|
|
|
พลังในการแสดง เปรียบเสมือนแม่เหล็กที่จะดึงดูดสายตา และความสนใจของผู้ชมไม่ให้หันเหไปจากการแสดงบนเวที เพื่อที่จะเข้าใจถึงความสำคัญของ พลัง ที่มีต่อการแสดง นักแสดงควรระลึกอยู่เสมอว่าการแสดงคือ ศิลปะ ไม่ใช่ชีวิต ศิลปะนั้นเป็นการเลือกเฟ้น ( Selection ) สิ่งต่างๆจากชีวิต หรือจินตนาการของมนุษย์มาเสนอ โดยเน้นให้เห็นเด่นชัด ในแง่มุมและลักษณะที่ศิลปินต้องการ ซึ่งผลงานศิลปะที่เสนอนั้นจะต้องสื่อความหมาย มีเอกภาพ และมีพลังดึงดูดความสนใจของผู้ชม จึงจะเรียกได้ว่าเป็นผลงานศิลปะอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น ภาพวาด ภาพถ่าย รูปปั้น หรือการแสดงก็ตาม ดังนั้นการแสดงที่เสนอต่อผู้ชมนั้น จึงเป็นเพียงแง่มุมหนึ่งของชีวิตหรือจินตนาการ ที่ได้รับการเลือกสรรมาแล้วจากนักเขียน ผู้กำกับการแสดง และตัวนักแสดงเอง เพื่อที่จะนำเสนอต่อผู้ชม ซึ่งแน่นอนที่สุด จะต้องมีความเด่นและดึงดูดความสนใจจากผู้ชม เกินกว่าชีวิตธรรมดาที่อยู่รอบตัวเรา มิฉะนั้นก็คงไม่มีเหตุผลอันใดที่เราจะสร้างละครขึ้นมาดูกัน เหลียวมองดูภาพชีวิตรอบตัวก็คงได้ แต่ที่มนุษย์สร้างสรรค์ละครขึ้นมานับเป็นพันๆปี และยังนิยมดูละครกันอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะละครให้อะไรที่เป็นพิเศษแก่เรา เกินกว่าที่เราสามารถหาดูได้ในชีวิตจริง เพราะละครไม่ใช่ชีวิต แต่เป็นศิลปะที่เลียนแบบชีวิต ด้วยการนำภาพจากชีวิตหรือจินตนาการของมนุษย์ มาเลือกเฟ้นเสนอเฉพาะแง่มุมใดแง่มุมหนึ่งและทำให้เข้มข้นขึ้น มีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่ให้ความสนุกสนานตื่นเต้น อย่างที่เราไม่อาจพบได้ในชีวิตจริง ในช่วงเวลาอันจำกัด และในสถานที่อันจำกัด เช่นโรงละคร โรงภาพยนต์ หรือแม้แต่ในห้องที่เรานั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน ดังนั้น ละครจึงไม่ใช่ชีวิตจริง แต่เป็นภาพจากชีวิตที่นำมากลั่นกรองให้เหลือแต่แก่นสำคัญ น่าสนใจ ชวนให้ติดตาม นอกจากจะให้ความบันเทิงใจแล้ว ก็อาจให้แง่คิดความเห็น ให้กำลังใจในการต่อสู้ชีวิต หรืออาจให้ความเข้าใจในชีวิต อันเป็นแสงแห่งจริยธรรมที่ละครประเภทโศกนาฏกรรมอมตะของโลก ได้ให้แก่ผู้ชมมานานนับพันปีแล้วก็ได้
คัดลอกจากหนังสือ ศิลปะของการแสดง ( ละครสมัยใหม่ ) อ. สดใส พันธุมโกมล |
|