เลือกซื้อ แสตมป์ อย่างใดให้คุ้มค่าเงิน



เลือกซื้อ แสตมป์ อย่างใดให้คุ้มค่าเงิน

"โยธิน"

        โดยทั่วไปแล้ว แสตมป์ดวงหนึ่งๆ จะมีราคามากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าแสตมป์ดวงนั้น หายากแค่ไหน และที่สำคัญเป็นที่ต้องการของนักสะสมหรือไม่ แต่แสตมป์ที่มีราคาตลาด หรือราคาที่ระบุไว้ในแค็ตตาล็อกแสตมป์เท่ากัน ก็ใช่ว่าเวลาที่มีการซื้อขายกันจริงๆ แล้ว จะมีราคาเท่ากันด้วย ปัจจัยอื่นที่สำคัญที่กำหนดราคาของแสตมป์ก็คือ สภาพและเกรด (Stamp Grading) ของแสตมป์ดวงนั้น
     สภาพของแสตมป์ จะพิจารณาจากความสมบูรณ์ของแสตมป์ กล่าวคือ แสตมป์ที่มีสภาพชำรุด ไม่ว่าจะชำรุดมากหรือน้อย และความชำรุดนั้น จะเป็นที่สังเกตเห็นได้ชัดหรือไม่ก็ตาม จะมีราคาน้อยกว่าแสตมป์ที่มีสภาพสมบูรณ์
     เกรดของแสตมป์นั้น ในขั้นต้นจะพิจารณาจากความสมดุลของภาพของแสตมป์เมื่อเทียบกับขอบนอกของแสตมป์ แสตมป์ที่มีเกรดดีเยี่ยมก็คือ แสตมป์ที่มีภาพแสตมป์อยู่กึ่งกลางดวงแสตมป์พอดี อย่างไรก็ตาม ก็มีบางหน่วยงานที่กำหนดให้ตราประทับประจำวันที่ปรากฏบนดวงแสตมป์ เป็นตัวบ่งชี้ถึงเกรดของแสตมป์ใช้แล้วที่ผ่านการใช้งานจริงทางไปรษณีย์ (Postally used) ด้วย


สภาพของแสตมป์

        เมื่อใดก็ตามที่นักสะสมจะต้องควักเงินเพื่อซื้อหาแสตมป์ที่ต้องการมาเก็บไว้ในอัลบั้มของตน นักสะสมท่านนั้นก็คาดหวังว่า จะได้แสตมป์ที่มีคุณค่าต่อการสะสมอย่างแท้จริงมาครอบครอง ดังนั้น สิ่งที่นักสะสมให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อแสตมป์ดวงที่ต้องการซื้อก็คือ แสตมป์ดวงนั้นจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะหาได้ ที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะว่า รอยชำรุดที่เกิดขึ้นกับดวงแสตมป์นั้น ไม่ใช่สิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้โดยทันทีเสมอไป ยังมีรอยชำรุดอื่นๆ ที่อาจจะหลบซ่อนอยู่ตรงที่ใดที่หนึ่งของดวงแสตมป์ก็ได้ หากนักสะสมไม่สังเกตให้ดี
     รอยชำรุดที่เกิดจากฟันแสตมป์ นับได้ว่าเป็นรอยชำรุดที่พบได้บ่อยมาก เนื่องจากการฉีกดวงแสตมป์ออกจากแผ่นนั้น หากผู้ฉีกได้พับแสตมป์ตามแนวรอยปรุอย่างระมัดระวังก่อนที่จะฉีกแสตมป์แล้ว ฟันแสตมป์ที่ได้ก็จะมีขนาดที่เหมาะสม และเรียบสม่ำเสมอกัน ในทางตรงกันข้าม หากผู้ฉีกไม่ระมัดระวัง หรือเผลอเรอชั่วขณะ ก็อาจทำให้ได้ฟันแสตมป์ที่ชำรุดคือ ฟันแสตมป์บางซี่สั้น บิ่น หรือบางซี่ขาดหายไป ซึ่งในกรณีที่ปรากฏว่ามีฟันแสตมป์ซี่ใดซี่หนึ่งสั้นกว่าซี่อื่นๆ เราเรียกว่า "short perf." และในกรณีที่มีฟันแสตมป์ซี่ใดซี่หนึ่งถูกฉีกขาดหายไป เราเรียกว่า "pulled perf."

