ชื่อของหมากกล |
โดย วินัย ลิ้มดำรงค์ชิต |
(1) / (2) |
กลหมากรุกไทยสมัยโบราณ ส่วนใหญ่จะมีขื่อกำกับไว้ สิ่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์เฉพาะอีกอย่างหนึ่งของหมากรุกไทย ที่ต่างจากหมากรุกของชาติอื่น ๆ แสดงถึงชาติที่มีความเจริญด้านศิลปวัฒนธรรม มีภาษาที่งดงามและความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกคำมาตั้งเป็นชื่อกล ซึ่งเป็นการบรรยายอย่างสั้น ๆ หรือเปรียบเทียบให้เห็นลักษณะของกลแต่ละรูป เพิ่มความน่าสนใจ ชวนให้ติดตามและพิจารณาหาทางแก้ จากตำราหมากรุกโบราณ หากไล่เรียงชื่อกลดูแล้ว จะพบว่ามีกลที่มีชื่อซ้ำกัน ซึ่งมักจะเป็นกลที่มีลักษณะคล้ายกัน เพียงแต่ย้ายตำแหน่งของหมากทุกตัวไปทางใดทางหนึ่ง เป็นระยะทางเท่ากัน หรือพลิกย้ายตำแหน่งจากซ้ายเป็นขวา หรือขวาเป็นซ้าย (เหมือนภาพในกระจก) ชื่อกลที่ซ้ำแบบนี้ ตำราหมากรุก ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ พ.ศ.2465 ได้คงชื่อไว้เหมือนเดิม และแสดงให้เห็นว่ามีกี่อย่าง (หรือกี่รูป) เช่น กลชื่อ " ราชสีห์กัดกัน " มี 3 อย่างเป็นต้น ในการรวบรวมครั้งนี้ จะถือเป็นเพียงชื่อเดียว เพราะเน้นที่ชื่อของกล มากกว่ารูปของกล |
ที่มาของชื่อกลต่าง ๆ เหล่านี้ อาจจะแบ่งคร่าว ๆ ได้ว่ามีที่มาจาก ๔ ทาง คือ |
๑. จากวรรณคดี ๒. จากตัวหมากรุก ๓. จากชื่อสัตว์ ๔. จากทางอื่น ๆ |
|
มีหลายกลมีที่มามากกว่า ๑ ทาง เช่น ม้ามังกร อาจจัดได้ว่า มาจากวรรณคดี (เรื่องพระอภัยมณี) หรือจากตัวหมากรุก (ตัวม้า) หรือจากชื่อสัตว์ (ม้า) ลักษณะเช่นนี้ ผู้เขียนขอจัดเข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยถือตามความสะดวก ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ใด ๆ ท่านที่สนใจและค้นคว้าเพิ่มเติม คงจะจัดทำให้ถูกต้องและดียิ่งขึ้นต่อไป |
๑. ชื่อกลจากวรรณคดี
ได้แก่ หนุมาณข้ามลงกา
หนุมาณข้ามสมุทร
หนุมาณจองถนน
หนุมาณเข้าถ้ำ
หนุมาณยกพล
หนุมาณเลียบเมือง
หนุมาณยักคิ้ว
ศรพรหมมาศ
เบญจกายลอยแพ
พระรามลงสรง
พระรามเข้าโกษ
ศรนารายณ์
นารายณ์แผลงศร
นารายณ์ขว้างจักร
นารายณ์แผลงฤทธิ์
ศรพระอินทร์ มารีศต้องศร
กุมกรรฐทำศึก เขาตรีกูฏ
พระอาทิตย์ชักรถ
สารถีชักรถ กากีลอยแพ
กวนอูกักด่าน ธนูโจโฉ
อิเหนาฉายกริช
พราหมณ์พเนจร
พระขรรค์ชัยศรี
มังกรคาบแก้ว ม้ามังกร น่าแปลกใจที่ชื่อกลเหล่านี้ ล้วนอยู่ในวรรณคดีที่ไทยเราได้รับอิทธิพลจากชาติอื่นเกือบทั้งหมด เช่น รามเกียรติ์ (จากอินเดีย) สามก๊ก (จากจีน) และ อิเหนา (จากอินโดนีเซีย) เป็นต้น |
