ตำนานเกาะช้าง

                                              ตำนานเกาะช้าง   

            เกาะช้างของจังหวัดตราดมีตำนานเล่าว่า  เมื่อครั้งอดีตกาลพระโพธิสัตว์ได้มาสร้างพระตำหนักเลี้ยงช้างอยู่บนเกาะแห่งนี้มานานหลายปี ต่อมาได้มีช้างพลายเชือกหนึ่ง ชื่อ อ้ายเพชร ซึ่งเป็นช้างจ่าโขลงของเหล่าช้างทั้งหลายบนเกาะนี้ โดยมีสองตายายเป็นผู้คอยดูแลโขลงช้างนี้ตลอดมา

           วันหนึ่ง   อ้ายเพชร ช้างจ่าโขลง เกิดอาการตกมัน แล่นเตลิดหนีเข้าป่า  และได้ไปผสมพันธุ์กับช้างพังซึ่งเป็นช้างป่าตัวหนึ่งจนตกลูกได้ 3 ตัว ต่อมาเมื่อพระโพธิสัตว์ทราบเรื่องเข้าจึงสั่งให้สองตายายผู้ดูแลช้างออกติดตามหาอ้ายเพชร

               สองตายายครั้นได้รับคำสั่งแล้วจึงตกลงกันว่า   ควรจะแยกย้ายกันออกไปตามหาช้างจะดีกว่าเพราะเกาะมีพื้นที่กว้างขวางมาก         เมื่อคิดได้เช่นนั้น ตากับยายจึงตกลงกันว่า ให้ตาไปตามหาช้างทางทิศเหนือและให้ยายม่อมไปตามหาช้างทางทิศใต้

               ขณะที่ตากับยายแยกย้ายกันออกไปค้นหาติดตามช้าง   ก็ได้ข่าวจากชาวบ้านบนเกาะว่า อ้ายเพชร ช้างจ่าโขลงเชือกนี้ ได้หนีไปจนสุดเกาะด้านทางทิศเหนือ    ซึ่งตากำลังออกติดตามอยู่พอดี         แต่แล้วมันก็ว่ายน้ำข้ามทะเลวกมาขึ้นฝั่งที่บ้านธรรมชาติ ทำให้ลูกช้าง  ตัวได้ว่ายน้ำติดตามอ้ายเพชร ช้างจ่าโขลงไปด้วย      แต่มันว่ายน้ำไม่เป็นจึงจมน้ำตายทั้ง  3  ตัวกลายเป็นกองหิน  3  กอง       ปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณอ่าวคลองสนซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกกองหินนั้นว่า   “ หินช้างสามลูก ”  มาจนทุกวันนี้

                ส่วนอ้ายเพชรได้ว่ายน้ำไปถึงกลางทะเล ซึ่งเป็นร่องน้ำลึก ก็ได้ถ่ายมูลเอาไว้        ต่อมา  ก็กลายเป็นกองหินกลางทะเล ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า  “หินขี้ช้าง ”      ปัจจุบัน  ตรงหินขี้ช้างได้สร้างเป็นประภาคารหรือกระโจมไฟสำหรับการเดินเรือขึ้นบนกองหินแห่งนี้

                ครั้นอ้ายเพชร ช้างจ่าโขลง ขึ้นฝั่งได้แล้ว ก็มุ่งหน้าไปตามชายฝั่งด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นทางเดียวกันกับที่ยายม่อมกำลังออกติดตามค้นหา   ส่วนตาซึ่งออกติดตามขึ้นไปทางทิศเหนือตามไม่ทันจึงเดินทางกลับบ้านเสียก่อน และปล่อยให้ยายม่อมติดตามหาช้างแต่เพียงลำพังคนเดียว

                ยายม่อมออกตามหาช้างอ้ายเพชรไปทางทิศใต้จนถึงฝั่งแล้ว จึงเดินเลาะเลียบตามชายฝั่งทะเลไปเรื่อยๆ เพราะเหตุว่ายายไม่กล้าที่จะเดินไปตามป่าไม้              เนื่องจาก    มีสัตว์ป่าชุกชุมมากกลัวจะได้รับอันตราย ครั้นเดินไปก็พลัดตกลงไปในบ่อโคลนลึกจนถอนตัวไม่ขึ้นจึง ถึงแก่ความตายจนร่างกายเป็นหิน                 ต่อมา    ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ หินยายม่อม ”

                สำหรับงอบที่ยายสวมอยู่บนศีรษะ ก็ลอยไปติดที่ปลายแหลมแห่งหนึ่ง จนกลายเป็นหิน ชาวบ้านเรียกว่า “แหลมงอบ” มาจนถึงทุกวันนี้

                ครั้นพระโพธิสัตว์ทราบเรื่องว่า อ้ายเพชร  ช้างจ่าโขลง  มุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้  จึงคะเนว่ามันจะต้องข้ามไปยังอีกเกาะหนึ่งเป็นแน่  จึงได้เกณฑ์ชาวบ้านหลายคนไปทำคอกดักเอาไว้  เกือบจะถึงท้ายเกาะด้านใต้  ซึ่งต่อมาเรียกว่า  บ้านคอก       ส่วนสลักและลิ่มไม้ที่นำมาตอกคอกช้าง  ต่อมาได้กลายมาเป็นเกาะชื่อ  เกาะลิ่ม และเกาะสลัก รวมเรียกว่า บ้านสลักคอก      และในที่สุดอ้ายเพชรก็ได้ว่ายน้ำข้ามหนีไปยังเกาะตามที่พระโพธิสัตว์คาดการณ์เอาไว้ จนได้ถ่ายมูลทิ้งเอาไว้กลายเป็นหินกอง แต่ระหว่างนั้นจะเป็นช่วงน้ำลึก จึงมองไม่เห็นหินโผล่ขึ้นมา แต่เมื่ออ้ายเพชรว่ายน้ำข้ามไปที่เกาะคอกแล้ว มันได้อ้อมแหลมไปทางอ่าวหน้านอก พระโพธิสัตว์จึงสั่งให้คนไปสกัดให้มันวกกลับมาเข้าคอก นับแต่นั้นมาชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นว่า บ้านสลักเพชร ซึ่งมีความหมายว่าที่สกัดอ้ายเพชรได้นั่นเองเนื่องด้วยได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นบนเกาะช้าง        ฉะนั้น พระโพธิสัตว์จึงได้ลงมือกระทำพิธีฝังอาถรรพ์เอาไว้ตามเกาะต่างๆ บริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้เพื่อมิให้ช้างได้ขึ้นไปอาศัยอยู่บนเกาะเหล่านี้ได้อีก ซึ่งก็เป็นความจริงอย่างที่ตำนานกล่าวไว้     เพราะว่านับแต่นั้นมา เกาะเหล่านี้ก็ไม่มีช้างขึ้นไปอาศัยอยู่อีกเลย

               ปัจจุบัน  เกาะช้างเป็นเกาะที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตราด ตั้งอยู่ในทะเลทางทิศตะวันตกของเมืองตราด สามารถมองเห็นเกาะนี้ได้บริเวณอ่าวตาลคู่ อ่าวธรรมชาติ และเเหลมงอบ

 

                                            

setstats 1
1