Part 1


สองเดือนที่แล้ว...
ก่อนที่คาเมะจะกลายเป็นนายแบบสุดฮอทในชั่วโมงนี้


นากามารุ ยูอิจิ...แมวมองชื่อดังแห่งวงการบันเทิง
เพล์บอยตัวฉกาจที่คอยจ้องตะครุบเหยื่ออายุไม่เกินสิบแปดปีมาเข้าสังกัดตัวเอง


ความที่เป็นคนหน้าตาดี...จึงไม่ยากที่เหยื่อจะตายใจโดยง่ายดาย
วัยรุ่นส่วนใหญ่ต่างก็ฝันที่จะได้เข้าวงการบันเทิงอยู่แล้ว
แต่เฉพาะคนที่ยูอิจิถูกใจเท่านั้น...จึงจะได้เซ็นสัญญา

...ที่เหลือ...เป็นได้แค่เพียงของว่างชั่วครั้งชั่วคราว
ที่จะได้รับค่าตอบแทนกลับไปภายในหนึ่งคืน


...ไม่มีใครปฏิเสธหนุ่มหล่อคนนี้ลงซักราย...


ยูอิจิกับเพื่อนร่วมก๊วนอีกสองสามคนที่เป็นนักท่องราตรีตัวยง
พากันเข้ามานั่งเหล่สาวสวยในผับดังแห่งหนึ่งใจกลางกรุงโตเกียว
เสียงเพลงดังอึกทึกครึกโครม...แสงสียั่วตาล่อใจ...
ยูอิจิกับเพื่อนนั่งดื่มเบียร์อยู่ที่โต๊ะประจำ พลางสอดส่ายสายตามองหาเหยื่ออันโอชะ
ที่จะต้องมานอนร้องครวญครางต่อหน้าต่อตาในค่ำคืนอันยาวไกลนี้
สายตาจิ้งจอกหนุ่มอย่างนากามารุ ยูอิจิสะดุดเข้าให้กับเด็กหนุ่มร่างบาง
ที่ยืนโยกอยู่ตรงกลางฟลอร์อย่างเมามัน...เพียงคนเดียว...


“...เอาแล้วไง...เด็กนั่นซวยแล้ว...” เพื่อนร่วมก๊วนคนหนึ่งกล่าวขึ้น
มองยูอิจิเดินไปหาเด็กหนุ่มผู้โชคร้ายคนนั้นด้วยท่าทีฮึกเหิม


“ดูแม่ง...ท่าทางมันเอาแน่ว่ะ” อีกคนกล่าวสัมทับ พลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง
ความหื่นทะลุร้อยองศา...ปิดแทบไม่มิด “เซ็กซ์เป็นบ้า...” หรี่ตามอง...
ราวกับกลัวว่าลูกตาจะถลนออกมานอกเบ้า ถ้าขืนจ้องนานกว่านี้


ทางด้านยูอิจิที่เดินยิ้มหวานวางมาดพี่ชายที่แสนดีเข้าไปหาเป้าหมายนั้น...
ก็ทำเนียน...เต้นไปกับเค้าด้วยเช่นกัน...ทั้งเบียด ทั้งกระแซะ จนเหยื่อเริ่มไหวตัวทัน
ก่อนจะฉากหลบมาเต้นข้างๆโต๊ะที่นั่งอยู่แทน

แมวมองที่กลายร่างเป็นจิ้งจอกหนุ่มในยามค่ำคืนไม่รอช้า
เดินตามหนุ่มหน้าสวยเจ้าเสน่ห์ผู้เคราะห์ร้ายมาในระยะประชิด
“มาคนเดียวเหรอ...” ตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลง พลางโอบเอวบางเข้ามาใกล้ๆ แล้วอ้าง
“อยู่ใกล้ๆแบบนี้ จะได้ไม่ต้องตะโกนมาก...”