เหตุที่เป็นเช่นนี้
สันนิษฐานว่าเป็นเพราะชื่อกลต่าง
ๆ
ถูกตั้งขึ้นราวในช่วงสมัยรัชกาลที่
2 - 6 นี้เอง อันเป็นช่วงที่ศิลปะการแสดงที่รุ่งเรืองและได้รับความนิยมมาก
คือโขน ซึ่งนิยมนำเรื่อง
"รามเกียรติ์"
มาแสดงเรื่องราวและตัวละครจากวรรณคดีเรื่องดังกล่าว
ได้ถูกถ่ายทอดเป็นชื่อกลโดยนักหมากรุกสมัยนั้น จากความประทับใจในอิทธิฤทธิ์และบทบาทอันคล่องแคล่วว่องไวของหณุมาน ที่เป็นตัวชูรสทำให้การชมโขนสนุกสนานยิ่งขึ้น ชื่อของตัวละครตัวเอกนี้ จึงได้ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อของหมากกล มากยิ่งกว่าชื่ออื่น |
๒. ชื่อกลจากตัวหมากรุก ได้แก่ ม้าจับโจร ม้าเลัยบค่าย ม้าโจมทับ ม้าเทียมรถ ม้ารำทวน ม้าย่อง ม้าลำพอง ม้าล้อมค่าย ม้าเพชร ม้าโจมค่าย ม้าแย่งค่าย ม้าเข้าโรง ม้าทะลวงทัพ ม้าบังพล ม้ากระโจมฟัน ม้ากักด่าน ม้ากักขนอน ม้าสกัดแคร่ ม้าแอบ ม้ารายทาง ม้าสกัดช่อง ม้ากักทาง ม้าเผ่น ม้าโผน ม้ากายสิทธิ์ ขี่ม้าตีคลี ขี่ม้าไล่แทง ขี่ม้าไล่เสือ ขุนกักทาง ขุนล่องหน ขุนหายตัว ขุนกำบัง ขุนบังเหลี่ยม ขุนเปลี่ยนทิศ ขุนอ้อมเกร็ด ขุนเข้าถุง ขุนเข้าซอง ขุนเข้าคอก เรือแล่นกลางทะเล ขี่เรือข้ามฟาก กลมวยเม็ด |
จะเห็นว่าตัวหมากรุกที่ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อกลมากที่สุดคือ ม้า แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและลักษณะพิเศษบางประการของหมากตัวนี้ ในหมากกระดานชนิดอื่น เราอาจพบการเดินที่คล้ายตัวหมากรุกบางตัวบ้าง เช่น เรือ หรือเม็ดเป็นต้น แต่การเดินแบบม้า จะพบว่ามีอยู่เฉพาะในหมากกระดานประเภทหมากรุกเท่านั้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหมากรุกของชาติใดก็ตาม จะมีลักษณะการเดินเหมือนหรือคล้ายกัน |
ดังนั้น หากไม่นับขุน ที่เปรียบเสมือนจอมทัพและมีความสำคัญที่สุดแล้ว ม้าน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของกีฬาหมากกระดานประเภทหมากรุก ยิ่งกว่าหมากตัวอื่น |
3. ชื่อกลจากสัตว์ ได้แก่ ราชสีห์กัดกัน ปลากรายแฝงตอ ปลากินเบ็ด จับช้างกลางแปลง เสือซ่อนเล็บ เป็ดกินหอย เต่ากินเห็ด จับเต่า จับเสือกลางทุ่ง หนูไต่สายสะเดียง จระเข้กัดกัน จระเข้ข้ามฟาก กำลังฬ่อ ปลาสร้อยชมหาด สิงโตเล่นหาง ขุนทองป้อนเหยื่อ โคเถลิง เหรากัดกัน เหราสะบัดหาง |
ชื่ออื่น ๆ คงจะทราบได้ว่าเป็นสัตว์อะไรอย่างชัดเจน ยกเว้นแต่คำว่า เหรา ( อ่านว่า "เห - รา" ) ที่แปลกออกไป เหตุที่ทราบว่าเป็นสัตว์เพราะมีคำว่า " กัดกัน " และ " สะบัดหาง " ซึ่งพจนานุกรมได้ให้ความหมายไว้ว่า " เหรา " หมายถึงแมงดาชนิดหนึ่ง หรือสัตว์ในนิยายมีลักษณะผสมกันระหว่างนาคกับจระเข้ ( บางฉบับก็ว่าเป็นนาคกับมังกร ) |
