้งสายตาและความคิดเข้าไปวนเวียนอยู่ในโลกใบนี้  แต่มันก็ไม่มีพลังมากมายพอที่จะเก็บเกี่ยวสิ่งใดออกมาได้)

เวลาช่วงหน้าร้อนของข้าพเจ้าหมดลง  บัดนี้ข้าพเจ้าได้แต่พลิกดูภาพในเอกสารแนะนำโรงแรมอันดามัน  อินน์  โลกใบเล็กของซัลมานยังดูสวยงามทรงเสน่ห์อยู่เสมอ  แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ลืมที่จะหยิบอีกภาพหนึ่งมาเทียบด้วยทุกครั้ง  ภาพนั้นเกิดจากฝีมือตากล้องธรรมดา ๆ ของข้าพเจ้าเอง  แต่มันก็มากมายเกินพอที่จะเก็บความรู้สึกของภาพไว้

ข้าพเจ้ายินดีจ่ายไปห้าร้อยบาทสำหรับของที่ระลึกจากอันดามัน  อินน์และโลกใบเล็กของซัลมาน  ซึ่งเป็นเพียงภาพผู้หญิงคนหนึ่งกับลูกสองคนของหล่อน  ในรอยยิ้มที่ฝืดฝืนและแห้งแล้งเสียเต็มประดา

 

-00000-                                               

 

1