เครือข่ายในบ้าน (Home Networking)

เครือข่ายในบ้าน หรือ Home Networking ก็คือเครือข่ายที่เชื่อมโยงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆในบ้านเข้าด้วยกัน เนื่องจากในปัจจุบันคอมพิวเตอร์แทบจะกลายเป็นอุปกรณ์ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านไปแล้ว



จะเห็นได้ว่าห้างสรรพสินค้าต่างๆ เริ่มมีการนำเอาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆไปวางจำหน่ายในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้ากันถ้วนหน้า จำนวนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในบ้านหลังหนึ่งๆก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นจากเพียงเครื่องเดียวเป็นหลายๆเครื่องตามจำนวนสมาชิกในครอบครัว
จากข้อมูลของบริษัท intel ได้แสงให้เห็นว่าจำนวนครัวเรือนที่มีเครื่องพีซีมากกว่า 1 เครื่องมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
โดยมีการปรพมาณไว้ว่าในปี 2003 จะมีถึง 28 ล้านครัวเรือน (ในอเมริกา)ตามรูป



ผมอยากให้คุณลองพิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าลักษณะของการใช้งานเครื่องพีซีในบ้านหลายๆเครื่องนั้นเป็นอย่างไร สมมติว่าครอบครัวคุณสมชาย มีคุณพ่อจอมขยันที่ชอบหิ้วโน้ตบุ๊คไปมาระหว่างบ้านและที่ทำงานเพื่อหอบงานกลับมาทำที่บ้าน ลูกชายคนโตเรียนอยู่มหาวิทยาลัยก็มีเครื่องพีซีในห้องนอนสำหรับทำรายงานต่างๆ ที่ห้องรับแขกก็มีเครื่องพีซีพร้อมพริ้นเตอร์และสแกนเนอร์แถมพกด้วยโมเด็มสำหรับเล่นอินเตอร์เน็ต คุณแม่หัวใสซื้อเครื่องพีซีที่มี DVD-ROM มาต่อกับทีวีสำหรับดูหนังฟังเพลงหรือคาราโอเกะในกห้องนั่งเล่น ลูกชายคนเล็กก็มีเครื่องพีซีสเป็คสูงไว้ใช้เล่นเกมโดยเฉพาะ เป็นต้น



สาเหตุหนึ่งที่ทำให้จำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นก็คือราคาของเครื่องถูกลงในขณะที่ประสิทธิภาพของเครื่องสูงขึ้นมาก มีการพัฒนาทางด้านฮาร์ดแวรืใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เครื่องพีซีที่เพิ่งจะซื้อไปได้ไม่นานเกิดล้าสมัยทันทีแอพพลิเคชั่นหรือโปรแกรมรุ่นใหม่ๆตางก็ต้องการเครื่องสเป็คสูงๆ ดังนั้นเราในฐานะผู้บริโภคจึงถูกบังคับให้ต้องซื้อเครื่องใหม่หรืออัพเกรดเครื่องอยู่บ่อยๆ บางครั้งเครื่องเก่าก็อัพเกรดไม่ได้ ครั้นจะเอาไปขายต่อคนอื่นก็ไม่มีใครเอาหรือไม่คุ้มค่า จึงจำใจต้องเก็บไว้ใช้งานประเภทอื่นๆที่ไม่ต้องอาศัยกำลังของเครื่องมากนัก ทั้งหมดนี้จึงทำให้เครื่องพีซีในบ้านของคุณเพิ่มมากขึ้นเป็ฯหลายเครื่องโดยปริยาย

