ประวัติความเป็นมาของจังหวัดเชียงราย



"เหนือสุดยอดในสยาม  ชายแดนสามแผ่นดิน  ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา"

 



         จังหวัดเชียงรายตั้งอยู่เหนือสุดของแผ่นดินไทย ระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครทาง รถยนต์ประมาณ 785 กิโลเมตร
       ทิศเหนือจดประเทศจีนและพม่าทิศตะวันออกจดประเทศลาวและจังหวัดน่านทิศใต้จดจังหวัดพะเยาทิศตะวันตก จด จังหวัดเชียงใหม่


      
   จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่รวม 11,678 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ คือ อำเภอเมือง เวียงป่าเป้า พาน แม่จัน เชียงของ แม่สาย เทิง เวียงชัย แม่สรวย ป่าแดด เชียงแสน และพญาเม็งราย และ 4 กิ่งอำเภอ คือ กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง กิ่งอำเภอแม่ลาว กิ่งอำเภอเวียงแก่น และกิ่งอำเภอขุนตาน


         พื้นที่ของเชียงรายส่วนใหญ่เป็นป่า ที่ราบสูง และมีภูเขาล้อมรอบ ที่ราบสำหรับเพาะปลูกมี เพียงประมาณ 19% ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่ราบส่วนใหญ่อยู่บริเวณสองฝั่งของถนนพหลโยธิน มี แม่น้ำสำคัญหล่อเลี้ยงจังหวัด 8 สาย คือ แม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำลาว แม่น้ำอิง แม่น้ำคำ แม่น้ำจัน แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก


         เชียงรายมีอากาศดีตลอดปี ช่วงที่น่าท่องเที่ยวที่สุดคือช่วงที่อากาศหนาวที่สุดในราวเดือน ธันวาคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์


         เชียงราย มีประชากรทั้งหมดประมาณ 1.2 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ที่เหลือ อาศัยอยู่กระจายไปตามหัวเมืองรอบนอก เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีชาวเขาอยู่มากที่สุดในประเทศ ไทยโดยอาศัยอยู่ตามภูเขาสูง และบริเวณริมน้ำที่อยู่ห่างไกล


         ชาวเชียงรายมีภาษาเมืองของตนเอง แต่ก็ใช้ภาษาไทยกลางเป็นส่วนใหญ่ และเนื่องจาก มีชาวเขาหลายเผ่า เชียงรายจึงมีภาษาถิ่นอีกมากมาย


         เชียงรายนับถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักเช่นเดียวกับชาวไทยภาคอื่นๆ        