เด็กหนุ่มไม่ว่ากระไร...ซ้ำยังยิ้มให้เหมือนเล่นด้วย
“เห็นคนอื่นรึเปล่าล่ะ...ถ้าไม่เห็นแสดงว่ามาคนเดียว...”


ยูอิจิหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด
“นากามารุ ยูอิจิ” แนะนำตัวเองเพียงแค่นั้น แล้วพยักเพยิดให้อีกฝ่ายบอกชื่อมาบ้าง


“คาเมะนาชิ คาซึยะ...และบอกไว้ก่อน...คุณไม่ใช่สเป๊คผมหรอก”
ว่าพลางยักคิ้วหลิ่วตาให้ แล้วดันตัวเองออกมาโดยง่ายดาย
เหตุเพราะอีกคนมัวแต่ตะลึงงันให้กับความเจนจัดของคนตรงหน้า


มือไวเท่าความคิด...หลังจากตั้งสติได้ก็รีบคว้ามือเรียวเอาไว้ได้ทันท่วงที
ก่อนที่คาเมะจะเดินหายตัวไปกับกลุ่มคนที่ยืนเต้นกันอยู่...
“...สนใจจะเป็นดารามั้ย...” ยูอิจิถามสีหน้าจริงจัง
มองไม่เคยพลาดหรอก...เด็กนี่จะต้องดังแน่ๆ...


“...โทษที...ผมไม่ใช่เด็กใจแตกที่จะมาหลอกกันง่ายๆนะ
ถ้าไม่ว่าอะไร...ก็กรุณาปล่อยมือผมได้แล้ว...” มองจิกเหมือนจะเอาเรื่อง
เจอมานักต่อนักแล้ว...พวกหัวงูชอบแต๊ะอั๋งแบบนี้...


มือข้างที่เหลือควักนามบัตรในกระเป๋ายื่นให้...
“ไม่ได้ล้อเล่น...ถ้าสนใจก็โทรมาแล้วกัน...”
ทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะปล่อยมือแล้วหันหลังเดินจากมา


คาเมะทำท่าจะขยำทิ้ง...แต่แล้วก็ตัดสินใจเก็บนามบัตรใบนั้นเอาไว้แทน
นึกในใจ...ถ้ามันคือเรื่องจริง...นี่อาจจะเป็นเรื่องสนุกที่สุดเท่าที่เคยทำมาก็ได้



........................................
....................................................
................................................................



ภายในห้องนอนที่มีสีสันร้อนแรงไม่ต่างอะไรกับเจ้าของห้องนั้น
ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มหน้าสวยนอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียงกว้าง
มือข้างหนึ่งชูนามบัตรในระดับสายตา...ขณะที่มืออีกข้างคีบบุหรี่เอาไว้
ควันสีขาวลอยคละคลุ้ง หากแต่เครื่องฟอกอากาศยังคงทำงานของมันได้ดี
...ไม่มีใครรู้เลยว่าคุณหนูของบ้านหลังนี้ติดบุหรี่อย่างเอาเป็นเอาตายเพียงไหน...


“...นากามารุ ยูอิจิ...” ริมฝีปากบางพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ก่อนจะอัดบุหรี่ไปอีกรอบ...
ควันสีขาวที่ใครๆว่าเหม็น แต่คาเมะกลับกลืนมันลงไป...ไม่แม้แต่จะพ่นออกมา
ตาเรียวคู่นั้นมองตัวเลขที่อยู่ในนามบัตรแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างๆ
ขึ้นมากดตัวเลขไล่ไปทีละตัวอย่างเชื่องช้า...ยังคงคิดว่าเป็นเบอร์ปลอม...