คราวนี้เรามาดูว่าเหตุใดจึงจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายในบ้านขึ้นมาเชื่อมโยงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆเข้าด้วยกัน จากตัวอย่างก่อนหน้านี้
สมมติว่าคุณพ่ออยากจะส่ง E-mail จากโน้ตบุ๊คผ่านอินเตอร์เน็ตไปให้ลูกค้าที่อเมริกา ลูกชายคนโตอยากจะพิมพ์เอกสารออกทางพริ้นเตอร์ที่อยู่ในห้องรับแขก ลฃูกชายคนเล็กอยากเล่นเกมกับพี่ชายผ่านระบบเครือข่าย หรือคุณแม่อยากจะดาวน์โหลดไฟล์ MP3จากอินเตอร์เน็ตมาฟังในเครื่องพีซีที่อยู่ในห้องนั่งเล่นจะทำอย่างไรปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการสร้างเครือข่ายเช่อมโยงคอมพิวเตอร
์เหล่านั้นเข้าด้วยกัน ซึ่งก็คือเครือข่ายในบ้านที่เรากำลังพูดถึงนั้นเอง คุณอาจคิดว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนัก แต่ถ้าเรามีวิธีที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ในราคาที่ไม่แพงนัก มันก็น่าสนใจใช่ไหมครับ ดังนั้นผมขอสรุปวัตถุประสงค์ในการสร้าง เครือข่ายในบ้านไว้เป็นข้อๆ ดังนี้คือ
1.แชร์พรินเตอร์ (Sharing Printer)
2.แชร์ไฟล์หรือฮาร์ดดิสก์ (Sharing Files)
3.แชร์โมเด็ม (Sharing Modem)
4.แชร์อินเตอร์เน็ต (Sharing Internet)
5.เล่นเกมผ่านระบบ LAN (Multi-user Games)

6.แชร์อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ เช่น CD-ROM สแกนเนอร์ (Sharing Peripheral)
7.ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เช่น ส่งข้อความโต้ตอบกัน (Chat) หรือรับส่ง E-mail
8.อื่นๆ ตัวอย่างเช่น ใช้ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ใช้เปิดปิดประตูหรือเครื่องปรับอากาศ หรือใช้ควบคุมกล้องวิดิโอวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆทั่วบ้าน เป็นต้น



นอกจากนี้ จากข้อมูลของบริษัท intel ยังได้ประมาณว่าจำนวนครัวเรือนที่มีการติดตั้งเครือข่ายใบ้านจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก
โดยเฉพาะในปี 2003 และ 2004 ดังรูป




เทคโนโลยีสำหรับการสร้างเครือข่ายในบ้าน
เครือข่ายในบ้านที่ผมจะกล่าวถึงนี้ จะเน้นเฉพาะหลักการและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับสร้างเครือข่าย กล่าวคือจะเป็นเรื่องของทางกายภาพนั่นเอง แต่จะไม่กล่าวถึงเรื่องที่จะนำเครือข่ายนี้ไปใช้งานอย่างไร ตัวอย่างเช่น คุณอาจนำไปใช้สร้างเครือข่ายทางตรรก (Logical) แบบ Peer-to-Peer หรือ Client-server ก็ได้หรือจะใช้เป็นแบบ Microsoft Networks หรือไม่ก็แล้วแต่ความต้องการของคุณ
การสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในบ้านคุณ ปัจจุบันสามารถทำได้หลายวิธีในราคาที่ไม่แพงนัก ซึ่งแตกต่างจากในสมัยก่อนมากที่ราคาของอุปกรณ์สำหรับการสร้างเครือข่ายที่ค่อนข้างแพง ไม่เหมาะกับการลงทุน อย่างไรก็ตามบางวิธีที่นำเสนอนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการพัฒนาจึงยังไม่แพร่หลายนัก สำหรับเทคโนโลยีที่คุณสามารถจะเลือกมาใช้ได้มีดังนี้
กลับขึ้นด้านบน

ระบบ LAN (Ethernet) แบบสตาร์
วิธีนี้ก็คือการสสร้างระบบ LAN แบบสตาร์ ระบบ LAN แบบนี้นิยมใช้ในบริษัทหรือตามร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ทั่วๆไป ถ้าคุณจะนำมาใช้ในบ้านของคุณเองก็ไม่ผิดครับ ผมว่าดีเสียอีก เนื่องจากราคาอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น Hub/Switch,การ์ด LAN และสาย UTP ในปุจจุบันค่อนข้างถูกในขณะที่ความเร็วในการรับส่งข้อมูลมากถึง 100 Mbps (จริงๆในปัจจุบันได้ถึง 1000Mbps แต่อุปกรณ์ยังราคาแพงอยู่) ซึงเพียงพอต่อการเล่นเกผ่านระบบ LAN ได้อย่างสบายวิธีนี้พวกร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่นำไปใช้เป็นสูตรสำเร็สในกสร้างระบบ LAN ภายในร้านกันถ้วนหน้า



