สถาบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

         สถาบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย(Thailand Tourism Society)

ประวัติความเป็นมา

    ในอดีต องค์การด้านการท่องเที่ยวในภาคเอกชนได้พยายามแสวงหาแนวทางการจัดตั้งรูปแบบองค์กรกลาง ในลักษณะที่เป็นผู้แทนภาคเอกชนสาขาต่างๆ มาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี จนกระทั่งนำมาสู่การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมสถาบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขึ้นมาในช่วงปลายปี พ.ศ. 2536 ต่อมาคณะกรรมการดังกล่าวได้หารือร่วมกับสถาบันที่สำคัญต่างๆ ทั้งในภาครัฐและเอกชน จนนำมาสู่การตัดสินใจจัดตั้ง สถาบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายจากสภาทนายความแห่งประเทศไทย สถาบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยได้รับการจัดตั้งขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 2538 โดยองค์กรเอกชนหลัก 8 องค์กร ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Society) เพื่อร่วมกันสร้างองค์กรกลางที่เป็นเอกภาพ ในฐานะผู้แทนสาขาธุรกิจต่างๆ ทางด้านการท่องเที่ยวไทย และเพื่อประสานงานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยให้มีความมั่นคง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของสมาชิกและของประเทศไทยส่วนร่วม

   องค์กรก่อตั้งทั้ง 8 ประกอบด้วย สมาคมโรงแรมไทย(THA) สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว(ATTA) พาต้าไทยแลนด์เชฟเตอร์ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ(ไทย) (TICA) สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ (PGA) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย(ADTO) สมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ซึ่งร่วมกันเป็นสมาชิกก่อตั้งของสถาบัน (ต่อมามีสมาชิกเข้าร่วมอีก 5 องค์กร คือ สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจไซด์ไทยแลนด์เซพเตอร์ และ SKAL International-National Committee และ ASTA Thailand Chapter การรวมตัวกันในครั้งนี้เป็นผลมาจากความต้องการที่จะจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพื่อใช้เป็นองค์กรของภาคเอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงาน อย่างมีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อก่อให้เกิดความมั่นคง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของสมาชิกและของประเทศไทยโดยส่วนร่วม

ประโยชน์ของการรวมตัว

    โดยที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวประกอบด้วยสาขามากมาย แต่ละสาขาก็จะรวมตัวกันเป็นรูปแบบชมรมบ้างหรืออื่นๆ เพื่อดูแลการพัฒานาและผู้ประกอบการของสาขานั้นๆ แต่ไม่สามารถพูดรวมในนามของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ทำให้ขาดความเป็นเอกภาพในการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน และเกิดความไม่สะดวกที่ภาครัฐหรือบุคคลภายนอกจะติดต่อกับอึตสาหกรรมเราได้ ฉะนั้นการมีองค์กรรวมจึงมีประโยชน์ดังนี้

    1. เกิดภาพความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือความเป็นเอกภาพ

    2. ทำให้บุคคลภายนอกเกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจ

    3. เกิดความสะดวกในการติดต่อประสานงานและลดความผิดพลาดล่าช้า (เพราะส่งผิดหน่วยงาน)

    4. เกิดประสิทธิภาพในการทำงานที่ไม่ซ้ำซ้อน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการร่วมมือ

      และรวมพลังในการทำงาน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์กว้างขึ้น

    5. ทำให้การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไม่ว่าจะเป็นด้านบุคคลากร การเงิน เวลา ให้

      เป็นประโยชน์สูงสุด

วัตถุประสงค์

    1. เป็นตัวแทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในการประสานนโยบายและการดำเนินงานระหว่างรัฐกับเอกชน และเอกชนด้วยกัน

   2. ส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

   3. ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี สถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเอกลักลักษณ์ของความเป็นไทย

   4. ส่งเสริมสนับสนุน การศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทดลอง อบรม และเผยแพร่วิชาการ และเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้แก่สมาชิก  หรือจัดเป็นบริการแก่สาธารณชน

   5. ส่งเสริมให้สมาชิกบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และมีการช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างสมาชิกด้วยกัน

   6. ศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

   7. ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูล-ข่าวสารที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อสาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ

   8. ให้ความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมกิจการด้านการท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ

   9. ให้ข้อแนะนำหรือเสนอแนะในการบัญญัติหรือปรับปรุงกฎหมาย หรือกำหนดนโยบายของรัฐที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

   10. คุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกในการประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

   11. ส่งเสริมให้สมาชิกประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีคุณธรรม และมีจริยธรรม

   12. ประกอบกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว

กรอบการทำงาน

                  1. ทำงานที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม
                  2. ทำงานที่ไม่เป็นงานเฉพาะของสมาชิกแต่ละสาขา
                  3.ทำงานที่เกิดขีดความสามารถของสมาชิกและได้รับการร้องขอ

 

สมาชิกและคณะกรรมการ

     คณะกรรมการสถาบันจะประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 30 ถึง 45 ท่าน โดยสมาชิกก่อตั้งจะมีผู้แทนโดยคณะกรรมการได้สมาคมละ 3 ท่าน และคณะกรรมการสถาบันจะเป็นผู้เลือกคณะกรรมการสถาบัน จากกรรมการที่เป็นตัวแทนของสมาชิกที่ก่อตั้ง
ประธานสถาบัน มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งรองประธาน ( 4 ตำแหน่ง ) เลขาธิการ เหรัญญิก และตำแหน่งอื่นๆ ตามที่ประธานเห็นสมควร โดยมีวาระการบริหารงานครั้งละ 2 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระ

รายชื่อสมาชิกของสถาบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปัจจุบัน

        1. สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (Thai Travel Agent Association)
        2. PATA THAILAND CHAPER
        3. สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (Thaland Incentive & Convention Association)
        4. สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ(Professional Guide Association)
        5. สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย(Association Of Domestic Tour Operator)
        6. สมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(Thai Federation of Provincial Tourist Association)
        7. สมาคมภัตตาคารไทย(Thai Restaurant Association)
        8. สมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจ(Thai Amusement and Leisure Parks Association)
        9. SITE THAILAND CHAPTER
      10. SKAL International-National committee
      11. ASTA Thailand Chapter

 

1