รออยู่เป็นนานจนเกือบจะกดทิ้งอยู่แล้ว...ถ้าหากว่าปลายสายไม่ตอบกลับมา


“ครับ...” เสียงยังงัวเงีย บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นการโทรมารบกวนเวลานอน


“เพิ่งตื่นเหรอเนี่ย...” คาเมะว่า ขณะที่คนขี้เซาปลายสายนั้น
เอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาข้อมือที่ถอดวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมาดู
...เจ็ดโมง...โทรมาแต่เช้าเลยแฮะ...
“ใครวะ...คนยิ่งง่วงๆอยู่...” ตอบกลับไปด้วยความหงุดหงิดเต็มที
ลำพังศึกหนักเมื่อคืนนี้ก็เล่นเอาหมดแรง...แม่สาวผมแดงนี่แรงเยอะเป็นบ้า...


“...คุณไม่ใช่สเป๊คผมจริงๆน่ะแหละ...” เกลียดนัก...พวกหยาบคาย
แต่เอาเถอะ...นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ “ผมคาซึยะ...คุณให้นามบัตรผมมาจำได้มั้ย”


“อ้อ...คุณน่ะเอง...นึกว่าจะไม่โทรมาซะอีก...” จำได้อยู่แล้ว...สวยเซ็กซี่ซะขนาดนั้น
“บอกก่อนนะ...คุณเองก็ไม่ใช่สเป๊คผมเหมือนกัน...
แต่บังเอิญว่าคุณมีแววจะดัง...ผมถึงได้สนใจเป็นพิเศษ...”


“ดังไม่ดังก็ช่าง...ผมอยากเข้าวงการเท่านั้นพอ...” พูดเหมือนเป็นเรื่องสนุก
ใจนึกอยากเรียกร้องความสนใจจากสองคนนั้นบ้าง...


ไม่ใช่ใคร...พ่อกับแม่น่ะแหละ


“แล้วคุณจะไม่เสียใจที่โทรมา...แต่เชื่อเถอะว่า...คุณน่ะดังแน่” ยูอิจิกล่าวอย่างมั่นใจ


...และแล้ว...ช่วงเวลาไม่นานหลังจากงานถ่ายแบบครั้งแรกในชีวิตออกสู่สายตาคนทั่วไป...
ชื่อของคาเมะนาชิ คาซึยะ ก็เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่วัยรุ่นถึงความเซ็กซี่ที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาทันที


บ้างก็ว่าเค้าคือ princess ของวงการไอดอล...
แต่คำจำกัดความที่พอจะสรุปความเป็นคาเมะนาชิ คาซึยะได้ดีที่สุด
ก็เห็นจะเป็นฉายาที่สื่อต่างๆพร้อมใจกันเรียกเค้าว่า...


Sex Symbol


เพราะคาเมะนาชิคนนี้...คือสัญลักษณ์ของเพศชายและหญิงในคนเดียวกัน



*********************************************************


แสงแฟลชวูบวาบที่สว่างขึ้นมาอย่างต่อเนื่องภายในสตูดิโอที่ถูกเนรมิตให้เป็นห้องนอน...
เบื้องหน้าเลนส์กล้องคือร่างบอบบางของผู้ชายคนหนึ่งที่นอนโพสท่าเยี่ยงมืออาชีพ
ทั้งที่เพิ่งจะเข้าวงการได้เพียงเกือบสองเดือนเท่านั้น...

ใบหน้าเรียวเล็กนั้นดูสวยสดจนแม้แต่ทีมงานที่เป็นผู้หญิงยังอาย
นับประสาอะไรกับตากล้องที่คอยจับภาพร่างกึ่งเปลือยนั้นโดยแทบไม่ได้ละสายตา

ช่างภาพมืออาชีพอย่างซากุราอิ โช ถึงกับต้องปาดเหงื่อทุกห้านาที
เมื่อท่าทางของนายแบบเริ่มจะล่อแหลมขึ้นทุกทีโดยไม่ตั้งใจ
“เอ่อ...คาเมะจัง...ผ้าห่ม...ดึงขึ้นไปอีกนิดก็ได้นะครับ”
ใครมันช่างคิด...เอาความเซ็กซี่มาเป็นจุดขายให้กับภาพเซ็ทนี้ได้(วะ)

นี่เราถูกจ้างมาให้ถ่ายภาพนายแบบวัยรุ่นชื่อดังกับวันว่างภายในบ้านของตัวเองไม่ใช่หรือ...
แต่นี่มันวันว่างประเภทไหนกัน ถึงได้ออกมาเป็นภาพปลุกใจเสือป่าได้ถึงขนาดนี้...


