Untitled Document

วัดตาลเอน

เป็นวัดที่มีฝูงค้างคาวแม่ไก่และนกน้ำนานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเช่น นกกาน้ำ นกเป็ดน้ำ นกกระยาง เป็นต้นจำนวนหลายพันตัวอาศัยอยู่บริเวณวัดตาลเอน ปัจจุบันตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลตาลเอน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดราษฎร์ มีเนื้อที่ 51ไร่เศษประวัติของค้างคาวที่มาอาศัยอยู่บริเวณวัดตาลเอน ตั้งแต่เมื่อไรนั้นหาหลักฐานยืนยันไม่ได้ จากการสอบถามผู้รู้และจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุซึ่งบัดนี้ถึงแก่กรรมไปหมดแล้วได้ความว่า “ตั้งแต่เกิดมาพอจำความได้ก็เห็นค้างคาวมากมายอาศัยอยู้บริเวณวัดตาลเอน” จากการบอกเล่าของพระที่วัดนี้ก็เช่นเดียวกันว่า” เมื่อเป็นเด็กก็เห็นมีค้างคาวอยู่แล้ว”
จึงสันนิษฐานว่า ค้างคาวคงมีมานานใกล้เคียงกับการสร้างวัด เพราะจากประวัติวัดตาลเอนเขียนไว้ว่า“ค้างคาวเป็นนกคู่วัด” และที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนั้น ดูจากสภาพท้องถิ่นบริเวณ
หลังวัดเนื้อที่หลายสิบไร่นั้นเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดขึ้นอยู่แน่นขนัด เรียกว่า เป็นป่าเห็นจะได้ มีต้นมะขาม ต้นจันทน์ ต้นมะเกลือ ต้นสะเดา ต้นส้มซ่า ต้นสาระภี ต้นพิกุล และอีกหลายๆชนิด
รอบๆ วัดจะมีกอไผ่ปลูกอยู่เรียงรายถึงแม้จะมีหนาม แต่ค้างคาวก็เลือกเกาะตามกิ่งไผ่ข้างบนที่มีหนามน้อย ระหว่างแมกไม้เหล่านี้ สระน้ำขนาดใหญ่มีน้ำตลอดปี นับได้ว่าเป็นแหล่งพืชพันธุ์ธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ เงียบสงัด วังเวง ไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่าน เพราะประชาชนในตำบลตาลเอนมีเพียง 3 หมู่บ้านเท่านั้นส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา มีหาปลา
เลี้ยงไก่บ้าง ผู้คนอาศัยอยู่น้อยรักความสงบไม่รบกวนค้างคาว ค้างคาวก็อยู่อย่างสงบสุข ออกลูกออกหลานมากขึ้นจนเรียกได้ว่า ดินแดนค้างคาว ลักษณะของค้างคาว เป็นสัตว์ปีก
เลี้ยงลูกด้วยนม มีสีดำ กินผลไม้เป็นอาหาร เช่น ชมพู่ กล้วย ฝรั่ง ละมุด มะละกอ มะม่วง ฯลฯ ธรรมชาติของค้างคาวจะออกหากินเวลากลางคืน พอใกล้ค่ำฝูงค้างคาวนับพันตัวจะออกจากวัดไปหากินที่ไกลๆแต่ไม่มีใครบอกได้ว่าไปหากินที่ไหน ผู้พบเห็นเล่าว่า “ค้างคาวที่มีลูกอ่อนจะให้ลูกเกาะติดกับอกแม่แล้วพาออกไปหากินด้วยกัน
แต่ไปไม่ได้ไกลจะอยู่แถวบริเวณใกล้วัดตามบ้านที่มีผลไม้ จะให้ลูกเกาะกินเอง เมื่อถึงเวลาใกล้สว่างจะพากันบินกลับให้ลูกน้อยเกาะติดกับอกมาด้วยจนถึงถิ่นที่อยู่ของมัน”
ค้างคาวใช้ขาเกาะกิ่งไม้ แล้วห้อยหัวลงดิน ต้นไม้ทุกต้นเต็มไปด้วยตัวค้างคาวใหญ่-น้อย แม้จะมีสีดำเวลาเกาะต้นไม้ก็ดี หรือบินเป็นฝูง ก็ดี จะแฝงความน่าดูไว้ไม่น้อย
ถ้าเข้าไปอยู่ใกล้ๆ จะได้ยินเสียงร้องตลอดเวลาในเวลากลางวัน ซึ่งจะได้ยินเสียงของธรรมชาติ นกร้อง ลมพัดเป็นระยะๆ อากาศร่มรื่นเย็นสบายท่ามกลางคงามวิเวกวังเวงแต่น่าชมน่าศึกษา
นอกจากค้างคาวแล้วยังมีนกชนิดอื่นๆ มาอาศัยอยู่ด้วยหลายชนิด ทางราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2519 เป็นต้นมา
ปรากฎตามสำเนาประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเขตห้ามล่าสัตราป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ต่อมามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
พากันเดินทางมาท่องเที่ยวแวะชม นำกลับมาส่องดูความเป็นอยู่ของค้างคาวในเวลากลางวัน และมีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆมาเข้าค่ายศึกษาความเป็นอยู่ของค้างคาว
มีผู้สนใจศึกษาสิ่งแวดล้อมสภาพธรรมชาติสัตว์ป่ามากันบ่อยๆค้างคาวถือว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติของชาติเราสมควรช่วยกันอนุรักษ์ไว้เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังได้รู้จักสภาพธรรมชาติของ
ค้างคาวว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร มีความแตกต่างจากสัตว์ปีกทั่วไปอย่างไร ซึ่งจะหาดูได้ยาก ต่อไปสิ่งที่เราหวงแหนและมีค่า เหล่านี้จะสูญพันธุ์ไปเรื่องๆ เนื่องฝีมือของมนุษย์นั่นเอง
ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้มาเยี่ยมชม ดินแดนค้างคาว อย่าได้ทำร้ายมันและช่วยสอนลูกหลานให้ช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ปีกทั้งหลาย ให้อยู่คู่กับวัดตาลเอนตลอดไป
แวดล้อมด้วยบรรยากาศร่มรื่นและธรรมชาติอันเงียบสงบ ด้านหลังของวัดติดกับคลองชลประทานมีฝูงปลาน้ำจืดอาศัยอยู่นานาชนิด การเดินทาง ไปวัดตาลเอนสามารถใช้เส้น
ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย ไปจนถึงแยกอำเภอบางปะหันแล้วเลี้ยวขวา จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3196 (สายบางปะหัน-บ้านแพรก-ลพบุรี) อีกประมาณ 5 กิโลเมตร ปากทางเข้าวัดจะอยู่ทางขวามือและเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 20 กิโลเมตร

1