       
  เชียงรายมีเมืองโบราณเก่าแก่อยู่ที่เชียงแสน ตามพงศาวดารสิงหนวัติกล่าวว่า เมื่อชนชาวไทยอพยพ จากจีนตอนใต้นั้น ได้มาตั้งอาณาจักรโยนก เชียงแสนขึ้นโดยตั้งเมืองอยู่ที่เวียงสีทอง มีกษัตริย์ปกครอง ต่อเนื่องกันมาจนถึงราว พ.ศ. 1580 สมัยพระเจ้าพังคราชปกครองเชียงแสน ขอมซึ่งกำลังเรืองอำนาจ ได้เข้ามายึดครองเชียงแสนเป็นเมืองขึ้น และให้เชียงแสนส่งส่วยทองคำ จำนวนมากพระเจ้าพังคราช ได้พาราษฎรอพยพหนีไปอยู่บน ฝั่งแม่น้ำสาย แต่พวกขอมก็ตามไป บังคับเก็บส่วยอีก นับเป็นยุคที่อาณา จักรโยนกเชียงแสนตกต่ำอย่างมาก พระเจ้าพังคราชมีโอรสสององค์ชื่อ ทุกชิตกุมารและพรหมกุมาร เมื่อพรหมกุมารเจริญวัยขึ้น ได้ซ่องสุมกำลังพลไว้เพื่อต่อสู้กับขอม เมื่ออายุได้ 17 ปี ก็สามารถขับไล่ขอม ออกไปได้ พร้อมกับ เชิญเสด็จพระเจ้าพังคราชมาปกครองโยนกเชียงแสนตาม เดิมและเปลี่ยนชื่อเวียง สีทองเป็นเวียงไชยบุรีโดยให้เจ้าทุกชิตกุมารเป็นมหาอุปราช ส่วนพรหมกุมารมา ตั้งเมืองใหม่ชื่อไชย ปราการในสมัยพระเจ้าพรหมนี้เองได้มีการยกกองทัพขับไล่ขอมลง ใต้มาถึงกำแพง เพชรและได้นำพระ แก้วมรกตจากกำแพงเพชรกลับไปด้วย  ไชยปราการมีผู้ปกครองต่อมาอีกเพียงองค ์เดียวก็ต้องอพยพทิ้ง เมืองเนื่องจากถูกพม่ารุกราน เชื้อสายพระเจ้าพรหมสืบต่อเนื่องมาถึงเจ้าลาวจักราชเจ้าลาวเม็ง และพญาเม็ง รายพญาเม็งรายประสูติในปี พ.ศ. 1781 เป็นพระโอรสของ  พระเจ้าลาวเม็ง และนางอั้วมิ่งเมืองธิดาท้าว รังแก่นชายผู้ครองเมืองเชียงรุ้ง ทรงอภิเษกสมรสกับธิดาเมืองเชียงเรือง เมื่อมีพระชนมายุ 16 พรรษาพญา เม็งรายขึ้นครองเมืองหิรัญนครเงินยางต่อจากพระเจ้าลาวเม็งในปี พ.ศ. 1802 หลังจาก ขึ้นครองราชย์ พญาเม็งรายก็ปราบปรามหัวเมืองต่างๆ เพื่อรวบรวมบ้านเมืองให้เป็น ปึกแผ่นระหว่าง การปราบปรามหัว เมืองต่างๆ พญาเม็งรายก็มาพบทำเลดีที่ริมน้ำกก ในปี พ.ศ. 1805 พญาเม็งรายจึง อพยพผู้คนมาตั้งเมือง ใหม่ที่ริมแม่น้ำกกโอบล้อมดอยจอมทองไว้ ตั้งชื่อเมืองว่าเชียงราย อยู่เชียงราย ได้เพียง 3 ปีพญาเม็งรายก็ ย้ายไปตั้งเมืองใหม่ ที่เวียงไชยปราการ (ฝาง) ในปี พ.ศ. 1811 ส่วนเมืองเชียงรายเดิมยกให้ขุนเครื่อง ราชโอรสองค์โตครอง แต่ภายหลังก็ถูกประหารชีวิตเนื่องจาก เป็นกบฏพญาเม็งรายสามารถขยายอาณาเขต ได้กว้างขวาง ทิศเหนือขยายถึงสิบสองปันนา ทิศใต้ จดพะเยา เมืองเล็กเมืองน้อยต่างมาขอสามิภักดิ์ เมืองใกล้เคียงที่ยังไม่ยอมมาสามิภักดิ์คือพะเยา และหริภุญไชย พญาเม็งรายทรงยกทัพมาตีเมืองพะเยา ก่อนแต่พ่อขุนงำเมืองนั้นรักสงบเลยยกทัพ มารับและยกแคว้น ปากน้ำให ทั้งสองเมืองจึงกระทำสัตย์เป็น มิตรกันซึ่งทำให้พญาเม็งรายได้เป็น มิตรกับพ่อขุนรามคำแหง แห่งสุโขทัยด้วยจากนั้นพญาเม็งรายก็ทรง ยกทัพมาตีเมืองหริภุญไชยของพญายีบาได้ในปี พ.ศ. 1824 แล้ว ย้ายเมืองไปตั้งใหม่ที่เวียงกุมกาม ในปี พ.ศ. 1829 และย้ายไปตั้งเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1835 - 1839 เกิดเป็นอาณาจักรล้านนาที่รุ่งเรือง  ทางด้านเชียงรายมีกษัตริย์สืบราชวงศ์ต่อมา คือ พระเจ้าชัย สงครามราชโอรสพญาเม็งราย เมื่อพญาเม็ง รายเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 1860 พระเจ้าชัยสงครามสละ ราชสมบัติให้พระเจ้าแสนภู ราชโอรสส่วน ตนเองนำอัฐิของพญาเม็งรายไปบรรจุไว้ที่ดอยงำเมือง และเฝ้าอยู่ทีนั่น ปี พ.ศ. 1871 พระเจ้าแสนภู ย้ายเมืองใหม่ไปอยู่ริมแม่น้ำโขง และขุดคูอีกสามด้านล้อมรอบ ตัวเมืองไว้ ตั้งชื่อเมืองว่าหิรัญนคร ชัยบุรีศรีเชียงแสน (อำเภอเชียงแสนในปัจจุบัน) และมีกษัตริย์ สืบต่อมา ถึงปี พ.ศ.2101ก็เสียเมืองแก่พม่า  เชียงรายและเชียงแสนเป็นอิสระจากพม่าในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ และถูกยกฐานะเป็น จังหวัดเชียงรายในปี พ.ศ. 2476



            ประเพณีที่หน้าสนใจ


อำเภอเมือง อำเภอเชียงของ
อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงป้าเป้า
อำเภอแม่ฟ้าหลาง อำเภอเวียงแก่น
อำเภอแม่สาย อำเภอพาน
อำเภอเชียงแสน อำเภอเทิง


รีสอร์ท

 ของที่ระลึก

โรงแรม

 

ร้านอาหาร

 




รถยนต์

         สามารถเดินทางเป็นวงรอบได้โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 11 จากอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ผ่านตากฟ้า-วังทอง-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 103 ไปอำเภองาว แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านพะเยาไปจังหวัดเชียงราย รวมระยะทางประมาณ 785 กิโลเมตร ขา กลับใช้เส้นทางเชียงราย-เชียงใหม่ ผ่านอำเภอแม่สรวย-เวียงป่าเป้า-แม่ขะจาน-ดอนสะเก็ด ทิวทัศน์สองข้างทางเป็นป่าเขาสวยงาม เมื่อเดินทางมาถึงเชียงใหม่แล้วจะมีทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำพูนมาลำปาง บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้

รถประจำทาง

         มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของ บ.ข.ส. และของเอกชน ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 ไปเชียงรายทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ ถ.กำแพงเพชร 2 โทร. 936-3660, 936-3666

รถไฟ

         จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ โดยสารรถไฟไปลงที่จังหวัดลำปางหรือเชียงใหม่ แล้วเดินทางต่อไปโดยรถยนต์ ไปจังหวัดเชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการเดินทางสถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 223-7010, 223-7020

เครื่องบิน

         บริษัท การบินไทย มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเชียงราย และเที่ยวบินไป-กลับ ระหว่างเชียงราย-เชียงใหม่ ทุกวัน สอบถามรายละเอียด โทร. 1566 สำรองที่นั่ง โทร. 280-0060, 628-2000 สำนักงานเชียงราย โทร. (053) 711179, 715207 สำนักงานเชียงใหม่ โทร. (053) 210043-5, 211044

1 1