สาบานได้...ตั้งแต่ทำงานถ่ายภาพมา...
ไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนมีเสน่ห์ดึงดูดเหมือนผู้หญิงแบบนี้มาก่อนเลย


“ใจเย็นๆโช...คาเมะจังของผมเคยถ่ายภาพล่อแหลมกว่านี้มาเยอะ...” ยูอิจิว่าพลางตบบ่าเพื่อนเบาๆ
...ซากุราอิ โชคนนี้เคยถ่ายภาพเด็กในสังกัดของตัวเองมาแล้วหลายรายด้วยกัน
จึงไว้ใจให้คาเมะรับงานนี้โดยไม่มีข้อแม้ใดใด...


“คุณซากุราอิ...จะพักก่อนก็ได้นะฮะ...” คาเมะยิ้มให้เหมือนปลอบใจ
ขณะที่โชได้แต่ส่ายหน้ารัว “...ม...ไม่ต้องหรอกครับ รีบถ่ายให้เสร็จดีกว่า...”


มือที่กดชัตเตอร์เริ่มถี่รัวขึ้นทุกที...
แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ...หรือเพราะความสวยของนายแบบไม่ทราบได้
ภาพโพลารอยด์ตัวอย่างที่ออกมาถึงดูสมบูรณ์แบบได้อย่างไม่น่าเชื่อ


คาเมะในชุดคลุมสีขาวนั่งดูภาพของตัวเองสลับกับหน้าของตากล้องไปมา
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มพอใจ ก่อนจะกล่าวชม...
“เก่งจังฮะ...ผมรู้สึกว่าในรูปจะดูดีกว่าตัวจริงเยอะเลย...”


“ไม่หรอกครับ...อยู่ที่นายแบบมากกว่า...” โชยิ้มเขินๆ
ก่อนที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงจะสั่นรุนแรง
เหมือนจะบอกความรู้สึกของคนที่โทรมาได้เป็นนัยๆ...
“อ่า...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...ขอตัวก่อนนะครับ...” ยิ้มให้คนสวยหนึ่งที
แล้วหันไปยิ้มแหยๆให้ยูอิจิก่อนไป...


“สงสัยมาซากิจังโทรตาม...ไอ้หมอนี่...กลัวแฟนจนหัวหดจริงๆเลย” ยูอิจิเปรยขึ้นเบาๆ


“...ทำไมต้องโทรตามด้วยล่ะยู...มาทำงานแท้ๆ...” คนตัวเล็กถามด้วยความสงสัย
ยูอิจิได้แต่ยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะอธิบาย“ก็เพราะว่ามาทำงานน่ะสิ...ถึงต้องโทรจิกขนาดเนี้ย...
นายคิดว่าช่างภาพอย่างโชต้องเจอนายแบบนางแบบหน้าตาดีซักกี่คนกัน...
เป็นสิบคนต่อวันเชียวนะคาเมะจัง...เป็นนาย...นายจะไม่ระแวงมั่งเหรอไง...”


คาเมะส่ายหน้า... “ไร้สาระ...ไม่ไว้ใจกันแล้วจะคบกันไปทำไม...”
ตอบโดยไม่ลังเล ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องแต่งตัว



.....................................
...............................................
........................................................