 

     ตัวอย่างเช่น แสตมป์ชุดธรรมดาของ แซนซิบาร์ (Zanzibar) ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1936 ราคา 10 c แสตมป์ดวงนี้มีสภาพฟันแสตมป์พอใช้ ยกเว้นฟันแสตมป์บริเวณข้างล่างด้านซ้าย จะสังเกตเห็นได้มีฟันแสตมป์อย่างน้อย 3 ซี่ที่ขาดหายไป หรือสั้นกว่าซี่อื่น และสภาพดังกล่างยังปรากฏที่ฟันแสตมป์ด้านขวาและด้านล่างด้วย
     ท่านคิดว่า รอยชำรุดที่กล่าวถึงข้างต้น เป็นสิ่งเล็กน้อยที่ไม่ควรใส่ใจหรือไม่ ซึ่งถ้าหากพิจารณาว่าเมื่อท่านสะสมแสตมป์นั้น ท่านกำลังสะสมกระดาษชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง ดังนั้นรอยชำรุดแม้เพียงเล็กน้อย ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับสิ่งที่ท่านกำลังสะสมอยู่ นักสะสมส่วนใหญ่จึงเลือกแสตมป์ที่มีฟันโดยรอบอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด นักสะสมจึงไม่ควรซื้อแสตมป์ของแซนซิบาร์ดวงนี้ และควรเลือกหาซื้อดวงอื่นๆ ที่มีสภาพดีกว่านี้

 

     แสตมป์ของญี่ปุ่น ดวงนี้ ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1936 ราคา 1 s มุมแสตมป์ข้างล่างด้านขวาได้หลุดหายไป ซึ่งบางครั้งเกิดจากการฉีกแสตมป์ดวงเดี่ยวออกจากแผ่นโดยไม่ได้พับตามแนวรอยปรุก่อน ทำให้เวลาฉีกตามแนวรอยปรุได้ดึงมุมแสตมป์ฉีกขาดออกตามรอยของเยื่อกระดาษไปด้วย

 

     แสตมป์ของอาร์เจนตินา ภาพนางอีวา เปรอง ออกจำหน่ายปี ค.ศ. 1952 ราคา 10 c สองดวงนี้ ดวงทางซ้ายมือมีรอยชำรุดของฟันแสตมป์ตามแนวด้านล่างซ้าย ขณะที่แสตมป์ดวงขวามือ มีรอยชำรุดของฟันแสตมป์ตรงมุมแสตมป์ ซึ่งเป็นรอยชำรุดที่อาจสังเกตเห็นได้ยาก โดยทั่วไปแล้ว ฟันแสตมป์ตรงมุมนั้น เป็นส่วนที่ชำรุดได้บ่อยมากในการตรวจสอบว่าฟันตรงมุมแสตมป์ชำรุดหรือไม่ อาจทำได้โดยคีบแสตมป์ดวงที่ต้องการตรวจสอบ ให้มุมแสตมป์ประกบกับมุมแสตมป์ของอีกดวงหนึ่ง หากฟันที่มุมแสตมป์ซ้อนกัน แสดงว่าแสตมป์ดวงนั้นชำรุด ถ้าหากว่าฟันที่มุมแสตมป์ประกบติดกันเพียงเล็กน้อย แสดงว่าแสตมป์ดวงนั้นอยู่ในสภาพดี
     รอยชำรุดบนดวงแสตมป์จะปรากฏให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อนำแสตมป์ไปแช่ในน้ำยาที่ใช้ตรวจสอบลายน้ำของแสตมป์โดยคว่ำหน้าลง น้ำยาจะทำให้รอยชำรุดเป็นแนวสีเข้มเห็นได้ชัดเจนบนกระดาษแสตมป์ที่มีสีอ่อนกว่า

 