 กลับขึ้นด้านบน

ระบบ LAN (Ethernet) แบบบัส
ระบบเครือข่ายแบบนี้ก็คือระบบ LAN แบบบัส ระบบ LAN แบบนี้ไม่ต้องมี Hub/Switch แต่สายที่ใช้จะต้องเป็นสายที่เรียกว่า สาย Coaxial และการ์ด LAN ที่ใช้ต้องเป็นแบบ BNC ซึ่งจะทำความเร็วได้สูงสุด 10 Mbps
 
 กลับขึ้นด้านบน

ใช้สาย USB เชื่อมระหว่างพอร์ต USB ของพีซีและ USB Hub
วิธีนี้ใช้ได้กับเครื่องพีซีรุ่นใหม่ๆที่มีพอร์ต USB ติดมาด้วย แต่ถ้าคุณมีพีซีรุ่นเก่าที่ไม่มีพอร์ต USB คุณก็เพียงแต่ไปซื้อการ์ด PCI-USB มาเสียบในสล็อต PCI ได้ในราคาที่ไม่แพง นอกจากนี้คุณก็ต้องมร Hub ชนิดพิเศษที่เรียกว่า USB Hub พร้อมด้วยสาย USB สำหรับความเร็วของการับส่งข้อมูลทำได้สูงสุดที่ 12 Mbps โดยอุปกรณ์เพิ่มเติมที่ต้องใช้ก็คือ USB Hub ซึ่งทำหน้าที่คล้ายๆกับ Hub ในระบบ LAN แบบสตาร์และสาย USB


                           
    กลับขึ้นด้านบน


HomePNA (Home Phoneline Network)  
คือเครือข่ายที่ใช้สายโทรศัพท์ภายในบ้าน(เหมาะสำหรับบ้านที่มีการเดินสายโทรศัพท์ภายในที่เป็นระบบอยู่แล้วจึงเหมาะที่จะหยิบเอาสายเหล่านั้นมาใช้ ซึ่งบ้านฝรั่งจำนวนไม่น้อยที่ป็นแบบนั้น) ถ้าบ้านคุณยังไม่มีการเดินสายโทรศัพท์แบบมีระบบอยู่แล้วผมแนะนำให้หลีกเลี่ยงครับ เพราะราคาสูงพอๆ กับ LAN 100 MB แต่ได้ความเร็วเพียง 10 MB เว้นเสียแต่ว่าคุณกำลังจะเดินสายโทรศัพท์ใหม่อยู่แล้วก็ได้เลยครับ สำหรับหน้าตาของ HomePNA ในบ้านคุณเป็นอย่างไรก็ลองพิจารณาจากรูปต่อไปนี้ครับ

                       


HomePNA ในรุ่นแรก (HomePNA 1.0) ทำความเร็วได้ 1 Mbps ส่วนในปัจจุบัน (HomePNA 2.0) ทำความเร็วได้ 10 Mbps สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ก็คือคุณจะต้องมีการ์ดหรือ Adapter ที่ทำหน้าที่คล้ายๆโมเด็มซึ่งมีทั้งแบบภายในหรือภายนอกสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาได้ที่ www.homepna.org



กลับขึ้นด้านบน


HomePlug หรือ Home Powerline Network
คือเครือข่ายที่รับส่งข้อมูลโดยผ่านสายไฟฟ้าภายในบ้าน วิธีนี้เป็นความคิดที่ดีมากเนื่องจากบ้านทุกหลังแทบจะมีการเดินสายไฟกันไปทั่วบ้านอยู่แล้ว คุณเพียงแต่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับอุปกรณ์พิเศษซึ่งต้องเสียบเข้ากับปลั๊กไฟไว้เสมอในขณะที่ใช้งานอยู่ สำหรับวิธีการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์พิเศษนี้ก็มีตั้งแต่การเชื่อมต่อผ่านพอร์ตขนาน (พอร์ตที่ใช้ต่อพริ้นเตอร์) พอร์ต USB หรืออาจจะเป็นการ์ดที่ใช้เสียบในเครื่องโดยเฉพาะ