คาเมะนั่งหลับอยู่บนเบาะข้างคนขับด้วยความอ่อนเพลีย...
ขณะที่ผู้จัดการส่วนตัวอย่างยูอิจิยังคงคุยโทรศัพท์ไม่ได้หยุดตั้งแต่อยู่ในสตูดิโอ
จนกระทั่งตอนนี้ที่เค้ากำลังขับรถพานายแบบคนดังไปพบดีไซน์เนอร์หนุ่มไฟแรง
ที่เพิ่งชนะการประกวดออกแบบเสื้อผ้าจากฝรั่งเศส...เมืองแฟชั่นมาหมาดๆ


...ฮิเดอากิ ทาคิซาว่า...เจ้าชายแห่งวงการแฟชั่นญี่ปุ่น...


มินิแวนติดฟิล์มดำมืดแล่นมาจอดที่หน้าบริษัทเสื้อผ้าแบรนด์ดัง
คาเมะในชุดลำลอง...สวมหมวกอำพรางตัวเอง เดินหาวหวอดลงมาจากรถ
โดยมีผู้จัดการส่วนตัวคอยตามประกบทุกฝีก้าว
“จะหาวก็ปิดปากมั่งสิคาเมะ...น่าเกลียดจริง...”


“ก็ผมง่วงนี่นา...หาวนอนมันผิดตรงไหนเล่า” เด็กเอาแต่ใจเถียงคำไม่ตกฟาก
เลยโดนฝ่ามืออรหันต์ของยูอิจิตบที่ศีรษะเข้าให้
“นี่แน่ะ!! ...ก็อยากรับงานมั่วซั่วเองทำไมล่ะ”


“โธ่...ยู ผมไม่ได้ตั้งใจ แค่เห็นว่ามันน่าสนุกดีเท่านั้นเอง...”
หนุ่มน้อยเอามือคลำศีรษะป้อยๆ ไม่เจ็บเท่าไหร่...แค่มึนๆ


“สนุกมากมั้ยล่ะ...ถ่ายแบบนู้ดน่ะ...” ยูอิจิหันมาพูดกึ่งประชด
“นายยังเด็กนะคาเมะ...พ่อแม่นายจะว่าเอาได้...”
คาเมะยักไหล่ ไม่ใส่ใจ “ไม่ต้องห่วงหรอกยู...พ่อกับแม่ไม่ได้สนใจนักหรอกว่าผมจะทำอะไร”
ใบหน้าสวยดูเศร้าไปถนัดตา...แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น...
ยูอิจิเองก็ไม่ใช่คนอ่อนโยนถึงขนาดจะพูดปลอบใจใครได้เช่นกัน
จึงได้แต่เอื้อมมือไปจับศีรษะคนข้างๆแล้วโยกไปมาเบาๆ


“เลิกทำตัวประชดคนอื่นไปวันๆซะทีนะคาเมะ...ไม่งั้นนายนั่นแหละที่จะเป็นคนเสียใจ...”


ทั้งสองคนเงียบมาตลอดตั้งแต่อยู่ในลิฟท์จนกระทั่งมาถึงชั้นสามสิบห้า...
ยูอิจิจึงพาเด็กในสังกัดที่กำลังดังเป็นพลุแตกมาพบดีไซน์เนอร์คนดัง
ที่สนอกสนใจในตัวคาเมะถึงขนาดยอมทุ่มทุนจ้างให้มาเป็นนายแบบ
ด้วยค่าตอบแทนที่สูงลิบลิ่วถึงเลขแปดหลักเลยทีเดียว...


ชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ ท่าทางสำอางค์ถึงกับเดินมาต้อนรับด้วยตัวเอง
“เรียกผมทักกี้ก็ได้นะครับ...ผมเองก็จะเรียกคุณว่าคาเมะแล้วกัน...”
รอยยิ้มสวยบาดใจแลดูอบอุ่นที่ส่งมา ทำเอาคาเมะอดที่จะหน้าแดงไม่ได้


...คือรอยยิ้มสดใสที่สุดเท่าที่คาเมะเคยเห็นมาเลยทีเดียว...


