จุรีภรณ์   น้อยสำลี           

วัสดีค่ะ   พบกันอีกครั้งกับสายใยรักษ์   ฉบับรับลมร้อน   ด้วยความห่วงใยในสุขภาพของทุกๆท่าน   ที่ได้ติดตามวารสารของเรามาทุกฉบับ   ครั้งนี้ขอนำความรู้เกี่ยวกับการควบคุมอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวาน   ให้สามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง   หรือมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร   เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข   ไม่เกิดโรคแทรกซ้อน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับโรคเบาหวานเสียก่อน   เบาหวานเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด   เป็นตลอดชีวิต   ซึ่งสามารถเกิดจากการที่ตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินสุลิน   ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้   ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น   และขับถ่ายออกทางปัสสาวะ   ซึ่งเรียกอาการดังกล่าวว่า  เบาหวาน

การที่ตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินสุลินได้   เนื่องจากตับอ่อนถูกทำลายจากการใช้ยา   หรือติดเชื้อบางชนิด   หรือเกิดจากการดื่มสุรามากเกินไป   นอกจากนี้สาเหตุอื่น  เช่น   ผู้ที่อ้วน   น้ำหนักเกินมาตรฐาน   ขาดการออกกำลังกาย   หรือเกิดจากกรรมพันธุ์  ถ้า   พ่อ  แม่  เป็นเบาหวาน   ลูกที่เกิดออกมาก็จะมีโอกาสเป็นเบาหวานสูง

อาการของผู้ที่เริ่มเป็นเบาหวาน   คือจะถ่ายปัสสาวะบ่อย   เนื่องจากต้องขับน้ำตาลที่สูงในเลือด   ดื่มน้ำบ่อย  อ่อนเพลีย   น้ำหนักลด  เป็นแผลรักษายาก   คันตามผิวหนังและอวัยวะสืบพันธุ์   เจ็บปวดกล้ามเนื้อ   ชาตามปลายมือปลายเท้า   หมดความรู้สึกทางเพศ   ตาพร่ามัว   หรือคลอดบุตรมีน้ำหนักเกิน  4   กิโลกรัม

เมื่อสงสัยว่าตัวเองเป็นเบาหวานหรือไม่   ก็ดูจากปัจจัยที่กล่าวมา   ถ้ามีอาการดังกล่าว   ก็ควรไปพบแพทย์ทันที   เพื่อตรวจดูน้ำตาลในเลือดว่าสูงหรือไม่   ถ้าเป็นจะได้รักษาอย่างถูกวิธี

เมื่อผู้ป่วยเบาหวานมารับการรักษาในโรงพยาบาล   ก็จะได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง   และอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการแนะนำในการควบคุมอาหาร

แต่ในความเป็นจริง   ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาในโรงพยาบาลส่วนใหญ่   จะเห็นความสำคัญในการรักษาด้วยยา   มากกว่าควบคุมอาหาร   ซึ่งอาหารมีส่วนสำคัญอย่างมากในการรักษาผู้ป่วยเบาหวาน   เพราะไม่มีผู้ป่วยรายใดจะรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้โดยไม่มีการการคุมอาหาร   เมื่อไม่มีการควบคุมอาหาร   ก็ทำให้น้ำตาลขึ้นสูง   หรือต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ   ซึ่งจะมีอันตรายต่อผู้ป่วยทั้งสิ้น   เช่น  การเกิดภาวะแทรกซ้อน   เฉียบพลัน  ใจสั่นมือสั่น   เหงื่อออก  ตามฝ่ามือฝ่าเท้า   และทำให้หมดสติได้

เมื่อรู้ว่าอาหารมีส่วนสำคัญ   ในการรักษาโรคเบาหวาน   ดังนั้นต้องให้คำแนะนำในการควบคุมอาหารผู้ป่วยให้รู้จักรับประทานอาหารให้ถูกต้อง   และปริมาณที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย   โดยยึดหลักอาหารหลัก  5   หมู่ที่คนไทยรับประทานในชีวิตประจำวัน   แต่จะต้องมีการจำกัดปริมาณ   หรืองดเลิกอาหารบางชนิด   ที่จะส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูง   เริ่มตั้งแต่

นอกจากนี้   เครื่องดื่มประเภทต่างๆที่มีรสหวาน   เช่น  น้ำหวาน  น้ำผลไม้   น้ำอัดลม   เป็นของต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

เมื่อมีการควบคุมอาหารแล้ว   ต้องมีการออกกำลังกาย   เพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ   และสามารถรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติมากที่สุด   เพื่อจะได้เปลี่ยนอาหารที่รับประทาน

ดังนั้นจึงสรุปเกี่ยวกับการรับประทานอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ดังนี้

  • รับประทานอาหารให้ครบ   5  หมู่
  • ห้ามรับประทานเนื้อที่ติดมัน
  • รับประทานผักใบเขียวให้มากขึ้น
  • รับประทานผลไม้ที่รสไม่หวานจัด
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลมาก   เช่น  ขนมหวาน  ลูกกวาด   ฯลฯ
  • หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์   เช่น  เหล้า  เบียร์  ฯลฯ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ทำจิตใจให้สบาย

จะเห็นได้ว่าการควบคุมอาหารมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง   ที่จะรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ   ป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน   ทั้งนี้จะต้องให้ความร่วมมือโดยการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องด้วย   จึงจะเกิดผลดีที่สุด

(สายใยรักษ์   ปีที่  3  ฉบับที่  9   เมษายน - กรกฎาคม  2545  หน้า   24  -  25)

1