เพียงเท่านี้คุณก็สามารถรับส่งข้อมูลกันได้แล้ว ปัจจุบันเทคโนโลยีของ Home Powerline Network ยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนา โดยมีองค์กรที่ชื่อว่า HomePlug ซึ่งตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของผู้ผลิตต่างๆเพื่อกำหนดมาตราฐานของ Home Powerline Network อยู่ สำหรับความเร็วที่ทำได้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้อุปกรณ์ของยี่ห้อใด ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ของบริษัท Intello (www.intello.com) ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า "PowerPacket" ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 10-14 Mbps เลยทีเดียว คุณสามารถเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซท์ของ HomePlug คือ www.homeplug.org หรือเว็บไซท์ของผู้ผลิตบางรายที่สำคัญอย่าง www.intello.com หรือ www.enikia.com


กลับขึ้นด้านบน


เครือข่ายแบบไร้สาย (Wireless)
เครือข่ายแบบไร้สายคือเครือข่ายที่อาศัยคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ในการรับส่งข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันมีมาตราฐานอยู่ 2 แบบคือ HomeRF (Home Radio Frequency) และ 802.11B

กลับขึ้นด้านบน


็HomeRF     
จัดเป็นมาตราฐานหนึ่งของเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลแบบไร้สาย (Wireless) ที่ใช้คลื่นวิทยุในช่วงความถี่ 2.4 GHz ในการรับส่งข้อมูล เทคโนโลยีของ HomeRF ในรุ่นแรกๆทำความเร็วได้ 1.6 Mbps แต่ในปัจจุบันสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 10 Mbps สำหรับระยะทำการของ HomeRF คือ 160 ฟุตหรือประมาณ 50 เมตรซึ่งเพียงพอต่ออาณาบริเวณบ้าน แต่ถ้าบ้านคุณใหญ่มากก็คงช่วยไม่ได้ครับ คงต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นๆและสามารถต่ออุปกรณ์ได้ 128 ชิ้น นอกจากนี้ไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่ในซอกหรือในมุมอับอย่างไรก็ไม่ขาดการติดต่อตราบใดที่ยังอยู่ในระยะทำการ เนื่องจากคลื่นวิทยุนี้มีคุณสมบัติในการทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางต่างๆได้ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผนัง กำแพง เพดาน เป็นต้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของ HomeRF สามารถหาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซท์ www.homerf.org

กลับขึ้นด้านบน


IEEE 802.11B หรือ Wireless LAN (WLAN)    
เทคโนโลยีอีกชนิดหนึ่งที่เป็นคู่แข่งกับ HomeRF ที่กำลังมาแรงก็คือ IEEE 802.11B หรือที่มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า Wireless LAN ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายๆกับ HomeRF แต่มีระยะทำการไกลกว่าคือ 300 ฟุตหรือประมาณเกือบๆ 100 เมตร ทำความเร็วได้สูงสุดคือ 11 Mbps และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 128 ชิ้น แต่ราคาค่อนข้างสูงกว่า HomeRF เหมาะจะใช้ในสำนักงานมากกว่า เทคโนโลยีของ IEEE 802.11B นี้คาดว่าจะชนะเทคโนโลยีแบบ HomeRF ได้ในอนาคตเนื่องจากระยะทำการไกลกว่าในขณะที่ความเร็วก็สูงกว่าด้วย หน่วยงานที่มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์เทคโนโลยีของ IEEE 802.11B คือ Wireless Ethernet Compatibility Alliance หรือ WECA (www.wi-fi.com) หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ieee802.org





สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้จะมีอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Wireless Access Point ที่ทำหน้าที่คล้าย Hub ในระบบ LAN แบบสตาร์ และที่ตัวเครื่องลูกข่ายจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คล้ายๆกับการ์ด LAN และ PCMCIA หรือจะเป็นแบบภายนอกที่ต่อเข้ากับพอร์ต USB ของเครื่องพีซีก็ได้ดังรูป




แนวโน้มของการผลิตอุปกรณ์ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการนำเอาความสามารถในการสื่อสารแบบไร้สายไปทำเป็นชิพที่ฝังอยู่ในเมนบอร์ดของเครื่องพีซี , โน้ตบุ๊ค , PDA ,โทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่ในรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านทั่วไป ซึ่งเราจะเรียกอุปกรณ์ประเภทนี้ว่า "Embedded System"

กลับขึ้นด้านบน ®
1