ยูอิจิกระแอมสองสามทีเรียกสติที่หลุดลอยของใครบางคนให้กลับมา
ก่อนจะเอ่ยปากพูดเรื่องงานอย่างเป็นทางการ...
“เอ่อ...ที่คุณทักกี้ว่าจะให้คาเมะมาเป็นนายแบบประจำห้องเสื้อของคุณ...
...คือผมอยากจะทราบรายละเอียดมากกว่านี้หน่อยน่ะครับ...”


“คืออย่างนี้นะครับคุณนากามารุ...เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย
ผมอยากให้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างกันปีต่อปี...ระหว่างนั้น
คาเมะมีสิทธิ์ที่จะรับงานถ่ายแบบได้ตามปกติ โดยมีข้อแม้ว่า
งานชิ้นนั้นจะต้องไม่มีผลกระทบต่อยอดขายเสื้อผ้าของผม...
ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าคุณเองก็คงจะทราบดีอยู่แล้วใช่มั้ยครับ...”


คาเมะได้แต่มองตาปริบๆ...ยูอิจิว่ายังไงเค้าก็ว่าตามอยู่แล้ว
แต่ความรู้สึกบางอย่างมันบอกว่า...เค้าไม่ควรปฏิเสธงานนี้เป็นอันขาด...
จึงได้แต่พูดอ้อมๆให้ยูอิจิเข้าใจ “ผมไม่มีปัญหาครับคุณทักกี้”


อ้อมมากๆ... (- -“)


ทักกี้ยิ้มกว้าง...ก่อนจะหันไปมองยูอิจิเหมือนต้องการคำยืนยัน
ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล...กับท่าทางกระดี๊กระด๊าของเด็กตัวเอง
ไม่มีเหตุผลอะไรที่เค้าต้องปฏิเสธอยู่แล้ว...
“โอเคครับ...ในเมื่อคาเมะเองก็ยินดี ผมก็คงไม่มีปัญหา...”


เซ็กซี่ไอดอลถึงกับดีใจจนยิ้มไม่หุบ...
พลางลอบมองรอยยิ้มของดีไซน์เนอร์หนุ่มตรงหน้าอย่างนึกอิจฉา


คนที่ยิ้มได้อบอุ่นขนาดนี้จะมีซักกี่คนกัน...
ขอได้มั้ย...รอยยิ้มนั้น...
ขอเก็บมาชื่นชมในหัวใจ...


พลันเสียงเปิดประตูห้องโดยพลการจากใครบางคนปลุกให้คาเมะตื่นจากภวังค์
ใครคนนั้น...มีรอยยิ้มสดใสไม่ต่างจากทาคิซาว่าเลยแม้แต่นิด...


“เอ่อ...ขอโทษครับ...ผมไม่รู้ว่าพี่มีแขก...”


“ไม่เป็นไร...ยังไงก็ต้องทำความรู้จักกันอยู่แล้วล่ะนะ...เข้ามาสิ”


ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนนั้นทรุดตัวลงนั่งข้างๆดีไซน์เนอร์คนดังพลางพูดคุยกันอย่างสนิทสนม...
คาเมะมองสำรวจผู้ที่มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า...แล้วเปรียบเทียบกับทาคิซาว่าในใจ
ต่างกันโดยสิ้นเชิงจริงๆ...ถึงจะหน้าตาคล้ายกันก็ตามที...


“หนุ่มน้อยคนนี้คือนายแบบของเรา...เหมือนอย่างที่นายต้องการเลยใช่มั้ย”


หนุ่มมาดเซอร์ได้แต่พยักหน้าน้อยๆ...แล้วยิ้มให้คาเมะอย่างเป็นมิตร


“ส่วนนั่นคือคุณนากามารุ ยูอิจิ...เป็นผู้จัดการส่วนตัวของคาเมะ...”


ผงกศีรษะให้ แสดงความนอบน้อม…ก่อนจะแนะนำตัวเองบ้าง...



”ผมอากานิชิ จิน...เป็นช่างภาพประจำของที่นี่...ยินดีที่รู้จักครับ...”



To be continue