4. ชื่อกลจากทางอื่น ได้แก่ เลียบกลางสมุทร กลกลางสมุทร ละลอกกระทบฝั่ง ไล่ริมฝั่ง พระจันทร์ทรงกลด ธงนำริ้ว ลอดห่วง ห่วงแตก ไข่ตายโคม เพชรหลีก ชิงเหลี่ยม โคมเวียน สอยดาว กลางสาคร กลางสมุทร พระยาเดิน ฟ้าแลบ ตรีเพชร โคมห้อย จักรเพชร โคมเพชร เพชรหลบ เพชรไหล เพชรเลื่อน โสฬส อัฐทิศ แลกเปลี่ยน กลลวง อ้อมจักรวาฬ เมฆบังภูเขา กลล่อ ตรีอาวุธ ตะบองเพชร สามเหลี่ยม พระยาอกแตก ตรีกระเบน สามเส้า อ้อมสมุทร ขี้ริ้วห่อทอง ขี้ริ้วกลับเป็นทอง |
เหตุที่ได้รวบรวมชื่อของกลเก่าเหล่านี้ไว้ ด้วยเกรงว่าของเดิมจะลบเลือนหรือสูญหายไป เพราะแม้จะได้มีผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้บ้างแล้วก็ตาม แต่บางครั้งก็คลาดเคลื่อนไปจากเจตนาเดิมของผู้ตั้ง เช่น กลกำหนดให้รุกจนด้วยหมากตัวใดตัวหนึ่ง ก็ไปมุ่งเพียงที่จะรุกจนให้เร็วที่สุด โดยไม่คำนึงถึงตัวหมาก เป็นต้น |
โดยพื้นฐานแล้ว หมากกลจะต่างจากการแข่งขัน คือ ในการแข่งขันจะต้องอาศัยประสบการณ์ และการฝึกซ้อมของผู้เล่นเป็นสำคัญ ภายใต้เงื่อนไขหรือกติกาที่กำหนด ผู้ที่พร้อมและทำได้ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น คือผู้ชนะ แต่สำหรับหมากกล เป็นเรื่องของจินตนาการที่ไร้ขอบเขต มีทั้งที่นำมาจากการเล่นทั่วไป หรือคิดขึ้นมาเอง ซึ่งกุญแจแหรือเฉลยจะแสดงวิธีเดินที่ดีที่สุดของทั้งสองฝ่าย และผลของการเดินนั้น หมากกลจึงเป็นการลับสมอง ฝึกความคิดและให้ความสนุกสนานให้แก่ผู้ที่นิยมกีฬาประเภทนี้ได้อีกทางหนึ่ง |
รูปกลที่เสนอต่อไปนี้ เป็นกลเก่าที่มีชื่อซ้ำกัน วิธีการแก้กลทำได้ไม่ยากนัก ดังนั้น จึงขอข้ามในส่วนของเฉลยไป |
ชื่อของหมากกล (1) / (2)กลที่ 1 "ขุนเข้าถุง" อย่างที่ 1 ขาวเดินก่อน 1 ทีหนี 2 ทีไล่
กลที่ 2 "ขุนเข้าถุง" อย่างที่ 2 ขาวเดินก่อน 1 ทีหนี 2 ทีไล่
กลที่ 3 "ปลากรายแฝงตอ" อย่างที่ 1 ขาวเดินก่อน 2 ทีหนี 3 ทีไล่
กลที่ 4 "ปลากรายแฝงตอ" อย่างที่ 2 ขาวเดินก่อน 2 ทีหนี 3 ทีไล่
กลที่ 5 "ละลอกกลางสมุทร" อย่างที่ 1 ขาวเดินก่อน 2 ทีหนี 3 ทีไล่
กลที่ 6 "ละลอกกลางสมุทร" อย่างที่ 2 ขาวเดินก่อน 2 ทีหนี 3 ทีไล่
กลที่ 7 "ราชสีห์กัดกัน" อย่างที่ 1 ขาวเดินก่อน 2 ทีหนี 3 ทีไล่
กลที่8 "ราชสีห์กัดกัน" อย่างที่ 2 ขาวเดินก่อน 2 ทีหนี 3 ทีไล่
กลที่ 9 "ราชสีห์กัดกัน" อย่างที่ 3 ขาวเดินก่อน 2 ทีหนี 3 ทีไล่