แสตมป์ไทยในศตวรรษที่ 21
"น.นิพัทธ์ศานต์"
นับถึงปีนี้ (พ.ศ. 2543) แสตมป์ไทยมีกำเนิดมาครบ 117 ปีแล้ว ถือว่าเป็นชาติที่มีแสตมป์ของตัวเองใช้อยู่ในลำดับต้นๆ ของโลกประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจไม่น้อย ในวาระเริ่มคริสต์ศตวรรษใหม่นี้ นักสะสมฯ หลายท่านคงปรารถนาจะเห็นความเปลี่ยนแปลงแปลกใหม่เกิดขึ้นกับแสตมป์ไทย และใคร่รู้ว่าจะมีวิวัฒนาการไปทางไหนบ้างเป็นแน่ ก่อนวิเคราะห์อนาคตเราลองย้อนกลับไปดูแสตมป์ไทยตั้งแต่ยุคเริ่มแรกกันก่อน เมื่อพิจารณารูปลักษณ์แต่ละดวงแต่ละชุดแล้วก็อาจแบ่งคร่าวๆ ตามจุดมุ่งหมายและลักษณะการออกแบบเป็นยุคสมัยต่างๆ (เทียบเคียงกับประวัติศาสตร์) ได้ดังนี้
1. ยุคเริ่มต้น (เรียกเท่ๆ ว่า ยุคคลาสสิค)
ยุคนี้ถือว่าเป็นการผลิตแสตมป์เพื่อใช้ติดซองจดหมายหรือไปรษณียภัณฑ์เท่านั้น มิได้คำนึงถึงว่าจะมีใครซื้อไปเก็บสะสมเป็นงานอดิเรกเหมือนปัจจุบันหรือไม่ นับตั้งแต่ชุดแรกที่พิมพ์ออกจำหน่ายเมี่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2426 ตลอดเรื่อยมาจนถึงชุดพระพักตร์เพี้ยน (ตุลาคม 2442) ต่างมีรูปแบบทั้งหมดดำเนินตามแสตมป์ประเทศอังกฤษผู้ให้กำเนิดแสตมป์ดวงแรกของโลก (เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2383) กล่าวคือ มุ่งเน้นใช้พระบรมฉายาลักษณ์ขององค์พระประมุขเป็นหลักในการออกแบบ นอกจากนั้นขนาดของดวงแสตมป์ ระบบการพิมพ์ ตลอดจนการใช้สีสันล้วนมีลักษณะคล้ายกับแสตมป์อังกฤษทั้งสิ้น
"โสฬศ"
แสตมป์ชุดแรกของไทย
ชุด "วัดแจ้ง"
ชุดแรกที่มีการนำภาพอื่นมาประกอบ
บนดวงแสตมป์
ลุถึงปี พ.ศ. 2448 จึงปรากฏความคิดริเริ่มด้วยการประดิษฐ์ลวดลายและเพิ่มเติมภาพอื่นลงไปบนดวงแสตมป์ นั่นคือ ชุดวัดแจ้ง ที่นำภาพเด็กผมจุก และวัดอรุณฯ เข้ามาเป็นส่วนประกอบของภาพทำให้แสตมป์ชุดนี้มีลักษณะเฉพาะตัวขึ้นมา พร้อมกันนั้นขนาดของดวงแสตมป์ก็เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม (เล็กน้อย)
[ต่อไป]