     รอยฉีกขาดบนดวงแสตมป์บางครั้งก็สังเกตเห็นได้ยาก ถ้าไม่มีส่วนใดของกระดาษหลุดหายไปด้วย ตัวอย่างแสตมป์พัสดุไปรษณีย์ใช้แล้วของอเมริกา ราคา 1 $ ภาพการเก็บเกี่ยวผลไม้ ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1913 ซึ่งราคาตามแค็ตตาล็อกของ Scott 25 $ แต่ภาพแสตมป์ดวงนี้ ไม่ได้อยู่กึ่งกลางดวง คือค่อนไปทางซ้ายเล็กน้อย ทำให้ราคาขายต่ำกว่าที่ระบุในแค็ตตาล็อก อย่างไรก็ตาม ความไม่สมดุลของภาพบนดวงแสตมป์ก็เป็นปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับรอยชำรุดที่ซ่อนอยู่ ภาพทางซ้ายนั้น เมื่อมองเผินๆ แล้ว แสตมป์ดวงนี้จัดอยู่ในสภาพดี แต่เมื่อพิจารณาดูอย่างละเอียดแล้ว จะเห็นรอยฉีกขาดยาวประมาณ 5 มม. จากขอบแสตมป์ด้านขวาล่าง ดังที่แสดงไว้ในภาพด้านขวา
     นักสะสมบางคนอาจจะพยายามซ่อมแซมแสตมป์ที่ฉีกขาดในลักษณะนี้ ด้วยกาวหรือแม้กระทั่งใช้เศษฮินจ์แผ่นเล็กๆ ติดที่ด้านหลัง ซึ่งการกระทำดังกล่าว เพื่อเก็บสะสมไว้เอง ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนัก แต่หากซ่อมแซมเพื่อไว้หลอกลวงลูกค้าแล้ว จัดว่าเป็นความคิดที่แย่มาก

 

     รอยชำรุดอื่นๆ เช่น รอยขูดบนดวงแสตมป์ ซึ่งสามรถเกิดขึ้นได้บ่อยมาก สำหรับไปรษณียภัณฑ์ที่คัดแยกและประทับด้วยเครื่องจักรความเร็วสูง ตัวอย่างเช่น แสตมป์สหรัฐอเมริกา ราคา 25 c ภาพการนำจ่ายไปรษณียภัณฑ์ ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1989 จะปรากฏรอยขูดตามแนวนอนเริ่มจากขอบด้านขวาตรงกึ่งกลางดวงแสตมป์ยาวประมาณ 7.5 มม. ซึ่งรอยขูดบนดวงแสตมป์ที่เกิดจากเครื่องจักรดังกล่าวนี้ มักจะเริ่มต้นจากขอบด้านขวา เนื่องจากเป็นจุดที่ซองจดหมายที่ถูกคัดแยก เริ่มต้นเคลื่อนตัวผ่านเข้าไปในเครื่องจักร
     รอยเปื้อนบนดวงแสตมป์ที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น เกิดจากสารเคมีและของเหลวจากร่างกายของเราเอง สารเคมีจากเทปหรือกาว หรือแม้กระทั่งจากเศษอาหาร หรือรอยที่เกิดในขณะแช่แสตมป์เพื่อลอกออกจากกระดาษ รอยเปื้อนเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะลบออกได้นี้เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนักสะสมส่วนใหญ่จึงใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำขึ้นเพื่อรักษาสภาพของดวงแสตมป์เท่านั้น เช่น ปากคีบสำหรับหยิบจับแสตมป์ ฮินจ์หรือเมาท์สำหรับหุ้มห่อแสตมป์ เป็นต้น
     การเปลี่ยนแปลงสีของภาพแสตมป์ ก็จัดเป็นรอยชำรุดประเภทหนึ่งเช่นกัน ซึ่งอาจเกิดจากสารเคมีหรือจากสภาพแวดล้อม เช่น ปล่อยให้แสตมป์ถูกแสงมากไป ทั้งแสงและสารเคมีจะทำให้สีของแสตมป์ซีดลงหรือเปลี่ยนเป็นสีอื่นได้ สีที่เปลี่ยนไปนี้ อาจจะทำให้แสตมป์ดูน่าสนใจ แต่มันไม่เหมาะที่จะเก็บไว้สะสม เมื่อพิจารณาว่าเราต้องการสะสมแสตมป์ที่มีสีเหมือนกับต้นแบบ

 

     เมื่อเราต้องการตรวจสอบว่า แสตมป์มีรอยชำรุดหรือไม่อย่าลืมที่จะตรวจดูด้านหลังของแสตมป์ด้วย เนื่องจากแสตมป์ที่แลดูสมบูรณ์ อาจมีรอยชำรุดซ่อนอยู่ด้านหลังก็ได้ ตัวอย่างเช่น แสตมป์บวกเงินเพิ่ม (Semipostal) ที่สวยงามของเบลเยียม ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1937 เด็กผู้ชายในภาพคือ พระเจ้าโบดวง ผู้ซึ่งได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์ของเบลเยียมในอีก 14 ปีต่อมา แสตมป์ดวงนี้เป็นดวงราคาสูงสุดของแสตมป์ 8 ดวงชุด ซึ่งเมื่อดูจากด้านหน้าดวงแล้ว เป็นแสตมป์ที่มีสภาพสมบูรณ์มากดวงหนึ่ง ไม่มีรอยขูดหรือรอยขีดจากของมีคม ไม่มีรอยพับหรือรอยฉีกขาดภาพแสตป์เมื่อเทียบกับขอบแสตมป์ด้านนอก ได้สมดุลดีมาก และสีของแสตมป์สดใส ไม่ซีดหรือเพี้ยน แต่ปัญหาของแสตมป์ดวงนี้ อยู่ที่ด้านหลังดวงแสตมป์
     จากภาพด้านขวา สามารถระบุรอยชำรุดได้ 4 รอยที่ด้านหลังของดวงแสตมป์ ฮินจ์ที่ติดแน่นที่ด้านบนหลังแสตมป์เนื่องจากใช้น้ำมากไปขณะที่ติดฮินจ์กับแสตมป์ ทำให้เนื้อแสตมป์ตรงรอยติดย่นเล็กน้อย ซึ่งนักสะสมหลายๆ คน อาจจะไม่ใส่ใจกับรอยฮินจ์บางๆ หลังดวงแสตมป์ที่ยังไม่ได้ใช้เท่าใดนัก แต่ฮินจ์ที่ติดแน่นในลักษณะข้างต้นเมื่อลอกฮินจ์ออกจะไม่สามารถลอกออกได้หมด และอาจจะเหลือเศษฮินจ์ติดอยู่หลังดวงแสตมป์ได้
     รอยชำรุดอื่น ได้แก่ เนื้อแสตมป์บางส่วนบางเนื่องจากผิวของแสตมป์หลุดลอกติดกับที่เก็บแสตมป์ ทำให้เนื้อแสตมป์บริเวณนั้นบางกว่าบริเวณอื่น เมื่อนำขึ้นส่องกับแสงแล้ว แสงสามารถส่องผ่านได้
     การที่เคลือบกาวด้านหลังแสตมป์มากไปนั้น แทนที่จะทำให้เนื้อกาวเรียบกับทำให้เนื้อกาวไม่สม่ำเสมอเป็นชั้นๆ และปรากฏเป็นริ้วรอยในหลายที่ ทำให้กาวติดกับที่เก็บแสตมป์ เช่น อัลบั้มชีทได้ง่าย แม้ว่าจะสัมผัสกับเนื้อกระดาษอัลบั้มชีทเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
     และท้ายที่สุด รอยชำรุดจากรอยสกปรก หรือที่เรียกกันว่า "สนิม" ปรากฏที่ด้านหลังดวงแสตมป์ รอย "สนิม" นี้เกิดจากแบคทีเรียที่เจริญเติบโตบนเนื้อกระดาษหรือที่กาวแสตมป์ ทำให้บริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
รอยสนิม กาวที่เคลือบ หรือกระดาษที่บางที่กล่าวข้างต้น เกิดขึ้นได้ก็เนื่องจากการเก็บรักษาแสตมป์ในที่ที่มีอากาศเปียกชื้น ทำให้กาวเยิ้มและทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่าย ดังนั้นจึงควรเก็บแสตมป์ไว้ในที่มีสภาพอากาศแห้ง ไม่ควรเก็บแสตมป์ไว้บนพื้นหรือที่ที่มีอากาศชื้น      
[ต่อไป]